ยามเมื่อได้รู้แน่ชัดแล้วว่ากลิ่นมาจากไหน อวี้จื่อลู่ไม่รอช้าใช้วิชาตัวเบาหอบเอาร่างตนเองลงไปแช่ในสระวารีมรกต เพื่อชำระร่างกายให้สะอาดหมดจด นางรับไม่ได้จริง ๆ กับกลิ่นไม่พึงประสงค์ มันไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย เจอแบบนี้เข้าไปถึงกับว้าวุ่นเลยทีเดียวเชียว ในระหว่างที่นอนแช่ชำระตัว อวี้จื่อลู่ก็คิดเรื่องการปรุงยาพิษชนิดต่าง ๆ และรวมไปถึงยาถอนพิษ พิษที่นางจะปรุงนั้น ต้องมีแค่นางคนเดียวเท่านั้นที่สามารถปรุงยาถอนได้ และไม่สามารถหาโอสถใดมาแก้แทนได้
ที่สำคัญกว่านั้นนางจะคิดค้นพิษชนิดพิเศษให้เป็นของขวัญพบหน้าแก่พวกตระกูลกู้สายรอง แค่คิดถึงผลลัพธ์ของพิษ ริมฝีปากบางสวยกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ หากมันทำออกมาได้ผลจริง ๆ นางไม่อยากจะคิดภาพเลยว่าเหยื่อตัวน้อยของนางจะกรีดร้องด้วยความปลื้มปริ่มสักเพียงใด ต้องค่อย ๆ เล่นกับเหยื่อไปทีละน้อย เอาให้เหยื่อตัวน้อยเหล่านั้นซึมซับความทรมานจนต้องร้องขอความตาย ให้ความรู้สึกราวกับมีมดนับหมื่น ๆ ตัวกัดแทะชอนไชอยู่ภายในร่างกาย เมื่อเจ็บจนจะขาดใจเพียงครู่เดียวความเจ็บเหล่านั้นจะหายไป พอได้ให้เหยื่อได้หายใจหายคอ แต่เพียงแค่สองนาทีเท่านั้น ความเจ็บปวดแสบปวดร้อนจะเข้ามาแทนที่ ต่อด้วยความร้อนราวกับเปลวไฟเผาไหม้อยู่ข้างใน ตบท้ายด้วยความหนาวเหน็บเย็นยะเยือกเข้ากระดูกดำ ความเจ็บปวดเหล่านี้จะวนเวียนอยู่จนกว่าอีกฝ่าย จะตายลงด้วยการโลหิตไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดและมีชีวิตอยู่เพียงแค่เจ็ดราตรี
เมื่อคิดถึงผลลัพธ์ที่คาดหวัง อวี้จื่อลู่ผุดลุกขึ้นจากน้ำก่อนดีดตัวขึ้นจากสระวารีมรกต และมายืนอยู่บนฝั่งแทน มือเรียวสวยโคจรพลังปราณโบกสะบัดไปมารอบตัวเพียงจิบชา อาภรณ์ที่เปียกชุ่มกลับแห้งสนิทเสมือนว่าก่อนหน้า นางมิได้ลงไปแช่น้ำล้างตัวขจัดคราบสกปรกและเมือกดำที่ไหลออกมาจากร่างกาย สิ่งปฏิกูลเน่าเสียเหล่านั้นมิน่าเชื่อว่าจะไหลออกมาจากร่างกายที่ดูสุขภาพดี ของแบบนี้มันดูกันที่ภายนอกไม่ได้จริง ๆ
แต่ช่างเถอะเอาเวลาไปหัดฝึกฝนปรุงยาพิษชนิดต่าง ๆ ให้เก่งขึ้น ดีกว่า อวี้จื่อลู่เดินตัวปลิวเข้าไปในบ้าน สองเท้าก้าวไปอย่างมั่นคง แล้วเปิดประตูเข้าไปด้านในห้องปรุงยา สองมือนุ่มนิ่มหยิบจับสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ทั้งในมิติและด้านนอก นำมาทำความสะอาดอย่างเบามือ เกรงว่าหากลงน้ำหนักมือมากจนเกินไป จะทำให้สมุนไพรช้ำและเสียหายจนไม่สามารถเอาปรุงยาได้อีก เมื่อล้างจนสะอาดได้ที่ ก็เอาสมุนไพรมาวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นมาคัดแยกประเภท มีทั้งส่วนใบ ราก ลำต้นและดอก ดูว่าส่วนใดของสมุนไพรจะใช้ปรุงยาชนิดไหน
ในหัวอวี้จื่อลู่ในตอนนี้มีบรรดาพิษหลากหลายชนิดที่อยากลองปรุงขึ้นมา พิษแต่ละชนิดล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น โดยเฉพาะพิษเจ็ดราตรีนางจะตั้งใจปรุงมันขึ้นมาอย่างดี และแน่นอนต่อให้ต้องใช้เวลานานนับปีเพื่อให้ได้พิษที่ดีที่สุดมานางย่อมรอได้ ขอแค่มันได้ผลก็เพียงพอแล้ว แต่ก่อนที่จะลงมือปรุงยาพิษท้องน้อย ๆ ก็เริ่มส่งเสียงร้องประท้วง
“กองทัพต้องเดินด้วยท้องสินะ” อวี้จื่อลู่ยกมือขึ้นมาลูบท้องหน้ามุ่ย
เอาเป็นต้มรากบัวกับซี่โครงหมูก็แล้วกัน ได้ซดน้ำซุปร้อน ๆ นี่ไม่เลวเลย จะได้คล่องคอหน่อย เพิ่มผัดผักบุ้งไฟแดงอีกจานก็แล้วกัน อันดับแรกต้องไปหุงข้าวก่อน
“อร่อยเหาะไปเลย แน่นท้องสุด ๆ ฝีมือใครเนี่ย” เมื่อกินหมดแล้วอดมิได้ที่จะเอ่ยชมตัวเอง พลางกวาดตามองอาหารบนโต๊ะทั้งสองอย่างที่โดนนางกินจนเกลี้ยงไม่เหลือ ก็เผยสีหน้าพอใจออกมาทันที
เมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มย่อน จวบจนความอิ่มทำงานอวี้จื่อลู่เผลอเรอออกมาเสียงดัง ไม่รักษาภาพลักษณ์อย่างที่ควรจะเป็น มือเรียวลูบท้องป้อย ๆ ให้กับความคับแน่นที่แสนจะอึดอัดจากการกินเยอะจนเกินไป จึงตัดสินใจออกไปเดินเล่นย่อยอาหารในกระเพาะ ขาเรียวสวยเดินทอดน่องเอื่อยเฉื่อย พลางกวาดตามองแปลงสมุนไพรที่เติบโตขึ้นอย่างงดงาม อาจเป็นเพราะพลังปราณที่หนาแน่นเลยทำให้ต้นไม้ใบหญ้าทุกสิ่งอย่างในที่นี้ล้วนอุดมสมบูรณ์
หากนางอยากลองปลูกผักเล่า ผักที่มีพลังปราณแฝงอยู่มันจะอร่อยมากเพียงใดคงจะกรอบหวานไม่น้อยและที่สำคัญน่าจะเพิ่มพลังปราณให้ผู้ที่กินเข้าไปไม่มากก็น้อยมิอาจรู้ได้ ยิ่งพลังปราณในมิติของนางแล้วคาดว่าคงหนาแน่นน่าดู
“แบบนี้ต้องลองดูสักหน่อยแล้ว” ถ้าได้ผลขึ้นมาจริง ๆ มันจะดีต่อคนของนางเยอะเลย นั่นไม่เท่ากับว่าได้ทรัพยากรมาเพิ่มอีกหรือไง มีแต่ได้กับได้โคตรคุ้ม
อวี้จื่อลู่ยิ้มกว้างไม่รักษากิริยา แล้วลงมือพลิกหน้าดินง่าย ๆ แค่สะบัดฝ่ามือ มีพลังปราณมันก็สะดวกแบบนี้ อะไร ๆ ก็ดูง่ายดายไปเสียหมด เพียงชั่วครู่นางก็ได้พลิกดินมาสิบห้าแปลง แบ่งปลูกห้าชนิด ชนิดละสามแปลงเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ หัวไชเท้า ผักกาดขาว กวางตุ้งและผักบุ้ง อวี้จื่อลู่ลงมือปลูกเองทุกอย่างโดยมิได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไร และก็ใช่อีกเพียงแค่นางโบกสะบัดมือไปมา เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ก็ลงไปอยู่ในแปลงที่ต้องการปลูกเรียบร้อย
จากนั้นใช้พลังปราณบังคับน้ำจากสระวารีมรกตขึ้นมา ลักษณะเป็นเกลียวคลื่นเล็ก ๆ หลากหลายสายหมุนวนอยู่ในอากาศ มือเรียวบังคับสายน้ำให้หมุนวนเสียดสีกันจนเกิดละอองเหนือแปลงผักทั้งหมด ในขณะที่อวี้จื่อลู่ใช้กำลังภายในควบคุม ตัวนางเองก็เคลื่อนไหวไปมาคล้ายกำลังร่ายรำอยู่ ช่างเป็นภาพที่มองแล้วเหมือนเทพเซียนชั้นสูงลงมาจุติ ไหนจะอาภรณ์สีเขียวอ่อนที่สวมใส่พลิ้วไปมายามนางเคลื่อนไหว
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยามอวี้จื่อลู่รู้สึกหมดแรงจึงได้หยุดมือลง พบว่าทั่วทั้งร่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ก่อนหอบเอาร่างกายอันเหนื่อยล้าของตัวเองกลับไปบ้านในสภาพทุลักทุเล มาถึงบ้านก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราอยู่บนพื้นก่อนเคลิ้มหลับไปในที่สุด ลืมแม้กระทั่งการทำให้อาภรณ์แห้งเพียงแค่สะบัดมือ
ในระหว่างที่อวี้จื่อลู่กำลังนอนหลับอยู่นั้น ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เมื่อเมล็ดผักที่นางได้นำไปปลูกนั้นค่อย ๆ แตกยอดอ่อนขึ้นมาทีละเล็กละน้อย ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเติบโตเลยสักนิด และแน่นอนว่าหากรดน้ำด้วยน้ำธรรมดา ไม่มีทางที่ผักจะเติบโตได้รวดเร็วขนาดนี้ ทว่าน้ำที่อวี้จื่อลู่ใช้นั้น มันมิใช่น้ำธรรมดา แต่เป็นน้ำหยดวารีมรกตจึงได้คุณสมบัติและผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน
ผ่านไปประมาณสองชั่วยามอวี้จื่อลู่ก็ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ไม่เหลือร่องรอยของความเหนื่อยล้าบนใบหน้า ยามได้พักผ่อนเต็มที่ ไม่รอช้านางหอบเอาร่างตนเองไปชำระล้างร่างกายให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
จากนั้นก็เริ่มลงมือปรุงยาพิษชนิดต่าง ๆ ควบคู่กับการปรุงยาถอนพิษไปในตัว และพิษทุกชนิดที่นางปรุงขึ้นมา ก็มีแค่ยาถอนพิษของนางเท่านั้นที่จะถอนพิษได้ หากใช้ยาตัวอื่นก็ทำได้เพียงแค่บรรเทาอาการติดพิษไว้ ได้แค่ชั่วคราว วันแล้ววันเล่าที่นางปรุงยาและศึกษา ค้นคว้าหาพิษชนิดอื่นในตำรา ทั้งยังพยายามคิดค้นพิษใหม่ ๆ ขึ้นมา
โดยเฉพาะพิษเหมันต์หวนคืนที่หายสาบสูญไปนับพันปี ซึ่งเป็นงานยากเอามาก ๆ พิษอื่น ๆ ล้วนยังพอหาได้ทว่าพิษตัวนี้ ทำเอานางถึงกับกุมขมับเลยทีเดียว หน้าตาของคนที่ต้องไปช่วยก็ยังไม่รู้ว่ามีลักษณะอย่างไร หน้าตาแบบไหน อายุเท่าไหร่ นางรู้แค่เพียงว่าอีกฝ่ายมีนัยน์ตาสีฟ้าปรากฏขึ้นมาในยามพระจันทร์เต็มดวงทุกครั้ง ยิ่งคิดก็ยิ่งหนักอกหนักใจ นี่มันยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก
เฮ้อออ!! ทำอย่างไรได้ล่ะในเมื่อมันเป็นข้อแลกเปลี่ยนระหว่างนางและเขาผู้นั้น ไม่ทำก็ไม่ได้อีก แต่ช่างเถอะยังมีเวลาอีกหน่อย เอางานตรงหน้าให้เสร็จเสียก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องช่วยบุรุษผู้นั้นค่อยว่ากันอีกครา ก่อนตั้งใจลงมือปรุงยาขึ้นอีกครั้ง
ทว่า….
ในขณะที่อวี้จื่อลู่กำลังเพ่งสมาธิไปยังหม้อปรุงยา เพื่อควบคุมอุณหภูมิไฟให้คงที่ตามสัดส่วน เพราะการปรุงยาแต่ละช่วงจะใช้ไฟแรงและอ่อนไม่เท่ากัน ดังนั้นการควบคุมไฟจึงเป็นหัวใจหลัก หากพลาดเพียงนิดรับรองว่ามี บึ้มมม!! และแน่นอนว่าเตรียมตัวหาหม้อใหม่ได้เลย
จู่ ๆ ลูกเผ็ดก็โผล่ออกมา
“ต๊ะเอ๋!! ตัวเอง”
“เฮ้ย!!”
บึ้มมมม!!
เสียงหม้อปรุงยาระเบิดทันทีที่นางเสียสมาธิ อวี้จื่อลู่ใช้วิชาตัวเบาดีดตัวออกมาได้อย่างฉิวเฉียด นัยน์ตาวาวโรจน์ตวัดไปยังตัวต้นเหตุ ที่ยืนหน้าหงอยอยู่ใกล้ ๆ เห็นท่าทีเช่นนั้นแล้วนางทำใจดุด่าว่ากล่าวไม่ลงจริง ๆ หม้อปรุงยาก็ระเบิดไปแล้วค่อยนำใบใหม่ออกมาก็แล้วกัน สมุนไพรก็ใช่ว่าจะขาดแคลน ไหนจะหยดวารีมรกตที่มีอยู่สระใหญ่ใช้อย่างไรก็ใช้ไม่หมดนั่นอีก ยิ่งอีกฝ่ายมิได้ตั้งใจด้วยแล้ว
“ข้าขอโทษ” ลูกเผ็ดกล่าวออกมาอย่างสำนึกผิดน้ำตาคลอหน่วย
“อืม…ช่างเถอะ! ว่าแต่เจ้าไม่ได้รับบาดไปด้วยใช่ไหม”
ยิ่งได้ยินอวี้จื่อลู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ลูกเผ็ดก็ยิ่งรู้สึกผิดนัยน์ตาแดง “ข้าไม่เป็นไร แล้วเจ้าล่ะลู่เอ๋อร์ ข้าขอโทษนะ”
“ดีแล้วที่เจ้าปลอดภัย คราวหน้าเจ้าก็ระวังหน่อยแล้วกัน”
“อื้มมมม”
“ไหน ๆ เจ้าก็มาแล้ว อย่างนั้นอยู่ช่วยเตรียมสมุนไพรให้ข้าสักหน่อยแล้วกัน”
“ได้สิ”
“เช่นนั้น ไปกันเถอะ”
ว่าแล้วก็ลงมือปรุงยาพิษ โดยมีลูกเผ็ดเป็นผู้ช่วย ยาพิษที่นางจะปรุงขึ้นมามีชื่อว่า มายาหลงลืม หากผู้ใดโดนพิษชนิดนี้เข้าไป จะทำให้ผู้ที่โดนเกิดภาพหลอนที่มา จากจิตใต้สำนึกส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจ ยิ่งมีความดำมืดในจิตใจมากเท่าไหร่ ฤทธิ์ของยาก็ยิ่งได้ผลมากอีกเท่าตัว ยาจะค่อย ๆ ทรมานจนเหยื่อไร้ซึ่งสิ้นสติ จนยากจะแยกแยะได้ว่า สิ่งใดคือความจริงและเรื่องใดคือเรื่องลวง
การปรุงยาเต็มไปด้วยความเงียบงัน เนื่องจากการปรุงยาแต่ละครั้งอวี้จื่อลู่ต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากในการควบคุมไฟ รวมไปถึงการสกัดตัวยาจากสมุนไพรแต่ละชนิด เพื่อให้สรรพคุณของตัวยาออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด
วันแล้ววันเล่าจากวันเป็นเดือนเลื่อนไปเป็นปี นางก็ยังคงง่วนอยู่กับการปรุงยาและค้นคว้าตัวยาใหม่ ๆ จนบัดนี้ห้องที่นางอยู่ต่างเต็มไปด้วยยาพิษและยาถอนพิษ รวมไปถึงสภาพห้องที่เละเทะข้าวของกระจัดกระจายจากเหตุการณ์หม้อปรุงยาระเบิด กว่าจะได้ยาพิษและยาถอนพิษมากขนาดนี้ นางต้องเสียหม้อปรุงยามากกว่าสิบใบ สมุนไพรล้ำค่าอีกนับไม่ถ้วน จวบจนปรุงยาตัวสุดท้าย สำเร็จ อวี้จื่อลู่ก็ทิ้งตัวลงนอนพื้นอย่างคนหมดเรี่ยวแรง ผมเผ่ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เสื้อผ้าขาดวิ่นบางส่วนจากเหตุการณ์หม้อปรุงยาระเบิด
สภาพนางเป็นอย่างไรก็มิได้สนใจแล้ว เพราะตอนนี้รู้สึกล้ามากจากการปรุงยาติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี แต่พอคิดถึงยาที่ปรุงขึ้นมาความเหนื่อยล้าแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง ช่างคุ้มค่ากับการที่ลงแรงไปทั้งหมดโดยไม่เสียเปล่า
ว่าแล้วก็อดภูมิใจกับตัวเองไม่ได้จริง ๆ ที่อดทนฝึกฝนมาได้ถึงยี่สิบปี จนบรรลุเป้าหมายที่วางไว้จนสำเร็จวางไว้จนสำเร็จ เหลือเวลาเพียงแค่สิบปีเท่านั้น นางจึงใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทไปกับการฝึกฝนพลังธาตุ แล้วมันก็เป็นไปตามที่คาดไว้ไม่มีผิด
แม้จะสงสัยในการเลื่อนระดับพลังได้อย่างรวดเร็วของตนเอง ทว่าสัญชาตญาณในตัวบ่งบอกว่าในอนาคตข้างหน้าจะมีบางสิ่งเกิดขึ้นกับนาง คงจะสาหัสไม่น้อย และอาจจะเกี่ยวข้องกับพลังด้วยเช่นกัน ลางสังหรณ์ในครั้งนี้มีส่วนที่จะเกิดขึ้นถึงแปดสิบส่วน อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด กังวลไปก่อนก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ช่างมันไปก่อนก็แล้วกัน
ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องไปพักผ่อนเอาแรง เหลือทิ้งไว้เพียงเศษซากต้นไม้และพื้นดินที่ยุบเป็นหลุมลงไปจากการฝึกฝนพลังธาตุ โดยการไม่เหลียวกลับไปมองด้านหลังเลยสักนิด
สองวันต่อมา…
อวี้จื่อลู่ออกมาจากมิติก็เป็นอันหยุดชะงัก เมื่อพบว่าทุกคนมีสีหน้าตกตะลึงยามมองมาที่นาง และนางรู้ดีว่าสาเหตุมาจากไหน จะใครล่ะถ้ามิใช่ตัวของนางเองที่รูปลักษณ์เปลี่ยนไปเพราะทั้งกินทั้งลงไปแช่สระวารีมรกตมานับหลายสิบปี ผิวที่เคยขาวใสบัดนี้กลับดูขาวเนียนราวหิมะผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าตาอวบอิ่มมีเลือดฝาด ผมสีหมึกที่เคยหยาบกระด้างเป็นบางส่วน ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าผมดำยาวสลวยดูเงางามสุขภาพดี
อวี้จื่อลู่เห็นทุกคนนิ่งค้างก็เผยยิ้มยินดีแล้วเอ่ยเสียงหวาน
“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”