My Duty Is Saving The Another World [ผมต้องช่วยต่างโลกไว้ให้ได้]

    Chapter I : การจากลาคือการเริ่มต้น

    ในปี 2025 ได้เกิดการผลิตและส่งออกยาบ้าผิดกฎหมายชนิดใหม่ขั้นร้ายแรงส่งออกไปทั่วสหรัฐอเมริกา เพียงแค่เม็ดเดียวก็ถึงขั้นที่ทำให้ผู้เสพเปลี่ยนจากคนปกติให้กลายเป็นบ้าแบบที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์และสติสัมปชัญญะภายในระยะเวลาอันสั้น โดยยาชนิดนี้มันได้รับสมญานามว่า No Merc หรือย่อมาจาก No Mercy เพราะมันรุนแรงกว่ายาชนิดไหน ๆ ที่เคยมีมาบนโลก ซึ่งมีผู้ตกเป็นเหยื่อจากทั่วประเทศ ไม่ต่ำกว่า 100,000 ราย ภายในระยะเวลาแค่ครึ่งปี และในอนาคตคาดว่าน่าจะมีผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มมากขึ้น จากสถานการณ์ที่รุนแรงเช่นนี้ ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจึงเกรงว่ายาเสพติดชนิดนี้จะระบาดไปสู่ภายนอกประเทศและนำมาสู่หายนะในอนาคต ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปแทรกซึมภายในแหล่งต้นตอการผลิตยาเสพติดของผู้ก่อการร้าย และทำลายหลักฐานรวมทั้งสูตรการผลิตยาทิ้งให้สิ้น

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    ทเวลฟ์ ดีเซมเบอร์ ทหารเดลต้า ทหารหน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพอเมริกา หนึ่งในเจ้าหน้าที่พิเศษที่ถูกส่งไปทำภารกิจลับโดยรัฐบาลสหรัฐ

     

    ณ ปัจจุบัน เวลา 22.00 น. เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

     

    ในยามค่ำคืน ณ ตึกอาคารร้างแห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณชานเมืองและลับตาคน ตึกอาคารร้างที่ดูใหญ่โตและดูเก่าผุพัง แม้ดูจากภายนอกก็เหมือนจะเป็นตึกที่ไม่มีคนใช้งานแล้ว แต่ความจริงนั้นภายในเป็นโรงงานผลิตยาเสพติด No Merc และ ณ ตอนนี้ก็ได้มีหน่วยรบพิเศษเข้าปิดล้อมพื้นที่บริเวณตึกไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    “ เรียกทีม Reaper นี่ Shadow เราได้รับคำสั่งยืนยันชัดเจนจากทางเบื้องบนมาแล้ว ระบุมาว่าพวกมันอยู่ภายในตึกนี้ไม่ผิดแน่ จับตัวการเป็นหรือตายก็ได้ และทำลายสูตรยาให้ไวที่สุด พร้อมแล้วบุกได้เลยไม่ต้องรอคำสั่ง เปลี่ยน ” ././//.///.// (เสียงวิทยุ) เสียงของชายคนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของหน่วยนี้

     

    “ นี่ทีม Reaper รับทราบคำสั่ง เราจะทำการบุกเคลื่อนไหวให้เงียบที่สุด เปลี่ยน ” .///.//.//./

     

    เสียงของชายดังกล่าวที่ตอบกลับผ่านทางวิทยุนั้นก็คือเวล โดยเวลนั้นเป็นหัวหน้าทีมบุกในคราวนี้ แม้เขาจะอายุไม่มาก แต่ความเก่งและประสบการณ์ของเขาก็เข้าตาพวกผู้ใหญ่และผู้มีอำนาจเป็นอย่างมาก ทำให้เขาได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้าหน่วยนำภารกิจในครั้งนี้

     

    “ รับทราบ ทีม Shadow จะรอคำสั่งสนับสนุนอยู่ข้างนอก เลิกกัน ” .///././//./

     

    ซึ่งในปฎิบัติการครั้งนี้ภายในทีมนี้มีทั้งหมด 7 คน รวมทั้งเวล แต่ก็ยังมีอีกทีมที่จะรออยู่ภายนอกไว้คอยเป็นกำลังสนับสนุนพวกเวล

     

    “ นี่ Reaper 5 พบเป้าหมายที่หน้าประตูทางเข้า 11 นาฬิกา จำนวน 2 คน ขอคำสั่งยิงด้วยทราบแล้วเปลี่ยน ” .//././//./

     

    “ จัดการได้เลย เปลี่ยน ” //.//.//././  เวลออกคำสั่ง

     

    ฟิบๆๆ ฟิววๆ (เสียงปืนเก็บเสียง)

     

    “ หน้าประตูทางเข้าเคลียร์ ” .//.//.///./

     

    แต่เนื่องจากปืนที่ใส่ที่เก็บเสียงนั้นก็ไม่ได้เบาถึงขั้นที่คนอื่นจะไม่ได้ยิน แต่ก็โชคดีที่ไม่มีผู้ก่อการร้ายคนไหนอยู่ใกล้บริเวณประตูทางเข้าเลยทำให้ทีมของเวลนั้นเขาไปภายในอาคารได้อย่างง่ายดาย 

     

    *  เกร็ดความรู้ ที่เก็บเสียงของปืนนั้นแม้จะชื่อที่เก็บเสียง แต่ก็ไม่ได้เก็บเสียงขนาดที่สามารถเดินยิงกันในที่สาธารณเหมือนอย่างในหนังเรื่อง John Wick ได้ ที่เก็บเสียงนั้นทำเพียงแค่ลดการกระจายของเสียงเพื่อให้เบาลง แต่การยิงพร้อมกับที่เก็บเสียงนั้น อย่างน้อยเสียงที่ได้จากการยิงก็ดังไม่ต่ำกว่า 120 Db (เดซิเบล) แน่นอน *

     

    ในระหว่างทางที่เหล่าเจ้าหน้าที่พิเศษกำลังเดินเข้าไปภายในอาคารด้วยความเงียบเชียบ แต่ในเรื่องโชคดีก็ยังมีเรื่องโชคร้าย เมื่อพวกเขาเข้ามาภายในโถงทางเดินขนาดใหญ่ภายในอาคารมาได้ไม่นาน กลุ่มผู้ก่อการร้ายก็ได้ปรากฎขึ้น จากหัวมุมสุดโถงทางเดิน ก่อนที่เป้าหมายจะถูกสังหารโดยพวกกลุ่มกองกำลังพิเศษของเวล 

     

    หลังจากการสังหารเสร็จสิ้น เหล่าผู้ก่อการร้ายก็เริ่มรู้ตัวกัน พวกมันเรียกกำลังเสริม ก่อนที่จะมีชายหลายคนทยอยรีบเร่งฝีเท้าพากันวิ่งกรูเข้ามาที่โถงทางเดินใหญ่เป็นจำนวนมาก

     

    “ เวรเอ้ย! มันรู้ตัวได้ไง ” .//.//.///./  หนึ่งในคนในทีมกล่าว

     

    ปัง!ๆๆๆๆ ปังปัง!! ปังงๆๆ ปัง!ๆๆๆ 

     

    เสียงปืนยิงใส่กันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาคาร ทำให้คราวนี้พวกผู้ร้ายรู้ตัวและเริ่มกรูกันเข้ามาที่โถงทางเดินกันเป็นจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับอาวุธหนัก ไม่ว่าจะเป็นปืน AK-47, Galil ACE และ ฯลฯ

     

    “ พวกมันเริ่มรู้ตัวกันแล้ว เอายังไงดีครับ? ” .//.///././

     

    “ จัดการให้เรียบ ” .//.//.//.///

     

    ปัง!ๆ ปัง!!ๆๆๆ ปังปัง! ปัง!ๆๆ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาคารก่อนที่จะมีคนในทีมทำอะไรบางอย่างขึ้น

     

    คลิ๊ก!!!!!!

     

    “ ขว้างระเบิด หมอบลง!! ” 

     

    เจ้าหน้าที่นายหนึ่งในทีมของเวลได้ตะโกนดังขึ้น ก่อนที่จะทำการแกะสลักระเบิดและใช้กำลังแขนที่มีทั้งหมดเขวี้ยงลูกระเบิดออกไป ลูกระเบิดได้ตกกระทบกับกำแพงตรงบริเวณหัวมุมทางเดินที่มีผู้ร้ายอยู่กันเป็นจำนวนมาก และระเบิดก็ทำงานเมื่อหมดเวลาการหน่วงระเบิด

     

    ตู้มม!!!!!!!

     

    หลังจากการเขวี้ยงระเบิดมือออกไปทำให้เหล่าผู้ร้ายที่ออกันอยู่ที่หัวมุมทางเดินต่างแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี ทำให้เกิดเป็นภาพน่าสะอิดสะเอียนอยู่ที่หัวมุมโถงทางเดิน ศพเกลื่อนกลาด เลือดสาดกระเซ็นตามกำแพงรวมทั้งเครื่องในกระจัดกระจายเต็มไปหมด สภาพศพที่โดนแรงระเบิดอัดไปเต็มๆ ต่างแทบไม่เหลือชิ้นดี ศพบางศพก็กระเด็นไปนอนพิงอยู่ตรงกำแพงพร้อมสภาพขาที่หายไป และลำตัวที่มีรูจากสะเก็ดระเบิด

     

    “ หัวมุมเคลียร์ ทีม Reaper เดินหน้าต่อได้ { สะอิดสะเอียนชะมัด } ” เวลพูดถึงภาพที่น่าสะอิดสะเอียนตรงหน้าในใจ

     

    ระหว่างทางก็มีเสียงปืนยิงใส่กันดังเป็นระยะ ๆ แต่แล้วก็มีผู้ร้ายคนหนึ่งโผล่ออกมาจากประตูข้างกำแพงที่ยังไม่ได้ทำการตรวจเช็ก ก่อนที่มันจะหยิบปืนมายิงใส่เจ้าหน้าที่แบบไม่ทันตั้งตัว

     

    ปัง!!

     

    หลังจากสิ้นเสียงปืนของผู้ร้ายที่ยิงไปได้เพียงหนึ่งนัด

     

    ปัง!!ปัง! ปังๆๆ! ปังงๆ!!

     

    เหล่าเจ้าหน้าที่ต่างรัวกระสุนใส่ร่างผู้ร้ายคนนั้นจนพรุนไม่เหลือชิ้นดี แต่โชคร้ายที่หนึ่งในทีมของเวลนั้นโดนลูกกระสุนเจาะเข้าที่ไหล่ซ้ายเต็ม ๆ ทำให้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถปฏิบัติภารกิจต่อไปได้ จึงจำเป็นต้องนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลโดยด่วน

     

    “ บ้าเอ้ย!! นี่ทีม Reaper เรียก Shadow มีคนบาดเจ็บ! ขอย้ำมีคนบาดเจ็บ!! รีบนำคนเจ็บออกไปด่วน และขอกำลังเสริมด้วย เปลี่ยน ”.///././///..///./  เวลตะโกนอัดผ่านวิทยุสื่อสาร

     

    เจ้าหน้าที่นายหนึ่งในทีมเวลได้ลากร่างของเจ้าหน้าที่อีกคนที่บาดเจ็บออกไป ทำให้ ณ ตอนนี้ทีมของเขาเหลือกันอยู่เพียง 5 คน

     

    หลังจากการปะทะเมื่อครู่จบลง เวลได้ทำการเรียกกำลังเสริมจากทีม Shadow เข้ามา ทีมที่คอยรอสนับสนุนอยู่ทางด้านนอก ไม่นานกำลังเสริมก็มาเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งทีมจำนวน 5 คน โดยอีก 2 คนของทีม Shadow ได้ทำการเฝ้าระวังด้านนอกไว้และคอยติดตามรายงานสถานการณ์ภายนอกให้พวกเวล และรายงานสถานการณ์ภายในของพวกเวลให้แก่ศูนย์ใหญ่ และรอรับคำสั่งจากศูนย์ใหญ่อีกที โดยทีมที่ตามมาทีหลังนี้ได้ทำการตั้งระเบิด c4 ไว้ตามทางเดิน หวังเพื่อทำลายตึก หลักฐาน และเผื่อไว้ในกรณีที่ภารกิจเกิดผิดพลาดหรือล้มเหลว พวกเขาจะได้ระเบิดสถานที่แห่งนี้ทิ้งได้ทันที

     

    “ นี่ Reaper 4 โถงทางเดินใหญ่เคลียร์ ”.///.///././/

     

    “ นี่ Shadow 3 ห้องทางซ้ายเคลียร์ ”  /.//.////./

     

    ขณะที่เหล่าเจ้าหน้าที่กำลังเคลียร์ทุกอย่างระหว่างทาง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้ก่อการร้ายหลงเหลืออยู่ภายในบริเวณอาคาร ไม่นานเหล่าเจ้าหน้าที่ก็พบกับบันไดปริศนา ที่ดูเหมือนว่าจะสามารถนำพาพวกเขาเดินลงไปยังชั้นใต้ดินได้ 

     

    “ นี่ Reaper 1 เรียกทุกคน พบห้องใต้ดินและโถงทางเดิน แจ้งทางศูนย์ใหญ่ให้ทราบเรื่องนี้และรอคำสั่ง เปลี่ยน ” .//././//.//

     

    “ รับทราบ ” .//.//./// 

     

    ทุกคนทั้งทีม Reaper และทีม Shadow ขานตอบรับ

     

    ผ่านไปไม่นานหัวหน้าทีม Shadow ที่เป็นรองหัวหน้าของหน่วยนี้ ที่มียศรองจากเวลที่คุมทีม Shadow อยู่ ได้ทำการรายงานไปให้แก่พวกด้านนอกให้รายงานแก่ศูนย์ใหญ่ให้ทราบถึงเรื่องนี้

     

    และเวลาผ่านไปไม่นาน..

     

    “ นี่ Shadow 6 จากทีมด้านนอก เรียก Shadow 1 ที่อยู่ด้านใน เราได้รับคำสั่งยืนยันบุกต่อไปได้เลย เปลี่ยน ” .///././//./.

     

    “ นี่ Shadow 1 รับทราบ เลิกกัน ” .//.//././/

     

    หลังสิ้นสุดการสนทนาวิทยุ หัวหน้าทีม Shadow หรือรหัส Shadow 1 ก็ส่งสัญญาณภาษากาย โดยการพยักหน้าให้แก่เวลทราบ ก่อนที่เวลจะพยักหน้ากลับและให้สัญญาณมือไปต่อแก่ทุกคน แสดงถึงการเป็นที่รู้กัน

     

    พวกเขาได้เดินลงมาเรื่อย ๆ ตามขั้นบันไดอย่างระมัดระวัง จนถึงโถงทางเดินขนาดใหญ่ ระหว่างทางนั้นมืดมาก มีเพียงแสงจากหลอดไฟเล็ก ๆ เก่า ๆ ที่ส่องสว่างออกมาตามทาง จึงทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นนั้นถือว่าแย่มาก นั่นจึงทำให้่พวกเขาจำเป็นต้องใช้กล้องมองกลางคืนหรือ Night Vision ที่ติดตั้งไว้อยู่บนหมวก เพื่อจะได้มองในพื้นที่มืดหรือพื้นที่ที่แสงน้อยมากได้

     

    “ ทุกคนเปิดใช้ Night Vision ได้ ” .//.///./.// เวลออกคำสั่งผ่านวิทยุ

     

    ภายในโถงทางเดินก็มีกล่องไม้ ตู้เหล็ก และขยะอื่น ๆ กระจัดกระจายอยู่ตามทาง และมีเสาหลายต้นไว้คอยค้ำภายในชั้นใต้ดินแห่งนี้ บรรยากาศดูเงียบมาก เงียบมากเสียจนผิดปกติ จากเดิมที่ก่อนหน้านี้พวกผู้ก่อการร้ายต่างแห่กันเข้ามาให้ควั่ก แต่ตอนนี้พวกเวลกลับไม่พบเลย มีแต่เพียงความเงียบ เสียงฝีเท้าของทีม และเสียงน้ำหยดเป็นระยะ ๆ

     

    “ นี่ Shadow 1 สถานการณ์มันดูแปลก ๆ ตั้งแต่ตอนที่พวกเราเดินลงมา มันดูเงียบผิดปกตินะว่าไหม เปลี่ยน ” ././//.//./ 

     

    “ นี่ Reaper 1 คอยเช็กดูรอบๆ เราจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด ” .//.///.////./  เวลตอบกลับ

     

    ทันใดนั้นทหารนายหนึ่งที่มาสมทบใหม่ก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างตรงหน้า ก่อนจะตะโดนดังขึ้น

     

    “ พวกมันดักรอเราอยู่กันเต็มไปหมดเลย! ".//.///.///

     

    “ หาที่กำบัง!!! ” ./././//..//  เวลได้ตะโกนออกคำสั่ง นั่นจึงทำให้เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วบริเวณโถงทางเดิน ก่อนที่จะมีการยิงปะทะกันอีกครั้ง

     

    ปังๆๆๆๆ! ปังๆ!! ปังปัง!! ปังปังปัง!!! ปังๆๆ! ปังๆ!!

     

    เหล่าเจ้าหน้าที่ต่างรีบไปหลบกันตามมุมเสา และบางนายก็ไปหลบตามตู้เหล็กที่วางนอนอยู่ หรือวัตถุสิ่งของที่พอจะเป็นโล่บังกระสุนให้กับพวกเขาได้

     

    “ โธ่เว้ย! ภารกิจครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ ทำไมครั้งนี้พวกมันเยอะจังวะ!? ใช่สินะ.. เพราะชั้นใต้ดินไม่มีในรายงาน ชิ! ” เวลบ่นพรางยิงสกัดไปด้วย

     

    หลังจากปะทะกันได้ไม่นานเสียงปืนก็ได้หยุดลงพร้อมกับศพของเหล่าผู้ก่อร้ายที่นอนเรียงรายกันเกลื่อนกลาด โชคยังดีที่การปะทะครั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่นายเดียว ด้วยประสบการณ์และความสามารถของหน่วยรบพิเศษนี้ ที่พวกเขาต่างก็ฝึกฝนกันมาเป็นอย่างดีเพื่อรับมือกับสถานการณ์แบบนี้

     

    เหล่าเจ้าหน้าที่ที่เดินตรงมากันได้สักพักหนึ่ง พวกเขาก็พบกับห้องใต้ดินขนาดใหญ่ที่ดูท่าน่าจะเป็นโรงงานผลิตยาเสพติด ภายในนั้นมีระเบียงเหล็กด้านบนเป็นชั้นสอง และเหล่าผู้ก่อการร้ายด้านใน ต่างก็กำลังรีบทำการขนย้ายยาเสพติดเพื่อหลบหนีอย่างร้อนรน

     

    “ เรียกทุกทีมเราพบโรงงานผลิตยาแล้ว เปลี่ยน ” .//.//.////.//

     

    “ นี่ Shadow 6 จากทีมด้านนอก เรารับทราบรายงานแล้ว เราจะแจ้งแก่ศูนย์ใหญ่ให้ทราบต่อไป ” ././//.///./

     

    “ อยู่ตรงนั้นเองสินะ ” เวลพูดพึมพำคนเดียว พร้อมเดินตั้งท่าถือปืนอยู่ในท่าพร้อมยิงตลอดเวลา และเล็งไปที่ศูนย์เล็งอย่างไม่ลดละการป้องกัน

     

    เหล่าเจ้าหน้าที่ได้เดินเข้าไปพร้อมกับเล็งปืนไปที่กลุ่มผู้ร้ายที่กำลังรีบร้อนรนอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่จะตะโกนให้กลุ่มผู้ร้ายที่เหลืออยู่นั้นยอมจำนน

     

    “ ยกมือขึ้น! คุกเข่าแล้วเอามือวางไว้บนหัว!! ” เวลและลูกทีมต่างตะโกนใส่ผู้ก่อการร้ายที่คิดจะพยายามหลบหนี

     

    แต่พวกนั้นก็ไม่มีใครยอมเชื่อฟังกันเลยซักคน จนมีผู้ร้ายคนหนึ่งหยิบปืนพกขึ้นมาหวังเพื่อจะยิงใส่พวกเจ้าหน้าที่ แต่เวลก็ไม่ยอมให้ทำอย่างนั้น จึงทำให้เวลและเจ้าหน้าที่ต่างลั่นไกปืนของตนออกไป ทำการจัดการและสังหารไปทีละคน ๆ รวมทั้งพวกที่พยายามคิดจะวิ่งหนี แม้ภาพอาจจะดูโหดร้าย แต่เนื่องจากพวกนั้นไม่ใครฟังคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ และถ้าปล่อยคนพวกนี้ไป เรื่องนี้มันอาจจะเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติในอนาคตได้ เวลและเหล่าเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องทำแม้พวกเขาไม่อยากทำก็ตาม แต่มันเป็นเพราะหน้าที่พวกเขาจึงจำเป็นต้องทำ

     

     หลังจากที่พวกผู้ร้ายที่ต่อต้านและพยายามคิดจะหลบหนีได้ถูกสังหารจนหมด เหล่าเจ้าหน้าที่รวมทั้งเวลได้เดินสำรวจพร้อมกับติดตั้งระเบิด c4 เอาไว้รอบ ๆ ห้องโถงที่เป็นทั้งโรงงานการผลิต ที่กักเก็บยาเสพติด รวมทั้งยังมีสูตรยาต้นแบบที่เป็นเอกสารวางเอาไว้อยู่

     

    “ นี่ทีม Shadow เราติดตั้งระเบิดเรียบร้อย เหลือแต่ทางด้านบนที่ยังไม่ได้สำรวจ เปลี่ยน ” .///.//././

     

    “ นี่ทีม Reaper รับทราบ เราจะทำการขึ้นไปตรวจสอบให้ ” ////.///././

     

    “ ทราบแล้วเปลี่ยน ” .//.//.////./

     

    เมื่อพูดคุยจบประโยคได้ไม่ทันไร เวลและลูกทีมที่กำลังจะเดินไปที่บันได จู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมีเหล่าพวกผู้ก่อการร้ายที่หลบซ่อนอยู่ทางด้านบน ต่างวิ่งกรูกันออกมาจากด้านบนของโรงงานผลิตเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เหล่าเจ้าหน้าที่ที่ไม่ทันตั้งตัว ต่างรีบดึงสติกลับมา ทำให้เวลต้องรีบออกคำสั่งถอยทันที เพราะพวกเขามีอยู่กันแค่ 10 คน แต่พวกมันกลับมีกันมากกว่า 30 คน ทำให้พวกเขาเสียเปรียบเรื่องจำนวนคนเป็นอย่างมาก

     

    “ บ้าเอ้ยยังไม่หมดอีกหรอเนี่ย!? ทุกคนถอย! ถอย!! พวกมันมีเยอะเกินไป! ” 

     

    สิ้นเสียงคำสั่งของเวล ก็เกิดการยิงกันอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้พวกเวลเสียเปรียบเป็นอย่างมาก เนื่องจากพวกผู้ร้ายอยู่เหนือหัวด้านบนในตำแหน่งที่สูงกว่า ทำให้พวกเวลเสียเปรียบมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเรื่องกำลังคนหรือตำแหน่งการยืน

     

    พวกเวลที่แทบจะไม่มีที่กำบังจึงได้แต่รีบยิงกดแล้วรีบวิ่งหนีกลับไปที่โถงทางเดินเดิมก่อนหน้านี้ พวกเขาสลับกันยิงสนับสนุน  พร้อมถอยกลับไปด้วยในเวลาเดียวกัน เหล่าเจ้าหน้าที่ได้หนีกลับมายังโถงทางเดินอีกครั้งหนึ่ง โดยมีพวกผู้ก่อการร้ายวิ่งตามกันมาติด ๆ พร้อมเสียงปืนไล่หลัง 

     

    แต่ไม่ทันไรความโชคร้ายก็บังเกิด เมื่อมีกระสุนนัดหนึ่งยิงมาโดนที่ข้อเท้าของเวล กระสุนได้ตัดเส้นเอ็นร้อยหวายของเวลขาด ทำให้เวลไม่สามารถเดินไปต่อได้ ด้วยความที่ก่อนหน้านี้เวลนั้นอยู่่ทางด้านหน้าสุดเพราะเป็นคนนำทีม ในขณะถอยกลับจึงทำให้เวลนั้นต้องอยู่ทางด้านหลังสุดอย่างเลือกไม่ได้

     

    “ อั๊ก! โธ่เว้ยเจ็บชะมัด!! ” 

     

    เวลพูดพร้อมหันไปมองที่ข้อเท้าตัวเองที่มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด ก่อนจะค่อย ๆ คลานดันตัวเองไปที่ตู้เหล็กเพ่ื่อหลบกระสุน เหล่าเจ้าหน้าที่บางนายที่อยู่ใกล้กับเวลต่างก็รีบทำการช่วยกันประคองเวลขึ้นเพื่อจะได้ถอยกลับไปด้วยกัน แต่แล้วก็มีกระสุนลอยเข้ามาโดนหน้าท้องของเจ้าหน้าที่นายหนึ่ง ทำให้เขานั้นล้มลงไปแต่โชคยังดีที่เกราะกันกระสุนช่วยหยุดกระสุนไว้ทำให้เขาไม่เป็นอะไรมาก ก่อนที่เวลจะพูดขึ้น

     

    “ พวกคุณไปก่อนเลยไม่ต้องห่วงผม พวกมันวิ่งตามมากันมาแล้ว รีบห่วงชีวิตพวกคุณก่อนเลย เดี๋ยวผมตามไป ”

     

    ทำให้เจ้าหน้าที่สองนายนั้นจำใจต้องปล่อยเวลทิ้งไว้ที่เดิม เพราะพวกผู้ร้ายวิ่งไล่หลังตามมาติด ๆ แล้ว พวกเขาจึงไม่มีทางเลือก ถ้ายังอยู่ต่อพวกเขาก็คงต้องตาย และอาจทำให้เวลต้องเสียคนไปเพิ่มโดยใช่เหตุ เพราะเวลจะเป็นคนถ่วงเวลาเอาไว้ให้

     

    เวลหยิบวิทยุออกมาเพื่อที่จะพูดอะไรบางอย่างในขณะที่มีเสียงปืนและกระสุนยิงตามมาจากทางด้านหลังของเวล


     

    “ นี่ Reaper 1 ผมโดนยิงที่ข้อเท้า ผมเดินต่อไม่ได้ ผมคงไม่รอดแล้วล่ะ ขอโทษที่บอกว่าจะตามไปนะแต่คงทำไม่ได้แล้ว ฝากที่เหลือด้วย ” /.//.///…// 

     

    “ Reaper 1 นี่ทีม Shadow พูด คุณจะทำอะไร เดี๋ยวพวกเราจะรีบตั้งหลัก แล้วย้อนกลับไปช่วย ” //.///./././

     

    “ ไม่! นี่เป็นคำสั่ง ไปซะไม่ต้องห่วงผม ผมจะคอยถ่วงเวลาให้ มันมาใกล้แล้วยังไงผมก็ไม่รอดอยู่ดี และขอย้ำนี่เป็นคำสั่ง!” .///.//.//

     

    “ หมายความว่ายังไง Reaper 1 ตอบด้วยเปลี่ยน ” .//.///./.

     

    “ ผมหมายความว่าผมวิ่งหนีไม่ได้ เพราะข้อเท้าผมโดนยิง และต่อให้พวกคุณมาช่วย พวกคุณก็โดนยิงไปด้วยอยู่ดี เพราะพวกมันมีกันเยอะมาก เราไม่ควรจะเสี่ยงเสียคนเพิ่มขึ้นไปอีก แค่นี้ผมก็ถ่วงพวกคุณมากพออยู่แล้ว ผมขอโทษทุกคนจริง ๆ ผมจะเป็นคนถ่วงเวลาพวกมันไว้ให้ พวกคุณรีบออกไปเถอะ ” .//.///.//./

     

    “ ไม่ได้ยังไงพวกผมก็จะไปช่วยคุณ! ” /.//.///.//./

     

    “ นี่ Shadow 1 ไม่สิ.. ไมค์ ฟังผมนะ ยังไงตอนนี้ผมก็ไม่รอดอยู่ดีผมเป็นคนพลาดโดนยิงเอง แต่ก็อย่างว่าแหละงานพวกเรามันเสี่ยง ก็ต้องมีโอกาสสูญเสียเป็นธรรมดา แม้ผมจะผ่านมาหลายภารกิจมีประสบการณ์มากมาย แต่สุดท้ายก็เหมือนคำพูดหนึ่งที่มีคนเคยพูดไว้ว่า ‘รบร้อยครั้งไม่มีทางชนะร้อยครั้ง’ หรอก เพราะฉะนั้นผมอยากให้นายตัดใจและรักษาชีวิตตัวนายเองและคนอื่น ๆ ในทีมซะ ” .//.///././/

     

    “ โธ่เว้ยย! ถ้านายว่าอย่างนั้น… ขอโทษจริง ๆ ที่กลับเข้าไปช่วยตอนนี้ไม่ได้ ” .//.///.//

     

    “ ไม่หรอกไม่ใช่ความผิดนายเลยไมค์ รีบหนีออกไปจากรัศมีระเบิดซะ แล้วเดี๋ยวผมกดระเบิดเอง ” //.//././/

     

    เวลที่นอนหลบกระสุนอยู่หลังตู้เหล็ก พร้อมทำการยิงกดไปด้วยเพื่อถ่วงเวลา ความตึงเครียดได้ถาโถมหาเวล เหงื่อที่ไหลอาบ และหัวใจที่เต้นรัวเนื่องจากความกลัวตาย และเลือดที่ไหลไม่หยุด เวลได้พยายามยื้อเวลาเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้ทุกคนวิ่งออกไปได้ทัน และเมื่อเวลยิงจนกระสุนปืนหมด เขาก็ทำการหยิบที่จุดชนวนระเบิด c4 ที่เก็บไว้บริเวณบนเสื้อเกราะขึ้นมา พร้อมกับเวลที่หยิบวิทยุขึ้นมาเพื่อซักถามสมาชิกในทีมที่วิ่งออกไปก่อนหน้านี้

     

    “ นี่ Reape… นี่เวลพูด พวกนายทุกคนออกจากบริเวณตึกแล้วรึยัง เปลี่ยน ” .///././//

     

    “ นี่ไมค์พูด พวกเราทุกคนออกจากตึกเรียบร้อยแล้ว เปลี่ยน ” //././//./

     

    “ รับทราบแล้ว ไมค์ผมมีอะไรจะบอกนายอย่างนึง ” //./././/./

     

    “ ว่ามาเลยเวล ” //.//././/

     

    “ ขอบคุณตลอดทุกช่วงเวลาที่ผ่านมานะ รวมทั้งคนอื่น ๆ ในทีมที่ฟังวิทยุนี้อยู่ด้วย โดยเฉพาะนายไมค์ผมยังจำวันที่พวกเราฝึกเป็นทหารใหม่วันแรกได้อยู่เลย นายเป็นเพื่อนคนแรกที่ผมสนิทที่สุดในชีวิตนี้ ผมไม่เคยมีเพื่อนสนิทจริง ๆ ที่ไว้ใจได้เท่านายเลยสักคนตั้งแต่จำความได้ ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนกัน และร่วมฝึกร่วมภารกิจสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันมาตลอดนะ ต่อจากนี้นายคงต้องเป็นหัวหน้าหน่วยแทนผมแล้วล่ะ แล้วก็ไมค์และทุกคน ผมรักพวกนายมาก ๆ นะ และขอบคุณอีกครั้งจากใจ ไว้เจอกันเมื่อมีโอกาส เลิกกัน ” /.//././//./

     

    “ ฉันก็ขอบคุณแกมาก ๆ นะเวล ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนกัน แล้วไว้เจอกันใหม่นะเวล เลิกกัน ” ./..//././//  ไมค์ที่พูดพร้อมน้ำตาในขณะที่รีบวิ่งออกจากบริเวณรัศมีการระเบิด พร้อมกับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ในทีมที่พวกต่างก็มีน้ำตาไม่ต่างจากไมค์

     

    หลังสิ้นการจบบทสนทนา เวลได้หันไปมองที่จุดชนวนระเบิดที่อยู่ในมือ ก่อนที่จะทำการนอนลงแนบกับพื้นอย่างผ่อนคลาย พร้อมถอนหายใจแล้วพูดออกมาว่า  

     

    “ ฟู่ววว.. เราคงมาได้แค่นี้สินะ ” 

     

    เวลได้หลับตาลงพร้อมนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องทุกข์หรือสุข ทั้งเรื่องในตอนเด็กที่ได้อยู่กับพ่อแม่ ตอนไปเที่ยว ตอนที่ได้ช่วยเหลือผู้คน ช่วงเวลาชีวิตที่แสนสงบสุขมากมาย และเรื่องของไมค์และคนในหน่วยที่สนิทกันมาก ทุกคนมักจะปาร์ตี้เฮฮาสนุกสนานกันตลอดเวลาหลังเลิกงาน แต่ช่วงเวลาแบบนั้นก็คงไม่มีอีกแล้ว เหลือไว้แต่เพียงแค่ความทรงจำที่ดีในตอนนี้

     

    เวลได้ยิ้มออกมาพร้อมกับกล่าวบางอย่าง พร้อมกับน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลรินลงมาจากหางตา และนิ้วโป้งที่กำลังจะทำการกดปุ่มจุดชนวนระเบิด

     

    .

     

    .

     

    .

     

    “ ขอบคุณพวกนายมาก ๆ นะ ”

     

    .

     

    .

     

    .

     

    ติ๊ด!…

     

    .

     

    .

     

    .

     

    ตู้มมมม!!!!!!!!!!!!!!! ตู้ม!!! บึ้ม!!!!! บู้มมมม!!!!!!!!!!!!

     

     

     

    เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นไปทั่วบริเวณตึกโรงงานยาบ้า ไมค์ที่อยู่ด้านนอกพร้อมคนในทีม ต่างก็หมอบลงเพื่อหลบแรงระเบิด พร้อมหันหลังกลับไปมองต้นตอการระเบิดที่เกิดจากฝีมือเวล ก่อนที่น้ำตาของพวกเขาทุกคนในทีมจะไหลออกมาพร้อมกับท่าทางที่เศร้าโศกและผิดหวัง 

     

    หลังสิ้นเสียงการระเบิดไปได้ไม่นาน บางคนใช้กำปั้นทุบดินพร้อมกับความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถช่วยเหลือเวลออกมาได้ บางคนปาหมวกทิ้งก่อนจะนั่งคุกเข่าตะโกนระบายความโกรธแค้นปนความเสียใจที่เสียเวลไป บางคนก็เอาแต่พูดขอโทษไม่หยุด เมื่อไมค์เห็นสถานการณ์ตรงหน้า ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้น

     

    “ ทุกคนฟัง! พวกนายทุกคนไม่ได้ผิดอะไร พวกเราทำดีที่สุดแล้ว อีกอย่างถ้าพวกเราไม่ได้เวลช่วยเอาไว้เราก็คงตายกันไปนานแล้ว รวมทั้งภารกิจอื่น ๆ ที่เวลเคยช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ถ้าพวกนายมัวแต่มานั่งเสียใจรู้สึกผิดแบบนี้มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้หรอก แล้วอีกอย่างเวลมันคงไม่อยากเห็นพวกนายมาร้องไห้กันแบบนี้ถูกไหม ไม่งั้นเขาคงเสียใจแย่ทั้ง ๆ ที่เขาอุตส่าห์เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อพวกช่วยพวกนาย ฉะนั้นจงทำความเคารพในความกล้าหาญของเวล และจงขอบคุณเขาซะ ” ไมค์พูดด้วยความหนักแน่นเพื่อดึงสติทุกคน แม้ตัวเขาเองก็รู้สึกผิดและเสียใจไม่ได้ต่างไปจากคนอื่น ๆ

     

    เจ้าหน้าที่ทุกนายที่กำลังเสียใจกันอยู่ ต่างก็ลุกขึ้นเดินมาเรียงแถวหน้ากระดาน อย่างพร้อมเพียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเขาต่างเข้าใจสิ่งที่ไมค์จะสื่อและเห็นด้วยกับไมค์ ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะทำท่าวันทยหัตถ์ไปในทิศทางของตึกโรงงานที่ระเบิด เพื่อเป็นการทำความเคารพและสดุดีแก่เวล

     

    แรงระเบิดนั้นได้แผดเผาปัดเป่าทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีไม่ว่าจะอยู่ภายในหรือนอกอาคารต่างก็ถูกระเบิดไม่เหลือชิ้นดี และสิ่งที่อยู่ด้านในไม่ว่าจะยาเสพติดที่เก็บไว้ สูตรการผลิตยา หรือผู้ก่อการร้ายที่อยู่ภายในฐาน ทุกอย่าง ณ บริเวณนั้นต่างถูกระเบิดไม่เหลือซาก ส่งผลทำให้ทุกอย่างบริเวณนั้นรวมถึงร่างของเวลได้หายไปตลอดกาล….

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    “ จ..จง //%2/@- ชวว..ช่วย^%$#โ..โลก<@#ใบ..น..*9=/@&นี้..วว..ไว้#$@ม..มี..%$+*แค…แค่$/&๙ เจ้า..&e฿?..คนเดียว- ” .//././//.././../

     

    “ เฮือก!? ” เวลสะดุ้งตื้นลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ

     

    เวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เวลสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะภาพสีดำระยิบระยับสลับกับสีขาวดูพิลึกที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดออกมาได้ พร้อมกับเสียงคนพูดที่ฟังไม่ได้ศัพท์ราวกับเสียงคลื่นวิทยุโดนรบกวนหรือเสียงมิติที่บิดเบี้ยว

     

    “ นี่เรายังไม่ตายหรอ… ” 

     

    เวลพูดพร้อมด้วยอาการมึนหัวอย่างบอกไม่ถูก เขานึกถึงภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ตนนั้นได้ทำการกดปุ่มจุดชนวนระเบิดไปแล้ว ด้วยความตกใจเวลจึงรีบนำมือไปจับเช็คตามร่างกายของตนว่ายังครบ 32 ไหม ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นว่าตนนั้นอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า แม้เขาจะอยู่ในสภาพที่เปลือยแต่ก็ยังดีที่ร่างกายของเขานั้นยังอยู่ในสภาพที่ครบสมบูรณ์ ไม่มีอะไรเสียหาย

     

    เวลที่ยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่เขาจะกวาดสายตามองออกไปรอบ ๆ เพื่อสังเกตว่าตนนั้นอยู่ที่ไหน เวลก็พบว่าตนนั้นนั่งอยู่บริเวณหน้าผาที่มีหญ้าสีเขียวสดและดอกไม้เล็ก ๆ ขึ้นอยู่บนพื้นบริเวณรอบตัวเขา ทางขวาไกล ๆ ของเวลมีน้ำตกขนาดใหญ่ที่กำลังนำน้ำปริมาณมหาศาลไหลลงสู่สายธารตามแรงโน้มถ่วง เมื่อเขามองขึ้นไปด้านบนก็พบกับท้องฟ้าสีฟ้าครามที่ไกลสุดลูกหูลูกตาและกลุ่มนกน้อยที่กำลังบินร้อยเรียงกันพลางส่งเสียงเป็นระยะ ๆ และเมื่อเวลหันไปทางด้านหลังของตน เขาก็พบกับป่าสีเขียวขจีอันอุดมสมบูรณ์ที่รายล้อมอยู่รอบตัวเขา แม้จะดูแปลกตาแต่ก็สวยงามเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า ก็ทำให้เขาต้องลุกขึ้นมายืนดูภาพบรรยากาศและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เวลลุกขึ้นยืนพร้อมกับสูดอากาศอันบริสุทธิ์อย่างเต็มปอด “ ซู้ดด! อ่าาา~” ราวกับว่าชีวิตนี้เขาไม่เคยหายใจด้วยอากาศที่มีคุณภาพดีแบบนี้มาก่อน สายลมอันเย็นฉ่ำจะพัดพามาตกกระทบผ่านร่างที่เปลือยเปล่าของเวล ก่อนที่เวลจะตั้งคำถามกับตัวเอง

     

    “ ที่นี่มัน.. ที่ไหนกัน…!? ”

     

    .

     

    .

     

    .

     

    .

     

    โปรดติดตามตอนต่อไป……

     

     

     

    「-`♡´- Thank You For Reading -`♡´-」

    คล้ายกับเรื่องMy Duty Is Saving The Another World [ผมต้องช่วยต่างโลกไว้ให้ได้] ที่คุณอ่าน