หลังจากที่ได้ฟังเื่ที่ราวกับละครน้ำเน่าหลังข่าวแล้ว
ทุกคนก็กอดคอกันร้องไห้ไปรอบนึง คุณนายเซียวนึกขึ้นได้จึงให้คนไปเรียกเซียวอวี้มา และบอกความจริงกับเขา จากนั้นก็กอดเขาไว้ในอ้อมอก สัญญาว่าต่อไปจะดีกับเขาให้มากๆ ชดเชยที่เมื่อก่อนเธอทำไม่ดีกับอีกฝ่าย
เซียวอวี้ยังคงทำหน้ามึนงงสับสนกับความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ สายตาเด็กน้อยจ้องมองเซียวหรงตาละห้อยอย่างทำตัวไม่ถูก
เซียวหรงที่กำลังหน้าเครียดกังวลเกี่ยวกับชีวิตของตัวเองเห็นหน้าอีกฝ่ายก็หลุดยิ้มขึ้นมาทันที
“แล้ว...แล้วต่อไปพี่ชายจะยังอยู่กับพวกเราต่อไปไหมครับ”
คำถามนี้เป็คำถามที่เซียวหรงเองไม่กล้าถามออกมาเอง ถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะไม่ได้มีความผูกพันกับบ้านนี้มากมายอะไรแต่ว่าความรู้สึกของร่างเดิมที่ส่งมาตอนที่รู้ความจริงเื่นี้มันทำให้เขารู้สึกเ็ปราวกับเื่นี้เป็เื่ของเขาเอง
เมื่อคิดว่าหากไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเืก็จะต้องจากบ้านหลังนี้ไป น้ำตาก็แทบจะไหลออกมา
แต่ข้อเท็จจริงนี้ทำให้เขาไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ร่างเดิมไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเืกับพวกเขา เื่นี้ทำให้สถานะในบ้านของเซียวหรงตอนนี้ค่อนข้างน่ากระอักกระอ่วน
เคราะห์ดีที่คุณนายเซียวก็รักลูกเลี้ยงคนนี้มากเหมือนกัน อย่างไรก็เลี้ยงมาถึงสิบหกปี ความผูกพันยังถือว่ามีมากกว่าลูกแท้ๆ อย่างเซียวอวี้ด้วยซ้ำ
“อยู่สิจ๊ะ” เธอยิ้มกล่าวอย่างอ่อนโยน “ลูกอยากให้พี่ชายอยู่ด้วยกันกับเราไหม"
“อยากครับ” เซียวอวี้ยิ้มกว้างจนตาหยี
ฉันล่ะนับถือสกิลปรับตัวของนายจริงๆ เซียวหรงบ่นในใจ แต่คำพูดของเซียวอวี้ก็ทำให้เขาซาบซึ้งอยู่ไม่น้อย
คุณนายเซียวกังวลว่าเซียวหรงจะคิดมากจึงหันมากำชับกับเขาว่า
“ลูกไม่ต้องคิดมากนะ ครอบครัวเรายังเหมือนเดิม ต่อให้ลูกไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพ่อแม่ แต่พ่อแม่ก็ยังรักและจะดูแลลูกตลอดไป”
คำพูดของคุณนายเซียวทำให้เขาถึงกับดวงตาเปียกชื้น โดยไม่ทันรู้ตัวน้ำตาก็ไหลรินจนแก้มเปียกไปหมด
“เอ๊ะ” เซียวหรงรู้ตัวก็รีบปาดน้ำตาทิ้ง แต่ก็ไม่ทันปิดอีกสามคนที่อยู่ในห้องอยู่ดี
คุณนายเซียวผละจากเซียวอวี้จะเข้ามากอดปลอบ แต่ก็ไม่ทันคนตัวเล็กกว่า เซียวอวี้หลุดจากอ้อมกอดของคุณนายเซียวก็รีบเข้ามากอดเซียวหรงทันที
“เกอเกอ ไม่เป็ไรนะ ยังไงเราก็เป็ครอบครัวเดียวกัน” เซียวหรงหน้าแดงน้ำตาซึมกอดตอบเด็กน้อยที่เตี้ยกว่าหนึ่งศีรษะ จากนั้นทั้งสี่ก็ใช้เวลาร่วมกันอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยแยกย้ายกันไปพักผ่อน
แต่ตอนที่เซียวหรงจะกลับห้องตัวเอง เซียวอี้เฉินกลับเรียกให้เขาอยู่ก่อน
เซียวหรงเห็นดังนั้นก็รู้ว่าอีกฝ่าย้าจะคุยเป็การส่วนตัว จึงกลับมานั่งลงตามเดิม
“หรงเอ๋อร์ พ่อมีอะไรอยากจะบอกลูกไว้ ไม่ใช่ว่าพ่อไม่รักลูกแล้ว แต่เื่ผู้สืบทอด หากพ่อส่งตำแหน่งต่อให้ลูกต่อไปคนในตระกูลคนอื่นย่อมไม่ยอมแน่ หวังว่าลูกจะเข้าใจสิ่งที่พ่อทำ” เซียวอี้เฉินพูดพร้อมกับถอนหายใจ
“ผมเข้าใจทุกอย่างดีครับ ผมไม่ได้สนใจสืบทอดกิจการอยู่แล้ว คุณพ่อวางใจเถอะ”
เห็นได้ชัดว่าเซียวอี้เฉินเตรียมการเื่นี้มานานแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาจะมีเซียวอวี้ได้อย่างไร ไม่แน่ว่าก่อนหน้านี้เ้าของร่างเดิมอาจจะเป็เพียงโล่กันะุให้บุตรชายที่แท้จริงของเขาก็เป็ได้
โชคดีที่เขาเป็เซียวหรง “คนใหม่” เื่นี้จึงไม่ได้ทำให้เขาเสียใจเท่าไหร่
เมื่อเซียวหรงไม่ต้องสืบทอดกิจการ เขาก็ไม่จำเป็ต้องเข้มงวดกับการเรียนของอีกฝ่าย เซียวหรงสามารถทำสิ่งที่อยากทำได้ เมื่อทั้งสองคุยกันจนเข้าใจแล้ว เซียวหรงก็กลับห้อง ระหว่างทางก็ครุ่นคิด
ข่าวที่เซียวหรงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเซียวอี้เฉินเป็คนในตระกูลสายสองปล่อยออกมา เพราะ้าให้เปลี่ยนตัวผู้สืบทอด ตอนแรกที่เซียวหรงถูกอุ้มกลับมาเลี้ยงก็มีคนระแคะระคายเื่ที่เขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ก็ยังไม่มีใครเปิดโปง
หลายคนรอโอกาสที่จะเปิดโปงความจริง แต่ก็้ารอให้เซียวอี้เฉินหมดโอกาสมีลูกอีกจะได้ รับลูกๆ ของพวกเขามาเลี้ยงเพื่อเป็ผู้สืบทอด แต่ตอนนี้เซียวอี้เฉินรับเซียวอวี้กลับมาเลี้ยงแล้วและตั้งใจจะให้เด็กคนนั้นสืบทอดกิจการตระกูลเซียว หลายคนจึงเริ่มนั่งไม่ติดอีกต่อไป
เซียวหรงขมวดคิ้ว เื่นี้ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ ต่อให้เขาสืบทอดไม่ได้ก็ยังมีเซียวอวี้ ตอนนี้ออกมาเปิดโปงเื่ของเขาพวกนั้นก็ไม่อาจจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ ทำไมล่ะ?
เซียวหรงคิดว่าเื่นี้จะต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่อีกแน่ หรือว่า...
หากเซียวอวี้เป็อะไรไป เซียวอี้เฉินก็คงไร้ทายาทสืบทอดจริงๆ แล้วล่ะมั้ง? ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถมีบุตรนอกสมรสได้อีก แต่เขาอายุปูนนี้แล้ว แถมเท่าที่รู้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีลูกยาก ไม่เช่นนั้นคงไม่มีแค่เซียวอวี้คนเดียวแน่
เมื่อเขากลับมาถึงห้องตัวเองแล้วก็พบว่า เซียวอวี้รอเขาอยู่ที่หน้าห้อง
หลายเดือนที่ผ่านมา นอกจากเวลาเรียนแล้ว เซียวอวี้แทบจะทำตัวติดกับเขาตลอดเวลา ยิ่งพักหลังที่เซียวหรงซ้อมเปียโนอย่างหนักเพื่อการแข่ง ทุกวันหลังเลิกเรียนและสุดสัปดาห์ เซียวอวี้ก็เปรียบเสมือนเงาตามตัวเขาเลยทีเดียว
เซียวหรงพลันรู้สึกว่า เขากลายเป็แม่เป็ดส่วนเซียวอวี้เป็ลูกเป็ดเติมตามต้อยๆ ไปซะแล้ว
เอาเถอะ!เห็นแก่ความน่ารักของนาย ฉันจะคอยดูแลจนนายเติบโตเป็ผู้ใหญ่ละกัน!
เซียวอวี้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเซียวหรงด้วยความตื่นเต้น
"เซียวหรง! ดูนี่สิ”
เซียวหรงได้ยินคำเรียกของอีกฝ่ายก็อยากจะกุมขมับ เขาเขกหัวเซียวอวี้กล่าว
"เรียกอะไรของนาย ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ อย่างไรฉันก็อายุมากกว่านาย เรียกเกอเกอสิ"
"ไม่เอาอะ เรียกเกอเกอหน่อมแน้มจะตาย พวกผู้หญิงถึงจะเรียกกัน!" เซียวอวี้ทำหน้าบู้บี้
"ถ้าอย่างนั้นก็เรียกเกอคำเดียวพอ เรียกดีๆ แล้วเกอจะพาไปกินอะไรอร่อยๆ แล้วจะพาไปดูหนังเื่ใหม่ที่นายอยากดูด้วย"
เซียวอวี้ดวงตาเป็ประกาย "จริงนะ!" ก่อนจะหน้าแดงเรียกเสียงเบาว่า "เกอ"
เซียวหรงแอบยิ้มมุมปาก "อะไรนะ ไม่ได้ยินเลย"
เซียวอวี้เขินอายเล็กน้อยก่อนจะพูดเต็มเสียงว่า "หรงเกอ!"
"ฮ่าๆ ดีมาก" เซียวหรงขยี้ผมเซียวอวี้ด้วยความเอ็นดู "เมื่อกี้นายจะให้พี่ดูอะไรนะ"
"อ้อ ดูนี่สิ ผมเลื่อนชั้นได้เข้าเรียนโรงเรียนเดียวกับพี่แล้ว! แต่เสียดายไม่ได้เรียนห้องเดียวกัน" เซียวอวี้ท่าทางตื่นเต้นมาก แต่ก็แอบเสียดายที่เวลาอ่านหนังสือไม่พอทำให้เขาไม่สามารถเลื่อนชั้นไปได้มากกว่านี้
"น้อยๆหน่อย แค่นี้นายก็เก่งมากแล้ว เฮ้อ นายเนี่ยน้า เหลือทางรอดไว้ให้คนอื่นเขาบ้างสิ จะเก่งไปไหน" เซียวหรงอดหมั่นไส้ไม่ได้ เขกศีรษะเซียวอวี้ไปอีกหนึ่งที
เซียวอวี้ที่โดนเขกหัวไปสองทีก็ทำหน้ามุ่ยแกล้งงอน เซียวหรงคิดว่าเขาเขกแรงไปเลยรู้สึกผิดจนต้องยอมง้อยอมตามใจอีกฝ่ายไปทั้งวัน
วันเวลาผ่านไป
เซียวหรงและครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ก่อนหน้านี้เขาวิตกกังวลว่าจะเกิดอะไร แต่เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ผ่านมานับปีแล้วแต่ทางผู้าุโก็ไม่ได้ติดใจอะไร ยอมรับสถานะผู้สืบทอดของเซียวอวี้แล้วก็ไม่ได้มายุ่งอะไรกับพวกเขาอีก
นานวันเข้าเซียวหรงคลายความระแวง ใช้ชีวิตอย่างไม่ระมัดระวังเหมือนอย่างเคย เขา กิน เรียน เที่ยวเล่น อย่างสุขกายสบายใจ ไม่ได้ััถึงความอันตรายที่แผงอยู่รอบกายแม้แต่น้อย
จนกระทั่งวันจบการศึกษาของเซียวหรง ครอบครัวเขาตั้งใจไปกินเลี้ยงฉลองกันที่ร้านอาหาร ระหว่างทางไปจู่ๆ ก็มีรถคันหนึ่งขับปาดตัดหน้ารถของพวกเขา เซียวอี้เฉินเบรกไม่ทันรถจึงชนเข้าอย่างรุนแรง
สภาพรถเละเทะดูแทบไม่ได้ ทุกคนต่างสลบไป แต่น่าแปลกที่เซียวหรงคงสติไว้ได้อยู่ เซียวหรงอุ้มเซียวอวี้ที่สลบไม่ได้สติลงจากรถ และโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน
่จังหวะที่เขาละสายตาไป จู่ๆ ก็มีเสียงตูมดังขึ้น เซียวหรงหันไปตามเสียงนั้น ก็พบว่ารถคันที่เขานั่งมาะเิแล้ว เปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนไปทั่วคัน เซียวหรงช็อกจนน้ำตาไหลอาบแก้ม พูดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก กว่าจะรู้อีกทีเขาก็มาอยู่โรงพยาบาลแล้ว
ผู้าุโของตระกูลต่างรีบรุดหน้ามาที่โรงพยาบาล แต่ท่าทีของแต่ละคนไม่ได้ดูเป็ห่วงพวกเขาจากใจจริง แต่้ามาจัดการเื่มรดกมากกว่า เซียวอวี้เพิ่งจะอายุสิบห้าปี ยังไม่สามารถสืบทอดกิจการได้ พวกเขาต่างก็ถกเถียงอย่างไม่มีใครยอมใคร
เซียวหรงรู้สึกคับแค้นใจจนจุกในอก ศพพ่อแม่พวกเขายังไม่ทันเย็น พวกนี้ก็อดทนรอกันไม่ไหวแล้ว!
ก่อนหน้านี้คนพวกนี้รีบร้อนพิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่ลูกที่แท้จริงบีบบังคับให้เขาเซ็นสละสิทธิ์มรดก มาตอนนี้เกิดเื่แบบนี้อีก ตีให้ตายเขาก็ไม่เชื่อว่า นี่เป็อุบัติเหตุธรรมดา!
แต่เซียงหรงมีใจกลับไร้กำลัง
คนพวกนี้ตั้งใจจะแย่งชิงฐานะผู้สืบทอดไม่พอ ยังตั้งใจจะขับไล่เขาอีก!
เพียงวันเดียวเซียวหรงราวกับตกจาก์ลงมาสู่นรกภูมิมิปาน
“เซียวหรง ถึงเธอจะมีฐานะเป็บุตรบุญธรรม แต่ตอนนี้เซียวอี้เฉินกับหวังเหม่ยจากไปหมดแล้ว เธอก็อายุสิบแปดแล้ว ควรจะออกไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองได้แล้วนะ ไม่ต้องห่วงเซียวอวี้ พวกเราจะดูแลเขาเป็อย่างดีเอง” ผู้าุโคนหนึ่งกล่าว
“ศพพ่อแม่ผมยังไม่ทันเย็นเลย พวกคุณก็รีบร้อนจะไล่คนแล้ว ในใจพวกคุณยังมีมโนธรรมอยู่บ้างไหม!” เซียวหรงยิ้มหยัน
“อะไรกัน ที่เธอไม่ยอมไปนี่คงไม่ใช่ว่าเป็เพราะหวังสมบัติที่ไม่ใช่ของตัวเองหรอกนะ” เหล่าผู้าุโต่างก็เย่อหยิ่ง คิดว่าสิ่งที่ตัวเองพูดถูกต้องและคนอื่นต้องทำตามมาโดยตลอด ทำให้เซียวหรงอดไม่ได้ที่จะโมโห
“ผายลม ใครกันแน่หวังสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ตำแหน่งผู้สืบทอด พ่อบอกกับผมชัดเจนแล้วว่าต่อไปจะให้ เซียวอวี้ พวกคุณนับเป็ตัวอะไร ถึงมีสิทธิ์มาไล่ผม”
“สามหาว! เซียวหรง อย่าคิดว่าเธอจะใช้ฐานะบุตรบุญธรรม หน้าด้านอยู่ที่บ้านตระกูลเซียวต่อ ผู้นำตระกูลคนใหม่ตัดสินแล้ว เธอไม่ใช่คนตระกูลเซียวของเรา ไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่!” ในเมื่อจงใจฉีกหน้ากันแล้ว เซียวหรงก็ไม่จำเป็ต้องเกรงใจอีกต่อไป
“ฮ่าๆๆ ตลกจริง เสียใจด้วยที่ทำให้พวกคุณผิดหวัง บ้านหลังนี้คุณพ่อโอนกรรมสิทธิ์เป็ชื่อผมตั้งนานแล้ว พวกคุณนั่นแหละ ไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่! ส่งแขก!”
เซียวหรงส่งสัญญาณให้พ่อบ้านส่งแขก ถึงแม้ว่าเขาจะเป็เพียงบุตรบุญธรรม แต่พ่อบ้านเห็นเขาเติบโตมาั้แ่เล็ก หลังจากพ่อแม่จากไป เซียวหรงก็กลายเป็นายคนใหม่ของบ้านรอจนเซียวอวี้จะเติบโตเป็ผู้ใหญ่
ผู้าุโต่างก็โมโหกลับไป แต่เซียวหรงก็ไม่สนใจ ในเมื่อตัวเขาเองก็ไม่ได้มีเยื่อใยอะไรกับคนพวกนี้ หากอยู่ร่วมกันด้วยดีได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ให้พวกเขาไสหัวไป เขาไม่มีวันอยู่ร่วมกับคนที่ไม่จริงใจต่อตัวเองแน่ ที่สำคัญหากเขาไม่ทำเช่นนี้ต่อไปแม้แต่บ้านหลังนี้ก็คงถูกพวกเขาแย่งชิงไปแน่
หลังจากที่คนพวกนั้นกลับไป เซียวอวี้ก็เข้ามาหาเขา
“พี่ชาย พวกเรา...พวกเราจะทำยังไงต่อไปดี”
ใบหน้าเศร้าสร้อยจวนเจียนจะหลั่งน้ำตาทำให้เขาเ็ปใจ จึงโอบน้องชายต่างสายเืผู้นี้เข้ามากอดปลอบ
“ควรเป็ยังไงก็เป็ยังงั้น ตอนนี้นายตั้งใจเรียนต่อไปก็พอ อย่าลืมสิ นายเป็ผู้สืบทอดตระกูลเซียวนะ พวกเขาก็แย่งไปได้แค่ตอนนี้เท่านั้น”
“พี่ครับ พี่ไม่ไปเรียนต่างประเทศแล้วได้ไหม ผมไม่อยากอยู่คนเดียว...อึก...อีกแล้ว”
“อืม ไม่ไปแล้ว พี่ไม่ทิ้งนายไปไหนหรอก”
เซียวหรงกล่าวพลางลูบหัวคนในอ้อมกอดและตบหลังอีกฝ่ายเบาๆ
เซียวอวี้ขืนตัวออก จ้องหน้าเซียวหรงด้วยสีหน้าจริงจัง
“จริงๆ นะ ไม่หลอกผมใช่ไหม?”
“จริงสิ! ถ้าผิดคำพูด พี่จะเปลี่ยนไปใช้แซ่เดียวกับนายเลย!” เซียวหรงพูดด้วยความมั่นใจ
“พี่... เราแซ่เดียวกันอยู่แล้ว” เซียวอวี้ทำหน้าบูดบึ้ง
จู่ๆ เซียวหรงก็รู้สึกอยากหัวเราะ
“ไม่เชื่อ?”
“ไม่ พี่หลอกผมแน่ๆ เลย” เซียวอวี้เบะปากเหมือนจะร้องไห้ จ้องเซียวหรงไม่วางตา
“งั้น...เกี่ยวก้อย” เซียวหรงใช้นิ้วก้อยเกี่ยวนิ้วก้อยอีกฝ่ายไว้ พูดว่า
“เกี่ยวก้อยผูกสัญญา ร้อยปีไม่อาจเปลี่ยน”
“ผู้ใดผิดคำสัญญา ต้องกลืนเข็มร้อยเล่ม” เซียวอวี้พูดอีกประโยคต่อด้วยใบหน้าจริงจัง
ความจริงเซียวอวี้ตอนนี้ไม่ได้ตัวเล็กไปกว่าเขา แต่เซียวหรงที่ถือว่าตัวเองเป็ผู้ใหญ่จึงปฏิบัติต่ออีกฝ่ายเหมือนเด็กมาโดยตลอด เขาปลอบจนอีกฝ่ายผล็อยหลับไปบนโซฟา
พักนี้เซียวอวี้ฝันร้ายตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยๆ เซียวหรงสงสารกลับอีกฝ่ายนอนไม่พอจะกระทบต่อการเจริญเติบโต จึงบอกให้พ่อบ้านปรับโซฟาให้เป็เตียงแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายหลับในอ้อมกอดเขาต่อไป