ย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70

    บทที่ 47 [อ่านฟรี 24 พฤศจิกายน 66 เวลา 19.00 น.]

    คุยกันสักนิด


    ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่สนับสนุนผลงานการเขียนของไรท์ขอให้นักอ่านทุกคน อ่านนิยายให้สนุกนะคะและไรท์ก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามและเป็นกำลังใจให้กับไรท์นะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++







    บทที่ 47






    ม่านซุ่นซีจ้องมองไปที่จางเพ่ยอินเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันมามองอาหารที่ยังคงวางอยู่ที่เดิม เพียงแต่ในตอนนี้มันถูกวางระเกะระกะไม่เป็นที่เป็นทางเหมือนเดิม


    “ฉันไม่ได้คิดที่จะใส่ร้ายใคร แต่ว่าอาหารที่หย่งอี้และเถียนจิ้งหวงกินไปดูเหมือนจะมีแค่หมูตุ๋นน้ำแดง เป็ดปักกิ่ง และหมูผัดเปรี้ยวหวาน ซึ่งอาหารเหล่านี้ก็ไม่ใช่อาหารที่ฉันหรือว่าเมิ่งเหวินฮั่นกับเพื่อนของเขาพกมาด้วยเช่นกัน แบบนี้จะมาบอกว่าเป็นเพราะพวกเราสามคนคงจะเป็นไปไม่ได้แล้วละ แค่พวกคุณมองก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าตรงหน้าของพวกเขามีแต่จานอาหารที่พวกเธอเอามาเพียงเท่านั้น อีกอย่างพวกคุณได้กินอาหารของเธอกันหรือเปล่าละครับ”


    หานสือฉินคิดตามคำพูดของม่านซุ่นซี ซึ่งก็เป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูดออกมา เพราะว่าเขาไม่ได้แตะต้องจานอาหารของจางเพ่ยอินและเลี่ยงเหมยหรูเลยแม้แต่คำเดียว เนื่องจากอาหารของพวกเธอนั่นถูกหย่งอี้และเถียนจิ้งหวงหยิบเอาไปไว้กับตัวเองแล้ว เนื่องจากว่าอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่มีราคาแพงและดูน่ากินเป็นอย่างมาก


    ดังนั้นด้วยความที่หย่งอี้และเถียนจิ้งหวงไม่เคยได้กินอาหารเหล่านี้ อีกฝ่ายจึงรู้สึกหวงกลัวว่าอาหารตรงหน้าจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของตัวเอง คนอื่นจึงไม่ได้แตะต้องอาหารทั้งสามอย่างนั้นเช่นเดียวกับม่านซุ่นซี เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนนั่นเอง


    “ฉันก็ไม่ได้กินเหมือนกัน ที่ฉันกินก็มีแค่เนื้อหมูตากแห้ง ผัดใบเหลียงใส่ไข่ แล้วก็ข้าวผัดเท่านั้น”


    ชาวบ้านที่มาพร้อมกับหานสือฉินยกมือของตัวเองขึ้นมาในทันที “พวกผมก็กินแค่เนื้อตากแห้งกับข้าวผัดเท่านั้น”


    “ในเมื่อไม่มีใครแน่ใจว่าเกิดจากอาหารจานไหน ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เก็บอาหารทุกจานแล้วนำไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบดูอีกทีก็แล้วกัน”


    เสิ่นเจ๋อหยวนหันไปมองหน้าเมิ่งเหวินฮั่น ก่อนที่เขาจะก้มลงเก็บอาหารเพื่อนำไปมอบให้กับตำรวจอย่างที่ตัวเองพูดขึ้นเมื่อสักครู่


    ซึ่งแน่นอนการกระทำของเสิ่นเจ๋อหยวน เมิ่งเหวินฮั่นและม่านซุ่นซี ต่างก็ทำให้เลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินรู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับเลี่ยงเหมยหรูที่ใบหน้าซีดเซียวจนเห็นได้ชัด รวมไปถึงฝ่ามือที่บัดนี้ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ดังนั้นเลี่ยงเหมยหรูจึงทำเพียงยืนอยู่ด้านหลังของจางเพ่ยอิน เพื่อหวังให้เพื่อนของเธอคอยบดบังความผิดปกตินี้ให้กับตัวเอง


    “จะเอาไปทำไมกัน”


    จางเพ่ยอินรีบตรงเข้าไปหาเสิ่นเจ๋อหยวนในทันที เวลานี้เธอไม่สนใจแล้วว่าอีกฝ่ายจะมองเธอเป็นคนยังไง เพราะว่าถ้าหากเธอไม่ทำเช่นนี้ออกไป เธอก็กลัวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจพบเจอกับยาที่เธอและเหมยหรูใส่ลงไปในอาหารเหล่านั้นเป็นแน่ และเมื่อถึงเวลานั้นสิ่งที่พวกเธอจะพบเจอก็คงจะเป็นแค่คุกคุมขัง


    “พวกคุณทุกคนก็คิดว่าเป็นเพราะฉันและเหมยหรูใช่ไหมล่ะ เป็นเพราะว่าพวกเราเป็นผู้หญิง พวกคุณถึงได้คิดที่จะกลั่นแกล้งหรือรังแกพวกเรายังไงก็ได้ใช่ไหม”


    เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิทอย่างจางเพ่ยอิน เลี่ยงเหมยหรูก็เดินออกมาจากด้านหลังของจางเพ่ยอิน พร้อมกับจ้องมองไปที่ชายทั้งห้าคนซึ่งไม่รวมอี้หย่งและเถียนจิ้นหวงด้วยความไม่พอใจ ถึงแม้ว่าเธอจะและจางเพ่ยอินจะทำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาจริง แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นถึงผู้ชาย ทำไมผู้ชายพวกนี้ถึงได้รังแกพวกเธอที่เป็นเพียงหญิงสาวกัน โดยเฉพาะเมื่อเลี่ยงเหมยหรูหันไปมองเมิ่งเหวินฮั่น ชายหนุ่มที่เธอชื่นชอบเป็นอย่างมาก อีกฝ่ายก็ไม่คิดที่จะใส่ใจเธอเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังเข้าพวกกับคนเหล่านั้นอีกต่างหาก


    “เอาจานอาหารของพวกเรามานะ พวกคุณทำแบบนี้ได้ยังไงกัน ทำไมพวกเราจะต้องทำแบบนั้นกับพวกคุณด้วย คอยดูเถอะฉันจะให้ครอบครัวของฉันไปฟ้องเรียกค่าเสียหายกับพวกคุณให้หมดทุกคน”


    เลี่ยงเหมยหรูรีบดึงจานอาหารของตัวเองมาเก็บไว้กับตัว รวมไปถึงจานอาหารของตัวเองด้วย หลังจากเก็บลงตะกร้าเรียบร้อยแล้วนั้น เลี่ยงเหมยหรูก็กลับมายืนอยู่ด้านข้างของจางเพ่ยอินอีกครั้ง


    เสิ่นเจ๋อหยวนจ้องมองไปที่ผู้หญิงทั้งสองคนด้วยแววตาราบเรียบ “ไม่ต้องรอให้ครอบครัวของคุณไปฟ้องร้องหรอกนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวพวกผมจะแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบเลยละกัน เมื่อถึงเวลานั้นพวกคุณสองคนก็ฟ้องร้องกับตำรวจเลยก็ได้นะ บอกว่าเสิ่นเจ๋อหมิงและเมิ่งเหวินฮั่น หน่วยปฏิบัติการพิเศษค่ายทหารเหอเป่ย เป็นคนที่พวกคุณสองคนต้องการฟ้องร้องได้เลย”


    เลี่ยงเหมยหรูรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เธอไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะไม่ใส่ใจถึงขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เธอพูดออกไปเพียงเพื่อให้อีกฝ่ายหวาดกลัวเพียงเท่านั้น


    “ในเมื่อแต่ละคนต่างก็คิดว่าอาหารของตัวเองไม่มีปัญหา ถ้าอย่างนั้นก็นำอาหารทั้งหมดไปมอบให้ตำรวจเพื่อตรวจสอบก็แล้วกัน”


    หานสือฉินเดินเข้าไปหาเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอิน ก่อนที่เขาจะดึงเอาตะกร้าใส่อาหารของอีกฝ่ายมาถือเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าจางเพ่ยอินและเลี่ยงเหมยหรูต่างก็ไม่ยินยอม แต่ด้วยแรงของผู้ชายที่มีมากกว่าพวกเธอ ทำให้ในที่สุดหานสือฉินก็สามารถนำตะกร้าใส่อาหารของอีกฝ่ายมาถือเอาไว้ได้ในที่สุด


    “ไม่ไหวแล้ว เพ่ยอิน พวกเรามาเล่นสนุกกันดีกว่านะจ๊ะ”


    อี้หย่งไม่สามารถหักห้ามความต้องการของตัวเองเอาไว้ ทำให้เขารีบวิ่งเข้าไปหาจางเพ่ยอินในทันที ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความที่เขาและจางเพ่ยอินเคยหลับนอนด้วยกันอยู่หลายครั้ง ดังนั้นเมื่อความร้อนรุ่มที่มีอยู่ในร่างกายของเขาไม่หายไปสักที อี้หย่งจึงคิดที่จะใช้เรือนร่างของจางเพ่ยอินเพื่อดับความร้อนเหมือนเช่นทุกครั้ง


    “ไหนๆ พวกเราก็เคยเล่นสนุกกันมาหลายครั้งแล้ว ดังนั้นวันนี้เธอช่วยฉันกับจิ้งหวงอีกครั้งก็แล้วกัน”


    ยังไม่ทันที่หานสือฉินจะได้จับตัวของอี้หย่งและเถียนจิ้งหวงก็วิ่งตรงไปยังร่างของเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าหลังจากที่พวกเขาสามารถเข้าใกล้ผู้หญิงทั้งสองคนแล้วนั้น อี้หย่งและเถียนจิ้งหวงต่างก็โอบกอดร่างของเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินเอาไว้อย่างแนบแน่น


    “กรี้ดดด ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”


    เลี่ยงเหมยหรูตะโกนออกมาด้วยความตกใจและแน่นอนว่าถ้าหากชายที่กำลังโอบกอดเธออยู่ในตอนนี้เป็นเมิ่งเหวินฮั่น เธอจะรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเป็นเถียนจิ้งหวงที่เธอรังเกียจเพราะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น เลี่ยงเหมยหรูก็อดรู้สึกอยากจะอาเจียนและด่าทออีกฝ่ายออกมาไม่ได้ แต่เพราะเรี่ยวแรงของเธอไม่อาจจะสู้ผู้ชายได้นั้น ทำให้เลี่ยงเหมยหรูทำได้เพียงสะบัดร่างกายของตัวเองไปมา เพื่อหวังว่าจะหลุดออกจากการโอบกอดของอีกฝ่ายไปได้


    โชคดียังที่ชาวบ้านอีกสองคนที่มากับหานสือฉินเข้ามาช่วยเหลือเธอและจางเพ่ยอินเอาไว้ ทำให้ในที่สุดเธอก็สามารถหลุดรอดจากเหตุการณ์น่ารังเกียจเหล่านั้นได้ในที่สุด


    “ค่อยดูเถอะฉันจะให้ครอบครัวของฉันมาจัดการนายให้หนักเลยคอยดู”


    ใบหน้าของเลี่ยงเหมยหรูยังคงเปอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพราะความหวาดกลัวและรังเกียจที่อีกฝ่ายจับต้องร่างกายของเธอนั่นเอง ถึงแม้ว่าเธอจะดูเหมือนเป็นคนไม่คิดอะไรมาก แต่นั่นมันก็สำหรับชายหนุ่มที่เธอชื่นชอบอย่างเมิ่งเหวินฮั่นเพียงแต่เท่านั้น


    แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา เลี่ยงเหมยหรูก็อดที่จะส่งสายตาตัดพ้อไปให้กับเมิ่งเหวินฮั่นไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายทำเพียงยืนดูเธอถูกจับเนื้อต้องตัวเพียงเท่านั้นและไม่คิดที่จะเข้ามาช่วยเหลือเลยแม้แต่นิดเดียว


    อี้หย่งที่ถูกชาวบ้านคนหนึ่งจับตัวเอาไว้นั้นก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เมื่อเขาได้ยินคำพูดของเลี่ยงเหมยหรู เพราะถ้าหากอีกฝ่ายบอกกล่าวกับครอบครัวหรือชาวบ้านคนอื่น คนที่จะเสียหายย่อมต้องเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ไม่ใช่ผู้ชายอย่างเขาที่จะเป็นผู้เสียหายในครั้งนี้


    “เอาเลยสิ ถ้าหากเธออยากจะแต่งงานกับฉันก็ไปบอกครอบครัวของเธอเลย ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าครอบครัวของเธอจะมาต่อว่าฉันหรือว่าจะให้เธอแต่งเข้าบ้านอี้ของฉันกันแน่”


    แต่ก่อนที่เลี่ยงเหมยหรูจะได้ต่อว่าอี้หย่งไปอีกรอบนั้น เสียงตะโกนของใครบางคนก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่เลี่ยงเหมยหรูได้เห็นครอบครัวของเธอกำลังเดินมากับชาวบ้านนั้น ก็รู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ว่าเธอจะเป็นที่ชื่นชอบของบ้านเลี่ยง แต่สำหรับเรื่องนี้แล้วเป็นเรื่องใหญ่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว อีกทั้งคนในครอบครัวของเธอก็ยังเป็นคนหัวโบราณอีกด้วย ซึ่งถ้าหากอีกฝ่ายรับรู้ว่าอี้หย่งได้จับเนื้อต้องตัวของเธอแล้วนั้น ไม่แน่ว่าครอบครัวของเธออาจจะให้เธอแต่งงานกับอีกฝ่ายก็เป็นได้


    “เหมยหรู ทำไมลูกถึงได้มาอยู่ที่นี่”


    ไป๋ซูเหมียวเดินเข้าไปหาลูกสาวของเธอด้วยความเป็นห่วง เพราะปกติแล้วลูกสาวของเธอไม่เคยที่จะต้องเข้ามาในป่าในเขาแบบนี้มาก่อน ดังนั้นเมื่อเห็นลูกสาวของเธออยู่ที่แห่งนี้ ไป๋ซูเหมียวจึงรู้สึกเป็นกังวลและเป็นห่วงอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก


    ซึ่งในครั้งนี้ที่ไป๋ซูเหมียวมาพร้อมกับชาวบ้านในป่าแห่งนี้ ก็เพราะว่ามีใครบางคนไปตะโกนโหวกเหวกบอกว่ามีชายหนุ่มกำลังดักฉุดผู้หญิงในหมู่บ้านไปข่มขืนในป่านั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าไป๋ซูเหมียวก็รู้สึกเป็นกังวลด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากลูกสาวของเธอหายไปจากบ้านและไม่มีใครในบ้านพบเจอกับอีกฝ่ายเลย


    “ไม่เป็นอะไรใช่ไหม บอกแม่มาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าใครเป็นคนพาลูกมาที่นี่กันแน่ แม่จะจัดการให้ลูกเอง”


    ในตอนแรกเลี่ยงเหมยหรูไม่คิดจะพูดสิ่งใดออกไป แต่เมื่อเธอได้เห็นท่าทางของเมิ่งเหวินฮั่นที่แสดงออกมาว่าเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เลี่ยงเหมยหรูรู้สึกผิดหวังและน้อยใจเป็นอย่างมาก ดังนั้นเธอจึงคิดที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อผูกมัดอีกฝ่ายเอาไว้กับตัว นอกจากนี้เธอยังจะทำให้เพื่อนสนิทของเธออย่างจางเพ่ยอินได้แต่งงานกับเพื่อนสนิทของเมิ่งเหวินฮั่นอีกด้วย และหลังจากนั้นพวกเธอสองคนเพื่อนสนิทก็จะกลายเป็นเพื่อนสะใภ้ในตำบลเหมือนกัน






    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ

    ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาเป็นสตรีมเมอร์ในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604