เกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว

    บทที่ 35 สถานการณ์ที่น่าหดหู่

            บทที่35

            สถานการณ์ที่น่าหดหู่

             ภาพที่น่าหดหู่และสะเทือนใจอยู่เบื้องหน้าลู่หยางก้าวลงมาจากรถม้าดวงตาทอดมองยาวไปมองเห็นว่ามีผู้คนมากมายกำลังเจ็บป่วยกับโรคระบาดในครั้งนี้ 

            ความเจ็บปวดที่แสดงออกมาจากบนใบหน้าร่างกายที่ย่ำแย่ลงจากโรคระบาดที่เข้ามากัดกินภายในร่างกาย 

            เว่ยเจ๋อจงที่อยู่ข้างๆใช้ดวงตาที่หดหู่เช่นเดียวกันจ้องมองไปนี่เป็นครั้งแรกที่เขามองเห็นโรคระบาดในครั้งนี้กับตาของตนเอง 

            ในตอนนี้ได้มองเห็นด้วยตาของตัวเองแล้วรู้สึกว่ามันหนักกว่าที่เขาคิดเอาไว้มากเพราะว่ามันหนักกว่าที่คิดเอาไว้เขาถึงกับพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจ“ มันหนักกว่าที่คาดคิดเอาไว้ซะอีกก่อนหน้านี้ตัวของข้าไม่เคยเห็นด้วยตาของตนเองมาก่อนว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคบุปผาสีชาดมีอาการเป็นอย่างไร”

            “ แต่ในตอนนี้เมื่อมาเห็นด้วยสายตาของตนเอง ข้ารู้สึก… ”คุณชายเว่ยแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจภาพที่มันปรากฏอยู่ด้านหน้าของเขาในตอนนี้คือภาพที่น่าหดหู่

            แต่ในขณะเดียวกันภายในใจของเขามันเองก็บังเกิดความรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน“ เป็นเพราะใครของสงคราม เพียงแค่ความคิดและการกระทำของคนไม่กี่ผู้ทำให้ผู้คนมากมายต้องได้รับผลกระทบเช่นนี้”

            ลู่หยางยืนจ้องมองอยู่ใกล้ๆภายในใจบังเกิดความรู้สึกหลากหลายอย่าง“ พวกเราจะเข้าไปดูอาการของคนพวกนั้นได้หรือไม่ขอรับ? ”

            เว่ยเจ๋อจงส่ายหน้าไปมาอย่างหนักใจ“ คงจะไม่ได้ขอรับ อย่างไรก็น่าจะเข้าไปไม่ได้พวกมือปราบแล้วก็ทหารของภายในเมืองทำการปิดพร้อมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว”

            “ คงเป็นเพราะว่าพวกเขานั้นได้ยินมาตั้งแต่แรกแล้วว่าโรคระบาดชนิดนี้จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วพวกเขาเคยคิดจะทำการปิดล้อมบริเวณนี้ให้รวดเร็วที่สุด ”

            “ ตามการคาดการณ์ของข้าคงจะไม่ยอมปล่อยให้ผู้ใดเข้าไปภายในนั้น ”

            ลู่หยางหันใบหน้าของตัวเองไปมอง“ แล้วพวกเขาคิดจะทำอย่างไรกับพวกคนที่ป่วย? ”

            “ ตามที่ตัวของค่าคาดการณ์ก็คงจะทำอะไรไม่ได้ขอรับเมืองแห่งนี้มีลุงหมอขนาดใหญ่เพียโรงเดียวเท่านั้นนั่นก็คือลงหมอของตระกูลโจว ”

            “ แล้วอย่างที่ตัวของท่านมองเห็นในตอนนี้ว่าพวกมันเป็นอย่างไรบ้างเทียบยาปลอมที่พวกมันค้าขายล้วนแล้วไม่ได้ผลจริงๆ ”

            “ เพราะนั้นไม่ต้องคิดเลยว่าพวกมันจะสามารถรักษาอาการโรคนี้ได้หรือไม่อย่างไรเสียพวกมันก็ไม่สามารถรักษาโรคนี้ได้ ” 

            “ ในขณะเดียวกันเรื่องเกี่ยวกับโรคระบาดที่มันพึ่งระบาดมา แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดคาดคิดว่ามันจะเป็นเช่นนี้ในหลายหัวเมืองที่มีโรคระบาดระบาดขึ้นพวกเขาไม่สามารถป้องกันพวกมันได้ ”

            “ ตามที่ข้าคิดเอาไว้คนพวกนั้นน่าจะลองพยายามส่งขอความช่วยเหลือไปที่เมืองหลวง ”

            “ แต่ถ้าลองคิดดูสิขอรับ ตอนนี้เมืองทางแถบทิศบูรพาส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีโรคระบาดชนิดนี้ระบาดอยู่ภายในเมือง ถ้าให้คาดเดากันก็น่าจะมีซักประมาณสิบห้าเมืองได้แล้ว ”

            “ ถึงแม้ว่าจะขอการช่วยเหลือไปที่ราชสำนักส่วนกลางคนของราชสำนักก็คงจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกเมืองในเวลาเดียวกัน” 

            “ แพทย์ภายในเมืองหลวงมีสำนักแพทย์ที่เก่งกาจแต่ว่าสำนักแพทย์ภายในเมืองหลวงมีไว้เพียงแค่รักษาผู้คนภายในเมืองแถมยังระบุเอาไว้ว่ารักษาเหล่าคนชั้นสูงแล้วก็เชื้อพระวงศ์เท่านั้นด้วย ”เว่ยเจ๋อจงอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาด้วยความหนักใจ 

            สถานการณ์ในตอนนี้ย่อมแย่เพียงใดมันรู้ดีที่สุดถึงแม้ว่าเมืองแห่งนี้จะกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยโรคระบาดขนาดใหญ่แพร่กระจาย 

            แต่ก็ทำอะไรไม่ได้หลังจากที่เขาทำการค้าขายมาหลายปีและรวมถึงเส้นสายภายในตระกูลเขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าตอนนี้ถึงแม้ว่าจะขอความช่วยเหลือในราชสำนักส่วนกลางที่ตั้งอยู่ที่เมืองหลวงก็คงจะไม่สามารถทำอะไรได้มาก

            สำนักแพทย์ภายในเมืองที่เก่งกาจมีอยู่จำนวนประมาณร้อยคนแต่คนเหล่านั้นมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ยิ่งนั่นคือคอยรักษาเชื้อพระวงศ์และก็เหล่าคนชั้นสูงเช่นพวกขุนนางหรือพวกเศรษฐีภายในเมือง 

            เรียกง่ายๆว่าอย่างไรเสียพวกมันก็ไม่มีทางที่จะสละสถานที่แห่งนั้นเดินทางมาที่ชายแดนอย่างแน่นอน 

            ลู่หยางเข้าใจถึงปัญหาในส่วนนี้เป็นอย่างดีเขาแสดงใบหน้าที่เรียบเฉย “ สถานการณ์เช่นนี้ถ้าไม่ใช่ภายในเมืองหลวงหรือไม่ใช่สำนักแพทย์ของเมืองหลวงมีที่ใดที่พอจะมีหมอที่เก่งกาจบ้าง?”

            เว่ยเจ๋อจงหลังจากได้ยินคำถามนั้นตอบกลับแบบไม่ต้องคิดเลยสักนิด“ ถ้าพูดถึงสำนักแพทย์ที่เก่งกาจนอกจากภายในเมืองหลวงก็มีสำนักแพทย์เทวะเป็นสำนักแพทย์ขนาดใหญ่มีจำนวนแพทย์ที่มีฝีมือมากกว่าสามร้อยคนที่เป็นแพทย์ระดับปรมาจารย์แถมยังมีลูกศิษย์แพทย์ที่ร่ำเรียนอยู่อีกมากกว่าพันคน”

            “ แต่ว่าสำนักแพทย์เทวะตั้งอยู่ห่างไกลออกไปเป็นอย่างมากแม้ว่าพวกเขาจะมีฝีมือที่เก่งกาจแต่มองดูถึงการเดินทางก็คงจะมาช่วยไม่ได้ ”

            ลู่หยางหันกลับไปมองถามอย่างสงสัย“ การเดินทางมันยากเย็นขนาดนั้นเลยอย่างนั้นรึ? ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นแพทย์ก็จำเป็นจะต้องช่วยเหลือผู้คนสิ”

            เว่ยเจ๋อจงยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวพลางหัวร่อลงคอ“ ก็จริงอย่างที่ท่านกล่าวการเดินทางคงจะไม่ยากเย็นขนาดนั้นหรอกแต่มันก็เป็นเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้นข้าพูดเพราะว่าอยากให้ท่านรู้สึกดี ” 

            “ ตัวตนของสำนักแพทย์เทวะไม่ใช่ตัวตนที่ผู้ใดจะสามารถเชิญได้สำนักแพทย์ขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของยุทธภพแม้แต่เชื้อพระวงศ์ยังต้องทำการเชิญพวกเขาอย่างสมเกียรติ ” 

            “ เพราะแบบนั้นจะให้พวกเขามารักษาคนป่วยที่เป็นพวกคนธรรมดาอย่างนี้งั้นรึ?” 

            ลู่หยางได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งสนิทไปตอนที่ช่วงวินาทีต่อมาเขาจะคิดได้แล้วก็พูดขึ้น “ลองเข้าไปคุยกับขุนนางผู้นั้นหน่อยดีหรือไม่? ”

            เว่ยเจ๋อจงได้ยินเช่นนั้นเลยทำการเดินนำไป 

            เข้าไปหาขุนนางหนุ่มกำลังเดินไปมาอย่างร้อนรนเมื่อเดินเข้าไปอยู่ตรงบริเวณนั้นขุนนางผู้นั้นมองเห็นคุณชายจากตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดภายในเมืองเดินทางมาถึงมันทำตัวนอบน้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาผสานกันกลมคารวะลงไป “ คารวะคุณชายเว่ย ”

            ฐานะของคุณชายผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆขนาดขุนนางมันต้องก้มหัวให้และก็ทำการคารวะอย่างนอบน้อม 

            ว่าขุนนางผู้นี้จะเป็นขุนนางที่มียศต่ำอยู่ก็ตามแต่อย่างไรก็ยืนยันและบ่งบอกได้ถึงอำนาจของตระกูลที่มีไม่น้อย 

            “ นึกว่าผู้ใดที่แท้ก็ท่านขุนนางเสิ่นนี้เอง ”เว่ยเจ๋อจงทำการทักทายอย่างเป็นมิตรยิ้มเล็กน้อยตามมารยาท

            คนผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาบนใบหน้าของมันยังเต็มไปด้วยความวิตกกังวลที่ไม่จางหายไป“ คุณชายเว่ยมาที่สถานที่แห่งนี้ด้วยเหตุอันใดขอรับ? ”

            “ ในเวลานี้ท่านควรจะเดินทางไปจากเมืองแห่งนี้และไปสู่เมืองหลวงแล้วสิขอรับ”

            ความคิดของมันคุณชายตระกูลใหญ่ที่มีเงินทองมากมายและอำนาจมากมายเช่นนี้จะได้รู้ถึงโรคระบาดก็ควรจะเดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้แล้ว

            เดินทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้มุ่งตรงสู่เมืองหลวงหลังจากนั้นก็ทำการไปพักอยู่ที่เมืองหลวงรอให้โรคระบาดจางหายค่อยเดินทางกลับมา 

            เว่ยเจ๋อจงกล่าวกลับ“ ข้าจะเดินทางไปที่ใดได้อย่างไรสถานที่แห่งนี้คือบ้านเกิดของข้า ”

            ได้ยินเช่นนั้นขุนนางที่อยู่ด้านหน้ายิ่งแสดงใบน่าละอายใจออกมา 

            เว่ยเจ๋อจงขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันมองเห็นความรู้สึกมากมายที่อยู่บนใบหน้าของขุนนางผู้นั้นจึงกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย“ มีอันใดหรือไม่ขอรับ เหตุใดท่านถึงทำใบหน้าเช่นนั้น? ”

            “ เพียงแค่รู้สึกละอายใจนะขอรับ ขนาดตัวของท่านท่านยังอยู่ที่สถานที่แห่งนี้แต่ว่า…”

            “ แต่ว่าอันใดอย่างนั้นหรือขอรับมีอันใดเกิดขึ้น? ”

            “ พวกขุนนางพวกเจ้าเมืองแล้วก็ขุนนางผู้อาวุโสภายในเมืองแห่งนี้พวกเขาทำการยกเรื่องขอความช่วยเหลือมาอ้างแล้วก็พากันเดินทางไปเมืองหลวงพวกเขาคงจะคิดใช้การนี้ในการหลบโรคภัยที่ระบาดอยู่ภายในเมืองอย่างแน่นอน”ขุนนางหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความหนักใจ

            ที่แท้แล้วเรื่องที่เขากำลังหนักใจอยู่ในตอนนี้คือเรื่องที่มันเกิดขึ้นเมื่อได้รู้ว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้นมาขุนนางเข้าและขุนนางที่มียศและตำแหน่งสูงภายในเมืองแห่งนี้ก็ต่างพากันยกเรื่องราวต่างๆมาอ้างบอกว่าจะเดินทางไปที่เมืองหลวงเพื่อกราบทูลขอความช่วยเหลือ

            แต่ว่าผู้ใดเล่าจะไม่รู้ตัวของพวกมันที่เดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นเป็นเพราะว่ามีเหตุผลอย่างจะใช้ข้ออ้างในการหลบหนีโรคภัยหลบไปที่เมืองหลวงอย่างไม่มีความผิด

            เพราะถ้าผู้ที่เป็นเจ้าเมืองและผู้ที่เป็นขุนนางและทิ้งเมืองในยามที่ลำบากคงจะมีโทษทัณฑ์ถึงตัดคอ 

            พวกมันก็หยิบยกข้ออ้างนั้นขึ้นมาแล้วก็เดินทางไปที่เมืองหลวงตอนนี้ภายในเมืองเหลือแต่ขุนนางชั้นผู้น้อยที่เหมือนกับว่าเป็นเรือไร้หางเสือไม่รู้ว่าจะขับเคลื่อนไปในทางใดไม่รู้ว่าจะเดินไปในทางไป 

            ลู่หยางที่ยืนอยู่ข้างๆเว่ยเจ๋อจงหมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันเขาเริ่มแสดงท่าทางที่ไม่พึงพอใจออกมาเกี่ยวกับพวกขุนนางเห็นแก่ตัวเหล่านั้น 

            แต่อย่างไรแก่นแท้ของมนุษย์ก็คาดเดาได้ไม่ยากการที่พวกมันทำเช่นนั้นมันเองก็ไม่น่าประหลาดใจ 

            เว่ยเจ๋อจงเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็แสดงท่าทางกลุ้มใจออกมาเขาถึงกับยกมือของตัวเองขึ้นมากุมขมับแล้วถามกับขุนนางหนุ่มผู้อยู่ด้านหน้าอีกครั้ง“ แล้วต่อจากนี้ท่านจะทำอย่างไรต่อขอรับ? ”

            ขุนนางหนุ่มผู้น้อยประสบการณ์แสดงใบหน้าหนักใจและก็ตอบกลับไปอย่างจำใจ“ ของข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับว่าจะทำอย่างไรต่อกับสถานการณ์เช่นนี้พวกเราเหมือนกับเรือไร้หางเสือตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าจะเดินทางไปในทิศทางใด ”

            “ ปิดเมือง… ”เสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นมาดึงดูดสายตาของขุยนางหนุ่มมองตรงไปที่ผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆของคุณชายเว่ย

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111