ครั้นเมื่อหลินเฟย แปลงกายเป็นนกซวนตัวใหญ่ บิน ลู่ลม ชั่วอึดใจ ทั้งนาง ทั้งอี้เฉินก็มาถึง ปลายส่วนยอดเขา ที่เป็น สถานที่ตั้งของสำนักเซียน ที่เคยรุ่งโรจน์ ในยามก่อน อย่างไม่ยากเย็น
แต่บัดนี้ วิหารน้อยใหญ่ต่างๆ กลับล่มคืนในชั่วพริบตา กลายเป็นเศษซาก กล่าวขาน ของสงคราม เทพสวรรค์ ไปอย่างน่าอดสู ส่วนยอดเขาวิหารหลัก ถึงกับถูกลบหายไปกว่า8ส่วน หลงเหลือเพียงเศษเสี้ยว ของความทรงจำที่เลือนราง ให้ผู้คนได้จดจำภาพเหล่านั้น
ประหนึ่งสถานที่แห่งนี้ เป็นหลุมศพของผู้ยิ่งใหญ่ นามว่า เทียนชาเจดีย์ ที่สู้ศึกกับเทพสวรรค์ อย่างไม่หวั่นเกรง
ทุกการก้าวเดินของอี้เลัดเลาะ ย้อนนึกถึงสมัยที่เขาเคยอยู่ยังสำนักเซียน ครั้นเมื่อเจอเยว่ฉาน กับคนอื่นๆ มาชะล้างกายา ภายในลำธารต้นน้ำ ทำให้พวกเขาผิดใจกันเกิดการต่อสู้ครั้นใหญ่ขึ้นมา แม้พวกนางจะรุม เตะรุมต่อย จนตัวเขากระอักเลือดถึงเพียงใด ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมรามือ หากตัวเขาไม่ใช่ศิษย์ ของเจ้าสำนักอักษร เกรงว่าชีวิตน้อยๆ ของเขาในยามนั้น คงตายตกภายในเงื้อมือพวกนางเป็นแน่
ในใจจึงอดไม่ได้ ที่จะอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวไม่น้อย ช่วงเวลานั้น ไม่อาจหวนคืนกลับมาได้อีกต่อไป ก้าวเดินตามลำธาร ไปสู่ส่วนต้นน้ำลำธาร ที่สายนที ไหลบ่าลงมา ในทันที สถานที่แห่งนั้นเขายังจดจำได้ ไม่มีลืมเลือน ว่ามันมีประตูลับ ถูกซ่อนอยู่
แม้แต่เลือด ภายในกายา ยังเรียกร้อง ทุกคราที่เขาอยู่ยังสำนักเซียนแห่งนี้ ราวกับมันเรียกขาน ตัวเขาอยู่ทุกช่วงเวลา ที่เข้าใกล้มัน แต่ในยามนี้ เขาไม่หวาดกลัว ที่จะเปิดมันอีกต่อไป วาดฝันว่ามัน จะนำพาตัวเขา และนางไปยังดินแดนเบื้องบน
ครั้นเมื่ออี้เฉิน เดินลัดเลาะเข้ามาถึงต้นน้ำลำธาร ที่เต็มไปด้วยต้นเมเปิลสีแดงสด พลิ้วไหวไปตามแรงลม ส่งใบสีแดงสด ห้าแฉกร่วงกราว อาบย้อมทั่วพื้นดินจนเป็นสีแดงฉาน แม้แต่ลำธาร ยังเต็มไปด้วยใบไม้ ครั้นเมื่อเงาต้นเมเปิล ตกกระทบลำธาร จึงเกิดภาพที่งดงาม ประหนึ่งลำธารสีแดงเพลิง
"ท่านพี่ ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก" แม้แต่ตัวของ หลินเฟยยังเอ่ยชม แต่นางก็ไม่เข้าใจอี้เฉินพาตัวนางมาที่แห่งนี้ทำไม ถึงมันจะดูงดงาม น่าค้นหา แต่กลับไม่ให้ความรู้สึกที่สบายใจซักเท่าใดนัก
อี้เฉิน จดจ้องลงไปภายในลำธารอย่างไม่ว่างตา เลือดภายในร่างกรีดร้อง อยากจะให้ตัวเขา ลงไปเปิดประตูลับใจจะขาด ประหนึ่งมันเรียกหากันและกัน
แต่ในยามนี้อี้เฉิน เขาไม่อดกลั้นที่จะเปิดประตูนั้นอีกต่อไป เลือดภายในกายา สูบฉีดอย่างรุนแรง เสมือนเลือดในร่างของชิงหลัน จะหลุดรอยออกมาจากร่าง แรงเรียกขานอีกมากเป็นทวีเมื่ออยู่ใกล้ประตูลับ
หลินเฟยที่เห็นอี้เฉิน จ้องมองลงไปด้านล่างลำธารเขม็ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะจ้องมองลงไปเช่นกัน แต่ตัวนางก็ไม่รู้สึกถึงสิ่งใดที่อยู่ใต้ ลำธารแห่งนี้ ประหนึ่งสถานที่แห่งนี้ เป็นเพียงสถานที่ธรรมดา พอจะมีความงดงามให้เชยชมอยู่บ้าง
จู่ๆ อี้เฉิน ก็ส่งกระแสปราณจิต ส่งต่อคำพูดของเขามาให้นางภายในทะเลความรู้ "เจ้าพร้อม จะเสี่ยงไปพร้อมกับข้าหรือไม่ น้องหญิง" น้ำเสียงนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วย ความยึดมั่นถือมั่นอยู่ไม่น้อย
หลินเฟยนาง ส่งกระแสปราณจิต ตอบกลับมา อย่างไม่ลังเล "ข้าพร้อม จะฝ่าอุปสรรค ขวากหนาม ไปพร้อมกับท่าน"
ครั้นเมื่อนางเอ่ยวาจาเสร็จสิ้น อี้เฉินก็เอื้อมฝ่ามือที่เต็มไปด้วย ผ้าพันแผลมากุมมือของนางไว้แน่น ก่อนจะพานางโดดลงไปภายในลำธาร ที่มีน้ำไหลบ่าลงมา จมดิ่งลงไปด้านใต้ลำธารในทันที
ครั้นเมื่ออยู่ใต้น้ำ อี้เฉินที่เห็นหลินเฟย นางหน้าตาตื่นตกใจ เขาชูนิ้วเป็นสัญญาณ ให้นางลงไปยังส่วนก้นลำธารในทันที น้ำที่ใสสะอาด จึงไม่เป็นอุปสรรคในการสื่อสารของพวกเขาทั้งคู่
พวกเขาทั้งสอง ค่อยๆ จมดิ่งลงไป ส่วนก้นบึ้งลำธาร ในไม่กี่ชั่วอึดใจ กว่าที่สายตาของหลินเฟยจะเห็น ประตูลับ ตัวของนางก็มาถึงส่วนลึกสุดของ ก้นลำธารเสียแล้ว มันส่งแรงกดดันบางอย่าง ออกมาจากประตูบานนั้น
หลินเฟยนางที่สัมผัสได้ ใบหน้าของนางก็บูดเบี้ยวขึ้นมาในทันที ประหนึ่ง ประตูยุคสมัยบรรพกาล ถูกหลบซ่อน ไม่มีร่องรอยผู้ใดเปิด มาช้านาน มันให้ทั้งความรู้สึกที่น่าหวั่นเกรง และน่าหวาดกลัวขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
แต่อี้เฉินกลับไม่เป็นเช่นนั้น ราวกับตัวเขากำลังตื่นเต้น กายาสั่นไหวด้วยความตื่นตัว
****
ภายในทะเลความรู้อี้เฉิน
เจ้าเจดีย์น้อย มันรับรู้อยู่ก่อนแล้ว ว่ามีสถานที่แห่งนี้อยู่ แต่มันไม่คิดว่า อี้เฉินจะรับรู้เรื่องราวนี้เช่นกัน หัวใจของมันสั่นไหวอย่างรุนแรง ครั้นเมื่อจะได้กลับไปยังดินแดนที่มันจากมา โทสะในใจเริ่มถูกจุดขึ้นอีกครา
ก่อนจะคำรามภายในทะเลความรู้ออกมาดังก้อง "ข้าคิดถูกจริงๆ ด้วยที่ติดตามเจ้ามา หากข้าออกตามหาด้วยตัวเองเกรงว่าคงใช้เวลาไม่น้อยเป็นแน่ …พวกเจ้ารอข้าก่อน ไอ้พวกเหล่าเซียนเฒ่าชรา หวังว่าเจ้าจะไม่ลืมสัญญา ไปแล้วหรอกนะ"
****
อี้เฉินไม่รอช้าพยักหน้าให้หลินเฟยในทันที ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสอง เปิดประตูโลหะสีดำที่เต็มไปด้วยคราบตะไคร่ ตัวอี้เฉินแทบไม่ได้ออกแรง แม้แต่น้อย ครั้นเมื่อฝ่ามือของเขาผลักลงไป ประตูก็พลอยเปิดขึ้นช้าๆ เลือดในกายายิ่ง ขานเรียก อย่างบ้าคลั่ง ราวกับ อยากให้ตัวเขาเปิดมัน มาช้านาน
ก่อนที่แสงสีทองพร่างพราว จะเล็ดลอดออกมา จากประตูบานนั้นทีละน้อย สาดทอประกายออกมา จนทั่วทั้งลำธาร ประหนึ่งแสงศักดิ์สิทธิ์ที่น่าคร้ามเกรง ปะปนมาพร้อมกับความเก่าคร่ำครึ ราวกับอยู่ในยุคสมัยเบิกฟ้า อาบย้อมกายา จนสว่างจ้า
มันจึงทำให้อี้เฉิน ฉุกคิด นึกถึง ชายวัยกลางคน ผมสีขาวขึ้นมาไม่ได้ ตัวเขาราวกับเป็นพระเจ้าของ จักรวาลแห่งนี้ เขาไม่เคยเห็นผู้ใดมีพลังมากมายถึงเพียงนี้ มาก่อน เพียงเคลื่อนที่เบาๆ ก็ทำให้หมู่ดาวหม่นแสง ตกหล่นลงมาเป็นพิรุณเพลิง ชีวิตนี้ตัวเขาจะได้เห็นผู้ยิ่งใหญ่ เฉกเช่น ผู้นั้นอีกหรือไม่ ในชีวิตนี้
เพียงไม่กี่อึดใจ อี้เฉิน ที่กุมมือหลินเฟยไว้แน่นก็พลอยถูกแสงสีทองที่น่าศักดิ์สิทธิ์คร้ามเกรง อาบย้อมกายา จนทอประกาย นำพา ร่างกายพวกเขาทั้งสอง เข้าไปภายในประตูลับบานนั้น ในเสี้ยววินาที
ครั้นเมื่ออี้เฉิน กับหลินเฟยเข้าไปภายในประตูลับได้ ตัวเขาก็ถึงกับเบิกตาออกกว้าง ครั้นเห็นด้านหน้าของเขามี แม่น้ำที่กว้างใหญ่ มองเห็นปลายแม่น้ำอีกฝั่งหนึ่ง มีประตูอีกบานหนึ่งรอคอยเขาอยู่
หลินเฟยนางเองก็ตกใจเช่นกัน ราวกับสถานที่แห่งนี้ เป็นแม่น้ำแห่งความตาย ด้านหน้ามีรูปสลักยมทูต ถือเคียวใหญ่อยู่สองตน ถูกสลักไว้ ให้ความรู้สึกว่าผู้เฝ้าแม่น้ำแห่งความตาย ถึงแม่น้ำจะดูสงบนิ่ง แต่มันกลับเต็มไปด้วย กลิ่นอายบรรพกาลแห่งกาลเวลา ประหนึ่งก้าวเดินบนเส้นทาง ยุคสมัย เบิกฟ้า
ครั้นเมื่ออี้เฉินก้าวเดินพร้อมกับจับมือหลินเฟยไว้แน่น หมายมั่นจะข้ามแม่น้ำแห่งความตายไปยัง อีกฝั่งให้ได้ จู่ๆ รูปสลักยมทูต ถือเคียวใหญ่ ก็พลอยสั่นไหวขึ้นมา ประหนึ่งค่อยๆ ถูกปลุก ส่งกลิ่นอายที่น่าสะอิดสะเอียนออกมา ราวกับตัวมันฟื้นตื่นขึ้นมา จากขุมนรก อเวจี ปราณพลังที่มันปลดปล่อยออกมา กดดันกายาอี้เฉินจนสั่นเทิ้ม เม็ดเหงื่อผุดพลายขึ้นมาทันที ครั้นเมื่อสัมผัสปราณพลังของมันได้ ขั้นพลังของมันสูงล้ำเสียยิ่งกว่าเทพสวรรค์เสียอีก
มันจึงทำให้อี้เฉินเบิกตาออกกว้าง ขาทั้งสองข้างสั่นเทิ้มในทันที ตัวหลินเฟยแทบไม่ต้องพูดถึง ราวกับนกน้อยที่อยู่ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่ในทันที
มันจึงอดไม่ได้ที่อี้เฉิน จะขอความช่วยเหลือจาก เจ้าเจดีย์น้อย "เจ้ากำราบ พวกมันทั้งสองตัวได้หรือไม่ เจดีย์น้อย เราอุตส่าห์มาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว จะให้ถอยกลับไปงั้นหรือ"
เจดีย์น้อย มันถึงกับหน้ามืดทะมึน ในทันที มันไม่รู้มาก่อนว่าภายในประตูลับจะมีผู้พิทักษ์ อยู่แถมขั้นพลังนั้น แม้แต่ตัวมันก็ไม่อาจต่อกรได้ ส่งคำพูดออกไปหาอี้เฉินด้วยท่าที จำยอมหมายมั่นให้อี้เฉินถอยกลับมา "หากพวกเราไม่ได้รับอนุญาต เกรงว่าแม้แต่ข้าก็ไม่อาจฝ่าเข้าไปได้ เจ้าถอยกลับออกมาเสีย"
ครั้นอี้เฉินได้ยิน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่จำยอม จ้องมองไปที่ ผู้พิทักษ์ เขม็งเป็นตาเดียว