เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 51 ลางร้ายก่อนศึกแรก

    ………………………


                กล้านั่งนิ่งบนเก้าอี้ไม้ยาวหน้าอาคาร มือเย็นเฉียบ  ทั้งที่อากาศไม่หนาว  ส่วนคนข้างๆคือมิโฮ  เด็กสาวที่น่าจะเป็นยอดดวงใจตัวจริงของพระเอกการ์ตูนชื่อดัง  ปัญหาก็คือ….คนที่เธอกำลังคุยไม่ใช่ “เซย่า”  แต่เป็นเพียงเด็กเนิร์ดร่างอ้วนจากโลกจริงที่หลุดเข้ามาแฝงร่าง 


    “ อืม…..ขนาดรู้ว่าคนที่คุณมิโฮมีใจให้จริงๆ ไม่ใช่เรา  แต่เป็นคุณเซย่า ก็ยังอดเขินไม่ได้  เสน่ห์ของเธอช่างเหลือล้น” และนั่นคือความคิดที่วนเวียนในสมอง  แถมสิ่งที่ทำให้กระอักกระอ่วนหนักกว่าเก่าก็คือ…..ทั้งสองดันนั่งใกล้กัน  หัวไหล่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ และเมื่อความอึดอัดเพิ่มพูนถึงขีดสุด  กล้าก็ลองทำลายความเงียบด้วยคำพูด 


    “ อ่า…เอ่อ…คะ..คุณมิโฮ  เฮ้ย  ไม่ใช่สิ มิโฮมีอะไรจะแนะนำผม  เอ๊ะ ชั้นมั้ย ” แน่นอนว่ากล้ายังคงพูดผิดพูดถูก  แถมติดสุภาพอยู่บ่อยๆ  ซึ่งก็ต้องโทษทางบ้านที่เลี้ยงดูดีเกินไป ทว่าเด็กสาวไม่ติดใจ  แถมยังแอบขบขันนิดๆ 


    “ จะว่าไป  เซย่านี่ก็ดูเปลี่ยนไปจริงๆ  หึ  หึ ” 


    “ อ้า…เปลี่ยนไปยังไง  ผม เอ๊ะ ชั้นก็ยังเหมือนเดิมนี่นา ” กล้าใจหายวาบ  เพราะกลัวมิโฮจับได้ว่าเขาคือเด็กเนิร์ดขี้อายที่มาอยู่ในร่างเซย่า  จึงแสร้งทำเป็นห้าว  ด้วยการตบหน้าอกตัวเอง  ทว่านั่นกลับทำให้เด็กสาวหัวเราะหนักกว่าเดิม 


    “ ฮะ  ฮะ ฮะ…..ไม่ต้องแสดงขนาดนั้นก็ได้  กลับมาทำตัวเหมือนปกติเถอะ ” 


    “ ชั้นไม่ได้แกล้งซักหน่อย  แค่กล้าหาญ  เข้มแข็งตามแบบฉบับลูกผู้ชายแท้ๆเท่านั้นเอง” กล้ายังคงโชว์ต่อ  พร้อมดัดเสียงให้ห้าวใหญ่  กระนั้นมิโฮก็ส่งยิ้มเป็นเชิงรู้ทัน  แล้วล้วงใจโดยพลัน 


    “ ชั้นรู้และสัมผัสได้ว่าบุคลิกลักษณะของเซย่าเปลี่ยนไปจากอดีตโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่วันแรกที่พบกันแล้ว  ดังนั้นเธอไม่ต้องแสร้งทำเป็นคนเดิม  เพื่อชั้นหรอก ”


     

                  กล้าถึงกับหน้าซีดเป็นไข่ต้ม เพราะสิ่งที่มิโฮดักคอนั้นตรงกับความจริงทุกประการ เลยยอมมอบตัว  และเตรียมสารภาพผิด 


    “ อ่า…หลอกคุณมิโฮไม่ได้จริงๆ  ใช่แล้ว ผมไม่ใช่เซย่าคนเดิมกับที่คุณรู้จักเมื่อห้าปีก่อน….” แต่ไม่ทันที่กล้าจะพูดจบ  มิโอก็ชิงกล่าว  อันเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มแอบสะอึก 


    “ ชั้นก็ไม่รู้หรอกนะว่า..เธอไปเจออะไรมา  จึงได้มารยาทดีขึ้นขนาดนี้ แต่ถึงภายนอกของเซย่าจะเปลี่ยนไป แต่ความกล้าหาญและใจดีของเธอก็ยังคงอยู่  และสิ่งนั้นทำให้ชั้นรู้สึกอบอุ่น ”


     

                 แน่นอนว่ามิโฮไม่พูดเปล่า แต่เธอได้ยื่นมือมาแตะหน้าอกด้านซ้ายของกล้า ทำให้เด็กเนิร์ดขี้อาย  เขินหนัก  ใบหน้าแดงก่ำทุกสัดส่วน แถมยังนิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก ทว่าภายในจิตสำนึกกลับวนเวียนถึงถ้อยคำที่เพิ่งได้ยิน 


    “ ถึงภายนอกของเซย่าจะเปลี่ยนไป แต่ความกล้าหาญและใจดีของเธอก็ยังคงอยู่ ” 


    “ เอ…..ทำไม คุณมิโฮถึงพูดแบบนั้น  คนอย่างเรามีความกล้าหาญและใจดีด้วยเหรอ ไม่น่าเป็นไปได้  เพราะเราก็เป็นแค่เด็กอ้วนขี้ขลาด ที่แค่คนรักเพียงหนึ่งเดียวก็ยังปกป้องไม่ได้ ”


     

                 เหมือนว่าสีหน้าของกล้าจะฟ้อง มิโฮเลยรู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มเศร้าใจ จึงกุมหลังมือของเด็กหนุ่มแผ่วเบา พร้อมกล่าวปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน  ท่าทางดูเป็นห่วง 


    “ ทำไมเซย่าถึงดูเศร้าแบบนั้น  เธอเป็นอะไรรึเปล่า ”


     

                 กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา คราวนี้เขาอยากจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆ เพราะเอือมระอากับความไม่เอาไหนของตัวเอง ก่อนจะตัดพ้อต่อ 


    “ ไม่จริงหรอก  คุณมิโฮเข้าใจผิด  ผมไม่ได้ดีแบบนั้น  ผมเป็นแค่คนขี้ขลาดตาขาวที่ยืนมองคนที่ตัวเองรัก  ถูกรังแก  โดยไม่ช่วยอะไร  แถมสองเท้ายังแข็งด้วยความหวาดกลัว ซึ่งน่าสมเพชเหลือเกิน ” พอพูดจบ กล้าก็นึกถึงสีหน้าของอัยย์ในยามที่หันมามองเขา มันเต็มไปด้วยอารมณ์วิงวอน  และความผิดหวัง  เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องถูกปล่อยให้เผชิญชะตากรรม


     

               มิโฮมองดูกล้าเงียบๆอยู่ครู่นึง ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่จริงใจ  อันบรรเทาความเศร้าสร้อยของเด็กหนุ่มถึงหลายส่วน  เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่แผ่ไอร้อนลงสู่พื้นโลกจนทำให้หิมะละลาย   


    “ ฮ้า…คะ…คุณมิโฮ ”


     

                มิโฮยังส่งยิ้มอยู่อย่างนั้น  ก่อนกล่าวขึ้นมาประโยคนึง  ที่จะทำให้กล้าจดจำไปจนวันตาย 


    “ ผู้กล้าที่แท้จริง  ไม่ใช่นักรบฝีมือฉกาจฉกรรจ์  หรือต่อสู้จนลืมตาย  หากแต่ว่า….เขาคนนั้นต้องเห็นใจผู้ที่อ่อนแอกว่า  และพร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือผองชนผู้น่าสงสาร ”


     

                แม้กล้าจะไม่เข้าใจความหมายของมันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่ก็พอเดาได้เลาๆถึงสิ่งที่เด็กสาวนึกถึง กระนั้นเขาก็ยังแอบขัดแย้งอยู่ดี  แต่ไม่นาน  ก็ต้องเลิกวนเวียนกับมโนทวาร เมื่อถูกเสียงใสๆของมิโฮเรียกสติ 


    “ แน่นอนว่าที่ผ่านมา  เซย่าอาจเคยทำผิดบางอย่าง และสิ่งนั้นได้ทำให้เสียใจ  แต่ในปัจจุบัน  เธอได้พยายามแก้ไขมันแล้ว ” 


    “ เอ่….แล้วผมแก้ไขยังไง ” กล้าถามงงๆ 


    “ เฮ้อ……” มิโฮถอนใจยาว  ก่อนจะชี้แจงอย่างละเอียด 


    “ ก็ที่เธอรับรู้ถึงอันตรายจากศึกที่ต้องเผชิญในอีกไม่กี่วัน  แต่ก็ไม่หันหลังหนี  พร้อมฝึกฝนอย่างหนักหน่วง  แบบนี้ถือว่ากล้าหาญแล้ว ” 


    “ อ้อ….อืม  จะว่าไป  ก็น่าจะใช่ ” 


    “ อีกประการ  เธอแบกรับความหวังของเด็กๆเหล่านั้น ให้กำลังใจ  และแสดงให้พวกเขาเห็นสัจธรรมอย่างนึง  นั่นก็คือ….ไม่ว่าจะเผชิญวิกฤติมากเท่าใด ชีวิตจะบัดซบเพียงไหน  แสงสว่างก็ยังหวนกลับมาสาดส่อง ” 


    “ โอ้….ว้าว….” ถึงตรงนี้  กล้านึกทึ่งเด็กสาวหน้าหวาน เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีแนวคิดที่คมคายขนาดนี้ มิโฮเลยยิ้มเขินๆ 


    “ พอดี  ชั้นชอบอ่านหนังสือแนวให้ความหวังน่ะ  เลยจดจำคำพูดของนักเขียนเหล่านั้นได้บ้าง ” 


    “ ฮะ  ฮะ  แยบคายดีจริงๆ เห็นทีผมคงต้องหามาอ่านซักเล่มแล้ว ” 


    “ ฮะ  ฮะ  อย่างเซย่านี่นะ  จะอ่านหนังสือ ”มิโฮปิดปากหัวเราะ  ท่วงท่าดูน่ารัก  แต่กลับทำให้กล้าแอบกริ้วจนต้องร้องท้วง ด้วยมันเหมือนว่าเขากำลังถูกดูแคลน 


    “ เฮ้…อย่าดูถูกกันสิ  คุณมิโฮก็พูดเองไม่ใช่เหรอว่า….ผมเปลี่ยนไป ” 


    “ นั่นก็ใช่  แต่แบบนี้มันเปลี่ยนไปมากชนิดแทบจะเป็นคนละคนเลยนะ  เพราะเมื่อก่อน เธอถนัดแต่เรื่องใช้กำลัง ” คราวนี้  มิโฮทำตาโต  อารมณ์อึ้งหันกลับมาหาเด็กสาว กล้าเลยต้องแกล้งไก๋  ซึ่งก็ดูไม่เนียน  เพราะเขาโกหกไม่ค่อยเป็น 


    “ อ่า…เอ่อ…..ก็ที่เแซงทัวร์รี่  ขะ…เขานิยมการอ่านหนังสือน่ะ ผมเลยเปลี่ยนไปนิดหน่อย ” 


    “ งั้นก็คงมีประกวดมารยาทด้วย  ใช่มั้ย  เธอถึงได้ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น ”มิโฮหยอกหนักๆ  แต่กล้าดันไม่โกรธ  แถมยังตอบกลับแบบเถรตรง 


    “ ประมาณนั้นแหละครับ ” 


    “ ฮะ  ฮะ ฮะ…..เธอนี่เปลี่ยนไปจริงๆ ” มิโฮหัวเราะเป็นการใหญ่  เพราะท่าทางที่กล้าแสดงออกมานั้นค่อนข้างเปิ่น กระนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่เข้าใจความหมายของมัน  เลยร่วมผสมโรงขำแห้งๆด้วยอีกคน   


    “ ฮะ ฮะ….”


     

             ขณะที่สองหนุ่มสาวกำลังเอ็นจอยส์กับการสนทนาอยู่นั้นเอง  ก็มีรถเก๋งสีดำแล่นมาหยุดที่หน้าอาคารสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า 


    “ เอี๊ยด…….”


     

              พาหนะหรูดึงความสนใจของพวกเขาจนหมดสิ้น  และพอประตูข้างคนขับเปิดออก ก็มีบุคคลหนึ่งก้าวออกมา  เขาคนนั้นก็คือ….. 


    “ คุณทัตซึมิ ” กล้าขนานนาม  เพราะชายฉกรรจ์ร่างสูงที่โกนผมคล้ายนักบวชแบบนี้มีอยู่คนเดียว  แน่นอนว่าเขายังสวมสูทดำอยู่ตลอดเวลา ดูก็รู้ว่าเป็นยูนิฟอรม์ของบุรุษนายนี้ 


    “ เฮ้ เจ้าเซย่าพร้อมจะไปตายมั้ย ชั้นมารับนายด้วยตัวเองเลยนะ ” ทัตซึมิแยกเขี้ยวใส่ ท่าทางเป็นอริขั้นสุด


       

               แน่นอนว่ากล้าไม่พอใจ  เพราะจู่ๆก็ถูกขู่ฟ่อๆใส่อย่างไร้เหตุผล  แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่า…พ่อบ้านร่างสูงก็เป็นแบบนี้ทั้งเรื่อง  เขาก็เริ่มปล่อยวาง 


    “ เฮ้อ…..ก็ถือว่าพร้อมสู้นะ  ว่าแต่เราจะไปกันได้รึยังครับ  คุณทัตซึมิ ”


     

                 ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์จ้องหน้าของกล้านิ่งๆ สีหน้าฉายแววสงสัยเป็นที่สุด  ทำให้กล้าแอบสับสนอยู่ในใจ 


    “ เอ….ตาทัตซึมินี่เป็นอะไร  ทำไมมองเราแบบนั้น ”


     

                ไม่นาน  ทัตซึมิก็ตอบกลับมา  ทำให้กล้ารู้สาเหตุที่ชายฉกรรจ์แสดงท่าทีแบบนี้ 


    “ เซย่า นายไปทำอะไรมา  เพราะปกติ ถ้าเจออะไรแบบนี้  นายต้องกวนกลับมาแล้ว  แต่คราวนี้นิ่ง  แถมยังพูด คุณ กับ ครับอีกต่างหาก ”


     

                คำตอบนั้น  ทำให้กล้าสะอึกนิดหน่อย  ก่อนจะรีบกลับลำ  ด้วยการแกล้งก๋ากั่นไปตามประสา 


    “ เฮ้ย นายคิดมากไปเองแล้ว  ทัตซึมิ  รีบพาไปสู้ศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ซักที  ชั้นอยากเตะก้นไอ้พวกบรอนด์เซนต์จะแย่อยู่แล้ว” 


    “ เออ ใช่แล้ว  กวนโทสะแบบนี้ ค่อยเหมือนเซย่าที่รู้จักหน่อย รีบขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังเลย  ชั้นจะพานายไปพบกับนรก  รับประกันว่าถ้านายพลาดท่าซักที จะต้องอดปากดีไปตลอดกาล ” ทัตซึมิแสยะยิ้มให้ ท่าทางเหมือนดีใจที่เห็นคู่ต่อกรทางฝีปากได้คืนสังเวียน


     

                ก่อนกล้าจะออกเดินทาง  เขาได้หันไปมองมิโฮอีกครั้ง  ที่ตอนนี้โบกมือโบกมือให้ ด้านหลังของเด็กสาวมีกลุ่มเยาวชนนับสิบคอยตะโกนให้กำลังใจอยู่ 


    “ พี่เซย่าสู้เขานะครับ  เอาชนะ  แล้วคว้าแชมป์มาให้ได้ ”


     

               กล้าโบกมือตอบ  ก่อนจะส่งยิ้มให้มิโฮ  แล้วเข้าไปในรถ  พอประตูปิดสนิท  พาหนะหรูก็แล่นออกจากจุดเกิดเหตุ ทิ้งให้ไอเสียรถยนต์ลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ  และเมื่อทุกสิ่งกลับคืนสู่ความสงบ  เด็กสาวหน้าหวานก็กล่าวกับตัวเองเบาๆ 


    “ และที่สำคัญ  เซย่ายังพยายามฝืนสัญญา เพื่อให้ชั้นสบายใจว่าเธอจะรอดกลับมา ทั้งที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเอาชีวิตไปทิ้งกับศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์หรือไม่  แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าผู้กล้า ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรแล้ว ” มิโฮยิ้มบางๆ  ทันใดนั้น  เสียง “ปึ๊ก” เบาๆก็ดังขึ้น  พอก้มลงมอง  ก็พบว่าเชือกรองเท้าข้างขวาดันฉีกขาดอย่างไร้สาเหตุ


     

          มิโฮชะงักไปอึดใจ  ความรู้สึกเย็นวาบไหลผ่านแก้ม  ดวงตาจ้องมองเชือกที่หลุดค้าง  แล้วพึมพำเบาๆ  ประมาณว่าพูดกับตัวเอง 


    “ แปลกจัง...ขาดได้ยังไง หรือมันจะเป็นลาง ” เธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง  แต่พาหนะหรูได้หายลับไปจากสายตาแล้ว  เหลือไว้เพียงกลิ่นไอเสียอุ่นๆ  และความรู้สึกหนักหน่วงที่ไม่อาจอธิบายได้



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734