"ขัดจังหวะอะไรข้าไม่มีธุระยุ่งอันใดนี่....อ๋อ" เฟิงเยว่ขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออกคงเป็เพราะซ่งอวิ๋นมาเขาเมื่อเช้านี้เป็แน่
"........"
"เ้าไม่พอใจที่จะข้ากับซ่งอวิ๋นอยู่ด้วยกันอย่างนั้นหรือ" เฟิงเยว่แอบยิ้มอย่างพอใจ
"........"
"ข้าไม่ได้คิดกับซ่งอวิ๋นเช่นบุรุษกับสตรี ข้าเพียงแต่เห็นนางเป็แค่น้องสาวก็เท่านั้น"
"เ้าไม่คิดแต่นางคิดเป็สตรีด้วยกันข้าดูออก"
"แล้วเ้าดูไม่ออกหรือว่าข้าชอบเ้า" เขากลั่นคำนี้ออกมาจากหัวใจก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพึงใจ
"เ้าว่าอะไรนะ"
"เ้าได้ยินไม่ผิดหรอก ข้าชอบเ้าจากใจจริง" เพียงแค่ได้ยินใบหน้าหวานก็คลี่ยิ้มออกมาก่อนจะรีบหลบสายตาคมคู่นั้นที่กำลังจ้องมอง เป็ไปได้อย่างไรที่เขาจะมาชอบเราทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าเราเป็ใครมาจากที่ไหน จากนั้นก็ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมาจนกระทั่งถึงจุดหมาย
"ถึงกระท่อมแล้ว เหตุใดเ้าหน้าแดงเช่นนี้เ้าป่วยอย่างนั้นหรือ" เฟิงเยว่ยื่นมือทาบที่หน้าผากของซูเหวินใบหน้าที่แดงก่ำของนางเกิดจากที่นางพักผ่อนไม่เพียงพอประกอบกับอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางด้วย เฟิงเยว่ลงหลังม้าไปก่อนแล้วจึงหันมารอรับนาง
"ลงมาสิไม่ต้องกลัวข้ารอรับอยู่" เฟิงเยว่พูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทางที่ลังเลของนาง
"ปล่อยข้าลงสิข้าเดินเองได้" เมื่อลงจากหลังม้าแล้วเขาจึงได้อุ้มนางไว้ก่อนก้าวเท้าเดินเข้ากระท่อมโดยไม่สนใจฟังคำของนาง
"อยู่นิ่งๆ อย่าขยับได้ไหมเดี๋ยวข้าก็โยนลงพื้นหรอก" เขาพูดเสียงดุก่อนทำทีว่าจะโยนจนนางต้องรีบโอบรอบคอเขาไว้แน่นก่อนหลับตาปี๋
"เสี่ยวถิง เ้าไปต้มยามาให้ข้าหน่อย"
"คุณชายป่วยหรือขอรับ"
"ข้าไม่ได้ป่วยแต่เป็นางที่ป่วย บอกให้อยู่นิ่งๆ ไง" เสี่ยวถิงแอบยิ้มให้กับเ้านายทั้งสองก่อนเข้าครัวไปต้มยาตามที่ได้รับสั่ง เมื่อเดินเข้ามาในห้องเข้าจึงได้วางร่างบางลงที่บนเตียงไม่นานเสี่ยวถิงก็นำยาเข้ามาให้เสร็จแล้วจึงปล่อยให้นางได้พักผ่อน
หลายวันต่อมา
เมื่อหวังเหล่ยยังคงเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเองว่าซูเหวินคือคนที่เขาตามหา จึงได้ให้คนแอบสืบความเป็มาของซูเหวินและตามมาหานางจนได้รู้แน่ชัดว่านางพักอาศัยอยู่ที่นี่วันนี้เขาจึงได้เดินทางมาถึงที่กระท่อมของเฟิงเยว่พร้อมกับลูกน้องคนสนิทเพราะรู้ดีว่าที่นี่เป็ถิ่นของผู้ใด
"ไม่ทราบว่าคุณชายมาหาผู้ใดกัน" เสี่ยวถิงเดินออกมาเปิดประตูก่อนเอ่ยถามแก่คนที่มาเยือนเมื่อเห็นชายผู้นี้มายืนที่หน้าประตูนานแล้ว
"ข้ามาหาเซี่ยเหยียนนางอยู่หรือไม่" หวังเหล่ยบอกจุดประสงค์ที่มา
"ท่านมาหาผู้ใดที่นี่ไม่มีคนชื่อเซี่ยเหยียนท่านคงมาผิดที่แล้วขอรับคุณชาย" เสี่ยวถิงเอ่ยปฏิเสธออกไป
"เสี่ยวถิงอาหารเสร็จแล้วไปเรียกคุณชายของเ้ามากินได้แล้ว" ซูเหวินกำลังยกถาดสำรับออกมาวางที่โต๊ะก่อนบอกกับเสี่ยวถิง
"ขอรับแม่นางซู" เมื่อซูเหวินมองมายังคนที่ยืนอยู่หน้าประตูก็ต้องใที่เห็นเป็บุรุษผู้นั้นที่นางเจอตอนไปเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟเมื่อวางถาดสำรับลงแล้วจึงได้รีบเดินเข้ากระท่อมไปทันที นี่เขาตามมาถึงที่นี่ได้อย่างไร
"เซี่ยเหยียนเ้ารอข้าก่อนสิ" หวังเหล่ยเอ่ยะโเรียกตามหลังนางหากแต่ซูเหวินไม่ได้หันกลับมามอง
"เข้าไม่ได้นะขอรับคุณชาย" เสี่ยวถิงรีบเดินเข้ามาขวางหวังเหล่ยเอาไว้
"นางคือคนที่ข้ากำลังตามหาอยู่ให้ข้าเข้าไปหานางเถอะ"
"แต่ถึงอย่างไรท่านก็เข้าไปไม่ได้ขอรับ หากนางคือคนที่ท่านตามหาจริงเดี๋ยวข้าไปบอกนางให้ท่านรอข้าอยู่ด้านนอกนี้ก่อนนะขอรับ" หวังเหล่ยนิ่งเงียบเขาจะบุ่มบ่ามเข้าไปอย่างนี้ไม่ได้เด็ดขาดหากเ้าของไม่พอใจจะเกิดเื่เอาได้ ด้านซูเหวินที่รีบร้อนเดินเข้ามาในกระท่อมก่อนจะต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเฟิงเยว่นั่งอยู่ด้านใน เขาได้ยินได้เห็นทุกการกระทำของคนที่อยู่ด้านนอกจึงได้เอ่ยถามขึ้น
"ผู้ใดมาเอะอะโวยวายอยู่หน้ากระท่อมกัน" เขาแอบสังเกตสีหน้าครุ่นคิดของนาง
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" ฝ่ามือเล็กที่ชื้นไปด้วยเหงื่อประสานกันแน่น
"คุณชายคนผู้นั้นมาหาแม่นางซูขอรับบอกแม่นางซูเป็คนที่เขาตามหาอยู่คุณชายคิดเห็นอย่างไรให้ข้าไล่ไปเลยดีไหมขอรับ" เสี่ยวถิงที่เดินเข้ามาบอกกับเฟิงเยว่ที่นั่งหน้านิ่งสายตาว่างเปล่ามองออกไปนอกประตู
"จะทำเสียมารยาทเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าจะออกไปดูสักหน่อย" สิ้นคำพูดเฟิงเยว่ก็ลุกเดินออกไปหาชายที่อยู่หน้าประตู
"คุณชายท่านนี้มาตามหาแม่นางที่อยู่ด้านในนั้นหรือ"
"ใช่แล้ว"
"เช่นนั้นก็ขอเชิญเข้าไปดื่มน้ำชาด้านในก่อนเถอะ ต้องขออภัยด้วยที่คนของข้าเสียมารยาทกับท่าน" เฟิงเยว่เอ่ยตำหนิคนของตัวเองก่อนจะเดินนำหวังเหล่ยเข้าไป
"ไม่เป็ไรข้าไม่คิดถือสา" อย่างไรเสียวันนี้เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่านางใช่เซี่ยเหยียนหรือไม่
"เชิญท่านนั่งก่อนเถอะข้าจะไปตามนางออกมาให้" เฟิงเยว่เดินหายเข้าไปในกระท่อมเพียงไม่นานก็กลับออกมาพร้อมกับซูเหวินที่เดินแอบอยู่ด้านหลังของเฟิงเยว่สีหน้าของนางไม่เต็มใจนัก
"เ้ารู้จักบุรุษที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้หรือไม่" เขาถามนางด้วยใบหน้าราบเรียบไม่ได้รู้สึกใกับเื่ราวที่เกิดขึ้น หากเขาส่งตัวเธอให้กับชายผู้นี้เธอจะทำอย่างไรดี
"ข้าไม่รู้จัก" ซูเหวินปฏิเสธออกไปก่อนจะหันไปสบตากับเฟิงเยว่
"เหตุใดเ้าถึงพูดเช่นนั้น ข้าหวังเหล่ยอย่างไรเล่าเ้าจำข้าไม่ได้จริงๆ หรือ" จะเป็ไปได้อย่างไรที่นางจะจำไม่ได้เลยหากเป็นางจริงหรือว่าความจำของนางเลอะเลือนไปอย่างนั้นหรือ
"นางก็เพียงแค่หน้าเหมือนเท่านั้น ท่านพี่อย่าได้เป็กังวลใจไปเลยเ้าค่ะ หากเป็เซี่ยเหยียนจริงนางต้องจำข้าได้สิเ้าคะ" เซี่ยหลินที่เพิ่งเดินตามเข้ามาในภายหลังได้เอ่ยขึ้น นางตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นสามีจึงได้เค้นเอาคำตอบจากเหล่าลูกน้องของเขาแล้วจึงได้ตามมาถึงที่นี่
"แต่ข้าเชื่อว่านางคือเซี่ยเหยียนจริงๆ"
"ท่านจะพิสูจน์อย่างไรว่านางคือคนที่ท่านตามหาจริง" เฟิงเยว่ตั้งข้อกำหนดหากเป็จริงดังที่กล่าวอ้างเขาต้องมีวิธีพิสูจน์ตัวตนของนางได้สิ
"ท่านจะให้ข้าพิสูจน์ยังไง"
"เช่นนั้นพวกท่านก็ถามเอาความกับนางเองเถอะหากนางตอบคำถามที่พวกท่านอยากรู้ได้ทั้งหมดข้าจะยอมมอบตัวนางให้กับพวกท่านไป" เขามั่นใจว่านางไม่สามารถตอบคำถามของพวกเขาได้แน่นอน เมื่อได้ฟังซูเหวินเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดนี่เขากำลังจะทำอะไรกันแน่