ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 169 การไต่สวนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อ เพลิงโทสะของหลินเฉากึ่งจักรพรรดิ

            ฟึบ!

            เหนือท้องฟ้าของสำนักไท่สื่อ เมฆและลมต่างแปรปรวนเหล่าศิษย์สำนักไท่สื่อต่างก็สัมผัสได้ถึงรังสีของกึ่งจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่และเจิดจรัส

            ทว่าการกระทำที่ไม่เห็นหัวสำนักไท่สื่อเช่นนี้ทำให้ทุกคนโกรธเคืองมาก!

            หลินเฉาแสดงสีหน้าดูถูกพลางมองลงไปยังสำนักไท่สื่อ เหยียบย่ำอยู่บนค่ายกลคุ้มกันของสำนักเขาไม่เชื่อว่ามหาเซียนไท่สื่อจะเปิดใช้งานพลังสังหารของค่ายกล

            เขาคือเจ้าสำนักกึ่งจักรพรรดิของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อ ซึ่งเป็นสำนักที่สูงกว่าสำนักไท่สื่อแห่งนี้

            เขาชูมือขึ้นข้างหนึ่งตราประจำตัวของเจ้าสำนักดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อถูกส่งเข้าไปในค่ายกลของสำนักพลังระดับกึ่งจักรพรรดิปรากฏขึ้นอย่างงดงามตระการตาทำให้ทุกคนในสำนักไท่สื่อเห็นได้อย่างชัดเจน

            “มีคนพูดว่า สำนักของเรามีความเกี่ยวข้องกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง!”

            “เช่นนั้นพวกเราก็คือศิษย์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อสินะ”

            “พวกเจ้าคิดมากไปแล้วบรรพบุรุษที่ใดจะลงมาโดยเอาป้ายมาตบหัวพวกเจ้าเล่า”

            บางคนดีใจ ทว่าพอได้ยินคนข้างๆพูดเช่นนี้ก็ห่อเหี่ยวลงทันที ไม่กล้าพูดสิ่งใดอีก

            สำนักไท่สื่อทั้งสำนักเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นเงียบสงบลง ทุกคนรู้ดีว่ากึ่งจักรพรรดิผู้นี้มาด้วยเจตนาร้าย เหมือนจะมาไต่สวนหากถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่นนั้นทุกคนก็คงไม่มีทางรอด!

            “วันนี้ข้าในฐานะเจ้าสำนักกึ่งจักรพรรดิแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อ จะมาไต่สวนสำนักไท่สื่อ!”

            “ผู้ใดกล้าขัดขืนจะถูกประหาร!”

            เสียงดังกึกก้องก้องกังวานไปทั่วทุกสารทิศราวกับอำนาจแห่งสวรรค์

            “นี่จะทำลายสำนักไท่สื่อของเราเลยรึส่งกึ่งจักรพรรดิมาไต่สวน!”

            “สำนักไท่สื่อของเราไปก่อความผิดอันใดไว้กัน”

            “ท่านบรรพบุรุษพวกเรามีความเกี่ยวข้องกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อจริงหรือไม่ขอรับ”

            สีหน้าของมหาเซียนไท่สื่อดูเศร้าหมองเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อ เขาเคยคิดถึงผู้ที่จะมาไต่สวนไว้หลายคน ทว่าคิดไม่ถึงจะเป็นหลินเฉาที่จะมา

            ในตอนนั้นหากไม่ใช่เพราะเขา ตนเองก็คงไม่ถูกเนรเทศมายังทวีปเจินเซิ่งเพื่อเปิดสำนักไท่สื่อ

            ครานี้ยุ่งยากเสียแล้ว!

            เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า

            หากไม่มีเขาบางทีเขาอาจจะไม่ได้พบกับคนๆ นั้นก็เป็นได้!

            “มีความเกี่ยวข้องจริง!”

            มหาเซียนไท่สื่อกล่าวอย่างหนักแน่น

            ก่อนที่เหล่าผู้อาวุโสของสำนักจะดีใจพลางอยากที่จะออกไปต้อนรับท่านหลินเฉาผู้เป็นเจ้าสำนักก็พลันปรากฏเสียงอันยิ่งใหญ่ดังก้องกังวานว่า

            “ไท่สื่อ! เหตุใดเจ้าจึงกล้าขัดคำสั่งของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ละทิ้งสำนักโดยพลการ!”

            ตราศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อเปล่งรัศมีอำนาจอันยิ่งใหญ่ภายใต้การกดดันของตรา พลังบำเพ็ญของทุกคนในสำนักถูกกดข่มไว้

            ยิ่งไปกว่านั้นภายใต้แรงกดดันของกึ่งจักรพรรดิ ก็ยิ่งทำให้ผู้คนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้พลังบำเพ็ญก็ไม่อาจทำงานได้ตามปกติ

            เหล่าศิษย์ของสำนักไท่สื่อต่างมีดวงตาที่หวาดกลัวพวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ากึ่งจักรพรรดิยังไม่ได้ลงมือเพียงแค่ตราอย่างเดียวก็ทำให้พวกเขาเงยหน้าไม่ขึ้นเสียแล้ว!

            “เฮ้อ!สิ่งที่ควรเกิดที่สุดก็เกิดจนได้!”

            มหาเซียนไท่สื่อได้รับผลกระทบน้อยมากเขาค่อยๆ เดินออกจากห้องโถงใหญ่ของสำนัก ไม่หลบเลี่ยง กล่าวเสียงดังว่า

            “ท่านเจ้าสำนักหลินเฉาไม่ทราบว่าข้ากระทำความผิดอันใดไว้รึ”

            “ในตอนนั้นข้าถูกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ลดขั้นมายังทวีปเจินเซิ่ง ตลอดหลายปีมานี้ข้าก็บำเพ็ญเพียรอย่างขยันขันแข็ง ไม่กล้าที่จะปล่อยปละละเลยจนกระทั่งมีรากฐานเช่นทุกวันนี้!”

            “ต่อให้ข้าจะมีความผิดอยู่บ้าง เหตุใดจึงต้องให้ถึงท่านเจ้าสำนักมาไต่สวนกันรึ”

            ในใจของเขามีความไม่ยินยอมในตอนนั้น ผู้ที่เขาขัดแย้งก็ไม่ใช่หลินเฉาที่อยู่ในระดับกึ่งจักรพรรดิเขาถูกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อเนรเทศมายังทวีปเจินเซิ่ง และสั่งให้ทบทวนตนเองซึ่งถือเป็นการจำกัดบริเวณโดยปริยาย

            ทว่าในตอนนั้นในฐานะที่เขาเป็นมหาเซียนเขาก็ยังคงสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระภายในทวีปเจินเซิ่งเพียงแต่ห้ามออกไปจากทวีปเจินเซิ่งเท่านั้น

            จนกระทั่งหลินเฉาฝ่าทะลวงไปสู่ระดับกึ่งจักรพรรดิก็พลันมีคำสั่งเข้มงวด ห้ามมิให้เขาออกจากประตูสำนักไท่สื่อ

            ที่มาของคำสั่งเข้มงวดนี้ก็ไม่ต้องถามก็รู้

            ในตอนนั้นสี่มหาเซียนแห่งเผ่าสมุทรได้บุกโจมตีทวีปเจินเซิ่งเพื่อช่วยธิดามังกรก่อให้เกิดการสังหารครั้งใหญ่ ในตอนนั้นที่เขาจากไปเขาเคยคิดว่าเรื่องนี้คงถูกดินแดนศักดิ์สิทธิ์รับรู้

            ทว่าเรื่องนี้อาจจะเล็กหรือใหญ่ก็ได้แต่ไม่คิดเลยว่าหลินเฉาคนพาลจะจับเรื่องนี้ไว้ได้จริงๆและไม่ลังเลที่จะลงมาไต่สวนด้วยตนเอง!

            อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาไม่กลัว แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นกึ่งจักรพรรดิ แต่เขาก็ไม่ได้ไม่มีที่พึ่ง!

            เขาจึงสงบเสงี่ยมและมีสีหน้าเรียบเฉย

            “หุบปาก! ไท่สื่อ พฤติกรรมของเจ้าในอดีตนั้นต่ำช้าเกินไปจนทำให้เจ้าถูกดินแดนศักดิ์สิทธิ์เนรเทศ!”

            “บัดนี้ข้ามาไต่สวนเจ้ากลับไม่มีท่าทีสำนึกผิด กลับทำตัวแย่ลงกว่าเดิม!”

            “เอาเถิด ข้าจะบอกความจริงแก่ท่านจ้าวดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะลงโทษเจ้าให้หนักยิ่งขึ้น!”

            หลินเฉากล่าวตำหนิเสียงดัง

            หากก่อนหน้านี้ มหาเซียนไท่สื่อส่งทรัพยากรบางอย่างมาให้เขาอาจจะเปิดโอกาสให้และลืมทุกสิ่งในอดีตไป เพราะตอนนี้เขามีฐานะเป็นกึ่งจักรพรรดิจะไปถือสากระไรกับมหาเซียนต่ำต้อยเช่นนี้

            แต่เสียใจด้วยตอนนี้เขาจะคิดบัญชีเก่าและใหม่พร้อมกัน!

            เขาจะต้องจับตัวมันกลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อ ขอให้ท่านจ้าวดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ตัดสินเพื่อระบายความโกรธในใจ!

            “เจ้าคนทรยศแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์รีบเปิดค่ายกลคุ้มกันสำนักเสียมิเช่นนั้นหากข้าบุกเข้าไปแล้วทำให้สำนักไท่สื่อเสียหายเจ้าก็จะต้องรับโทษหนักยิ่งกว่าเดิม!”

            “ที่แท้ท่านบรรพบุรุษก็มีเรื่องราวเช่นนี้ด้วย!”

            “หุบปากความจริงเป็นเช่นไร มิใช่เรื่องที่เจ้าจะมาสอดปากได้!”

            ศิษย์หนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้นแล้วก็ถูกผู้อาวุโสคนหนึ่งตบเข้าที่หัวพร้อมกับตำหนิเสียงแข็ง

            เมื่อเห็นมหาเซียนไท่สื่อไม่แสดงท่าทีหลินเฉาก็มีสีหน้าเย็นลง พลังของกึ่งจักรพรรดิโจมตีไปยังค่ายกลยิ่งกดดันไปยังใจของทุกคน ทำให้ไม่อาจข้ามผ่านไปได้!

            ตูม!

            ค่ายกลสั่นสะเทือนไม่หยุดราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ!

            บางคนก็ทนไม่ไหวภายใต้แรงกดดันของกึ่งจักรพรรดิก้มลงกราบอยู่กับพื้นและก้มหัวคำนับไม่หยุดพร้อมกับร้องตะโกน

            “ท่านเจ้าสำนักโปรดไว้ชีวิต!”

            “ขอท่านเจ้าสำนักโปรดเมตตาปล่อยพวกเราเหล่าศิษย์ไปเถิด!”

            หลินเฉามีความสุขกับความรู้สึกนี้ความรู้สึกที่ได้มีอำนาจในการชี้เป็นชี้ตาย ทำให้เขาหลงใหลนี่คืออำนาจและอานุภาพอันไร้เทียมทานที่กึ่งจักรพรรดิพึงมี

            “ไท่สื่อ เห็นแก่ความสัมพันธ์ที่เคยเป็นศิษย์ร่วมสำนักข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง!”

            “โอ้!”

            “เจ้าช่างใจดีเสียจริง!” มหาเซียนไท่สื่อตอบกลับด้วยสายตาเย็นชาคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะกำจัดพวกปลวกที่อยู่ในสำนัก

            “เจ้าอย่าได้ทำตัวไม่รู้ความ!”

            ค่ายกลคุ้มกันสำนักของสำนักไท่สื่อนั้นไม่ธรรมดาแต่ต่อหน้ากึ่งจักรพรรดิเช่นเขาแล้ว ก็ไม่ต่างกระไรจากของปลอม

            ทว่าเขาก็เสียหน้าเมื่อต้องพูดจาดีๆ ถึงได้พูดเตือนนึกไม่ถึงว่าไท่สื่อจะยังคงไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเช่นนี้หลังจากที่เวลาผ่านไปไม่น้อย

            สีหน้าของหลินเฉาเริ่มเย็นชาลงในฐานะที่เป็นกึ่งจักรพรรดิ เขาก็ถือว่าให้โอกาสแก่มหาเซียนไท่สื่อแล้วแต่กลับถูกคนเมินเฉยเช่นนี้ นี่เป็นครั้งแรกของเขาเลยทีเดียว!

            ขณะนั้นเองก็ได้ยินมหาเซียนไท่สื่อกล่าวขึ้น

            “ปล่อยค่ายกลคุ้มกันสำนัก!”

            “กระไรกัน”

            “ท่านบรรพบุรุษไม่นะขอรับ!”

            ทุกคนต่างหวาดกลัวเมื่อมองไปยังหลินเฉาที่กำลังโกรธเกรี้ยวอยู่ภายนอกสำนักพวกเขากลัวว่าเขาจะบุกเข้ามาจับตัวพวกเขาไปไต่สวนทั้งหมด

            ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าของมหาเซียนไท่สื่อแล้วค่ายกลคุ้มกันสำนักของสำนักไท่สื่อก็ค่อยๆ สลายไป

            “ไท่สื่อ เจ้าเก่งมาก!”

            หลินเฉามีสีหน้าถมึงทึงครางเสียงเย็นก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของสำนัก

            เมื่อเห็นมหาเซียนไท่สื่อยอมอ่อนข้อเหล่าผู้อาวุโสบางคนก็รีบต้อนรับหลินเฉาเข้ามาในสำนักไท่สื่อไท่สื่อก็ยังคงไม่สนใจและมองดูด้วยสายตาเย็นชา

            “ท่านบรรพบุรุษครั้งนี้ก็ยอมรับความผิดไปเถิด สำนักบนจะใจกว้างเอง!”

            “ใช่แล้วท่านบรรพบุรุษท่านหลินเฉาเจ้าสำนักก็เป็นเพื่อนเก่าของท่าน คงไม่ทำร้ายท่านหรอกหากยังคงต่อต้านต่อไป หากทำลายล้างสำนักไปคงไม่คุ้มกัน!”

            เหล่ามหาเซียนที่ถูกลดขั้นจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อมายังสำนักไท่สื่อ ก็ได้ออกจากด่านบำเพ็ญตนพวกเขาไม่ค่อยสนใจมหาเซียนไท่สื่อเท่าไรนักและอยากที่จะประจบหลินเฉาผู้เป็นกึ่งจักรพรรดิที่เพิ่งขึ้นมาใหม่มากกว่า

            เช่นนั้นพวกเขาถึงจะมีโอกาสได้กลับไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อ เพื่อที่จะกลับมามีเกียรติและศักดิ์ศรีดังเดิมอีกครั้ง

            มหาเซียนไท่สื่อมองดูด้วยสายตาเย็นชา

            คนพวกนี้ก็เป็นแค่ภาระที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อโยนมาให้โดยปกติก็ไม่ได้มีอำนาจกระไรอยู่แล้ว

            ไม่คิดเลยว่าการปรากฏตัวของหลินเฉาจะทำให้พวกมันโผล่หัวออกมา

            เพลิงโทสะในใจของหลินเฉาก็ค่อยๆดับลง เมื่อมีเหล่าผู้อาวุโสของสำนักไท่สื่อมาเอาหน้าแทน เขาก็รู้สึกสะใจอย่างมาก

            ท้ายที่สุดแล้วสำนักไท่สื่อก็เป็นเพียงสำนักล่างของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อเท่านั้น!

            สวรรค์ของสำนักไท่สื่อ ก็คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่ออยู่ดี!

            เขาไม่ลืมเป้าหมายในการมาครั้งนี้กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน

            “พวกเจ้ารู้ความผิดของตนหรือไม่”

            “รู้รู้แล้วขอรับ!”

            เหล่ามหาเซียนต่างกล่าวตอบอย่างนอบน้อม มหาเซียนไท่สื่อกลับไม่มีสีหน้าเปลี่ยนไปและยังคงสงบเสงี่ยม

            “ปัง!”

            หลินเฉาทุบโต๊ะลุกขึ้นพลังของกึ่งจักรพรรดิปะทุขึ้น กดดันไปยังมหาเซียนไท่สื่อ เพื่อที่จะให้เขาคุกเข่าลง

            ในตอนที่ทั้งสองคนอยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่สื่อ พลังบำเพ็ญของทั้งสองก็เท่าเทียมกันหากไม่ใช่เพราะหลินเฉาคนพาลผู้นี้ บางทีตอนนี้เขาก็คงกลายเป็นกึ่งจักรพรรดิไปแล้วและคงมีชื่อเสียงไปทั่วหล้า จะต้องมาตกระกำลำบากเช่นนี้ได้อย่างไร!

            ความหยิ่งผยองและความไม่ยอมถอย ทำให้เขาไม่อาจคุกเข่าลงกระดูกทั่วร่างถูกกดจนเสียงดังลั่น โลหิตไหลย้อนกลับ ใบหน้าแดงก่ำสภาพของเขาดูน่าอนาถอย่างมาก

            …

            ย้อนเวลากลับไปเมื่อครู่

            ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนักบุญหุนตุ้นเดิม ซึ่งก็คือดินแดนบรรพชนของตระกูลซูในปัจจุบัน

            “แปลกจริงวันนี้ท่านบรรพบุรุษเรียกข้ากลับสำนักด้วยเหตุใดกันนะ”

            แม้ว่าหลินเหมี่ยวจะรู้สึกแปลกใจ ทว่าก็ยังเตรียมตัวให้พร้อมท้ายที่สุดแล้วนางก็มาจากสำนักไท่สื่อ ท่านบรรพบุรุษก็ดูแลนางมาตั้งแต่ยังเล็กคงมีเรื่องที่จะเรียกนางกลับไป

            ไม่อย่างนั้นคงไม่เร่งนางให้รีบกลับสำนักเช่นนี้