ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่860 กลับหมู่บ้านลมหวน

        อี้เฉินสืบฝีเท้า ตามเสียงเชิญ ผู้นำอี้พาน ไปอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อรับรู้พวกเขา ต่างก็เป็นคนตระกูล อี้ ด้วยกันแทบทั้งสิ้น เมื่อโลหิตภายในกายพวกเขาเต้นเร้าๆ ดึงดูดเรียกหากันเล็กๆ

 


        อี้เฉินสืบฝีเท้า เข้าไปด้านในพระราชวังอย่างแช่มช้า ครั้นเขาคลี่ยิ้มให้ ผู้นำอี้พาน อี้เฉินก็ไม่ได้สนใจ ชายวัยกลางคนอีกต่อไป ฝีเท้าเขาย่างก้าวไปหาโลงศพ ของหลินเฟยในทันใด

 


        ก่อนอี้เฉินจะยกโลงศพสำริดที่มีร่างหลินเฟย คล้ายกับคนนอนหลับใหลขึ้นมา อักขระค่ายกล อาคมต่างๆ ที่ผนึกโลงศพไว้อย่างแน่นหนา กลับถูกคลี่คลาย ลงไปอย่างง่ายดาย ไม่มีละลอกคลื่น อักขระแตกฉานซ่านเซ็นปรากฏออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย

 


        ผู้นำอี้พาน เขารับรู้ได้ทันทีว่า คนที่จะยกโลงศพนี้ได้ จะต้องเป็นคนที่ผนึกมันเองเท่านั้น ทำให้เขาตกใจไม่น้อย รีบสืบฝีเท้ามารับหน้า คำนับ อี้เฉินอย่างนอบน้อม “ท่านบรรพชน ขอต้อนรับกลับตระกูล อี้”

 


        สายตาอี้เฉิน เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องของโลกหล้าอีกต่อไป แม้แต่อี้พานเขายังรับรู้ว่า เขาไม่อาจฉุดรั้งอี้เฉินไว้ได้ “ข้ามีนามว่าอี้พาน เป็นผู้นำของคนตระกูลอี้ รุ่นนี้ ..ข้ามีสิ่งหนึ่งต้องบอกกับท่าน จักรพรรดิอี้หลิน ก่อนตายนางได้สั่งเสียไว้ หากผู้ใดยกโลงศพสำริดขึ้นมาได้ ให้เชิญคนผู้นั้นไปยังห้องส่วนตัวของนาง ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของบรรพชน ข้าไม่อาจไม่บอกกล่าวท่านได้”

 


อี้เฉินที่ได้ยินคลื่นอารมณ์เขาปั่นป่วนขึ้นมาไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยพูดผายมือออกมา “เช่นนั้น..  เชิญเจ้านำทาง”

 


         อี้พาน แอบลอบถอนลมหายใจ ออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยๆ เขาก็ได้ทำตาม เจตนารมณ์ ของบรรพชนรุ่นก่อนสำเร็จ ...ระหว่างทางที่เขาเดินขึ้นไปยังยอดเขา ที่ประทับส่วนตัว สันโดษของ จักรพรรดิอี้หลิน เขาก็กล่าวพูดออกมา ราวกับเป็นการตัดพ้อ ที่มหาพิภพแห่งนี้ ไม่มีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ปรากฏขึ้นมานานนม หลายพันปีแล้ว

 


        อี้เฉินที่แบกโลงศพไป เขากล่าวตอบออกมาตรงๆ ไม่ได้กล่าวพูดอ้อมค้อม “แก่นโลกเสียหายจึงทำให้มหาพิภพ ไม่มีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ถือกำเนิด แต่ต่อจากนี้ไป มันจะไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไป เมื่อแก่นโลกสมบูรณ์ เจ้าเองก็ควรเร่งการฝึกฝน ศักยภาพของเจ้าก็ไม่เลว ไม่แน่เจ้าอาจไปเหยียบขั้นพลังจักรพรรดิ ผู้ยิ่งใหญ่ก็เป็นได้”

 


         อี้พาน หัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจ “ ฮ่าๆ ท่านบรรพชน กล่าวชมข้าเกินไปแล้ว” ทว่าเขามองอย่างไร ก็ไม่อาจมองขั้นพลังของอี้เฉินออก ภายในใจมีความสงสัยใคร่รู้ เตรียมจะเอ่ยไต่ถามนามของอี้เฉินออกมา

 


        “ท่านบรรพชน...” ก่อนอี้พานเขาจะส่ายหัวออกมา เมื่อเห็นร่างอี้เฉิน ปรากฏร่างเงาทับซ้อนออกไปเป็นทางยาว ขึ้นไปยังคฤหาสน์ลอยฟ้าสีขาวงดงาม ให้ความรู้สึกร่มรื่น มันก็ทำให้คลื่นอารมณ์อี้เฉิน ปั่นป่วนขึ้นมาอย่างหนัก

 


        เมื่อเห็นร่างจิตยึดติด ของอี้หลินบุตรสาว สายตามองทอดยาวออกไปไกล ราวกับนางรอใครบางคนภายในทิศทางนั้นอยู่ อี้เฉินหัวใจสั่นสะท้านไม่น้อย เมื่อจิตยึดติด บุตรสาวหันปรายตามาจ้องมองตัวเขา

 


ก่อนอี้หลินจะคลี่ยิ้มตาหยี ราวกับเป็นเด็กในสมัยวันวาน พร้อมกล่าวพูดออกมา “ท่านพ่อเล่นหมากล้อมกระดานสุดท้าย เป็นเพื่อนข้าได้หรือไม่?”

 


          อี้เฉินน้ำตาไหลริน แม้จะเป็นจิตยึดติดของอี้หลิน มันก็ทำให้คลื่นอารมณ์ของเขา พลุ่งพล่านขึ้นมาเป็นอย่างมาก รีบพยักหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาให้บุตรสาวอย่างฉับไว

 


        …เสียงวางหมาก ดังอยู่นานสองนาน พวกเขาไม่ได้กล่าวพูดสิ่งใด ทว่ามันสื่อออกมาจากหมาก ที่พวกเขาเดินจนหมด อี้เฉินที่อยากจะยื้อเวลาให้นานที่สุด เขาเจ็บปวดไม่น้อย เมื่อหมากตัวสุดท้าย ที่เขามีกำลังจะวางลงเต็มกระดาน ภายในใจอี้เฉิน จึงมีความลังเลเป็นอย่างมาก ที่จะวางมันลงไป

 


อี้หลิน นางกล่าวออกมาเสียงเบา “ท่านพ่อ ท่านวางหมากตัวสุดท้ายลงเถอะ เราจะได้จบหมากกระดานสุดท้ายกัน”

 


         อี้เฉินพยักหน้า ก่อนจะวางหมากตัวสุดท้าย จบเรื่องราวทุกอย่าง พร้อมจิตยึดติดของอี้หลิน ที่สลายไปต่อหน้าต่อตาของเขา ชาติภพนี้ เขาจะไม่ได้เห็นบุตรสาวใบหน้านี้อีกต่อไป

 


         ก่อนละอองแสงหนึ่ง จะพุ่งปราด ปรากฏติดแขนอี้เฉิน เป็นเศษเสี้ยวดวงวิญญาณบุตรสาวสลักลึก ราวกับจะไม่ให้อี้เฉินลืมเลือนนาง มันก็ทำให้อี้เฉินร้องไห้โฮ ออกมาอย่างหนัก

 


         …กว่าอี้เฉินจะทำใจได้สืบฝีเท้ากลับหมู่บ้านลมหวน ที่เขาจากมาอีกครั้งก็ปาไปหลายวัน ก่อนเขาจะใช้ของเหลวเซียน ผู้ร่วงหล่น คืนชีพให้หลินเฟย แต่ดวงวิญญาณดั้งเดิมของหลินเฟยแตกพัง เสียหายอย่างหนัก ทำให้นางเกิดใหม่ เป็นเพียงเด็กทารก ไม่มีความทรงจำขึ้นมาเท่านั้น

 


…อี้เฉินเลี้ยงดูหลินเฟย ภายในหมู่บ้านลมหวน ทำให้จิตใจที่แตกสลายเขา ค่อยๆ ถูกเยียวยาไปช้าๆ ให้เขาได้กลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง

 


         ผู้อาวุโสบางคนภายในหมู่บ้านลมหวน ที่รับรู้ว่าอี้เฉินเป็นผู้ใด จากสิ่งที่บรรพชน กล่าวคำพูดส่งต่อมารุ่นสู่รุ่น  พวกเขาต่างก็ต้อนรับอี้เฉิน อย่างเป็นกันเอง แม้กระทั่งยกตำแหน่ง ผู้นำหมู่บ้านให้อี้เฉิน ช่วยดูแล เนื่องด้วยดินแดนเบื้องล่าง มีการแข่งขันที่สูงขึ้น ตั้งแต่ทุกดินแดนรวมกันเป็นหนึ่ง ดินแดนเบื้องล่าง จึงถูกเรียกขานว่าดินแดน 5อาณาจักร  จอมยุทธ์ไม่น้อย ต่างก็เดินทางมาเยือนแสวงหา สมบัติล้ำค่า ของจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น ที่ถูกกล่าวขานตั้งแต่สมัยอดีต มาจวบจนถึงยุคปัจจุบัน ทำให้ดินแดน5อาณาจักร เกิดความวุ่นวาย มีกระทบกระทั่งกันอยู่บ่อยครั้ง

 


        ...อี้เฉินที่ปลูกมัน รวมกับสมุนไพรล้ำค่า บริเวณหลังเขาท้ายหมู่บ้าน มีหลินเฟยเด็กสาวอายุ12 คอยช่วยเป็นลูกมือ เขาเอ่ยพูดไต่ถามเด็กสาวขึ้นมาทันที “วันนี้เจ้าไม่ฝึกฝนหรือ อี้หลิน”

 


เด็กสาวเบ้ปากขึ้นมาทันที “ท่านพี่อี้เฉิน ข้าฝึกหนักมาตลอด ให้ข้าพักผ่อนสักหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร”

 

 

         อี้เฉินที่ได้ยินเขาได้แต่ส่ายหัวออกมา หลินเฟยชาติภพนี้ นางมีศักยภาพที่ดีเยี่ยม ก่อนเขาจะเอ่ยพูดออกมา “เกรงว่าข้าต้องไปหาสำนัก ให้เจ้าได้เรียนรู้ เติบโตเสียแล้วกระมัง หลินเฟย”

 


        “ข้าไม่ไป ข้าเรียนรู้จากท่าน ข้าก็เก่งกาจไม่น้อยแล้ว” หลินเฟยที่ตะโกนก้อง ออกมาด้วยความเชื่อมั่น เขาต้องปิดปากเงียบ ฉับ!! ไปอย่างเร็ว เมื่อห้วงมิติเกิดการบิดเบี้ยว อย่างกะทันหัน พร้อมกลุ่มคนที่นำมาโดยผู้อาวุโส สำนักขึ้นตรงกับราชวงศ์จันทรา แค่นเสียง หึ!! ออกมาอย่างไม่พอใจ “แม่หนู เจ้าจะปากเก่งเกินไปแล้วกระมัง”

 


        แม้แต่เหล่าศิษย์ ผู้ติดตามชายชรามา พวกเขายังคลี่ยิ้มออกมา ด้วยความโอหัง ทำให้หลินเฟยที่เห็นสายตาพวกนั้น นางต้องไปหลบหลังท่านพี่อี้เฉินอย่างฉับไว

 


ผู้อาวุโสชรา เขากล่าวพูดออกมาหาอี้เฉินพวกเขาพบเจอกันมาอยู่หลายครั้ง จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว  “ข้ามาเก็บภาษีหมู่บ้าน”

 


         อี้เฉินพยักหน้า ผายมือออกมา “เชิญ” ก่อนเขาจะปลูกมัน ต่อไปไม่ได้สนใจพวกเขา ที่มองชม เก็บเกี่ยว สวนสมุนไพรล้ำค่าต่างๆ ถือเป็นของล้ำค่า ที่สุดแถวหมู่บ้านแถบนี้

 


เสียงจอแจของเหล่าศิษย์ดังออกมาทันที “ดูสมุนไพรพวกนี้ซิ มีถึงระดับเทพ ระดับศักดิ์สิทธิ์ ที่ข้าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ก็มีอยู่หลายต้นเช่นกัน”

 


        “อืมๆ นี่มันสวนสมุนไพร ล้ำค่าย่อมๆ เทียบเท่าสำนักเรา ได้เลยเชียวนะ” แม้แต่ผู้อาวุโสชราเขายังพยักหน้า ยกย่อง เห็นด้วยกับคำพูดของเหล่าศิษย์

 


ก่อนสตรีในกลุ่มจะกล่าวพูดขึ้นอีกครั้ง “แล้วเหตุใดไอ้ต้นมัน พวกนี้ ถึงมาปลูกในสวนสมุนไพร ช่างดูขัดหูขัดตา ข้าจริงๆ”

 


        หลินเฟยที่ได้ยินนางกำฝ่ามือน้อยๆ ของนางเอาไว้จนแน่น ทว่าสตรีนางนั้นเหมือนว่า นางพยายามจะยั่วโทสะ เด็กสาว อี้เฉินจึงต้องกล่าวห้ามปรามหลินเฟย นางเบาๆ “เจ้าต้องสงบเยือกเย็นไว้”

 


“ข้าเข้าใจแล้วน่า” ก่อนพวกเขาจะก้มหน้าก้มตา ปลูกมันต่อไป

 


       หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมากว้าง ส่งไปหาอี้หลิน “ช่างไม่สนุกเอาเสียเลย” ก่อนพวกเขาจะเลือกคัดสรรสมุนไพรต่างๆ ไปร่วมชั่วยาม จนมันเต็มตะกร้า พร้อมชายชราที่ถือออกมา เตรียมจะสืบฝีเท้า ผ่านอี้เฉินจากไป

 


อี้เฉินปัดเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น ไต่ถามชายแก่ทันที “ท่านจะไม่ให้ข้าตรวจสอบดูหน่อยหรือ?”

 


          ชายแก่ถึงกับหน้าบูดเบี้ยว ชะงักฝีเท้ากะทันหัน “เจ้า!! เจ้า!!” ก่อนส่งตะกร้า ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรให้อี้เฉินตรวจสอบดู พร้อมเผยรอยยิ้มภายในใจออกมากว้าง ‘ดูซิเจ้ามีปัญญา กล้าคัดค้านข้าหรือไม่’

 


        หญิงสาวที่แกล้ง หลินเฟยก่อนหน้านี้ เห็นใบหน้าอี้เฉินชัดๆ ถนัดตา ใบหน้างดงามสมวัย นาง แดงระเรื่อขึ้นมาทันที เมื่อจ้องมองใบหน้าอี้เฉิน อย่างไม่วางตา

 


         พร้อมอี้เฉินที่โบกสะบัดฝ่ามือ ตรวจสอบสมุนไพร ว่าพวกเขาเก็บเกี่ยวไปถูกต้องหรือไม่ ก่อนเสียง หึ!! อี้เฉินจะแค่นดังขึ้นมาในลำคอ อย่างไม่พอใจ “ที่นี่ ห้ามถอนรากต้นสมุนไพรขึ้นมา ใครกันเป็นคนถอน รีบนำมันกลับไปปลูกที่เดิมเสีย”

 


        ชายแก่กล่าวพูดขึ้นมาทันที “ข้าเองแล้วเจ้าจะทำไม แค่สมุนไพรระดับเทพต้นเดียว หรือเจ้าไม่คิดจะไว้ หน้าชายแก่อย่างข้า เจ้าหนุ่ม” พร้อมภายในใจชายแก่ เผยรอยยิ้มออกมากว้าง เขามั่นใจว่าอี้เฉินต้องปล่อยเขาผ่านไป

 


         ทว่าดันผิดคาดชายแก่ไม่น้อย อี้เฉินเอ่ยพูดราวกับเป็นคำสั่งขึ้นมาทันที “งั้นเจ้าจงไปปลูกมันกลับที่เดิมเสีย” แม้แต่เหล่าศิษย์ พวกเขายังรับรู้บรรยากาศที่หนักอึ้งปรากฏขึ้นมา จากขั้นเซียนสวรรค์

 


        ชายแก่ที่แผ่ริ้วคลื่นแรงกดดันออกมา มองอี้เฉินด้วยสายตาคมกล้า ทว่าเมื่อเห็นภาพทับซ้อน ประหลาด ยากจะอธิบายได้ ตัดสลับกับอี้เฉินบัดนี้ อีกร่างที่มีแต้มสีดำกลางหว่างคิ้วของอี้เฉิน แผ่ซ่านปราณพลังที่บ้าคลั่ง ไม่มีสิ้นสุดออกมา พร้อมท้องฟ้าสีแดงแลบแปลบปลาบ ราวกับท้องฟ้าที่ล่มสลาย ทับซ้อนกับร่างอี้เฉินซ้ำๆ ราวกับเขาเห็นผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด ของโลกหล้า มันก็ทำให้ชายแก่ก้าวฝีเท้าถอยหลัง อย่างไม่รู้ตัว พร้อมเม็ดเหงื่อผุดพราย เปียกชุ่มขึ้นมาเต็มแผ่นหลัง ด้วยความหวาดกลัว
 


**ช่วงไหนที่ไม่ได้เป็นความลับเนื้อเรื่องมาก ผมจะเปิดให้อ่านฟรีนะครับ เพื่อเป็นการลดภาระ ผู้ซื้อ สนับสนุน


 

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน