ประธานชีหลง หรือตาแก่ที่พลได้ช่วยเอาไว้กล่าวขอบคุณ ก่อนจะก้มหัวให้กับเขาจากใจจริง พลที่เห็นดังนั้นเขาก็รีบลุกตัวขึ้นนั่งก่อนที่จะเอ่ยกับคุณตาชีหลงทันที เพราะการที่คนแก่กว่าก้มหัวให้กับตน ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่ชินจริงๆนั้นแหละ
“โปรดอย่าทำเช่นนี้เลยครับคุณตา.. เออ ท่านประธานชีหลง ถึงยังไงผมก็ยังเป็เด็กอยู่ แค่ได้รับคำขอบคุณก็นับว่าเป็เกียรติมากแล้วครับ..” พลกล่าวพร้อมกับโบกไม้โบกมือเป็ท่าทางประกอบด้วยความล่ก
“เธอสมควรแล้วที่ฉันจะก้มหัวให้.. อีกอย่างฉันก็มีเื่ต้องขอโทษเธอด้วยเช่นกัน... สมศักดิ์ เข้ามาได้แล้ว..” คุณตาชีหลงกล่าวกับพลอย่างยิ้มๆ ก่อนจะหันไปทางประตูทางเข้าพร้อมกับเรียกใครบางคนเข้ามาภายในห้อง ซึ่งคนๆที่เดินเข้ามานั้นมันก็ทำให้พลถึงกับทำหน้าเหวอไปเลยทีเดียว
“ครับคุณท่าน...” ชายคนนั้นกล่าว ก่อนจะยิ้มให้กับพล
“ได้ยังไงกัน!.. ทำไมพี่ถึงอยู่ตรงนี้ล่ะครับ..” พลกล่าวพร้อมกับมองคุณตา สลับกับพี่ชายคนนั้นอย่างสับสน และชายที่ชื่อสมศักดิ์คนนี้ก็คือพี่ไรเดอร์รับ-ส่งอาหารยี่ห้อเรย์แมนที่อยู่ในเหตุการณ์กับเขาตอนนั้น แต่เขาก็เข้าใจได้ทุกอย่างหลังจากที่ได้คิดวิเคราะห์สักเล็กน้อย..
“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า นี่คือหนึ่งในแผนของพวกคุณอย่างนั้นเหรอครับ.. แล้วพวกคุณทำไปเพื่ออะไรกันครับ ผมไม่เข้าใจ.. ทำไมพวกคุณถึงได้ทำกับผมเช่นนี้กัน ทำไมพวกคุณถึงเอาความหวังดีของผมมาล้อเล่นอย่างนี้..” พลกล่าวอย่างไม่เข้าใจว่าพวกเขาทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร ทำไมถึงเอาเื่เป็ตายมาล้อเล่นกันอย่างนี้ มันไม่เท่ากับว่าพวกเขากำลังหลอกลวงเขาอยู่อย่างนั้นเหรอ
“ฉันขอเวลาส่วนตัวกับเ้าหนูนี่หน่อยได้ไหม.. แล้วช่วยถอดกุญแจมือให้กับเขาด้วย”
ชีหลงกล่าว แม้ว่าผู้กองมนัสจะไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้านี้ก็ตาม แต่เขาเชื่อแล้วว่าเ้าหนูนี่พูดความจริง และเขาจะได้คำตอบทั้งหมดจากท่านผู้การ และชายชุดสูทดำที่คุณชีหลงเรียกว่าสมศักดิ์ มนัสไม่ลังเลเลยที่จะถอดกุญแจมือของพล ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะเดินออกจากห้องนี้ไป และในเวลานี้ก็เหลือเพียงแค่พล กับชีหลงเท่านั้น
“เ้าหนู เธอชื่อว่ารัชพลอย่างนั้นสินะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะเรียกเธอว่าพ่อหนุ่มพลก็แล้วกัน.. ฉันจะขอเข้าเื่เลยก็แล้วกัน..” ชีหลงกล่าวก่อนที่เขาจะเดินไปอยู่บริเวณหน้าต่างของห้อง พลที่เพิ่งจะถูกปลดล็อกจากกุญแจมือ เขาก็หมุนข้อมือของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะลุกจากเตียงเพื่อรับฟังสิ่งที่ตาแก่ชีหลงพูดเล่าเหตุการณ์
ชีหลงไม่อ้อมค้อม เขาเริ่มเล่าเหตุการณ์ั้แ่ต้นว่ามีบุคคลหนึ่ง้าจะเอาชีวิตเขาเพื่อที่จะได้ห้างสรรพสินค้ายูเรียเซียเป็ของตัวเองทั้งหมด และเขาก็รู้ดีว่าบุคคลนั้นเป็ใคร คนๆนั้นเป็ลูกชายของเพื่อนสนิทที่ร่วมก่อตั้งห้างสรรพสินค้าในฝันกับเขา ถึงพวกเขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายอยากจะห้างสรรพสินค้า แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเอาผิดได้ถ้าไม่มีหลักฐานมากเพียงพอ
การต่อสู้เพื่อแย่งชิงความเป็ใหญ่ภายในห้างสรรพสินค้ามันเริ่มั้แ่ลูกชายของเพื่อนเริ่มก่อตั้งกลุ่ม และรวบรวมทั้งผู้ถือหุ้น ทั้งพนักงานหลายคนไว้ที่ฝั่งของตัวเอง เป้าหมายของพวกเขาคือ้าให้คนของฝั่งตัวเองมีตำแหน่งหน้าที่ที่สามารถต่อรองการทำงานได้ ในทีแรกชีหลงอยากจะปล่อยเลยตามเลย ถึงขนาดคิดที่จะให้ลูกชายของเพื่อนขึ้นมาบริหารห้างสรรพสินค้าแทน
แต่หลังจากนั้นได้ไม่นาน เขาก็เพิ่งมารับรู้ความจริงว่าลูกชายของเพื่อนนั้น้าจะขายห้างนี้ต่อให้กับนักลงทุนต่างชาติในราคาที่สูง และมันก็ขัดกับความฝัน อุดมการณ์การก่อตั้งห้างสรรพสินค้ายูเรียเชีย ดังนั้นการต่อสู้ก็เริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อทุกๆฝั่งถูกแบ่งออกเป็สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนของตัวเขาที่เป็ประธานบริษัท และอีกฝ่ายหนึ่งที่สนับสนุนลูกชายของเพื่อน
แม้ว่าเพื่อนของเขาจะตายไปแล้ว แต่ก็เป็เพื่อนรัก และเห็นลูกชายของเพื่อนคนนี้มาั้แ่ยังเด็กๆ ชีหลงกล่าวด้วยสีหน้าผิดหวัง ทั้งๆที่เขาเห็นลูกชายเพื่อนคนนี้เป็เหมือนลูกแท้ๆเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะ้าเอาชีวิตของเขาอย่างนี้ และด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้มันมากเกินไปที่เขาจะยอมรับได้ มันไม่เหมือนกับการแข่งขันเพื่อความเป็ใหญ่ภายในห้าง แต่มันหมายถึงชีวิต..
“เหตุการณ์ในครั้งนี้ฉันคงจะรู้สึกผิดกับเพื่อนที่ตายไปแล้วของฉันแน่ๆ.. แต่เ้าสมกิตจะต้องโดนบทลงโทษเสียบ้าง มันจะได้สำนึกว่าสิ่งที่มันทำนั้นมันผิด.. นี่ก็เป็เื่ราวทั้งหมดของจุดเริ่มต้นในเหตุการณ์ในครั้งนี้ล่ะพ่อหนุ่มพล..” ชีหลงกล่าว
“จากเท่าที่ฟังมา.. ก็สรุปได้ว่าคนที่ชื่อสมกิตนั้น เป็ลูกชายของเพื่อนที่ตายไปของคุณ และเขา้าหุ้นส่วนที่คุณนั้นถืออยู่ จนเกิดเหตุการณ์ว่าจ้างเอาชีวิต.. แต่ว่าผมดันช่วยชีวิตของคุณเอาไว้ จนต้องติดร่างแหไปด้วย ผมเข้าใจถูกต้องไหมครับ” พลกล่าวตามที่วิเคราะห์ตามเื่ราว และเขาก็สรุปได้เลยในทันทีว่าเขาซวยเองที่ดันไปอยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วยความบังเอิญเท่านั้นเอง
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้พ่อหนุ่มพล.. จริงๆสายของฉันรายงานมาั้แ่เมื่อวานแล้วว่าอีกฝ่ายจ้องเอาชีวิตของฉัน และพอจะรู้แผนของพวกนั้นมาคร่าวๆ ก็เลยวางแผนซ้อนไว้อีกที จริงๆแล้วต้องเป็สมศักดิ์ที่ใช้เหลือชีวิตของฉัน แต่ว่าเธอกลับเข้ามาช่วยเหลือฉันเอาไว้ก่อน ด้วยสถานการณ์อย่างนั้นมันก็เลยต้องตามน้ำไปก่อน” ชีหลงกล่าวพร้อมกับหันมายิ้มให้กับพลอย่างขอบคุณจากใจจริง คนดีอย่างพ่อหนุ่มคนนี้สมัยนี้มันหายากจริงๆ
“ อ่า!.. แปลว่าผมอยู่ผิดที่ผิดเวลาเองอย่างนั้นสินะ ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้เนี่ยเรา... เฮ้ออ ช่างมันเถอะครับ ผมถือว่าตัวเองฟาดเคราะห์กรรมไปก็แล้วกัน..” พลกล่าว และถอนหายใจ
“ช่างมันได้ยังไงกันเล่า.. ถึงเื่มันจะวุ่นวายมากไปหน่อย แต่มันก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้ที่ฉันลากเธอเข้ามายุ่งกับเื่ไม่เป็เื่ อีกอย่างเธอก็ช่วยเหลือชีวิตของฉันเอาไว้ และฉันก็ควรทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบแทนเธอสักอย่าง..” ชีหลงกล่าว และเขายังไม่ทันได้กล่าวจบ พลก็รีบโบกไม้โบกมือในทันที..
“ไม่ต้องหรอกครับ.. ถ้าจะช่วยก็ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลนี้ให้ก็พอ อีกอย่างผมไม่ค่อยอยากจะวุ่นวายกับเื่ของพวกคุณ ดังนั้นตอนบ่ายนี้ผมจะออกจากโรงพยาบาลนี้เลย..” พลกล่าว
“ฉันก็อยากให้เธอกลับบ้านของตัวเองอยู่หรอกนะ แต่ว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอ เธอต้องอยู่ในการคุ้มครองของฉันก่อน เพราะเอาตามตรง.. ตอนนี้เธอได้เข้ามาเป็หนึ่งในตัวแปรสำคัญกับเหตุการณ์นี้แล้ว ไม่แน่ว่าพวกนั้นจ้องจะเอาชีวิตเธออีกคนก็เป็ไปได้.. ดังนั้นรออยู่ที่นี่ก่อนจะดีกว่า..”
ชีหลงกล่าว พลที่ได้ยินอย่างนั้นก็กุมคางคิด เพราะสิ่งที่ชีหลงกล่าวนั้นมีเหตุผลมาก มันเป็ไปได้มากจากการกระทำที่ใส่ร้ายเขา และเมื่อพวกมันรู้ว่าแผนของตัวเองแตกแล้วล่ะก็ มันคงจะต้องปิดปากเขาแน่ๆ
“อีกอย่างหนึ่งนะ.. เื่ของการตอบแทนน่ะ ฉันอยากให้เธอรับอะไรสักอย่างจากฉัน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็การขอโทษ และขอบคุณที่ช่วยเหลือชีวิตฉันเอาไว้.. อย่าปฏิเสธเลยนะ ถ้าเธอยังปฏิเสธอยู่อย่างนี้ ตอนฉันตายไปิญญาของฉันคงได้ร่ำไห้ไม่ได้ไปเกิด เป็ิญญาที่วนเวียน..มี...ห่วง...” ชีหลงเริ่มกล่าวหว่านล้อมให้พลนั้นรับอะไรสักอย่างไปจากเขา เพราะเขาไม่เคยติดค้างใครมาก่อน และจะไม่มีวันติดค้างใคร..
“พอๆๆ เข้าใจแล้วครับ.. แต่ว่าผมก็ไม่รู้จะเอาอะไรอยู่ดี..” พลกล่าวตอบพร้อมกับทำท่าคิดหนัก เขาไม่รู้ว่าการช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆพร้อมกับลากเข้ามาในเื่ความเป็ความตายนี้ควรจะเรียกร้องอะไร..
“อะไรก็ได้พ่อหนุ่ม.. ไม่ว่าเธอจะ้าบ้านสักหลัง รถสักคัน หรือจะเป็ทรัพย์สินเงินทอง.. เธอสามารถบอกกับฉันได้เลย..” ชีหลงกล่าว และนั่นมันก็ทำให้พลนั้นคิดมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
“บ้านอย่างนั้นเหรอ.. ตอนนี้ยังไม่จำเป็ ถ้ามีบ้านหรือพวกคอนโด อื้มมม มันต้องมีค่าส่วนกลางหมู่บ้าน และไหนจะเพื่อนบ้านที่ไม่เคยจะเป็มิตรนั้นอีก ่นี้ยิ่งมีข่าวพวกนี้อยู่.. ไม่เอาดีกว่า” พลกล่าวตามความคิดของตัวเอง ตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะมีบ้านเป็ของตัวเอง พลางคิดถึงเื่รถต่อ..
“รถสักคันก็ดีเหมือนกัน.. แต่ว่า่นี้เราก็ไม่มีเื่ให้ต้องออกจากบ้าน อีกอย่างน้ำมัน่นี้ก็แพงหูฉีก ไม่เอาๆดีกว่า.. ทรัพย์สินเงินทองเหรอ.. อื้มมม หาที่เก็บยากจะตายไป ถ้าคนอื่นในชุมชนรู้มีหวังโจรได้ขึ้นบ้านกันพอดี.. ไม่เอาๆ”
พลกล่าวถึงเื่รถถ้าเขาได้มันก็สะดวกดี แต่เมื่อคิดถึงเื่น้ำมันที่จะต้องเติม เขาปัดเื่รถทิ้งในทันที ต่อมาคือเื่เงินหรือทรัพย์สินอย่างอื่น มันก็ดีที่เขาจะได้รับมันมา แต่เขาก็สามารถค่อยๆปั่นเงินอย่างเงียบๆไปได้ มันดีกว่าที่จะได้รับจากคนอื่นมา และเป็ข่าวหนาหูให้พวกโจร
ชีหลงที่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวเหตุที่เรียกว่ามันไร้สาระที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมาเลยก็ว่าได้ เขาอยากจะปวดหัวกับความคิดนั้นจริงๆ ถ้าเป็คนอื่นคงจะไม่ลังเลด้วยเหตุผลไร้สาระนี้แน่นอน นับว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็คนที่แปลกคนจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ยกบ้านให้เธอเลยหลังหนึ่ง พร้อมกับรถยนต์อีกหนึ่งคัน นอกจากนี้ยังมีเงินให้ตั้งตัวอีกก้อนหนึ่งเลยก็ยังได้.. ว่าไงล่ะสนใจไหม” ชีหลงที่อยากจะเอาความคิดประหลาดของชายหนุ่มออกจากหัว เขารีบเสนอทางเลือกอีกทางให้กับพลในทันที..
“น่าสนใจดีเหมือนกันแฮะ.. แต่ว่าไม่ดีกว่า เพราะ....”
และก็เป็อีกครั้งที่ชีหลงเริ่มที่จะคิ้วกระตุกกับเหตุผลเล็กๆน้อยๆที่อีกฝ่ายคิด ทำให้สิ่งที่เขาเสนอถูกปัดตกไป และมันก็เป็อย่างนี้อีกหลายครั้ง ไม่ว่าชีหลงจะเอ่ยกล่าวมอบอะไรให้ พลก็กล่าวปฏิเสธไปเสียหมด จนเขาเริ่มจะยอมแพ้กับพ่อหนุ่มคนนี้แล้วจริงๆ
“นู่นนี่นั่นก็ไม่เอาสักอย่าง.. ถามจริงๆเถอะพ่อหนุ่ม เธอไม่มีสิ่งที่้าบ้างหรือยังไงกัน..” ชีหลงกล่าวถามอย่างหมดความอดทน พลที่ได้ยินอย่างนั้นก็เหมือนจะคิดอะไรออก ‘สิ่งที่เขา้าในตอนนี้’ ใช่มันมีอยู่หนึ่งอย่างที่เขา้าอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะไม่โดนดูถูกจากเพื่อนๆของเขา ใช่! มันก็คืองานนั่นเอง
“ผมนึกออกแล้วครับว่าผมอยากได้อะไร..” พลกล่าวออกมาอย่างดีใจ หลังจากที่วนคิดอยู่นานจนเหนื่อยเช่นกัน ชีหลงที่ได้ยินก็เหมือนกับฟ้าประทานพร ในที่สุดไอ้หนุ่มคนนี้ก็รู้ได้สักทีว่ามัน้าอะไร..
“ว่ามาเลยพ่อหนุ่ม.. อะไรก็ได้ทั้งหมด บอกมาเถอะว่า้าอะไร” ชีหลงกล่าวด้วยความหวังว่าเื่นี้มันจะจบไปได้สักที พลที่ได้ยินอย่างนั้นก็เกาะแก้มของตัวเองอย่างเขินๆ เขาไม่รู้ว่าจะพูดไปดีไหม เพราะมันน่าอายจริงๆที่จะเอ่ยขอกับใครบางคน..
“คือว่า.. จะว่ายังไงดีล่ะครับ คือตอนนี้ผมเป็คนตกงานอยู่น่ะครับ ดังนั้นผม้าหางานทำอยู่..” พลกล่าวตอบ และนั่นมันก็ทำให้ชีหลงผิดหวังเล็กน้อย ทั้งๆที่ขออะไรได้มากกว่านี้แท้ๆ แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับขอเื่เล็กๆน้อยๆเช่นนี้
“งานเหรอ.. ได้สิ! เธอสามารถทำงานที่เครือห้างของฉันได้ หรือว่าเธออยากจะเป็หนึ่งในผู้บริหารเลยก็ยังได้..อืมๆ” ชีหลงกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับ ในความคิดของเขาในตอนนี้คือถ้าให้เขาโอนหุ้นให้อีกฝ่ายเป็ผู้ถือหุ้นสัก 5-7 เปอร์เซ็นต์เลยก็ยังได้ แต่ทว่าเขาก็ต้องผิดหวังอีกครั้งเพราะว่า...
“ผมขอเป็แค่ผู้จัดการก็พอครับ.. แบบผู้จัดการแผนกไหนก็ได้ แล้วขอฐานเงินเดือนเยอะๆ แต่ว่าผมจะทำงานแค่ 7 วันนะครับ แล้วผมก็จะลาออกแล้ว.. อืมๆ ผม้าแค่นั้นแหละ..”