“ อ้าว..หรือว่าจะไปดิ้นหลังเที่ยงคืน ”
เฉินห่าวกลับบ้านก่อนฟ้าสาง สิ่งแรกที่เขามองเห็นคือลูกสาวนอนผิดที่ผิดทาง ศีรษะหันผิดด้าน แต่มังกรยังคงอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
“ เฟยหลง ลูกสาวฉันนอนดิ้นเหรอ ”
มังกรพยักหน้ารับ มันไม่อยากโกหกแต่จำได้ว่าเด็กสาวห้ามไม่ให้บอกป๊ะป๋า
“ สงสัยต้องพาไปพบแพทย์สักหน่อย เดี๋ยวไม่ดีต่อสุขภาพ ”
เฉินห่าวไล่ให้มังกรไปเตรียมอาหาร ส่วนเขารีบอาบน้ำแต่งตัวไปรับลูกค้า ทันทีที่เป่าเป้ยตื่นนอนเขาก็บอกมังกรให้พาไปด้านล่างเพื่อมองดูพระอาทิตย์ขึ้น
เฉินห่าวพยายามสังเกตลูกสาว กลัวว่าการนอนดิ้นจะทำให้เกิดสภาวะบางอย่าง นับเป็นเวลาอาทิตย์หนึ่งแล้วที่ลูกสาวของเขาง่วงนอนในตอนเช้าไม่สดชื่นเหมือนช่วงแรกที่เขาเข้าสิงร่าง
“ เป่าเป้ยยังง่วงอยู่เหรอ ”
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ ภายในมือยังถือขวดนมและช้อนตักอาหารบดเข้าปากช้าๆ โดยมีมังกรคอยช่วยอยู่ใกล้ๆ
เฉินห่าวจึงคิดว่าเขาควรจะพาเธอไปหาหมอ แต่รอให้นอนอีกสักงีบก่อน ไม่นานร้านของเขาก็มีรถหรูวิ่งเข้ามาจอด เจ้าของรถคือหลี่อิง เฉินห่าวเห็นเหตุการณ์นี้จนชินตาแล้วจึงปล่อยให้เธอเข้ามาออกกำลังกาย หลังจากนี้ 3 ชั่วโมงจะได้ไปแจกอาหารต่อ
“ พี่ชายสวัสดีค่ะ ”
“ กินข้าวมาแล้วใช่ไหม เอาล่ะไปฟันดาบตรงนั้นให้ครบพันครั้งเลย ”
เหมยลี่ยิ้มรับคำสั่งแล้วเดินไปฟันดาบบริเวณพื้นที่ว่าง ไม่นานกลุ่มของอ้ายเสินก็เดินทางมาร้าน ตอนนี้อุปกรณ์ของเขามีมากถึง 50 เครื่อง สามารถรองรับผู้คนได้มากถึง 50 คนต่อชั่วโมง
อย่างไรก็ตามเขายังคงซื้ออุปกรณ์เลเวล 1 ออกมาติดตั้งเรื่อยๆ จนกว่าชั้นแห่งนี้จะเต็มไปด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายเลเวล 1
คะแนนที่เขาได้รับต่อวันมากถึง 8,000 หน่วย เขาสามารถสร้างอุปกรณ์ได้วันละ 8 ชิ้น โดยเงินส่วนใหญ่ที่เขาควักออกมาจ่ายคือเงินที่ได้จากตาเฒ่าหงซวน ลูกค้าเลเวลสูงคนแรกที่ควักเงินออกมาจ่ายมหาศาล แค่ค่าชี้แนะแนวทางการใช้ดาบในวันสุดท้ายก่อนจากไปก็มากถึง 500 ล้านเหรียญแล้ว ยังไม่รวมกับค่าใช้งานอุปกรณ์ออกกำลังกายที่จ่ายเขามากถึง 4,000 ล้านเหรียญ
ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในร้านอีกเช่นเคย กลุ่มของอ้ายเสินได้เข้าไปต้อนรับแทนเขา นอกจากจะปัดกวาดเช็ดถูแทนมังกรน้อยแล้ว พวกมันยังสลับกันไปยืนหน้าร้านเพื่อเรียกลูกค้าให้เขาอีก
เฉินห่าวพอใจกับท่าทางของกลุ่มอ้ายเสินไม่น้อย ดูท่าการสอนวรยุทธ์ให้กลุ่มของอ้ายเสินจะทำให้พวกมันรักฟิตเนสแห่งนี้ไม่ต่างจากบ้านหลังที่สอง
[ ท่านผู้ชมคะ เช้านี้พบกับเราคุยข่าวเช้าตรู่ หลายคนคงวิตกไม่น้อยเกี่ยวกับสถานะการณ์เขต X ของเราที่ยังไม่สงบลง ]
ทีวีรุ่นเก่ารายงานข่าวเช้าของเมือง X เหล่าคนที่เข้าใช้หลงเฉียงฟิตเนสยังคงให้ความสนใจข่าวเช่นเดิมเพราะหลายวันที่ผ่านมานี้ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรอยต่อของเขต X และเขต Y เพิ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
ต่อให้พันโทจะเดินทางกลับเข้าสู่สนามรบแล้ว การต่อสู้กลับไม่มีท่าทีว่าจะคลี่คลายลงเลย
[ เอาล่ะค่ะ มาพบกับข่าวแรกของเช้านี้กันเลย ทางทหารรายงานผลการสู้รบตลอดช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทางเราเสียทหารไปทั้งหมด 23 นายจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์ โดยทั้งหมดเป็นทหารฝีมือดี การเสียชีวิตในครั้งนี้ พันโทเล่ารายละเอียดว่าเกิดจากราชามอนสเตอร์วางแผนลอบตลบหลังพวกเขาระหว่างออกลาดตระเวน ]
“ ฉันไม่อยากจะคิด ถ้าพันโทคนนั้นยังไม่กลับไปมันจะเกิดอะไรขึ้น ”
“ หัวหน้า ผมว่ารอยต่อระหว่างเขต X และเขต Y คงถูกตัดขาดแน่ๆ ส่วนเราก็เป็นคนที่ติดอยู่ในดงมอนสเตอร์ที่ล้อมรอบทุกทิศทาง ไม่แน่นะ ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิตก็ได้ที่เราจะได้นั่งเครื่องบินของกองทัพ ”
“ แกจะดีใจทำซากอะไร ถ้าแกได้นั่งเครื่องบินของกองทัพก็หมายความว่าแกกำลังอพยพ ”
“ ก็ผมอยากนั่งนี่ ”
เฉินห่าวเลิกให้ความสนใจกลุ่มของอ้ายเสินที่กำลังคุยกันหลังจากฟังข่าว สถานการณ์สงครามระหว่างรอยต่อของเขตทำเอาเขารู้สึกกังวลไม่น้อยเช่นเดียวกัน
เขาเปิดดูแผนที่เมืองหวงซีดูแล้ว เขต X ของพวกเขาอยู่ต่ำสุดติดกับพื้นที่มอนสเตอร์ ทว่ามอนสเตอร์กลับใช้วิธีบุกรอยต่อระหว่างเขต Y เพื่อกลืนกินเขต X
จากรายงานพวกมันไม่ได้ทำแบบนี้แค่ครั้งเดียว หลายเมืองต้องเผชิญหน้ากับการถูกมอนสเตอร์บุกรอยต่อของเมืองเพื่อกลืนกินพื้นที่รอบนอกไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็สามารถเข้าไปโจมตีใจกลางเมือง
จากคำแนะนำของทางระบบ เขาสามารถย้ายร้านออกจากเขตแห่งนี้ได้
เพียงแต่ว่าเขาจะต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ดัมเบลที่สร้างขึ้น จักรยานปั่นหรือแม้แต่ลูกกลิ้งบริหารหน้าท้อง ทุกอย่างจะถูกลบหายไป
หากเขาอยากจะคงพวกมันเอาไว้มีทางเดียวคือการขยายสาขา หลังจากเขาอัพเลเวลไปถึง 3 สามารถขยายสาขาไปยังเมืองอื่นได้
การขยายสาขาเขาสามารถโยกย้ายอุปกรณ์ต่างๆตามไปได้ แต่การอัพเลเวลของทางระบบยากมากไม่น้อยเพราะเขาต้องทำภารกิจที่มอบให้เรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้แม้แต่เลเวล 2 เขายังไปไม่ถึง ทั้งๆที่เหลือการทำภารกิจอีก 1 ครั้งเท่านั้น ภารกิจเดียวที่ปรากฎขึ้นกลับเป็นภารกิจตามหาสมาชิกให้ได้ 500 คน
“ บอกว่ามีภารกิจทั่วไปให้ทำ แต่ไม่เห็นมันจะปรากฎเลย ระบบแกไม่ได้โกหกกันใช่ไหมเนี่ย ”
เฉินห่าวเท้าคางพลางบ่นพึมพำมองดูสมาชิกเข้าออกร้าน เหล่าฮันเตอร์มีจำนวนไม่มากที่เข้ามาใช้งาน เนื่องจากส่วนใหญ่อพยพออกจากเขตเพราะกลัวว่าทหารจะไม่สามารถควบคุมสงครามเอาไว้ได้ อีกส่วนที่มีสังกัดถูกส่งไปยังรอยต่อของเขตเพื่อทำสงคราม จึงเหลือฮันเตอร์ไร้สังกัดไม่มาก แต่พวกเขาก็ยังไม่เชื่อเรื่องค่าสถานะ 0.1 ที่เพิ่มขึ้นในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง
ทางฝั่งนักเรียนมีการเพิ่มขึ้นทีละน้อย เนื่องจากว่านักเรียน ม.6 ของโรงเรียนสายลมมีไม่มาก ส่วนนักเรียน ม.5 ยังไม่ได้แสดงท่าทางกระตือรือร้นกับการสอบเหมือน ม.6
ซึ่งนักเรียนที่มาใช้งานมีเพียงนักเรียนสายลมที่เดินทางมาใช้งาน ส่วนอีกโรงเรียนเขาไม่ได้เดินทางไปโปรโมท
เฉินห่าวรู้สึกเศร้าเพราะเขาไม่ได้เดินทางไปโรงเรียนอีกแห่งของเขตเพื่อหาใครสักคนมาฝึกเหมือนเหมยลี่ ตอนนี้จึงทำได้เพียงรอให้นักเรียนจากโรงเรียนแห่งนี้โผล่เข้ามาลองสักคนแล้วกลับไปบอกต่อ
ฉ่า!
กลิ่นหอมลอยเตะจมูกอีกครั้ง เฉินห่าวพบว่าคุณหนูหลี่อิงเริ่มทำอาหารแล้ว วัถตุดิบที่เตรียมเอาไว้กลับต่างจากทุกที เขาจึงนั่งมองอยู่สักพักก่อนจะเข้าใจสิ่งที่คุณหนูหลี่อิงต้องการทำ
ดูท่าวันนี้เธอจะทำอาหารให้ได้หลายอย่างมากที่สุด เพื่อขอคำแนะนำจากคนชิม
แม้จะมีการแจกเช่นเดิม การแจกกลับจำกัด อาหารแต่ละอย่างคงหยุดแจกหลังจากมีคนชมครบ 10 คนแล้วจากนั้นก็ทำอาหารใหม่ไปเรื่อยๆจนครบตามจำนวนที่เฉินห่าวให้ไว้
“ โอ้ ดูเหมือนว่าจะค้นพบเทคนิคแล้วสินะ ไม่เลวๆ ”
การร่อนกระทะดูชำนาญไม่ต่างจากเชฟตามภัตราคาร ตะหลิวในมือควงเป็นจังหวะพอเหมาะทำให้วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารยังคงอยู่ในสภาพดี เพียงไม่ถึง 5 นาทีอาหารอย่างแรกก็ตักใส่กล่องโดยมีผู้คน 15 คนได้รับมัน
พ่อบ้านที่คอยจัดระเบียบการเข้ารับขอฟังคำวิจารณ์หลังจากนั้น โดยทุกคนที่ตักอาหารชิมก่อนจะนำกลับบ้านล้วนแล้วพอใจ
“ มันอร่อยมาก ฉันชอบมันมากๆเลยล่ะ ”
หลี่อิงยังคงทำหน้านิ่งเช่นเดิม ถึงอย่างนั้นเธอยังคงพยักหน้ารับคำวิจารณ์อย่างต่อเนื่องแล้วทำอาหารใหม่ๆ ไม่มีใครรู้ว่าจะได้อะไร รู้เพียงแค่ว่าเมื่อถึงคิวของพวกเขาจะมีอาหารวางเอาไว้
ถึงอย่างนั้นไม่มีใครแสดงท่าทางไม่พอใจออกมา เนื่องจากวัตถุที่ใช้ดูมีคุณภาพไม่น้อย แล้วหน้าตาอาหารก็ออกมาดูดี ต่อให้แถวจะยาว พวกเขากลับพอใจที่ได้อาหารแบบสุ่ม
เฉินห่าวมองดูผู้คนสลับกับมองวัตถุดิบที่กำลังลดลงเรื่อยๆ ภายในใจของเขารู้สึกหดหู่ไม่น้อยเพราะคำวิจารณ์ด้านลบลดน้อยลงมากกว่าวันแรก ในจำนวนกับข้าวแต่ละชุดที่จัดไว้เพียง 15 กล่องจะมีคนไม่ชอบ 2 - 3 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือชอบมันอย่างมาก
“ จะเหลือให้ฉันสักกล่องไหมเนี่ย ”
อีกความกังวลที่ทำให้เขานั่งไม่ติดพื้นคืออาการกลัวข้าวกล่องหมด ทุกเที่ยงและเย็นเขาจะหวังพึ่งข้าวกล่องคุณหนูหลี่อิง แต่ดูเหมือนว่าวันนี้มันจะหมดเร็วกว่าเมื่อวาน
เขารู้สึกพอใจที่คุณหนูเข้าใจวิธีทำอาหารจากการตกตะกอนความคิดหลายอย่าง ในความพอใจที่ลูกค้าคนนี้จะปลุกพรสวรรค์กลับทำให้เขาเศร้าที่จะไม่ได้กินข้าวฟรี
ตึง!
กระทะและตะหลิววางลงคู่กัน เตาไฟที่เปิดเอาไว้ถูกปิดอย่างเบามือ หลี่อิงที่แจกอาหารมาตลอดทั้งวันค่อยๆนำผ้าขึ้นมาเช็ดหน้าตามด้วยเช็ดมือ ก่อนจะขอให้แม่บ้านทำอาหารแจกจ่ายจนกว่าทุกคนที่รออยู่หน้าร้านจะไม่เหลืออยู่อีก
เธอหยุดทำอาหารด้วยตนเองเป็นเพราะว่าอาหารทั้ง 100 อย่างที่ทำได้รับคำชมครบหมดแล้ว
“ เถ้าแก่คะ มีอะไรที่ฉันจะต้องทำอีกไหมคะ ”
เฉินห่าวถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากคุณหนูหลี่อิงเดินมาสอบถามเขาเกี่ยวกับการปลุกพรสวรรค์
“ ไม่แล้วล่ะ เอานี่กุญแจห้องพักบนชั้น 2 ภายในห้องจะมีจักรยาน 1 เครื่องติดตั้งเอาไว้ ให้เธอเล่นเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจ จากนั้นพรสวรรค์จะตื่นขึ้นมาเอง ”
ความดีใจเผยบนใบหน้าของหลี่อิงเมื่อรู้ว่าพรสวรรค์ใกล้ตื่นแล้ว แต่เธอสงสัยมากกว่าทำไมตัวเองถึงใช้อุปกรณ์ได้เกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน
เฉินห่าวรู้ว่าหลี่อิงจะถามอะไรเขาจึงอธิบายเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้มีเรื่องเข้าใจผิด
“ สำหรับลูกค้าที่ลงคอร์สจะกลายเป็นลูกค้าพิเศษในช่วงสุดท้าย ฉันสามารถโยกเวลาทั้งหมดในการออกกำลังกายมากองไว้วันเดียวได้ เธอจะต้องเล่นอีก 2 วันใช่ไหม งั้นก็เล่นให้จบวันนี้เลย ”
เฉินห่าวโบกมือไล่คุณหนูอย่างไม่ใส่ใจ
“ พี่ชาย หนูทำข้าวกล่องมาให้ด้วยนะ ”
“ อืม แบบนี้ค่อยน่ารักขึ้นมาหน่อย ไปไป จะได้ปลุกพรสวรรค์เร็วๆ ”
เฉินห่าวมองดูหลี่อิงเดินขึ้นชั้นสอง อย่างไรก็ตามเขากลับเป็นฝ่ายฉีกยิ้มกว้างมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก การส่งหลี่อิงไปที่ชั้น 2 เขาไม่ได้แค่ต้องการให้เธอไปใช้งานอุปกรณ์ด้วยสิทธิพิเศษแต่อย่างใด เขาแค่ต้องการให้เธอเดินผ่านจุดที่เหมยลี่กำลังฝึกดาบอยู่ก็เท่านั้น
ทันใดนั้นเด็กสาวผมสีดำที่เดินด้วยท่าทางมุ่งมั่นและดีใจที่จะได้ปลุกพรสวรรค์กลับหยุดเท้าก่อนจะก้าวขาขึ้นบันได สิ่งที่มองเห็นสร้างความตกใจให้เธอไม่น้อยเพราะคนที่เคยใช้ไม้ไล่หวดเธอเมื่อครึ่งเดือนก่อนกำลังฟาดฟันดาบด้วยความช่ำชองไม่ต่างจากเธอที่ฝึกมาตั้งแต่เด็ก
เฉินห่าวรีบหันกลับมามองข้าวกล่องกลัวถูกจับได้ว่าวางแผนเอาไว้ให้คุณหนูหลี่อิงไปพบกับเหมยลี่
โดยแผนการในครั้งนี้ที่เขาวางเอาไว้คือการหลอกขายคอร์สสอนวรยุทธ์แบบพิเศษให้กับคุณหนูตระกูลซู ต่อให้เขาจะไม่ได้ชื่อเสียงหากว่าเธอสร้างผลงานได้ดีก็ตาม การที่เขาเป็นผู้ชี้แนะทักษะให้ก้าวหน้าได้รวดเร็วนั้น เฉินห่าวคิดว่าตนเองจะต้องได้ผูกมิตรกับตระกูลซูอย่างแน่นอน
ในภายภาคหน้าตระกูลซูทั้งตระกูลอาจจะกลายเป็นสมาชิกร้านของเขา การมีตระกูลใหญ่เข้าออกยิ่งจะทำให้ฟิตเนสของเขาได้รับชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น