Chronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ)

    ตอนที่ 66 หมอกประหลาด

    ตอนที่ 66 หมอกประหลาด



                “เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับท่านดยุค!!!”

                ทหารนายหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาดยุคซาแน็คในห้องทำงานห้องนี้ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายเน้นการใช้งานมากกว่าความหรูหรา ที่โต๊ะนั้นดยุคซาแน็คเงยหน้าขึ้นมองทหารนายนั้นที่เปิดประตูเข้ามา

                “มีเรื่องอะไรถึงได้เอะอะเสียงดังแบบนี้”

                แม้จะดุอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้ไม่พอใจแต่อย่างใดเขาหยุดอ่านเอกสารและรอฟังรายงานจากทหารนายนั้น อีกฝ่ายโดนสายตาของท่านดยุคจับจ้องก็รีบปรับลมหายใจ

                “ดาบขอรับ!!”

                    “ดาบอะไร?”

                “ดาบจอมมารขอรับดาบกลับมาแล้วขอรับ!!”

                “อะไรนะ!!”

                “ข้าเข้าไปในห้องเก็บดาบก็พบดาบจอมมารปักอยู่กลางแท่นขอรับ”

                “รีบพาข้าไปดูเร็วเข้า!!”

                “ขอรับ!!”

                ตอนนี้ดยุคซาแน็คไม่สนใจเอกสารแล้วเขารีบตามทหารนายนั้นไปยังห้องที่มีแท่นเก็บดาบจอมมารทันที

                ภายในห้องนี้มีแท่นประทับตั้งอยู่บนแท่นมีดาบเล่มหนึ่งปักอยู่ มันเป็นดาบยาวที่มีสีดำสนิทตลอดทั้งเล่ม กั่นดาบมีลักษณะเหมือนปีกมังกรตัวดาบมีไอสีดำทมิฬแผ่ออกมาทำให้คนที่สัมผัสมันรู้สึกสิ้นหวังมันปักอยู่แบบนั้นแต่พลังที่มันปลดปล่อยออกมาราวกับเป็นนายเหนือหัวของคนทั้งโลก

                “กลับมาแล้วจริงๆ..”

                ดยุคซาแน็คถึงกับน้ำตาไหลพรากด้วยความปลาบปลื้มแต่เขาก็ไม่กล้าเข้าไปในห้องนั้นเหมือนกัน เพราะกลื่นอายของดาบนั้นรุนแรงมากขึ้น ราวกับว่ากำลังเรียกหาผู้เป็นนายอยู่

                “ติดต่อไปทางเคเดมด่วนว่าให้ท่านจอมมารมารับอาวุธของท่านและพวกเราจะจัดพิธีรับตำแหน่งให้ท่านอย่างสมเกียรติด้วย”

                “ขอรับ”

                ทหารนายนั้นรับคำสั่งและรีบไปดำเนินการทันที

                “ในที่สุดพวกเราเผ่าปีศาจก็มีความหวังแล้ว....”

                ดยุคซาแน็คมองดาบจอมมารด้วยแววตาแห่งความหวังไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเขา มันช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก

                และข่าวการกลับมาของดาบจอมมาก็แพร่ออกไปอย่างรวดเร็วไม่นานทั่วทั้งดินแดนปีศาจก็ได้รับข่าวนี้ซึ่งมันทำให้ประชาชนชาวปีศาจโห่ร้องด้วยความดีใจ เพราะนี่คือนิมิตหมายอันดี

                ดาบจอมมารนั้นหายสาบสูญไปตั้งแต่สองพันปีก่อนพร้อมจอมมารรุ่นที่เจ็ดที่สิ้นชีพไปพร้อมกับผู้กล้ารุ่นที่เก้าในการต่อสู้และไม่มีใครพบเห็นดาบจอมมารอีกเลยแม้แต่จอมมารรุ่นที่แปดที่เข้ารับตำแหน่งก็ไม่มีดาบเล่มนี้ปรากฏ

                ทว่าวันนี้ดาบจอมมารกลับปรากฏขึ้นมาอีกครั้งแม้พวกเขาจะไม่ทราบว่ามันกลับมาได้อย่างไร แต่เรื่องนั้นใครจะสนใจหาคำตอบกันในเมื่อดาบกลับมาแล้วก็หมายความว่าพวกเขามีความหวัง

     

     

                สถานที่นี้คือปราสาทจอมมารตั้งอยู่ที่เมืองหลวงของดินแดนปีศาจ ปัจจุบันนั้นมีตระกูลของดยุคซาแน็คดูแลอยู่พวกเขาทำหน้าที่รับใช้จอมมารมาทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกและระหว่างที่รอจอมมารคนใหม่ถือกำเนิดพวกเขาจะทำหน้าที่ปกปักรักษาแดนปีศาจแทนจอมมารอย่างเต็มที่

                แดนปีศาจนั้นมีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปีเป็นดินแดนที่แม้จะอุดมสมบูรณ์แต่ก็มีสภาพอากาศที่รุนแรงมากดังนั้นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ที่จึงมีความอดทและแข็งแกร่งมากเพื่อปรับตัวให้รอดจากสภาพที่โหดร้ายแบบนี้ได้

                เผ่าปีศาจโดยปกติจะมีค่าสเตตัสเฉลี่ยสูงกว่ามนุษย์อย่างเช่นที่เลเวลหนึ่ง มนุษย์ทั่วไปจะมีสเตตัสเฉลี่ยยี่สิบถึงสามแต่เผ่าปีศาจนั้นจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ห้าสิบถึงหกสิบเช่นเดียวกับสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในแดนปีศาจที่พวกมันล้วนแข็งแกร่งมากกว่าปกติเพราะต้องอยู่รอดให้ได้ในสภาพอากาศแบบนี้

                    อันที่จริงรูปร่างหน้าตาของเผ่ามนุษย์กับเผ่าปีศาจก็ไม่ได้แตกต่างกันเลยเพียงแต่เผ่าปีศาจมักจะมีผิวขาวกว่าเพราะอยู่ในพื้นที่อากาศเย็นและมีสีผมและสีตาที่เข้มกว่าเผ่ามนุษย์เท่านั้นอย่างอื่นก็มีเหมือนกับเผ่ามนุษย์ทั้งรูปร่างหน้าตา ซึ่งจะสูงต่ำ อ้วนผอมก็เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนแล้ว

                อากาศหนาวเย็นตลอดปีมีลมแรงและมีพายุหิมะบ่อยครั้ง แต่ก็มีแดดจ้าในบางวัน แถมแสงแดดก็รุนแรงมากด้วยเป็นสภาพอากาศที่แทบจะไม่เหมาะต่อการดำรงชีวิตเลยแม้แต่น้อย

                ดินแดนปีศาจตั้งอยู่ในพื้นที่ทางเหนือของทวีปเอติออสอันกว้างใหญ่ทว่าความจริงแดนปีศาจคือพื้นที่ครึ่งหนึ่งของทวีปนี้เลยก็ว่าได้

                ส่วนดินแดนทางใต้ของทวีปส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นที่ของจักรวรรดิคาอินหนึ่งในสี่จักรวรรดิใหญ่ของโลกใบนี้และยังมีประเทศเล็กใหญ่อีกหลายประเทศที่ตั้งบนทวีปแห่งนี้

                จักรวรรดิคาอินมีพื้นที่ทางเหนือทั้งหมดติดกับแดนปีศาจเช่นเดียวกับทางตะวันออกที่ติดอาณาจักรอื่น ทางตะวันตกติดทะเลทางใต้ก็เช่นกันที่ติดทะเล และที่นั่นมีท่าเรือและเส้นทางติดต่อไปยังทวีปอื่น

                ทวีปที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเอติออสคือทวีปอาเซียสที่มีมีขนาดใหญ่ไม่แพ้กันขณะที่ทางตะวันออกจะเป็นทวีปโอซูรา ส่วนทางใต้คือทวีปเอนอสดินแดนแห่งภูเขาไฟและป่าดงดิบ

                ระหว่างแดนปีศาจและอาณาจักรทางใต้จะมีพื้นที่กันชนอยู่มันเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนพาดผ่านตลอดกึ่งกลางทวีป สถานที่นี้มีอากาศเย็นและยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรดุร้ายมากมาย

                เป็นกันชนตามธรรมชาติทำให้เผ่าปีศาจรุกรานเข้ามาในเขตแดนมนุษย์ได้ยากแต่ฝ่ายมนุษย์ก็ไม่ได้ประมาทพวกเขาสร้างป้อมปราการแข็งแกร่งไว้หลายป้อมตลอดแนวเทือกเขานี้เพื่อป้องกันการรุกรานของเผ่าปีศาจ

                แต่หลังจากที่พวกเขาหยุดทำสงครามกันป้อมปราการเหล่านี้ก็มีหน้าที่แค่เฝ้าระวังและตรวจตราคนเข้าออกเท่านั้นไม่ได้เหลือทหารประจำการมากมายเหมือนแต่ในอดีต

                แดนปีศาจนั้นแบ่งออกเป็นหลายพื้นที่แต่ละพื้นที่จะมีขุนนางดูแลปกครองอยู่ ซึ่งก็ไม่ต่างจากพวกมนุษย์เท่าใด ยกเว้นที่ว่าแดนปีศาจนั้นนับถือคนมีความสามารถไม่ใช่สายเลือด

                เผ่ามนุษย์มักให้ลูกคนโตสืบต่อต่อฐานะหรือกิจการมากกว่าลูกคนถัดไปแต่ที่ดินแดนปีศาจนั้นแตกต่างไปพวกเขาจะให้บุตรที่มีความสามารถที่สุดสืบต่อตำแหน่งหรือกิจการ

                ไม่อย่างนั้นเผ่าปีศาจคงล่มสลายไปแล้วถ้าไม่ทำแบบนี้เดิมทีเผ่าปีศาจมีจำนวนประชากรน้อยกว่า และพวกเขาก็มีอัตราการเกิดที่น้อยมากเรียกได้ว่าขาดแคลนกำลังคนอย่างยิ่งแม้พวกเขาจะมีช่วงอายุที่ยืนยาวกว่ามนุษย์มากก็ตาม

                ต่างจากมนุษย์ที่มีลูกง่ายทำให้ดำรงเผ่าพันธ์ได้ไม่สิ้นสุดแต่เผ่าปีศาจที่มีอัตราการเกิดน้อยนั้นจึงต้องฝึกฝนบุตรหลานให้แข็งแกร่งเพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไปในภายภาคหน้า

                แต่ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงหรือดำเนินไปยังไงทว่าทุกอย่างล้วนมีเหตุและผลในตัวมันเองแต่ก็มีใครบางคนที่คิดจะทำลายพันธนาการเหล่านี้ลงและมันใกล้จะเริ่มต้นสิ่งเหล่านี้แล้วเช่นกัน....

     

     

    มหาวงกตไดดาลอสชั้นสามขุมนรกชั่วกัลป์

                ฉั่วะ!!!

                    โฮก!!!

                    ตึง!!!!

                    ร่างใหญ่ยักษ์ของมังกรล้มลงพร้อมชีวิตที่ดับลงไปราดิชมองดาบในมือที่พังเสียหายก็อดถอนใจออกมาไม่ได้

                “ดาบพังไปอีกเล่มแล้ว”

                    -ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนด LV 92 เพิ่มเป็น LV 93

                    -เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด

                -ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลลมปราณจู่โจมขั้นสูง LV 2เพิ่มเป็น LV 3

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเคลื่อนที่ความเร็วสูง LV 3เพิ่มเป็น LV 4

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลวิถีเทพสัประยุทธ์ LV 6 เพิ่มเป็น LV 7

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลวิถีเทพมนตรา LV 6 เพิ่มเป็น LV 7

                -ได้รับสกิลพ๊อยท์

     

                    เขาเจอกับเจ้านี่ระหว่างทางแน่อนว่ามันเข้าโจมตีเขาทันที เจ้านี่ชื่อ กาโดสงสัยจะเป็นญาติพี่น้องกับเจ้ากาดอนที่เขาจัดการไป มันมีเลเวลสูงถึงสี่สิบแปดรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกับเจ้ากาดอนมากแถมการเติบโตของสเตตัสหรือสกิลก็แทบจะถอดแบบกันมา

                นั่นหมายความว่าเจ้ากาโดนี่ก็มีอัคคีไร้ผลและใช้เวทไฟได้นั่นเองเขาเองก็ต้องเสียเวลาอยู่นานกว่าจะล้มมันได้ เพราะมันหนังเหนียวมากการโจมตีด้วยเวทมนตร์แทบไม่มีประโยชน์ เลยต้องเปลี่ยนมาใช้ลมปราณจู่โจมแทนถึงล้มมันได้ในที่สุด

            ราดิชหยุดพักเติมพลังข้างร่างเจ้ากาโดก่อนจะออกเดินทางต่อไปเขาสำรวจพื้นที่มาตลอด นอกจากเจ้ากาโดแล้ว เขายังจัดการพวกตัวกระจอกไปอีกหลายตัว

                จะบอกว่าพวกมันกระจอกคงไม่ใช่เป็นเพราะเขาเติบโตขึ้นมาก สัตว์อสูรที่มีสเตตัสต่ำกว่าสามพันล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแล้วยกเว้นพวกตัวพิเศษเท่านั้นที่ต่อกรได้ยาก

                “อยากเจอตัวเก่งๆจัง”

                เขาเดินไปบ่นไปเรื่อยและดูเหมือนคำอธิฐานของเขาจะเป็นจริงเพราะทันทีที่เลี้ยวเปลี่ยนเส้นทางก็ได้เจอกับสิ่งที่เขาปารถนาเข้าจนได้

                “เฮ้ย!!!”

                ราดิชหลบฉากแอบทันทีเพราะสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างจากด้านหน้าเขาเพ่งมองไปพร้อมใช้สกิลส่องทางไกล แต่ก็มองไม่ชัดเพราะมันพร่ามั่วมากจนเขาใช้สกิลซ้ำๆ

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ส่องทางไกล LV 9 เพิ่มเป็น LV 10

                    -เงื่อนไขครบถ้วน สกิล ส่องทางไกล LV 10 พัฒนาเป็นสกิล เนตรพันลี้ LV 1

     

                    เมื่อสกิลเกิดการพัฒนาเขาก็มองเห็นสิ่งที่พร่ามัวนั้นได้ทันทีมันมีลักษณะคล้ายหมอกควันที่รวมกลุ่มกันอยู่ ทว่าหมอกสีเทานี้กำลังกินงูยักษ์อยู่เขาเห็นร่างของงูยักษ์นี้โดนหมอกปกคลุมและเริ่มเสื่อมสลายไป เขาเลยลองประเมินมันดู

     

    เผ่า น๊อกซิสมิสท์ LV 90      ชื่อ ไม่มี

    ค่าสเตตัส

    HP 8990/8990 (สีเขียว) (รายละเอียด)             

    MP 3055/3055 (สีฟ้า) (รายละเอียด)

    SP 5925/5925 (สีเหลือง) (รายละเอียด)                                   

    SP 3502/6570 (สีแดง) (รายละเอียด)

    ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 190 (รายละเอียด)

    ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 190 (รายละเอียด)

    ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 7005 (รายละเอียด)

    ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 6526 (รายละเอียด)

    ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 6098 (รายละเอียด)

    สกิล

    ฟื้นฟู HP ความเร็วสูง  LV 4                        ฟื้นฟู MP ความเร็วสูง LV 5                

    ลดระดับการใช้ MP ขั้นสูง LV 8                  ฟื้นฟูSP ความเร็วสูง LV 8                                 

    ลดระดับการใช้ SP ขั้นสูง LV 5                   สัมผัสพลังเวทLV 10                                          

    ควบคุมพลังเวท LV 10                              เพิ่มพลังสถานะผิดปกติขั้นสูงLV 10             

    เพิ่มพลังอัมพาตรุนแรง LV 10                    โจมตีอัมพาตรุนแรงLV 10                                               

    แอบซ่อน LV 10                                       พรางตาLV 10                                                      

    ไร้สุ้มเสียง LV 10                                      ไร้กลิ่นLV 10

    แม่นยำ LV 10                                                         หลบหลีก LV 10

    เพิ่มความน่าจะเป็นขั้นสูง LV 8                        เวทนอกรีต LV 10                                    

    เวทความมืด LV 10                                               เวทอันธการ LV 5

    สัมผัสอันตราย LV 10                                สัมผัสการเคลื่อนไหวLV 10                            

    สัมผัสกลิ่นอาย LV 10                               สัมผัสความร้อนLV 10                            

    กายภาพไร้ผล                                                       ต้านดิน LV 8

    ต้านความมืด LV 9                                               สถานะผิดปกติไร้ผล

    ต้านการเน่าเปื่อย LV 9                                        ความเจ็บปวดไร้ผล

    ไร้ความเจ็บปวด                                      มองเห็นในที่มืดLV 10                             

    ชีวิตฟ้าประทาน LV 9                                   เวทฟ้าประทาน LV 10        

    ความเร็วฟ้าประทาน LV 9                         ลาภฟ้าLV 8                                         

    ทรหดอดทน LV 1                                    ป้อมปราการLV 1                               

    วิถีสวรรค์ LV 10                                       สวรรค์คุ้มLV 9                                   

    เจ้าลมกรด LV 7                                                   

    สกิลพ๊อยท์ 139000

    ฉายา

    [ผู้สังหารสัตว์อสูร] [ผู้ฆ่าล้างสัตว์อสูร] [นักลอบฆ่า] [ภัยพิบัติแก่สัตว์อสูร]

     

                    ‘ตัวอะไรวะเนี่ย ปีศาจหมอกหรอกายภาพไร้ผลอีกต่างหาก ไอ้นี่ตัวอันตรายของจริง เลเวลเก้าสิบ แม่มฆ่าสัตว์อสูรไปเยอะแค่ไหนกันถ้าดูจากสกิล มันคงใช้เวทนอกรีตโจมตี แล้วก็ตามด้วยอัมพาต จากนั้นก็กินเหยื่อ ต่อให้เหยื่อรู้ตัวก็ทำอะไรมันไม่ได้ต้องใช้เวทมนตร์อย่างเดียว แต่มันมีพลังทนทานเยอะมาก เหอะๆ’

                    ‘สกิลอื่นไม่เท่าไรสำคัญหรือกายภาพไร้ผล จะว่าไปมันเป็นหมอกนี่หว่า อืม...เอาไงดีเจ้านี่น่าจะแข็งแกร่งมาก’

                แต่ก่อนที่ราดิชจะตัดสินใจก็เกิดบางอย่างขึ้นหมอกนั้นหยุดการกลืนกินเจ้างูและเคลื่อนที่มาหาเขาด้วยความเร็วเหมือนลมพัดท่าทางมันจะสัมผัสได้ถึงการมีตัวตนของเขาเข้าเสียแล้ว

                    “เฮ้ย!!! เวรแล้วไง”

    คล้ายกับเรื่องChronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ) ที่คุณอ่าน