บทที่ 57
“ของทั้งหมดนี้เอามาปลดล็อคโซนไฟฟ้าครับ” ภามแจ้งฟ้าที่ยืนอยู่หลังโต๊ะคิดเงิน“รับทราบค่ะ” ฟ้ากล่าว พร้อมกับยื่นมือมาวางเหนือผลผลิตทั้งหมดตรงหน้า เพียงครู่เดียวของผลผลิตเหล่านั้นก็หายวับไปดังเช่นทุกครั้ง จากนั้นก็มีแสงโฮโลแกรมฉายรายการสิ่งที่เขาเพิ่งนำมาสะสมไว้ขึ้นมาเป็นหน้าจอใสๆ แทนที่ของที่หายไป ภารกิจ : ปลดล็อคสินค้าโซนไฟฟ้า มันฝรั่ง 1,000/1,000 หัว ข้าวโพด 2,500/2,500 ฝัก อ้อย 2,500/2,500 ลำ ข้าว 1,000/1,000 กิโลกรัม “โปรดตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยค่ะ” ฟ้าถามยืนยันอีกครั้ง“ครับ ถูกต้องครับ” ภามกล่าวยืนยัน หลังจากภามกล่าวยืนยัน แสงสว่างวาบแสดงข้อความ “ภารกิจสำเร็จ” ก็ปรากฏตรงหน้า ก่อนจะมีแสงสว่างวาบขึ้น บริเวณที่มีป้ายชื่อโซนไฟฟ้าที่เคยมีผ้าดำปิดไว้ ตอนนี้ผ้าดำนั้นได้หายไปแล้ว ดวงไฟในโซนนั้นถูกเปิดจนสว่าง “ปลดล็อคโซนไฟฟ้าเรียบร้อย เชิญคุณภามเลือกซื้อสินค้าได้ตามสบายเลยค่ะ”“ครับ ขอบคุณครับ” ภามตอบก่อนจะเดินตรงไปยังโซนไฟฟ้าที่เพิ่งปลดล็อคได้สำเร็จ ภามเดินเข้าไปในโซนไฟฟ้าด้วยความตื่นเต้น ตอนที่ปลดโซนอุปกรณ์การเกษตร ภามคิดว่าว่าโซนนั้นกว้าง และมีของมากมายแล้ว แต่วันนี้เขาก็ต้องพบว่าโซนไฟฟ้านี้ใหญ่กว่าโซนอุปกรณ์การเกษตรอีกหลายเท่านัก ภายในโซนไฟฟ้ามีของมากมายตั้งแต่ หม้อหุงข้าว เตาอบ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า แอร์ ไปจนเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า อย่างชุดกังหันน้ำ และชุดโซล่าเซลล์ เขาเดินสำรวจของที่น่าสนใจภายในโซนไฟฟ้า พร้อมกับจดจำราคาเอาไว้ เพื่อออกไปวางแผนการซื้อของ และจำนวนเงินที่ต้องใช้ สิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น แผงโซล่าเซลล์ เขาเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งเดือนในการหาวิธีให้บ้านของเขามีไฟฟ้าใช้ ก่อนที่จะครบกำหนดสามเดือนที่พระเจ้าให้ใช้ไฟฟ้าฟรีๆ หลังจากเดินสำรวจจนพอใจแล้ว ภามก็เดินกลับไปที่ประตู บอกลาฟ้า ก่อนจะก้าวออกจากห้องเพื่อกลับสู่ตัวบ้าน กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาตามลม ทำให้ภามหันหน้าออกไปมองท้องฟ้าด้านนอก คาดว่าน่าจะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว เขาจึงเดินเข้าไปในครัว และนั่งลงที่โต๊ะซึ่งมีอามิน และแอนเน่นั่งรออยู่แล้ว “พ่อของพวกเจ้าล่ะ” ภามเอ่ยถามกับเด็กๆ“ท่านพ่อกวาดเศษฟางข้าวอยู่หน้าบ้านขอรับ” อามินเงยหน้าขึ้นตอบ“นั่นไง ท่านพ่อมาแล้วเจ้าค่ะ” แอนเน่พูดขึ้น พร้อมกับชี้ไปทางประตูห้องครัว หลังจากทุกคนนั่งประจำที่แล้ว อาหารก็ถูกยกมาวางตรงหน้าแต่ละคน และเมื่อเมมี่นั่งลงที่ประจำของตัวเอง ทุกคนจึงเริ่มลงมือทานอาหาร อาหารมื้อนี้เป็นต้มแซ่บเนื้อคัลเลอร์เบิร์ด ซึ่งวัตถุดิบทำต้มแซ่บก็ได้มาจากผักสวนครัวที่เขาเคยปลูกเอาไว้ ภามยังจำได้ว่าครั้งแรกที่เขาสอนเมมี่ทำต้มแซ่บ ทุกคนกินไปเผ็ดไป น้ำตาแทบร่วง แต่นึกไม่ถึงว่าทุกคนกลับชอบรสชาติจัดจ้านนี้มาก พากันทำอาหารชนิดนี้อีกหลายต่อหลายครั้ง แต่ภามกลับคิดว่าต้มแซ่บร้อนๆ เช่นนี้ หากได้กินกับข้าวสวยคงทำให้รู้สึกอร่อยมากขึ้นไม่น้อย คิดได้ดังนั้น การปลูกข้าวเพิ่มเอาไว้สำหรับทำอาหารในบ้านก็เป็นความคิดที่ไม่เลว ระหว่างมื้ออาหารภามปล่อยให้ครอบครัวอลันได้พูดคุยเล่นกันไปตามสบาย ส่วนเขานั่งทานอาหารไป นึกถึงของที่อยากจะซื้อมาใช้งานเพิ่มไปด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ที่จะได้ซื้อมาทดลองใช้ เขาจึงตัดสินใจทานอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว “วันนี้ข้าเข้าห้องเร็วหน่อยนะ จะกลับไปวางแผนงาน พวกเจ้ากินอาหารไปตามสบาย” ภามบอกกับทุกคน พร้อมกับซดน้ำซุปต้มแซ่บจนเกลี้ยง“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับ และพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง หลังทานอาหารเสร็จ ภามปล่อยให้ทุกคนเก็บกวาดล้างจานเหมือนเช่นทุกวัน ส่วนเขาก็รีบจัดการอาบน้ำ และกลับเข้าห้องนอนอย่างรวดเร็ว เขาเดินเข้าไปนั่งหน้าโต๊ะทำงานข้างเตียง หยิบสมุดจดเล่มเล็ก และถุงใส่เหรียญออกมาจากลิ้นชัก ภามตรวจสอบรายการรายรับรายจ่ายในสมุดจดของเขา... สามสัปดาห์ที่ผ่านมาเขานำผลผลิตเข้าไปขายในเมืองมาอีกหลายครั้ง และเขาก็ได้พบปัญหาว่าการเดินทางเข้าเมืองทุกสองสามวันครั้งนั้นใช้เวลามากเกินไป เป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งเมื่อเขานำเรื่องนี้ไปปรึกษากับฮาคิม ฮาคิมจึงเสนอจะใช้ลูกน้องของตนเดินทางจากเมืองมารับผลผลิตที่ตีนเขาแม็คซิมัส ทำให้ภามประหยัดเวลาไปได้อีกเกือบครึ่งวัน ตอนนี้จากรายการรายรับรายจ่ายทั้งหมด เขามีเงินอยู่ 26 เหรียญทอง กับอีก 81 เหรียญเงิน หลังจากดูยอดเงินสุทธิในสมุดจด ภามก็เทเงินในถุงใส่เหรียญออกมานับจนครบจำนวน ไม่ขาดไม่เกิน จึงวางใจ มานั่งคิดแผนการพัฒนาสวนของเขาต่อ ทุกวันนี้เขาปลูกพืชหมุนเวียนกันเพิ่มอีกสองรอบ จากครั้งแรกที่ปลูกเพียงสองรอบ ตอนนี้เป็นสี่รอบแล้ว ทำให้เวลาหมดไปกับการเพาะเมล็ด เอากล้าลงแปลง เก็บผลผลิต และนำผลผลิตไปขาย จากนั้นจึงพอมีเวลาว่างหนึ่งวัน วนอยู่แบบนี้ไปเรื่อย การปลูกแต่ละรอบตกอยู่ที่ 8,000 ต้น กำไรในแต่ละครั้งตกอยู่ที่ 4-6 เหรียญทอง ขึ้นอยู่กับว่าผลผลิตรอบนั้นเป็นต้นอะไร ซึ่งหากวนปลูกเช่นนี้ต่อไป ก็ได้กำไรดีไม่น้อย ถึงแม้เขาคิดว่ามันก็เป็นงานที่หนักจนมีเวลาพักน้อยเกินไปอยู่บ้าง แต่ช่วงแรกนี้คงต้องอดทนทำเช่นนี้ไปก่อน เพราะผักพวกนี้เจริญเติบโตเร็วที่สุดแล้ว หากซื้อของที่ต้องการจนครบแล้วค่อยลดจำนวนการปลูกลง และขยับขยายไปปลูกพืชชนิดอื่นบ้าง สิ่งที่ภามต้องซื้อมาจัดการให้เรียบร้อยในตอนนี้คือระบบไฟฟ้า เขาจึงจดรายการที่ต้องการซื้อ และจำนวนเงินที่ต้องใช้ ซึ่งได้มาจากการไปเดินสำรวจโซนไฟฟ้าในวันนี้ ลงในกระดาษ “อืม... ถ้าเงินยังเหลือก็ซื้อพวกไม้ยืนต้นมาลองปลูกด้วยดีกว่า” ภามพำพึม พร้อมกับจดสิ่งที่คิดลงไปในสมุดจดด้วย“อ้อ! อยากได้ตู้เย็นด้วย ตู้...เย็น...” ภามคิดขึ้นมาได้ จึงจด ‘ตู้เย็น’ เพิ่มลงไปในรายการ ภามคำนวณเงิน และมองสิ่งที่จดไว้แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเก็บสมุดจด และถุงใส่เหรียญลงในลิ้นชักโต๊ะ จากนั้นภามก็ปีนขึ้นไปนอนบนเตียง เป็นอันปิดฉากไปอีกหนึ่งวัน