เมื่อได้ยินคำพูดของ เซียวเฉิน บรรยากาศภายในห้องส่วนตัวพลันกลายเป็นเย็นยะเยือก ทั้งยังตึงเครียดขึ้นมาอีกด้วย!
แม้แต่ หลี่หานโฮ่ว ที่กำลังกินอาหารอยู่ก็วางตะเกียบลง
มือขวาของเขาวางไว้ตรงขอบโต๊ะ ในใจพลันคิดว่าตราบใดที่เกิดการปะทะขึ้น เขาก็พลิกโต๊ะ แล้วผลักมันใส่ศัตรู!
ใบหน้าของ ติงลี่ ที่เพิ่งกลับคืนสู่สภาพปกติ กลายเป็นซีดขาวลงไปอีกรอบ เมื่อกี้ยังดี ๆ อยู่เลย ทำไมมันถึงกลายเป็นตึงเครียดอย่างนี้ได้อีก?
“ที่พูดมานี่หมายความว่า หัวหน้าเซียว ไม่คิดจะไว้หน้าฉันจริง ๆ ใช่ไหม?”
หวงซิ่ง ค่อย ๆ หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาช้า ๆ ยกขึ้นมาชื่นชมจากนั้นก็หมุนแก้วในมือเล่น
กวงโถเซ่อ สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของลูกพี่ตัวเอง ร่างกายเริ่มเกร็ง เขาจะโยนแก้วนี้หรือไม่?!
“ไม่ใช่ไม่ไว้หน้า แต่ว่าทุกคนล้วนมีความปรารถนาเป็นของตัวเอง!”
เซียวเฉิน มองดูแก้วที่อยู่ในมือของ หวงซิ่ง จากนั้นกวาดสายตาไปรอบ ๆ มุมปากของเขายิ้มขึ้นเล็กน้อย ลูกเล่นทันสมัยดีนี่ ใช้การวางถ้วยเป็นสัญลักษณ์งั้นเหรอ?
“น้องเซียว ที่ฉันเรียกนายว่าน้องเซียว เพราะคิดว่านายเป็นคนมีความสามารถ เหมือนคำพูดที่ว่า ผู้รู้สถานการณ์ คือผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ! น้องเซียวฝึกฝนร่างกายและกังฟูมาเป็นอย่างดี ไม่คิดว่ามันน่าเสียดายอย่างหรือไง?”
หวงซิง ผ่อนคลายบรรยากาศลงเล็กน้อย มันยังคงรู้สึกไม่เต็มใจ ตราบใดที่มันสามารถขอความช่วยเหลือจาก เซียวเฉิน ได้ เมื่อนั้นความมั่นใจของมันที่จะได้กลายเป็นผู้นำคนต่อไปของแก๊งอินทรีก็จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 80 เปอร์เซ็นต์!
“ฮ่าๆๆๆ ก็แค่กังฟูของคนไม่เอาไหน คงไม่อาจจะเอาไปโอ้อวดใครที่ไหนได้ ทำไมคุณหวงถึงได้ชอบฝืนใจคนอื่นนัก?”
เซียวเฉิน รู้สึกตลกที่ หวงซิ่ง จัดงานเลี้ยงแสนชั่วร้ายนี้ขึ้นเพื่อจะรับเขาไปเป็นลูกน้อง นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิดมาก่อน!
แต่ว่าเมื่อนึกถึงคำพูดของ ซู่ฉิง ที่บอกว่าแก๊งอินทรีเกิดความขัดแย้งภายในขึ้น เขาก็รู้สึกว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย ท้ายที่สุดแล้วการมียอดฝีมือขั้นที่ 1 เพิ่มขึ้นอีกแค่คนเดียวก็เพียงพอที่จะสามารถจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้!
ตอนนี้ หวงซิ่ง มอง เซียวเฉิน เหมือนกับเป็นมีดที่สามารถฟาดฟันและทำลายอุปสรรคที่ขวางหน้าของมันได้!
“กังฟูของคนไม่เอาไหน? ฮ่าๆๆๆ ฉันอยู่ที่แก๊งอินทรีช่วยเหลือผู้คนเอาไว้มากมาย คิดว่าจะมีคนที่รู้กังฟูแมวสามขาแบบน้องเซียวอีกกี่คน? กลุ่มเหยี่ยวที่มีสมาชิก 3,000 คนอย่างฉันก็มีแค่ ซุนเฟย คนเดียวเท่านั้น!”
หวงซิ่ง พูดแล้วก็หยุดสักพักหนึ่งแล้วพูดต่อ “ตราบใดที่นายเข้าร่วมกันฉัน ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ยิ่งกว่านั้นฉันยังสามารถทำให้นายกลายเป็นรองแกนนำกลุ่มเหยี่ยวนี้ได้ อยู่ใต้เพียงแค่ฉัน แต่อยู่เหนือคนนับ 3,000 คน นายคิดว่ายังไง?”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยขึ้น ใบหน้าของ กวงโถเซ่อ เริ่มเปลี่ยนไป ในใจรู้สึกอึดอัด ตัวมันทำงานให้กับกลุ่มเหยี่ยวมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ทว่าตอนนี้หัวหน้าของมันจะให้ เซียวเฉิน เข้ามาแล้วกลายเป็นรองแกนนำเลยได้ยังไงกัน?
“ฮ่าๆๆ แกนนำหวงพูดขนาดนี้แล้วฉันยังไม่ตอบตกลงอีก มันก็คงจะดูเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติใช่ไหม?”
เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น รองแกนนำงั้นเหรอ? แม้กระทั่งแก๊งอินทรีทั้งแก๊งก็ยังไม่อยู่ในสายตาของเขา นับประสาอะไรกับตำแหน่งกระจอกอย่างนี้?
ท้ายที่สุดแล้วทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่ได้เป็นคนระดับเดียวกัน หวงซิ่ง พยายามสุดชีวิต เพื่อดิ้นรนให้ได้ยึดครองตำแหน่งผู้นำของแก๊งอินทรีให้ได้!
ส่วนระดับของ เซียวเฉิน นั้นอยู่สูงกว่า เขาไม่ได้มองแก๊งอินทรี ซึ่งเป็นแค่แก๊งอันดับ 2 อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย แม้กว่าแก๊งอินทรีจะเป็นแก๊งที่ยึดครองบริเวณนี้เอาไว้ และมีลูกน้อยอยู่นับหมื่นคนก็ตาม!
“น้องเซียว นายจะตกลงหรือไม่?” หวงซิ่ง รู้สึกตื่นเต้น
“ไม่ตกลง”
“อะไรนะ?” หวงซิ่ง นิ่งอึ้ง ใบหน้าของมันหมองคล้ำลง “นายกำลังล้อฉันเล่นอยู่เหรอ?”
“เปล่า มันก็ยังเหมือนเดิม ทุกคนต่างมีความปรารถนาเป็นของตัวเอง!” เซียวเฉิน พูดจบ ก็มองไปที่ หลี่หานโฮ่ว แล้วพูด “ต้าหาน กินอิ่มหรือยัง?”
“ฉันอิ่มแล้ว”
“แล้วนายละ?” เซียวเฉิน หันไปถาม ติงลี่
“ผะ...ผมก็อิ่มแล้ว”
ติ่งลี่ ตัวสั่นเทิ้ม เขารู้สึกกดดันจนกินอะไรได้ไม่มากเท่าไหร่
“ ดี ฮ่าๆๆ ในเมื่อทุกคนอิ่มแล้วก็เตรียมตัวกลับได้” เซียวเฉิน หัวเราะ จากนั้นมองย้อนกลับไปที่ หวงซิ่ง “แกนนำซิ่ง ในเมื่อความขัดแย้งระหว่างพวกเราไม่มีแล้ว ยิ่งกว่านั้นพวกเราก็กินอิ่มหนำสำราญกันแล้วด้วย งั้นพวกเราจะไม่รบกวนแล้ว… ขอบคุณมาก สำหรับการต้อนรับในคืนนี้!”
ใบหน้าของ หวงซิ่ง หมองคล้ำลงยิ่งกว่าเดิม ว่าไงนะ? คิดว่ามากินดื่มกันเฉย ๆ จากนั้นก็เช็ดปากไปได้ง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ? คิดว่านี่เป็นอาหารกลางวันฟรี....ไม่ อาหารมื้อดึกฟรี คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรือไง!
“หัวหน้าเซียว นายไม่คิดจะเก็บกลับไปพิจารณาให้ดีก่อนเลยหรือไง?”
“เฮ้ แกนี่มันดื้อด้านจริง ๆ พี่เฉินของฉันบอกไปตั้งหลายรอบแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมกันนายไง!”
หลี่หานโฮ่ว ขมวดคิ้ว แล้วตะโกนเสียงดัง
“ดี! ในเมื่อไม่มาเข้าร่วมกับฉัน ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาพูดเรื่องอาการบาดเจ็บของต้าเซ่อกัน...” หวงซิ่ง เปลี่ยนสีหน้าของตัวเองโดยพลัน
“แกนนำหวง เมื่อครู่ไม่ได้คุยกันแล้วรึไง ว่าให้เลิกแล้วต่อกัน?”
เซียวเฉิน แสร้งทำเป็นช่วยไม่ได้ ทว่าในใจของเขากลับยิ้มเย็นขึ้น
“หากว่าแกเข้าร่วมกับฉัน เช่นนั้นพวกเราก็ถือว่าเป็นพี่น้องกัน แน่นอนก็สามารถปล่อยผ่านไปได้… แต่แกกลับไม่ยอมเข้าร่วมกับฉัน และหากมีคนกล้าทำร้ายพี่น้องของฉัน หวงซิ่ง มันก็เท่ากับตบหน้าแก๊งอินทรีของฉันด้วย และถ้าฉันไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง จากนี้ฉัน หวงซิ่ง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!” หวงซิ่ง เอ่ยเสียงเย็น
“แล้วแกคิดจะทำอะไร?”
เซียวเฉิน เอนหลังพิงเก้าอี้อย่างขี้เกียจ เขารู้สึกขี้เกียจที่จะแกล้งมันเล่นอีกต่อไป
“เวลาฉัน หวงซิ่ง ทำอะไร มันก็ต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน… แกทำให้พี่น้องของฉันต้องบาดเจ็บที่แขน เช่นนั้นฉันจะใช้แขนทั้ง 2 ข้างแกมาชดใช้! สำหรับพวกมันอีก 2 คนที่เหลือก็เหลือแขนไว้คนละข้าง!”
หวงซิ่ง บีบแก้วเหล้าและเผยหน้าตาที่ดุร้ายออกมา
“ฮ่าๆๆ คิดจะทำลายแขนทั้ง 2 ข้างของฉัน? แกมีปัญญารึไง?”
เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น นี่สิถึงจะเป็นความหมายของงานเลี้ยงแสนชั่วร้าย!
“ในฐานะคนของแก๊งอินทรี และกลุ่มเหยี่ยวที่มีลูกน้อยอยู่นับ 3,000 คน รวมถึงมือมีด 200 คนที่ซุ่มอยู่รอบ ๆ นี่ยังไงละ!”
เมื่อ หวงซิ่ง พูดจบ มาก็ยืนขึ้นแล้วปากแก้วเหล้าลงไปบนพื้น
เพล้ง!
เสียงแก้วแตกที่ดังคมชัดดังกังวาน เศษแก้วกระเด็นออกไป!
“ลงมือ!”
กวงโถเซ่อ ได้เตรียมการเอาไว้แล้ว เมื่อเห็นว่าแก้วของลูกพี่แตก ก็ตะโกนส่งเสียงและคว้ามีดมาเชเต้ที่อยู่ใต้โต๊ะจากนั้นฟันไปที่ ติงลี่ ผู้ซึ่งอยู่ใกล้มือของมันมากที่สุด!
“กำลังรอพวกแกอยู่เลย!”
หลี่หานโฮ่ว ระเบิดเสียงคำราม มือขวาของเขาที่จับขอบโต๊ะเอาไว้ตลอด เขาได้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพลิกคว่ำมันอย่างรวดเร็ว ได้ยินเพียงแค่เสียง ‘เคล้ง’ โต๊ะทั้งตัวก็พลิกคว่ำ พุ่งเข้าไปทาง หวงซิ่ง และ กวงโถเซ่อ
หวงซิ่ง ก้าวถอยหลังไปอย่างวดเร็ว และหลบหนีจากโต๊ะตัวนี้ได้ ทว่า กวงโถเซ่อ ไม่ได้โชคดีนัก มันถูกโต๊ะกระแทกเข้าอย่างจัง ทำได้แค่ส่งเสียงกรีดร้องออกมา
ในเวลาเดียวกัน กลุ่มชายชุดดำจำนวนมากก็ถือมีดมาเชเต้พร้อมกับพุ่งเข้ามา
“ปู่ซิ่ง!”
พวกมันแผดเสียงออกมาอย่างพร้อมเพรียง ก่อให้เกิดเป็นเสียงดังสนั่นข่มขวัญน่าตื่นตะลึง!
“ให้ตายเถอะ ฉันยื่นไมตรีไปแล้วแต่แกไม่ต้องการเอง!” หวงซิ่ง สบถด่า จากนั้นใช้มือที่ถือซิก้าร์ชี้ไปทาง เซียวเฉิน จากนั้นยิ้มอย่างโหดเหี้ยม “ฆ่ามันซะ!”
“ครับ!”
มือมีด 200 คนตะโกนเสียงดังพร้อมพุ่งเข้าใส่ กลุ่มทั้งสามคนของเซียวเฉิน!
“ย้ากก!”
หลี่หานโฮ่ว ระเบิดเสียงคำราม เขาหยิบโต๊ะขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็พุ่งกระแทกเข้าใส่กลุ่มมือมีด
ด้วยโต๊ะเนื้อแข็งผนวกเข้ากับพละกำลังอันมหาศาลของเขา ทำให้ตัวเขาเป็นเหมือนกับรถบรรทุกที่แล่นมาด้วยความเร็วสูง!
ปลั่กๆๆๆ!
มือมีดนับ 10 ที่อยู่แถวหน้าสุดถูกโต๊ะชนกระเด็นลอยออกไป เสียงเจ็บปวดดังระงมมาจากทั่วทุกทิศ!
“ฆ่า!”
ความโกรธเกรี้ยวของมือมีดที่อยู่แถวหลังปะทุขึ้น ทุกคนพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
ส่วนมือมีดที่เหลือ ซึ่งหลีกเลี่ยงการปะทะกับ หลี่หานโฮ่ว ก็พุ่งเข้าใส่ เซียวเฉิน และ ติงลี่ แต่พวกมันไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังรอพวกมันอยู่น่ากลัวยิ่งกว่า หลี่หานโฮ่ว!
ฟุ่บ!
เซียวเฉิน แย่งมีดมาเชเต้มาได้เล่มหนึ่ง จากนั้นใช้มันฟันออกไป เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว แขนของมือมีดคนหนึ่งถูกเขาตัดขาดออกไปในทันที!
“อ้ากกกกก...”
มือมีดคนนั้นส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด จากนั้นก็พบว่าแขนของตัวเองลงไปชักกระตุกอยู่บนพื้น!
“จะฆ่าคน แกก็ต้องเตรียมใจที่จะถูกฆ่าเหมือนกัน!”
เซียวเฉิน เอ่ยเสียงเย็น จากนั้นเขากวัดแกว่งมีดฝ่าเข้ากลางกลุ่มฝูงชน ในดวงตาของเขาไร้ซึ่งความเมตตา แสดงออกราวกับไม่ใช่ตนเอง แต่เป็นสัตว์ร้ายที่พร้อมขย้ำสังหารศัตรูให้สิ้น!
ติงลี่ ที่ยืนอยู่ด้านข้างมองเห็นเลือดสีแดงสดกระจายไปทั่ว ร่างกายสั่นเทิ้มจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาประสบพบเจอกับฉากเหตุการณ์แบบนี้ การที่จะควบคุมไม่ให้ปัสสาวะราดก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกิน!
โดยเฉพาะเมื่อได้สูดดมกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงเข้าไป ทำให้ท้องไส้ของเขาเริ่มปั่นป่วน เกิดความรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาในทันที!
“คิดอะไรอยู่?!”
ทันใดนั้นเสียงของ เซียวเฉิน ก็ดังขึ้น จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังตามขึ้นมา!
ติงลี่ ตั้งสติได้แล้วประจวบเหมาะกับเห็นว่า เซียวเฉิน ตวัดมีดฟันเข้าใส่มือมีดที่กำลังจะฟันตนเอง เหตุการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวจนร่างกายต้องหลั่งเหงื่อเย็นออกมาโดยอัตโนมัติ ในใจเต็มไปด้วยความขอบคุณ หากไม่ใช่เพราะพี่เฉิน ตัวเขาคงถูกฟันไปแล้ว!
“ผม ผม ผมรู้สึกกลัวนิดหน่อย...”
“กลัวอะไรกัน ในเมื่อตัดสินใจจะมาแล้วก็อย่ากลัว!” เซียวเฉิน ส่งมีดมาเชเต้ที่เปื้อนเลือดให้ ติงลี่ “มา ถือมันเอาไว้ให้แน่น ใครก็ตามที่คิดจะมาฟันนาย นายก็ฟันมันไปซะ! ถ้าพวกมันฟันนาย 1 ครั้ง นายก็ฟันกลับไป 3 ครั้ง!”
“ผม...ผมยังกลัวอยู่!” ติงลี่ ตัวสั่น ไม่กล้าถือมีดที่เต็มไปด้วยเลือดเล่มนี้
“นายไม่อยากจะฝึกฝนความกล้าหาญหรือไง? นายไม่อยากเป็นคนที่แข็งแกร่งงั้นเหรอ? หรือว่ายังอยากจะถูกรังแกอยู่อีก? ถ้าไม่อยากจะถูกรังแก ก็รับมีดเล่มนี้ไป!”
เซียวเฉิน พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา จากนั้นก็เตะมือมีดที่พุ่งเข้ามา
เมื่อได้ยินคำพูดของ เซียวเฉิน ติงลี่ ก็กัดฟัน จากนั้นยื่นมือที่กำลังสั่นของตัวเองออกไปรับมีดที่เปื้อนเลือดเล่มนั้น “ผมไม่อยากจะถูกรังแกอีกแล้ว!”
“จดจำเอาไว้ซะ ความกลัวที่อยู่ในใจของนาย บางครั้งมันยังน่ากลัวกว่ามีดพวกนี้ซะอีก...”
“ผม ผมจะเอาชนะความกลัว ผมไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว!”
ติงลี่ กระชับมีดมาเชเต้ขึ้น!
“ดี งั้นไปพิสูจน์ตัวเองซะ!”
เซียวเฉิน ตบไปที่บ่าของ ติงลี่ ในเมื่อเขาเลือกที่จะมาแล้ว เขาก็จะต้องเก็บเกี่ยวอะไรบางอย่างกลับไปด้วย!
“ย้าก!”
เซียวเฉิน กลัวว่า ติงลี่ จะไม่กล้าเหวี่ยงมีดออกไป เขาจึงตบไปที่มือมีดที่อยู่ด้านหน้าของตัวเองพร้อมกับตะโกนออกมา “ฟัน!”
“ฟัน!”
ติงลี่ รู้ถึงความตั้งใจดีของ เซียวเฉิน เขากัดฟัน หลับตา และฟาดฟันมีดมาเชเต้ออกไป!
“บัดซบ!”
เซียวเฉิน มองไปที่มีดของ ติงลี่ ก็กระโดดหลบ ถ้าฟันไม่โดนก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าโดนนี่หัวเขาคงหลุดออกจากบ่าแน่นอน!
เมื่อมีดนี้ตกลงไป แม้ว่ามีดของเขาจะไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง แต่ก็สามารถฟันไปที่มือมีดได้!
เซียวเฉิน ดึงมือมีดออกมาด้านข้างเล็กน้อย เพื่อไม่ให้มีดโดนหัวของมัน แต่ถูกฟันเขาใส่บนบ่าแทน มีเสียง ‘ฉัวะ’ ดังขึ้นจากนั้นเลือดเนื้อก็สาดกระเซ็นไปทั่ว!
“ลืมตาขึ้น อย่ากลัว!”
เซียวเฉิน พูดขึ้นอีกหนึ่งประโยค จากนั้นก็พุ่งตะลุยเข่นฆ่าท่ามกลางฝูงชน โดยไม่สนใจ ติงลี่ อีก
ในมุมของเขา ถ้าบุรุษอยากจะเติบโตขึ้น ก็จำเป็นจะต้องมีบาดแผล… คนอื่นไม่อาจจะช่วยอะไรได้มากนัก!
หากบอกว่าเพราะ ติงลี่ ฟันไปหลายครั้งจนเริ่มไม่รู้สึกกลัวแล้ว นั่นคงจะถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่า!
ตอนนี้ ติงลี่ เปิดตา มองดูมือมีดที่จมอยู่ท่ามกลางกองเลือด ด้วยตัวสั่นเทา เขาหวาดกลัวจนแทบเกือบจะขว้างมีดทิ้งไป!
แต่ว่าเขายังคงฝืนพยายามอดทนต่อความกลัว ยึดจับมีดมาเชเต้อย่างแน่วแน่ จากนั้นพูดพึมพำขึ้น “ใครจะมาฟันฉัน ฉันก็จะฟันมัน… ถ้าพวกแกไม่เข้ามาฟันฉัน ฉันก็ไม่อยากจะฟันพวกแกเหมือนกัน...”
แน่นอนว่าการพึมพำของเขาไม่มีผลอะไร ยังมีมือมีดอีก 2 คนพุ่งเข้ามา ในมุมมองของพวกมันแล้ว เจ้าคนที่กำลังตัวสั่นอยู่นี้ก็เป็นเหมือนกับคนที่ไร้พิษสงอะไร!
“เจ้าสัตว์กินหญ้า คิดจะหาเรื่องฉันงั้นเหรอ?”
ติงลี่ มองมือมีดที่เข้ามา เขาก็ตะโกนขึ้นจากนั้นชูมีดมาเชเต้แล้วก็...หันกายวิ่งหนี!
-----------------------