คืนนี้อาอู่ออกเดินทางกลับเมืองหลวงเพื่อไปเตรียมต้อนรับทัพของราชบุรีกับทัพของแม่ทัพใหญ่ ซึ่งรวมพลตอนนี้ได้ 13,000 คน กำลังเดินทัพเข้าสู่เมืองหลวง
อาอู่ถึงเมืองหลวงก็ได้รับข่าวดีว่ากองทัพสุพรรณภูมิถูกกองทัพพี่เดชที่กองทัพเพียง 2,000 คน ตีทหาร 5,000 คนแตกพ่ายอย่างง่ายดาย แล้วก็ตัดหัวแม่ทัพสุพรรณภูมินำมาด้วย ส่วนด่านเมืองกาญ ก็ชนะด้วยกำลัง 1,000 คน ต่อ 3,000 คนอย่างง่ายดาย พร้อมตัดหัวแม่ทัพกลับมาด้วยเช่นกัน
อาอู่มาถึงเมืองหลวงสั่งม้าเร็วให้พี่เดชใช้กำลัง 2,000 คนเข้าซุ่มโจมตีขบวนทัพที่กำลังมาถึงเมืองหลวงที่จะมาถึงพรุ่งนี้ โดยรอสัญญาณจากพลุ แล้วสั่งให้พี่สิงห์ พี่ฟ้าลั่น และ องค์ชายสาธิต
เข้ารวมกองกำลังที่มาจากเมืองกาญ และ เมืองสุพรรณภูมิ เพื่อเข้าแทรกซึมเข้าไปในค่ายกองทัพแม่ทัพใหญ่ แล้วรอคอยคำสั่งจากอาอู่ โดยอาอู่มีกองกำลังหารจากด่านเมืองกาญกับด่านเมืองสุพรรณภูมิ 5,000 คน รวมกับของพี่เดชอีก2,000คน เป็น7,000 คน พร้อมสู้ศึกกับทหาร 13,000 คนฝ่ายศัตรู
ช่วงบ่าย กองทัพแม่ทัพใหญ่ก็มาตั้งค่ายที่ ใกล้กับวังหลวง โดยรวมกับทัพของด่านเมืองกาญ และ ด่านเมืองสุพรรณบุรี เรียบร้อย ช่วงเย็นแม่ทัพใหญ่ก็เรียกประชุมกองทัพทันที
“ ทำไมไม่ได้ข่าวทัพเมืองกาญ กับเมืองสุพรรณภูมิเลย แล้วนี่รองแม่ทัพทั้งสองไปอยู่เสียที่ไหน” แม่ทัพใหญ่รู้สึกไม่ค่อยดี
“ ข้าทำตามรองแม่ทัพคาวี กับ แม่ทัพพนา เดินทางมาสมทบกับแม่ทัพใหญ่ก่อนท่านหายป่วยแล้วจะรีบเดินทางมาขอรับ” ผู้ช่วยแม่ทัพทั้งสองพูดเหมือนกัน
“ รายงาน รัชทายาท ขี่ม้ามาคนเดียว มาขอพบท่านแม่ทัพใหญ่” ทหารเฝ้าประตูตระโกนแจ้งเข้ามา ทุกคนหยุดกึก
“ อาจารย์ขาว เอาอย่างไรดี มันมาคนเดียวแสดงว่ามันต้องมีอะไรที่มันคิดว่ามันต้องรอดกลับไปเป็นแน่ “ แม่ทัพใหญ่ไม่ประมาทกลัวไว้ก่อน
“ เด็กแค่นี้จะไปมีอะไร ให้มันเข้ามาแล้วสั่งรุมฟันมันเสียก็สิ้นเรื่อง” แม่ทัพใหญ่ราชบุรีเอ่ย
“ ให้มันมา ข้าอยู่ที่นี่แล้วดูซิว่ามันจะสำแดงฤทธิ์เดชอะไรอีก” อาจารย์ขาวมีลูกศิษย์ที่เป็นมนุษย์เวทย์ยืนอยู่ 10 คน แม่ทัพใหญ่สั่งให้ไปตามรัชทายาทเข้ามา
อาอู่ยืนอยู่กลางลานหน้ากระโจมแม่ทัพ แม่ทัพใหญ่และพวกออกมาเจอหน้าอาอู่
“ ข้ามาที่นี่เพื่ออ่านราชโองการ ของราชาไชยแสน ทหารศรีวิชัยจงฟ้งแม่ทัพใหญ่ และ พระสนมรอง องค์ชายสันติ กับรองแม่ทัพทั้ง 3 ได้ร่วมกันทำการก่อขบถ ให้ทหารทุกคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ให้ถอยไปรายงานตัวที่หน้าประตูเมืองหลวง หากใครยังอยู่ที่นี่ จะถือว่าเป็นขบถตามคนเหล่านี้” ทหารทั้งกองทัพได้ยินก็เริ่มระส่ำระสาย ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรดี แม่ทัพไม่พอใจอย่างยิ่งไม่คิดว่ารัชทายาทเข้าเพื่อออกราชโองการแบบนี้ เพราะจะอธิบายอะไร ก็คงไม่ทันเสียแล้วจึงออกคำสั่ง
“ จับมัน”
อาอู่ปล่อยพลุสั่งให้ภายนอกเข้าโจมตี ก่อนทันที และภายในพวกพี่สิงห์ พี่ฟ้าลั่นและ องค์ชายสาธิต ก็โพกผ้าสีแดงเป็นสัญญลักษณ์ เข้ารุมฟันทหารของแม่ทัพใหญ่ทันที อาอู่ปล่อยให้เสือไฟโลหะ เข้าโจมตี มนุษย์เวทย์ก่อนทันที แล้วอาอู่ก็ตัดหัวแม่ทัพราชบุรีที่อยู่ระยะใกล้ที่สุดจนหัวขาดกระเด็น แล้วเก็บเอาไว้ จากนั้น เข้าไปไล่ฟัน อาจารย์ขาวที่กำลังไล่แปะยันต์เพื่อสร้างมนุษย์เวทย์ให้มีมากขึ้น อาอู่ไล่ฟันจนมนุษยืเวทย์ตายไปหลายคน อาจารย์ขาวเลยส่งผีโหงพรายมาจัดการกับอาอู่อีก 4 ตัว อาอู่ใช้ดาบฟันทีเดียว ปีศาจโหงพรายกลายเป็นขี้เถ้า ทันที
อาจารย์ขาวปล่อยควายธนู มาอีก 4 ตัวแต่เจออาอู่ฟันตาย ทีละตัวจนหมดในทันที จากนั้น อาจารย์ขาวก็ถอยหลังออกไป แล้วเอายันต์หลายสิบแผ่น โยนลงไปที่พื้น แล้วใช้มีดกรีดแขนตัวเอง แล้วให้เลือดมันไหลลงมาที่ยันต์สีเหลือง บนพื้น
จากนั้นพื้นดินก็มีการเคลื่อนตัวมารวมกับยันต์ แล้วกลายเป็น หมูป่ายักษ์ มันวิ่งเข้าหาอาอู่อย่างรวดเร็ว อาอู่ต้องเก็บดาบนวโลหะ แล้วหลบไปด้านข้าง แล้วนำไม้พญางิ้วดำออกมา ซึ่งกลายเป็นไม้อันใหญ่เท่าเสาบ้าน พอเจ้าหมูป่ายักษ์หันมาวิ่งชนอีกก็เจอไม้แข็งๆ ฟาดเข้าที่กลางลำตัว ตูม ! จนร่างแตกสลายไป แต่แล้วมันก็กลับมารวมร่างอีก
อาอู่ฟาดไปอีกหลายที มันก็ผุดขึ้นจากดินอีกจนอาอู่ ต้องเข้าไปใกล้ แล้วปล่อยไฟจากดวงตาที่ 3 เผาผลาญมันอีก สุดท้ายมันโดนเผากลายเป็นเถ้าถ่านไปหมด อาอู่กระโดดเข้าไปหาอาจารย์ขาว ที่กำลังถอยหนี เปรี้ยง อาอู่ถีบเข้าที่กลางหลังจนอาจารย์ขาวล้มคว่ำ ไปกับพื้น อาอู่ใช้ดาบฟันหมายให้หัวขาดทันที กลับมีลูกศิษย์คนหนึ่งเข้ามาขวางอาอู่เอาไว้ เลยโดยฟันขาดกลาง
อาจารย์ขาวเห็นเช่นนั้ ก็เอามีดกรีดที่หน้าอกตัวเองแล้วท่องมนต์ตราบางอย่าง
“ ข้าขอเซ่นสังเวยเลือดของข้า ต่อเทพแห่งความตาย โปรดเพิ่มพลังให้กับข้าด้วย” จากนั้นร่างของอาจารย์ขาวก็เปลี่ยนเป็นร่างอมนุษย์ มีเขาขึ้นมา 2 เขาร่างกายใหญ่โตกว่ามนุษย์ทั่วไป ถึง 3 เท่า หน้าตาคล้ายสัตว์ป่าพวกกระทิง
อาอู่ถูกมัน ฟาดร่างกระเด็นถอยไปหลายวา ทันทีที่อาอู่ลุกขึ้น ก็กระโดดเข้าฟันเจ้าอมนุษย์ตนนี้ทันที มันใช้มือคว้าคอของอาอู่เอาไว้ อาอู่เปิดตาที่สามปล่อยเปลวเพลิงใส่มันทันที เปลวเพลิงเข้าแผดเผาร่างของอมนุษย์ จนมันต้องมือออกจากคออาอู่ มันถอยหลังแล้วร้องทรมานอย่างโหยหวน อาอู่พุ่งเข้าไปตัดคอมันทีเดียวขาดกระเด็นไปกองอยู่กับพื้น ร่างอมนุษย์เอนส่ายไป มาแล้วก็ ล้มคืนลงไปกับพื้น กลายร่างเป็นอาจารย์ขาวแต่ไร้หัว อาอู่มองหาแม่ทัพใหญ่ กับองค์ชายสันติ ที่วิ่งหนีหายไปตั้งแต่เห็นเจ้าเสือไฟโลหะโผล่ออกมาแล้ว หลังจากอาจารย์ขาวตายไป พวกมนุษย์เวทย์ ก็สิ้นฤทธิ์ เจ้าเสือไฟ เข้ามายืนจังก้าข้างอาอู่ทันที
ในขณะที่รองแม่ทัพที่อาอู่สั่งให้รวมทัพ เข้ามารายงานว่า ในเวลานี้มีพวกมาขอเข้ากับเรา ตามที่อาอู่คิดไว้มากกว่าครึ่งแล้ว จากนั้นอาอู่ก็เอาหัวรอง แม่ทัพและหัวแม่ทัพราชบุรี เอาไปเสียบประจานหน้าทัพราชบุรี บอกว่าให้พวกมันยอมวางอาวุธยอมแพ้ หากใครกล้าขัดขืน จะเป็นเช่น คนพวกนี้
ส่วนกองทัพของท่านแม่ทัพใหญ่ก็คงเหลือเพียงไม่ถึง 2 พันคน เวลานี้ก็ถูกกองทหารที่แปรพักตร์เข้ากับรัชทายาท เข้าล้อมเอาไว้ทั้งหมด อาอู่เดินนำหน้ากองทหาร เพื่อที่จะมาจัดการกับกองทัพของแม่ทัพใหญ่
“ เตรียมทหารธนูให้พร้อม รอคำสั่งจากข้า “ อาอู่สั่งการแล้วไปยืนที่ด้านทัพของแม่ทัพใหญ่ ที่กำลังหวาดกลัว อยู่ในขนาดนี้ ส่วนแม่ทัพใหญ่ กับ องค์ชานสันติล้วนอยู่ในค่ายส่วนในไม่กล้าออกมา
“ พวกเจ้าล้วนเป็นทหารของเมืองศรีวิชัย ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าอีกครั้ง ถือว่าพวกเจ้าถูกพวกขบถหลอกใช้ หาไม่ข้าจะตัดหัวพวกเจ้าให้หมด 9 ชั่วโคตร ข้าจะนับ 1 ถึง 3 หากพวกเจ้าไม่วางอาวุธ แล้วเดินออกมา พวกเจ้าต้องตายเหมือนรองแม่ทัพทั้งสามคน แบบนี้” อาอู่โยนหัวรองแม่ทัพทั้งสามคนเข้าไปในกองทัพแม่ทัพใหญ่ที่เวลานี้หวาดหวั่นเป็นที่สุด พอหัวรองแม่ทัพตกที่พี้นทหารได้เห็นเข้า
ก็เริ่มวางอาวุธ แล้วก้าวออกมาอย่างช้าๆ อาอู่นับ หนึ่ง มีทหารก้าวออกมาเร็วขึ้น อาอู่ นับ 2 พร้อมเสียงร้องขู่ของเจ้าเสือไฟโลหะร่างยักษ์ที่ยืนอยู่ข้างอาอู่ทหารต่างแตกฮือวางอาวุธวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว อาอู่เห็นยังมีเหลืออีก ไม่ถึง500คน จึงยกมือเตรียมสั่งให้ พลธนู เตรียมยิง พรึบ ทหารที่เหลือ 500 คนเห็นพลธนูนับพัน เล็งเป้ามาที่พวกเขา ก็รีบวางอาวุธ แล้ววิ่งออกมาฝั่งอาอู่จนหมดคงเหลือแต่คนในกระโจมเท่านั้นที่ไม่ยอมออกมา
“ แม่ทัพใหญ่ ยอมแพ้ดีกว่า หาไม่ข้าจะสั่งให้กองทัพธนู ยิงเข้าไปเดี๋ยวนี้” สิ้นคำขู่ของอาอู่ ก็มีหญิงสาวนางหนึ่งเดินออกมา พร้อมคนรับใช้ อีก 2 คน ตามหลังมาด้วยแม่ทัพใหญ่ และองค์ชายสันติ และทหารคนสนิทอีก เกือบยี่สิบคน อาอู่เดินเข้าไปใกล้
“ พระสนมรอง คงไม่คิดว่าจะมีวันนี้ซินะ” อาอู่เดินเข้าต่อหน้าพระสนมรอง
“ แพ้เป็นมาร ชนะเป็นจ้าว ข้าเข้าใจจุดนี้ดี เพียงแต่องค์ชายสันติไม่รู้เรื่องด้วยและเขายังมีศักดิ์เป็นพี่ชายของเจ้า โปรดละเว้นเขาด้วย” พระสนมขอร้องอาอู่เป็นครั้งสุดท้าย
“ ใช่แล้วข้ายอมรับผิดทุกอย่างข้าเป็นคนวางแผนทั้งหมด องค์ชายสันติไม่รู้ เรื่องนี้ องค์รัชทายาทปล่อยเขาไปด้วย” แม่ทัพใหญ่กล่าวยอมรับผิดด้วยเช่นกัน
“ สิบสี่ปีก่อน แม่ของข้ากับตัวข้า ก็ไม่เคยรู้เรื่อง เช่นกัน แต่ต้องมาตายเพราะพวกเจ้า และพวกเจ้ายังมีหน้าบอกพวกเขาไม่รู้เรื่อง จะให้ปล่อยให้เขามาแว้งกัดข้าในอนาคตอีกหรือ พวกเจ้าเข้าใจพูดเสียจริงๆ “ ฉัวะ ! อาอู่ตัดหัวแม่ทัพใหญ่ออกมาด้วยความรวดเร็วจนคนไม่ทันได้เห็น เสียงพระสนมรองหวีดร้องเสียงดังจนสลบไป โดยมีองค์ชายสันติรีบประคองแม่ของเขา
“ นำพระสนมรอง กับองค์ชายสันติ กลับเข้าวังให้เสด็จพ่อตัดสินโทษ “ อาอู่โยนเรื่องนี้ให้เสด็จพ่อจัดการเอาเองจากนั้นอาอู่ก็มองไม่เห็นศิษย์พี่ของเขาทั้งสามไม่รู้ไปไหน ถามรองแม่ทัพคนใหม่ ก็บอกว่าพวกเขานำทหารไปคนละหนึ่งพันเข้าโจมตีทหารของราชบุรี อาอู่รีบไปดูที่สนามรบทันที พอไปถึงทุกอย่างก็สงบลงแล้ว โดยทหารราชบุรีตายไปกว่าครึ่งเหลือไม่ถึง สี่พันคนล้วนวางอาวุธยอมแพ้ พี่เดชกับเพื่อนที่เหลือเห็นอาอู่มาก็รีบควบม้าเข้ามาหา
“ ออกศึกครั้งแรก มันตื่นเต้นอย่างนี้นี่เอง “ พี่สิงห์เอ่ยคนแรก
“ ข้าก็ตื่นเต้นไม่แพ้เจ้าเหมือนกัน” พี่ฟ้าลั่นเอ่ยตอบ
“ ข้าเกิดมาไม่เคยฆ่าคนมากขนาดนี้มาก่อนเลย” องค์ชายสาธิต
“ อาอู่พวกเรายกทัพไปถล่มเมืองสุพรรณบุรีต่อเลยได้ไหม” พี่เดชยังอยากแก้แค้น
“ พวกเราได้ไปเมืองสุพรรณภูมิแน่ รอข้าจัดการเรื่องทางนี้ให้เรียบร้อยก่อน”อาอู่บอกพี่เดชให้รอไปก่อน
แล้วเรียกรองแม่ทัพที่แต่งตั้งมาใหม่
“ พวกท่านไปสอบถามทหารราชบุรีหลายๆ คน ว่าเวลานี้เมืองราชบุรีเหลือกำลังอยู่เท่าไร มีใครเป็นราชาแล้วรีบมารายงาน” ทุกคนเห็นอาอู่สั่งการเช่นนี้ก็ตกใจ รีบถามทันที
“ อาอู่นี่เจ้าคิดจะทำอะไร” องค์ชายสาธิตรีบเอ่ยถามก่อนใคร
“ ข้าจะตัดหัวเจ้าเมืองราชบุรี” อาอู่กล่าวด้วยน้ำเสียงอันเหี้ยมกรียม ทำเอาทุกคนขนลุกขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว