ตอนที่41 ภารกิจแรกจากกองกำลังพิเศษ
ปรากฏว่าความประมาททำให้โยวจี้พลาดท่าถูกมีดหิมะถล่มใส่จนร่างเต็มไปด้วยบาดแผล ความโมโหทำให้มันกลายร่าง
กลับเป็นนกอินทรียักษ์แล้วพุ่งเข้าใส่ราชครูทั้งสยายปีกสะบัดมีดเกร็ดหิมะ ทั้งกรงเล็บแหลมคมตวัดเข้าใส่ร่างราชครูทั้งซ้ายขวา จงอยปากแหลมคมก็จิกกัดไม่ยั้ง
เมื่อราชครูเจอเข้ากับกระบวนท่าสุดโหดเหี้ยมและพลังปราณที่ขับออกมาอย่างเต็มที่ของโยวจี้เขาจึงพลาดท่าจากความมั่นใจมากเกินไป
“อ๊าก อุ๊บโอ๊ย........ฟิ้ว ตุ๊บ”
ร่างของราชครูลอยละลิ่วตกลงบนพื้นห่างออกไปหนึ่งลี้
จากนั้นโยวจี้พุ่งตัวออกไปหาผลหิมะไฟเปิดกล่องไม้ผลักผลหิมะไฟเข้าไปเก็บไว้ข้างใน
โยวจี้บินกลับมาหาหลิวเย่แล้วยื่นกล่องไม้ให้และพูดด้วยความโมโหว่า
“ข้าจะไปจัดการมันเสียให้สิ้นซากนะเจ้านาย”
โดยไม่รอฟังคำตอบจากหลิวเย่มันบินโฉบไปสังหารราชครูที่นอนบาดเจ็บสาหัสทันที
ฝ่ายทหารของอาณาจักรเล่ยเมื่อเริ่มการต่อสู้ระหว่างราชครูและโยวจี้ พวกเขารีบวิ่งกระจัดกระจายหนีจากพลังสะท้อนของพลังปราณการต่อสู้นั้น
ชั่วอึดใจต่อมาโยวจี้บินกลับมาหาหลิวเย่ด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ
“พวกเรากลับอาณาจักรเทียนกันเถอะ”หลิวเย่ส่ายหน้าเล็กน้อยและสั่งให้โยวจี้บินพาเขากลับเมืองซูทันที
กองทัพทหารห้าพันนายหนีกันไปคนละทางหลิวเย่ไม่ได้สนใจพวกเขา
ผลตอบแทนที่เก็บเกี่ยวได้ในการเดินทางท่องโลกโบราณครั้งนี้เกินกว่าที่คาดหวังไว้มาก
หลิวเย่มักจะลูบเบาๆที่นิ้วชี้มือซ้ายคล้ายรู้สึกร้อนอบอุ่นเป็นระยะด้วยความแปลกใจมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
..........
ณ เมืองซูคฤหาสน์ของหลิวเย่
พวกเขาเดินทางบินรวดเดียวมาถึงยามโหย่ว(17.00-18.59 น.)
บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดลงหลิวเย่จะให้โยวจี้ไปอยู่ในป่าลึกใกล้กับเมืองอันแทน
แต่โยวจี้ที่เบื่อป่าแล้วขอปรับรูปลักษณ์เป็นชายวัยกลางคนเช่นเดิม
หลินซ่งที่ได้ยินเสียงดังจากลานบ้านจึงวิ่งออกมาดูพร้อมกับครอบครัวกวนสามคนและผิงเหม่ย เมื่อพวกเขาเห็นหลิวเย่ต่างดีใจและทักทายเสียงดัง
“นายท่านกลับมาแล้ว!” หลิวเย่พยักหน้ารับ
โยวจี้เดินออกมาดูพวกเขาทั้งห้าคนด้วยความแปลกใจ
หลิวเย่เห็นท่าทางของโยวจี้จึงอธิบายให้ฟัง“โยวจี้ นี่คือลูกน้องของข้า หากเจ้าจะอยู่ที่นี่ จงช่วยคุ้มครองพวกเขาแทนข้าด้วย”
“อ้าว นายท่าน ท่านจะไปที่ใด?” โยวจี้ถามอย่างงุนงง
“ข้าจะไปๆมาๆเจ้าอย่าสนใจเลย” หลิวเย่โบกมือเป็นเชิงไม่อยากอธิบาย
“นี่คือหลินซ่งผิงเหม่ย และครอบครัวกวนทั้งสาม” “นี่คือโยวจี้ ลูกน้องของข้าเอง” หลิวเย่แนะนำพวกเขาให้รู้จักกันและต่างฝ่ายต่างส่งเสียงทักทายอย่างเป็นกันเอง“สวัสดี” “สวัสดี”
หลิวเย่หันมาถามหลินซ่งหลังจากทักทายกันแล้ว“สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร?”
“เรียนนายท่านเจ้าเมืองเทียนจี้ยังคงรักษาตัวอยู่งานราชการส่วนใหญ่มีท่านรองแม่ทัพหลี่ชางหลงคอยช่วยเหลือ การจัดเก็บภาษียังคงเป็นเช่นเดิมแต่ปัญหาตอนนี้คือมีคนมาสมัครเป็นศิษย์โถงมังกรชางจำนวนมากขอรับ”
“ที่ว่ามากมากเท่าใด?” หลิวเย่ถามอย่างแปลกใจ
“เมื่อวานนี้มีเกือบหมื่นคนแล้วขอรับ”หลินซ่งกล่าวอย่างลำบากใจ
“หือ เยอะขนาดนั้นเชียว!” หลิวเย่ครุ่นคิดถึงปัญหาที่จะตามมาไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาหาร เสื้อผ้า และยารักษาโรค
“แล้วพวกอาหารเล่า?” เขาถามประเด็นเร่งด่วนที่สุดก่อน
“ข้าวสารและแป้งที่นายท่านนำมาพอประทังไปได้อีกไม่ถึงครึ่งเดือนขอรับ”
“โอ้....”หลิวเย่รู้สึกปวดหัวขึ้นทันที
“แล้วมีอะไรอีก?” ในตอนนี้เขาถามเรื่องอื่นๆ
“ใบเว่ยมีคนมาขายจำนวนมากขอรับตอนนี้พวกเรารับซื้อไว้มากถึง 800,000 ชั่งแล้วขอรับ”
หลิวเย่พยักหน้าพอใจกับจำนวนรับซื้อที่เพิ่มมากขึ้น
เป็นเพราะว่าตอนนี้กำลังขยายโรงงานบะหมี่และเขาวางแผนที่จะรับแม่มาอยู่ด้วยกัน
บางทีอาจเปิดโรงงานผลิตเครื่องปรุงรสและให้แม่ช่วยดูแล
“รับซื้อเพิ่มขึ้นและสร้างที่จัดเก็บเพิ่มเติมอีกครึ่งเดือนข้าจะพยายามหาข้าวสารและธัญพืชมา” หลิวเย่ตัดสินใจสั่งการทันที
“ขอรับนายท่านเหรียญทองที่ขายบะหมี่ได้อยู่ในห้องเก็บของข้างห้องนายท่านนะขอรับ” หลินซ่งรับคำและบอกเรื่องการเก็บทรัพย์สินของหลิวเย่
“อืม พวกเจ้าไปพักผ่อนกันเถอะข้าจะกลับไปแล้ว” หลิวเย่สั่งลาแล้วเดินไปทางโกดังที่เก็บใบเว่ยไว้
“นายท่านจะไปไหนเหรอ?” โยวจี้หันหน้าไปถามหลินซ่งและผิงเหม่ยอย่างสงสัย
พวกเขาทั้งห้าคนเพียงยิ้มเล็กน้อยโดยไม่ได้ตอบคำถามแล้วเชิญโยวจี้ไปพักผ่อนในห้องรับรอง
..........
รุ่งเช้าวันจันทร์ในห้องนอนที่อพาร์ตเมนท์ห้อง 905
หลิวเย่หยิบโทรศัพท์มาตรวจสอบการติดต่อที่พลาดไป
พบว่ามีสายเรียกเข้าจากเกาหยานเสี่ยวเฉา ฟู่หยาง และหานจง ขณะที่เขากำลังจะโทรหาแต่ละคน
พลันมีสายเข้าจากหูตงรองหัวหน้าแผนกฝึกทหารของกองกำลังพิเศษ
“หัวหน้าเช้านี้คุณจำเป็นต้องมารายงานตัวที่ค่ายด่วน” น้ำเสียงจริงจังดังขึ้นจากปลายสาย
“มีอะไรด่วนเหรอ?” หลิวเย่สอบถามเหตุเร่งด่วน
“หัวหน้า คุณมีภารกิจแรกจากกองทัพแล้ว! จะมีประชุมวิดีโอกันเช้านี้เวลาเก้าโมงตรง!” หูตงรีบแจ้งกำหนดการ
“แล้วทางมหาวิทยาลัยล่ะ?” หลิวเย่กังวลกับการขอลา
“ฮี่ ฮี่ คุณไม่ต้องเป็นห่วงทางกองทัพขอลาให้คุณแล้วเจ็ดวัน” หูตงหัวเราะเบาๆ
“โอเค โอเคอีกสักครู่จะไป” เขาตอบรับอย่างจำยอม
ขณะหลิวเย่ขับรถไปยังค่ายทหารเขาโทรติดต่องานกับเกาหยาน
“กริ๊ง กริ๊งกริ๊ง” ปลายสายรอการรับสายจากเกาหยาน
“สวัสดีเจ้านายฉันจะส่งสรุปผลการจัดซื้อที่ดินและแผนการขยายโรงงานให้กับเจ้านายทางอีเมล์เย็นนี้เจ้านายรบกวนช่วยตรวจสอบและตอบรับกลับมาด้วย” เกาหยานกล่าวอย่างสุภาพ
“ตกลงแล้วฉันจะดูรายละเอียดนั้นอีกที เย็นนี้ฉันจะเอาใบเว่ยไปเก็บไว้ที่โกดังนะ”หลิวเย่รับคำ
สายของเสี่ยวเฉาแจ้งการก่อสร้างวิลล่าในที่ดินใหม่ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัยซ่งเจียง และกัปตันโจวเริ่นฝากแจ้งเรื่องอาวุธที่ได้เก็บรวบรวมไว้แล้วหลิวเย่นัดหมายพวกเขาในอีกเจ็ดวันข้างหน้า
ส่วนสายของหานจงแจ้งเรื่องความโด่งดังของยาอายุวัฒนะที่เขาอยากเพิ่มมากกว่าเดือนละ10 เม็ด หลิวเย่ปฏิเสธ
โดยตรง ส่วนสูตรยาเสริมความงามยอดขายถล่มทลายเป็นประวัติการณ์ทำให้ชื่อเสียงของบริษัทเม่ยลี่ติดยี่สิบอันดับแรกของบริษัทมาแรงของประเทศทันที
……….
ในห้องประชุมค่ายทหารเมืองเทียนจิน
เล่อหมินและหัวหน้าแผนกต่างๆของกองกำลังพิเศษอีก4 คน และผู้ช่วยแต่ละแผนกอีก 5 คนนั่งอยู่ในห้องประชุมและดูเอกสารในมือกันอย่างเคร่งเครียด
หลิวเย่เปิดประตูเข้าไปพลางถามอย่างแปลกใจ“ฉันมาสายหรือเปล่า?”
“ไม่ ไม่สายพวกเราคุยเรื่องอื่นๆกันอยู่” เล่อหมินโบกมือปฏิเสธคำถามของหลิวเย่
หูตงยื่นเอกสารหนึ่งฉบับให้กับหลิวเย่เมื่อเขานั่งที่เก้าอี้
“ภารกิจคราวนี้น่ะหัวหน้า!” น้ำเสียงกังวลของหูตงดังขึ้นข้างๆ
“ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด”สัญญาณการประชุมวิดีโอดังขึ้น ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองจอภาพที่ฝาผนังห้องด้านหน้าทันที
“สวัสดีอดีตกัปตันเล่อหมินกัปตันใหม่และกองกำลังพิเศษทุกคน” ชายวัยกลางคนหน้าตาเคร่งขรึมกล่าวทักทาย
หลิวเย่ขมวดคิ้วทันทีกับคำว่า“กัปตันใหม่” นั่นคือใคร? หวังว่าจะไม่ใช่ตัวเขานะ!
“ทำความเคารพท่านผู้บัญชาการ!” ทุกคนส่งเสียงทักทายกลับอย่างพร้อมเพรียง
“เอกสารที่พวกคุณได้รับเป็นแค่รายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ดังนั้นเนื้อหาแท้จริงจะเป็นการพูดคุยในตอนนี้”ผู้บัญชาการกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและกวาดสายตามองทุกคน
“องค์กรซีเคร็ตได้ท้าทายประเทศมหาอำนาจทั้งหลายและประเทศของเราก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของพวกมันด้วย ในตอนนี้พวกมันได้ลักพาตัวลูกชายคนเล็กของท่านผู้นำไปเมื่อคืนนี้มันส่งสารท้าทายมายังเราให้ยอมแพ้แต่โดยดีและยินยอมให้มันใช้พวกเราเป็นทางผ่านในธุรกิจของพวกมันหากทางเราไม่ตกลง ในอีก48ชั่วโมงพวกมันจะส่งร่างที่ไร้วิญญาณของลูกชายท่านผู้นำมาเตือน”สิ้นเสียงคำกล่าวนั้นเกิดเสียงฮือฮาด้วยความโกรธและไม่พอใจมาจากทุกคนที่อยู่ในห้อง
หลิวเย่ขมวดคิ้วแน่นเขาจำได้ว่าองค์กรซีเคร็ตนี้เป็นพวกค้ามนุษย์ มีฐานปฏิบัติการลับหลายแห่ง แต่ที่เป็นฐานหลักนั้นอยู่ในชายแดนระหว่างจีน-พม่า
“พวกคุณมีภารกิจนำตัวลูกชายของท่านผู้นำกลับมาอย่างปลอดภัยและทำลายล้างแหล่งปฏิบัติการนั้นให้สิ้นซาก”
คำสั่งอันเฉียบขาดและดุดันดังขึ้นในช่วงท้าย
“แผนกข่าวกรองไม่มีรูปถ่ายหัวหน้าของพวกมันดังนั้นพวกคุณจงระวังตัวและขอให้กลับมาอย่างปลอดภัย”
สิ้นเสียงนั้น การประชุมทางวิดีโอคอลก็จบลงทันใด
เสียงของเล่อหมินดังขึ้นกลบเสียงนกกระจอกในห้องประชุม
“ภารกิจนี้ฉันในฐานะอดีตกัปตันของพวกคุณไม่ได้เข้าร่วมด้วย ดังนั้นขอฝากกัปตันหลิวเย่ดำเนินการต่อไป”
หลิวเย่นิ่งตะลึงก่อนหันหน้าไปมองเล่อหมินเหมือนต้องการย้ำความเข้าใจ
เล่อหมินพยักหน้าเล็กน้อย
หลิวเย่หลับตาลงครู่หนึ่งในสภาวะเช่นนี้เขาจำต้องรับบทบาทการเป็นผู้นำครั้งแรกของภารกิจ
เขาลืมตาขึ้นและตัดสินใจสั่งการทันที
“หัวหน้าแผนกข่าวกรองและทีมตรวจสอบความเคลื่อนไหวและการสื่อสารของพวกมันทุกช่องทางและผ่านดาวเทียม”
“หัวหน้าแผนกสืบข่าวตรวจสอบเส้นทางฐานลับที่กักขังเป้าหมาย จำนวนคนและอาวุธของฝ่ายตรงข้าม ที่สำคัญหากมีข้อมูลหัวหน้าของพวกมันจะยิ่งดี”
“หัวหน้าแผนกยุทโธปกรณ์จัดเตรียมอาวุธหนัก-เบาสำหรับทีม หน่วยสนับสนุนการโจมตีทางอากาศ ทางบก และทางน้ำพร้อมเตรียมเฮลิคอปเตอร์ออกเดินทางบ่ายวันนี้”
“หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และการสื่อสารประสานกับทุกทีมที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยาและแพทย์ และผู้นำที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของเรา”
หัวหน้าแผนกทั้งสี่คนจ้องมองหลิวเย่อย่างพึงพอใจและรับคำสั่งทันที“รับทราบ!”
“รองหัวหน้าหูตงคัดเลือกทหารเข้าร่วมทีมเฉพาะคนที่ผ่านการฝึกในระดับ 4 เท่านั้น!”
แผนการฝึกของหลิวเย่ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่นั้นมีสิบระดับระดับที่ 4 ถือได้ว่าเป็นระดับต่ำสุดในความคิดของเขา แต่สำหรับพวกเขานั่นคือระดับยอดฝีมือ
“รายงานกัปตันตอนนี้ทหารที่ผ่านระดับ 4 รวมพวกเราด้วยมีเพียงสิบคนเท่านั้น”
หลิวเย่พยักหน้ารับทราบ“แค่นั้นพอแล้ว เราต้องการปิดงานเร็ว ไม่จำเป็นต้องเยอะและอุ้ยอ้ายเกินไป”
เล่อหมินที่เห็นประสิทธิภาพการสั่งงานของหลิวเย่เขาพยักหน้าด้วยความพอใจและบอกหลิวเย่ว่า “กัปตันหลิวเย่ คุณอย่าลืมไปลงนามรับการแต่งตั้งที่ห้องฉันด้วยนะ”
……….
เวลา 13.30 น.
เฮลิคอปเตอร์จำนวนสองลำบินตรงจากค่ายทหารเมืองจินไปยังเขตชายแดนจีน-พม่า
6ชั่วโมงต่อมาพวกเขาบินมาถึงรอยต่อชายแดนจีน-พม่า
“กัปตันจากพิกัดที่เราสืบข่าวมาพวกเราอยู่ห่างจากฐานลับราว 10 กิโลเมตร” โจวหงเอ่ยขึ้นเมื่อเจ้าอ้วนส่งสัญญาณให้
หลิวเย่พยักหน้ารับทราบและบอกว่า“อีกสักครู่พวกเราค่อยลงจอด แล้วฉันจะให้สัญญาณเอง”
จากนั้นหลิวเย่เปิดใช้สัมผัสสวรรค์สำรวจบริเวณป่าด้านล่างทันทีและพบจุดลงจอดในอีกสองกิโลเมตรที่ปลอดภัย
“อีกสองกิโลเมตรลงจอดทางสิบนาฬิกา”
ว่านเต๋อฉี หัวหน้าแผนกสืบข่าวถามขึ้นมาอย่างงุนงงทีมงานของเขาได้สืบข่าวแล้วพบว่าควรลงจอดในอีกสี่กิโลเมตรบริเวณเนินโล่งหลังเขา “กัปตันทีมของฉันบอกว่าพวกเราสามารถลงจอดได้ในอีกสี่กิโลเมตรหลังเขา”
“ที่เนินเขามีกองกำลังรถถังและปืนใหญ่พร้อมที่จะยิงพวกเราได้ทุกเมื่อแน่ใจนะว่าคุณจะลงตรงนั้น?”หลิวเย่หรี่ตาถามเสียงเข้ม
“โอเค! ไม่มีปัญหา!พวกเราแค่เดินไกลมากขึ้นเท่านั้นเอง” ว่านเต๋อฉียอมแพ้หลิวเย่อย่างไม่เต็มใจ
“แล้วพวกคุณจะรู้เอง”หลิวเย่พึมพำกับตัวเองเบาๆ
ฉีจูเอ๋อสาวสวยจับสังเกตการพูดจาระหว่างหลิวเย่กับว่านเต๋อฉี และสงสัยกับการคาดเดาของหลิวเย่
ห้านาทีต่อมาพวกเขาทุกคนจำนวน10 คนลงจอดอย่างปลอดภัย
หลิวเย่สั่งให้เฮลิคอปเตอร์ทุกลำกลับไปอยู่ในเขตประเทศของตนและรอสัญญาณให้มารับเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ
คนทั้งสิบพกอาวุธหนัก-เบาเต็มที่และเดินอย่างระมัดระวังตรงไปยังฐานลับด้านหน้า
ในระยะห่างอีกห้าร้อยเมตรจะถึงเนินเขาหลิวเย่สั่งการทีมอีกครั้ง
“พวกคุณทุกคนกระจายตัวออกไปจัดการกับปืนใหญ่มี3 กระบอกและทหารซุ่มยิงอีก 20 คน ส่วนฉันจะไปจัดการรถถังเอง ระวังตัวด้วย”
ทุกคนพยักหน้ารับทราบและกระจายตัวกันออกไปปฏิบัติภารกิจ
ว่านเต๋อฉีเสว่จงกวน และฉีจูเอ๋อสังหารทหารที่เฝ้าปืนใหญ่ด้วยมีดทหารอันคมกริบไร้สุ่มเสียงใดๆ
ฟากโจวหงและเจ้าอ้วนก็สามารถจัดการทหารซุ่มยิงได้อีก3 คน
ฉีจูเอ๋อเองก็ไม่น้อยหน้าเธอจัดการทหารซุ่มยิงโดยปาดคออย่างรวดเร็วได้อีก 3 คน
หูตงและทีม เชือดคอทหารซุ่มยิงได้อีก4 คน
หลิวเย่เฝ้าดูการปฏิบัติภารกิจของพวกเขาอย่างพอใจส่วนคนที่เหลือเขาไม่คิดอะไรมาก เขาส่งพลังปราณมีดใบไม้ออกไปเฉือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอทุกคนพวกเขาตายโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
ในตอนนี้ทีมของหลิวเย่ทั้งสิบคนยืนอยู่ข้างรถถังที่ยึดมาได้
“ทิ้งปืนใหญ่ไว้ที่นี่ก่อนสองคนไปกับรถถัง ที่เหลือเดินเท้าต่อไป ระวังอีกสองกิโลเมตรข้างหน้ามีทหารซุ่มยิงและเดินลาดตระเวนอีกยี่สิบกว่าคนและอีกหนึ่งกิโลเมตรถัดไปมีทหารมากกว่า 30 คน”
ตั้งแต่ที่หลิวเย่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตแกนเสมือนเขาสามารถใช้สัมผัสสวรรค์ได้ไกลมากถึง 10 กิโลเมตร หากปล่อยพลังเต็มที่อาจได้ถึง15 กิโลเมตร
ทำให้เขาสำรวจบริเวณโดยรอบได้ทะลุปรุโปร่งและพยายามไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อร่างกายและชีวิตของลูกทีม
หลิวเย่สั่งการให้พวกเขาเคลื่อนทัพทันทีตอนนี้เขาสนใจปืนใหญ่ที่จะนำไปใช้ยังโลกโบราณเมื่อเห็นพวกเขาเคลื่อนตัวออกไปไกลแล้ว เขาโบกมือเก็บปืนใหญ่เข้ามิติพื้นที่ทันที
ในอีกสองกิโลเมตรนั้นพวกเขาใช้เวลาสังหารทหารมากกว่าเดิม ส่วนทหารที่เหลือที่เริ่มเอะใจและตั้งท่าจะส่งเสียงหลิวเย่ก็จัดการสังหารอย่างรวดเร็ว
เวลานี้เหลืออีกสองกิโลเมตรจะถึงฐานลับที่กักขังลูกชายของท่านผู้นำ
ลูกทีมของหลิวเย่ทุกคนให้ความเคารพและเชื่อฟังเขามากขึ้นเพราะคำเตือนของเขาเป็นจริงในทุกด่านที่พวกเขาผ่านมา ทำให้พวกเราปลอดภัยเกิดความรู้สึกซาบซึ้งและเคารพมากขึ้น
“กัปตันห้องกักขังเป้าหมายอยู่ในห้องใต้ดิน ในอาคารหลังเล็กด้านหลังทางขวามือสุด” ว่านเต๋อฉีบอกข้อมูลกับหลิวเย่และทีมในขณะที่นั่งวางแผนกัน
“อืมแต่ในตอนนี้ไม่ต้องไปทางนั้นแล้ว มันมีกับดักระเบิดวางเต็มไปหมดพวกคุณไปช่วยเป้าหมายที่นี่” หลิวเย่อาศัยแสงสว่างจากแสงจันทร์จางๆวาดผังคร่าวๆให้พวกเขาดู และมอบหมายงาน
“หัวหน้าเสว่หากคุณเห็นทีมช่วยเป้าหมายได้แล้ว ให้รีบนำตัวไปยังที่พวกเราลงจอดและเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับภายในไม่เกินสิบห้านาทีหากไม่เห็นฉัน ไม่จำเป็นต้องรอ พวกคุณไปได้เลย”
หูตงตกใจที่หลิวเย่สังการเช่นนี้เขาท้วงขึ้นทันที “กัปตัน พวกเราจะทิ้งคุณไปได้อย่างไร?”
หลิวเย่จ้องมองทุกคนและสั่งการเสียงเข้ม“ปฏิบัติตามคำสั่ง!”
ทุกคน “รับทราบ!”
หลิวเย่ไม่สามารถปล่อยโอกาสขโมยอาวุธที่ดีเช่นนี้ไปได้ดังนั้นเขาสามารถเดินทางกลับได้เองโดยการบินกลับหรือเทเลพอร์ตไปยังอพาร์ตเมนท์โดยตรงเป็นเพราะว่าเวลาบัฟเฟอร์ได้สิ้นสุดลงแล้ว สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
ทันใดนั้นมีเสียงวุ่นวายเกิดขึ้นจากการต่อสู้ระหว่างสองฝ่าย
“ตู้มมม”
“ปั๊งงงง”
“พรึ่บ อ๊าก”
เสียงกระสุนสาดใส่เข้าหากันดังก้องบริเวณป่าในหุบเขา
หลิวเย่เป็นกังวลกับทุกคน เขาตัดสินใจใช้พลังปราณส่งใบไม้เป็นมีดพุ่งออกไปสังหารฝ่ายตรงข้ามที่มีมากเกือบหนึ่งร้อยคนหลิวเย่ที่มองเห็นทีมสามารถช่วยเป้าหมายได้แล้ว เขากระโดดออกมาขัดขวางพวกโจรองค์กรและพลางเร่งให้ทีมเดินทางไปหาเฮลิคอปเตอร์อย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้เหลือเพียงหลิวเย่คนเดียวที่ยังคงต่อสู้กับฝ่ายองค์กร
เขาทั้งต่อสู้ไปและขโมยอาวุธไปด้วยเมื่อสบโอกาส
ทันใดนั้นมีออร่าที่แข็งแกร่งพุ่งมาจากทางทิศเหนือตรงมายังฐานลับแห่งนี้
หลิวเย่ตื่นตระหนกที่พบว่าออร่านั้นมันเป็นขอบเขตแกนทองคำแล้ว
“ตู้มมม” พลังปราณที่แข็งแกร่งพุ่งเข้าใส่หลิวเย่ทันที