ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 4 บทที่ 103 วังน้ำวนแห่งสมบัติ (3)

            สายตาของสวีหยางอี้แน่นิ่งลง แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาจวนจะถึงขีดจำกัดแล้ว

            เขาเพ่งจิตสำรวจภายในตัวเองพบว่าเมล็ดผลึกที่ลอยอยู่ในทะเลลมปราณเขาเกิดรอยแตกร้าวทั่วทั้งก้อน!

            มวลความกระหายและความบ้าคลั่งพิลึกอันยากจะสะกดไว้ค่อยๆ แทรกตัวออกมาตามรอยแตกร้าวและกำซาบเข้าสู่เลือดเนื้อเขาทุกอณู!

            เขาพยายามกัดฟันข่มการต่อต้านของร่างกายลงและเพ่งสายตามองไปยังก้นวังน้ำวน

            ร่างปีศาจของปี้ปัวเจินเหรินถูกดูดลงไปในน้ำได้สักพักแล้วขณะที่สวีหยางอี้ไม่ทันสังเกตุเห็น ขณะที่หยาดเลือดหลายตันจากร่างปีศาจปี้ปัวเจินเหรินค่อยๆย้อมทะเลสาบบางส่วนจนกลายเป็นสีแดง เลือดปีศาจบริสุทธิ์บางส่วนกำลังลอยเข้าไปในร่างกายสวีหยางอี้ผ่านทางบาดแผลทีละหยดยิ่งรอยแตกร้าวของเมล็ดผลึกใหญ่ขึ้นหยาดเลือดปีศาจก็ยิ่งลอยเข้าไปในร่างกายเร็วขึ้นคล้ายกับมันกำลังรดน้ำให้เมล็ดผลึกนี้!

            ผ่านไปสามวินาทีตามคาด!

            ดวงตาทั้งสองคู่จากทั้งสองผู้ฝึกตนสภาพสะบักสะบอมคุวาวทันทีทั้งสองใช้ความเร็วในระดับที่สูสีพุ่งไปที่ใจกลางวังน้ำวน!

            ในเวลาเดียวกัน เสียงอัสนีฟาดดังสนั่นลั่นสะเทือน “เปรี้ยง...”

            ใจกลางวังน้ำวนเรืองแสงสีฟ้าครามขึ้น

            “เปรี้ยง...” ประกายสายฟ้าสีขาวนวลพุ่งออกมาหนึ่งสาย สองสาย... และไปเรื่อยๆไม่รู้จบ!

            ผลึกทรงกลมสีฟ้าครามขนาดเท่ากำปั้นลอยขึ้นมาจากใจกลางวังน้ำวนอย่างเงียบๆ

            ในรัศมีรอบตัวมันนิ่งสงัดไร้หยาดน้ำ ไร้ลม ไร้ร่องรอยชีวิตใดๆ คล้ายกับไม่มีสิ่งใดเข้าใกล้มันได้

            มันอยู่ตรงนั้น แต่คล้ายไม่อยู่ตรงนั้น ประหนึ่งอยู่อีกมิติ

            เสี้ยววินาทีที่มันปรากฏขึ้น อณูปราณบริเวณใจกลางวังน้ำวนก็เข็มข้นเหนือสิ่งใดเปรียบพลังปราณจากการแตกสลายของคลังสมบัติพันปีก่อเกิดเป็นสายฟ้าเส้นสายน้อยใหญ่รายล้อมอยู่รอบๆวังน้ำวนแห่งนี้!

            มวลพลังงานโดยรอบรุนแรงดั่งวายุคลั่ง วารีพิโรธ!

            ณ ส่วนลึกสุดของใจกลางวังน้ำวนบังเกิดรังสีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์คล้ายรังนกที่ถูกสร้างจากเส้นใยสายฟ้า!

            คล้ายหัวใจของสวีหยางอี้เต้นเป็นจังหวะเดียวกันกับทุกๆการเคลื่อนไหวของผลึกพลังปีศาจ เพียงดูเผินๆ ก็รู้สึกได้ว่าพลังปราณที่อัดแน่นอยู่ด้านในน่ากลัวและมหาศาลเพียงใดต่างจากจูหงเสวี่ยอย่างสิ้นเชิงผลึกพลังปีศาจก้อนนี้คือที่มาของคำว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเลยก็ว่าได้

            “มัน... เป็นของฉัน! !” เสียงหัวเราะบ้าคลั่งดังลั่น หมิงเสินพุ่งลงไปด้านล่างด้วยดวงตาแดงก่ำโดยทิ้งสัตว์ประหลาดสามหัวไว้ด้านหลัง

            ความเร็วของสวีหยางอี้ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าเขา แต่ทันใดนั้น “แหลกไปซะ!”

            ในช่วงนาทีเป็นตายนี้หมิงเสินกระตุกเส้นใยชักหุ่นเพื่อกระชากให้สัตว์ประหลาดสามหัวพุ่งเข้าใส่สวีหยางอี้สิ้นสุดเสียงสั่งการมันก็ระเบิดขึ้นทันที!

            “เชี้ย!” รูม่านตาของสวีหยางอี้หดเกร็ง!สัตว์ประหลาดตัวนั้นระเบิดตัวเองขึ้นฉับพลัน ส่งผลให้เขาบาดเจ็บสาหัสยิ่งกว่าเดิม!แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ...

            แรงระเบิดที่เกิดขึ้นซัดร่างเขากระเด็นออกมาไกลจากรัศมีผลึกพลังปีศาจ!

            โดยที่ผลึกพลังปีศาจ... ยังคงอยู่ที่ส่วนลึกของใจกลางวังน้ำวนเหมือนเดิม!

            “ไอ้สวะ!” หมิงเสินหัวเราะดังลั่น “แกไม่คู่ควรกับของล้ำค่าชิ้นนี้!”

            “เอาไว้ฉันหลอมรวมเข้ากับมันแล้ว ตระกูลหมิงจะตามเก็บหนี้ถึงประตูให้ดู!!!ฮ่า ๆ ๆ”

            เสียงหัวเราะของหมิงเสินดังสะท้อนไปทั่ววังน้ำวน

            แรกเริ่ม ทั้งสองต่างไม่ยอมให้กันความคิดว่าตนพลาดโอกาสนี้ไปโผล่ขึ้นมาให้หัวของหมิงเสินวูบหนึ่งแต่ไม่รู้อีท่าไหนโชคกลับหันมาเข้าข้างตัวเองซะงั้น!

            ทั้งสองคนท่ามกลางวังน้ำวังโกลาหลแห่งนี้ ต่างมีสภาพสะบักสะบอมการระเบิดโลงศพหมายเลขสิบ แม้จะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่แต่มันเทียบกับผลึกพลังปีศาจระดับจินตันนี้ได้เหรอ?

            การระเบิดหุ่นเชิดสุดหวงตัวนี้ของเขา แลกมาซึ่งการเขี่ยไอ้แมลงน่ารังเกลียดนั้นให้พ้นทาง!

            “มัน... เป็นของฉันแล้ว!” ความเร็วของเขาเฉื่อยช้าลงจนสายตามองทัน!ยิ่งเข้าใกล้ส่วนลึกของวังน้ำวน แสงสีฟ้าก็ยิ่งสุกสว่าง!เขารับรู้ได้ถึงผลึกพลังปีศาจอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางดงแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้!

            เขาเอื้อมออกไปอย่ารวดเร็วพร้อมเสียงหัวเราะบ้าคลั่งและดวงตาแดงก่ำ

            สวีหยางอี้ที่ถูกแรงระเบิดซัดกระเด็นออกไปไล่ตามมาอีกครั้งแต่ก็ยังทิ้งห่างอยู่เกือบสิบเมตร!

            มันเป็นของฉันแล้ว...

            มันเป็นของฉัน!

            วัตถุเวทมนตร์ระดับสูงชั้นนี้... ตกเป็นของหมิงเสินคนนี้แล้ว!

            ฉันยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า!

            ขอแค่สัมผัสมัน... แสดงสิทธิ์ถือครอง! ต่อให้จินตันเจินเหรินอยู่ต่อหน้าพวกเขาก็ไม่กล้าลงมือเขา! 

            แต่เขาไม่ทันสังเกตเห็นสวีหยางอี้ด้านหลังที่กำลังยิ้มมุมปากอยู่

            สวีหยางอี้มองดูนาฬิกาอีกครั้ง

            “ผ่านไปแล้วสองชั่วโมงยี่สิบสามนาที...”

            เขาหลับตาลงพลางส่งเสียงเรียกเบาๆ “หลี่จงหยวน”

            “พึ่บ!” เสี้ยวพริบตาที่มือของหมิงเสินกำลังจะเอื้อมแตะผลึกพลังปีศาจนั่นลิ้นเรียวยาวสองเส้นก็พุ่งเข้ามา!

    เส้นหนึ่งรัดที่นิ้วกลางเขาอย่างแม่นยำ!

            อีกเส้นหนึ่ง... ม้วนรัดผลึกพลังปีศาจอย่างอยู่หมัด!

            หมิงเสินอึ้งค้าง

            เขาไม่อยากเชื่อกับการเปลี่ยนแปลงที่กลับตาลปัตรฉับไวเช่นนี้

            ประหนึ่งเป็นภาพเคลื่อนไหวช้า ผลึกพลังปีศาจระดับจินตันค่อยๆเคลื่อนผ่านดวงตาที่ค่อยๆ เหลือกกว้าง ปากที่ค่อยๆ อ้าออกอย่างช้าๆ 

            ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาสามวินาทีเท่านั้น!

            “ไม่!!!!!!!” เสียงแผดร้องใจจะขาดดังสนั่นทั่วทะเลสาบ!

            นี่คือไพ่ตายที่แท้จริงของสวีหยางอี้!

            เขามองดูนาฬิกามาตลอด เพราะจับเวลาการตื่นของหลี่จงหยวน!

            ตั้งแต่ตอนแรก สวีหยางอี้ไม่คิดจะพูดคุยกับหมิงเสินอยู่แล้ว!

            หลี่จงหยวนเพิ่งเลื่อนขั้นเสร็จสิ้น!

            โอกาสมีเพียงครั้งเดียว และเขาก็อดทนรอคอยมาตลอด จนกระทั่งเวลานี้!สวีหยางอี้ใช้พลังจิตสื่อสารกับหลี่จงหยวนหลังจากตื่นขึ้น!

            หมิงเสินเป็นบ้าเป็นหลัง พยายามเร่งความเร็วตามลิ้นนั่นไป!

            ทว่าเมื่อเขาหันหน้ากลับมา ก็ต้องพบกับหมัดของอีกฝ่าย!

            “อึก!” หมัดซัดเข้าหน้าเขาอย่างหนักหน่วง!

            “เปรี้ยง!” ในเวลาเดียวกัน ประกายสายฟ้าของเบื้องล่างได้ฟาดเข้าใส่สวีหยางอี้!

            “ซู่!” เลือดสดพุ่งกระฉูดเล็ดลอดออกจากร่องฟันแตกหักเลือดจากบาดแผลทั่วร่างไหลรินอาบร่าง!

            นาทีนี้... ไม่รู้ว่ากระดูกหักไปทั่วทั้งร่างรึยัง แต่ที่แน่ๆทะเลลมปราณเริ่มไม่เสถียรขึ้นแล้ว!

            สวีหยางอี้ไม่กล้าก้มมองบาดแผลทั่วร่างกายตัวเองเขาฮึดใจเค้นพลังทั้งหมดที่มีควบแน่นเข้าที่หมัด และซัดเข้าหน้าหมิงเสินเป็นครั้งที่สอง!

            โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ตอนนี้ เมล็ดผลึกภายในทะเลลมปราณเขาจวนจะใกล้แตกจนหมดแล้ว!

            หอบพลังสะเทือนสะท้านทรวงระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง!

            “ไอ้สวะ!” หมิงเสินเหลือกตาแดงก่ำจ้องมองสวีหยางอี้ บาดแผลของเขาสาหัสกว่าของสวีหยางอี้ยิ่งนัก!และคงไม่อาจฟื้นฟูรักษาภายในปีสองปีได้

            เลือดสดพุ่งกระจายขึ้นกลางอากาศ สายฟ้าจากรังสีอัสนีเบื้องล่างพุ่งฟาดเข้าใส่ทั้งสองคนสวีหยางอี้ขบฟันที่แตกหักของตัวเองแน่น แม้แต่รากฟันยังสะเทือนเขาไม่ปล่อยโอกาสซัดหน้าอีกฝ่ายให้หลุดมือไปแน่นอน!

            ถูกแย่งชิงผลึกพลังปีศาจไปต่อหน้าต่อตา ทำให้หมิงเสินเสียสมดุลคล้ายกับร่วงจากทรวงสวรรค์ลงดิ่งสู่ก้นนรก... ความคิดอยากต่อสู้เหือดแห้งสิ้นสลาย!

            “อึก!” หมัดสุดท้ายของสวีหยางอี้ซัดเข้าร่างหมิงเสินกระเด็นเป็นสายโลหิต 

            ทั้งๆ ที่สวีหยางอี้ไม่ได้โคจรพลังปราณแม้แต่น้อย เพราะเนื่องจาก...พลังปราณเขาหมดไปตั้งนานแล้ว!

            ทั้งกระบวนท่าพลีชีพและวิชาบงกชเพลิงทศทิศก่อนหน้าไหนจะต้องป้องกันตัวเองจากอาวุธที่รั่วไหลออกมาจากคลังสมบัตินี้อีกทำเอาพลังปราณของเขาเหือดแห้งไปตั้งนานแล้ว ทะเลลมปราณว่างเปล่าโหรงเหรงถ้าเขาดื้อด้านโคจรพลังปราณแม้แต่เพียงเสี้ยวเดียว ความเจ็บปวดคล้ายถูกเฉือนก็จะจู่จับทั่วร่างทันที!

            แต่ตอนนี้ความเจ็บปวดที่โถมซัดทั่วร่างกายประหนึ่งคลื่นสมุทรอันหนักหน่วงเขาหายใจหอบ หันไปด้านหลัง สายตาเริ่มพร่ามัวลง เขาเอ่ยปากเรียกเสียงแผ่ว“หลี่จงหยวน...”

            เสียงหายใจหอบ เลือดไหลออกจากปากไม่หยุดยั้ง

            “ไอ้สวะเอ๊ย!” หมิงเสินลอยกระเด็นไปหลายสิบเมตรไม่นึกว่าเขาดันทุรังลุกขึ้นมาได้ เขากระดิกนิ้วและพบว่าแหวนมิติเก็บของที่นิ้วกลางของเขาหายไปแล้ว!

            ไอ้สัตว์ชั้นต่ำสมควรสมตาย! ริอาจมาแย่งแหวนมิติเก็บของฉันไป!

            ตาย... ตาย! ตาย! มันต้องตายเท่านั้น!

            ไหนๆ ตัวเองก็โดนต่อยจนหน้าแหกไปแล้ว แม้ยืนยังลำบากเลือดอุ่นหลั่งรินอาบร่าง ดวงตาเหลือกกว้างจ้องมอง...เห็นสวีหยางอี้ยื่นมือไปด้านหลังไอ้ลิ้นเฮงซวยนั่นกำลังยื่นบางสิ่งขนาดเท่ากำปั้นทอแสงฟ้าครามใส่มืออีกฝ่าย

            “ไม่!!!” หมิงเสินแหกปากตะโกนดังลั่น สิ่งนั้น...สิ่งนั่นมันก็คือผลึกพลังปีศาจที่อยู่ใกล้เขาเพียงเอื้อมมือก่อนหน้านี้!

    ....

            “ผลึกพลังปีศาจงั้นเหรอ?!” ในช่วงเวลาเดียวกันท่ามกลางท้องฟ้าไกลออกหลายร้อยลี้ไปเปลวไฟลากที่คาดผ่านท้องฟ้าหยุดชะงักลงคล้ายตกตะลึงสุดขีดแต่วินาทีต่อไปก็มุ่งหน้าไปยังบึงบงกชจตุทิศเร็วขึ้น!

            “มีคน... ได้ผลึกพลังปีศาจระดับจินตันของปี้ปัวไปแล้วเหรอ?” ไกลออกไปหลายร้อยลี้เช่นกัน แต่อยู่อีกทิศผู้หญิงในชุดฉีเผาฉายแววตกตะลึงขึ้นบนใบหน้าก้าวต่อไปของเธอทิ้งห่างจากที่เดิมเป็นพันเมตร!

            ทุกครั้งที่ส้นรองเท้าส้นสูงเหยียบลงพื้นได้บังเกิดดอกบัวสีเงินขึ้นกลางอากาศ  

            ในเวลาเดียวกัน ยังมีอีกหลายคนที่ตกตะลึง!

            “มันเป็นใครกัน!” “ทำไมวาสนามันถึงสูงส่งขนาดนี้!ได้ผลึกพลังปีศาจระดับจินตันไปแล้วเหรอ?! แถมตบะยังต่ำกว่าฉันอีก!”“หึ... ผลึกพลังปีศาจระดับจินตัน! เจ้าลูกหมาตัวนี้ ช่างโชคดีนัก!”

            มือข้างหนึ่งของสวีหยางอี้สัมผัสกับผลึกพลังปีศาจ ตอนนี้เลือดอาบชุ่มทั่วร่าง ลมหายใจกระหืดกระหอบคล้ายกระบือแต่วินาทีที่สัมผัสโดนผลึกพลังปีศาจ สิ่งที่ทำมาทั้งหมด ถือว่าคุ้มแล้ว

            พลังปราณสีฟ้าครามแตกตัวออกมาเป็นริ้วสายพุ่งเข้าไปยังทะเลปราณของสวีหยางอี้อย่างรวดเร็วราวกับแม่น้ำหวนคืนท้องทะเลร่างกายกำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว พลังปราณกลับมาล้นปริ่มภายในพริบตา!พร้อมกับฟื้นฟูบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ!

            ช่างเหมือนการกดปุ่มฟื้นคืนชีพในเกมจริงๆ !