[36] ถ่ายแบบ
“กลับดีๆ นะคิว”“เออ มึงรีบไปก่อนไม่ได้กลับเถอะ”ไม่ต้องให้คิวเตือนเซ็ทก็ไม่คิดจะนอนเฝ้าโรงเรียนอยู่แล้ว เมื่อเจ๊เจสซี่ที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถไปรับไปส่งมาถึงที่โรงเรียนเหมือนทุกที เซ็ทไม่คิดโอ้เอ้ให้โดนคนรุมล้อม ส่งรอยยิ้มเป็นมิตรให้รอบข้างแต่แผ่รังสีคนกำลังเร่งรีบ กะจังหวะเจ๊เจสซี่มาถึงก็สับเท้าเดินขึ้นรถทันควัน“คราวหน้าเจ๊ขับเข้าไปรับหน้าตึกดีมั้ย เดินออกมาดูท่าจะเหนื่อย”“ถ้าเจ๊จะกรุณาผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ”“ฮุๆ น่าสงสารจริงๆ อดทนหน่อยนะ ถ้าเพื่อนร่วมโรงเรียนเริ่มชินกับเซ็ทก็คงสบายขึ้นเอง ...อาจจะล่ะนะจ๊ะ เจอคนหล่อไม่บันยะบันยังแบบเซ็ทคงชินยากหน่อย”“ขอให้ชินกันไวๆ เถอะครับ”แล้วเซ็ทก็เอนตัวลงนอนที่เบาะหลัง เจ๊เจสซี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเป็นเรื่องธรรมดา การให้ศิลปินได้พักผ่อนก็เป็นหน้าที่ของผู้จัดการเช่นกัน...เซ็ทตะลอนเคลียร์งานสัมภาษณ์กับนิตยสารหลายๆ แห่ง แม้คำถามของแต่ละที่จะไม่ต่างกันมาก แต่สุดท้ายเซ็ทก็ต้องตอบให้มีความแตกต่างแต่ก็เป็นคำตอบในเชิงความหมายเดียวกัน นี่ถ้าไม่ได้โรเซ็ทก็คงเบลอคำตอบที่ตัวเองตอบไปบ้างล่ะ“เซ็ทร้องเพลงได้แล้วเล่นดนตรีอะไรได้บ้างมั้ยคะ?”“ก็หลายอย่างครับ แต่ก็เล่นได้แบบงูๆ ปลาๆ เป็นมือสมัครเล่นดีๆ นั่นแหละครับ”“จะใช่ถ่อมตัวรึเปล่าต้องรอดูใช่มั้ยคะ?”เซ็ทหัวเราะเบาๆ ยิ้มแย้มให้ช่างกล้องด้านหลังถ่ายรูป พร้อมกันนั้นก็ตั้งสตินั่งโต๊ะพูดคุยกับคนถามที่นั่งอยู่ด้านตรงข้าม กลางโต๊ะมีเครื่องอัดเสียงวางตั้งอยู่“คำถามนี้สาวๆ อยากรู้มากค่ะ น้องเซ็ทมีแฟนรึเปล่าคะ?”“ไม่มีหรอกครับ” เซ็ทตอบแล้วก็หัวเราะ “เซ็ทหล่อขนาดนี้ต้องมีสาวๆ มาชอบแน่นอนอยู่แล้ว ในโรงเรียนหรือที่ทำงานอะไรแบบนี้ ไม่สนใจสาวคนไหนเลยเหรอคะ?”เซ็ทยิ้มให้กับคำถามพาซวย หากตอบไม่ดีมีสิทธิทำให้ชีวิตการงานของเขาพังพินาศได้ง่ายๆ“ผมพึ่งสิบหกเองนะครับ ยังไม่คิดจะมีแฟนหรอก ถ้าผมจะมีใครสักคนผมก็อยากที่จะพร้อมก่อน เพื่อที่ว่าผมจะได้ดูแลเขาได้ ดังนั้นตอนนี้รักเลยไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียนกับเรื่องงานครับ”“แล้วเรื่องซุบซิบระหว่างเซ็ทกับนาบีล่ะคะ?”“เพื่อนร่วมงานครับ ทั้งผมแล้วก็ทางพี่นาบีคุยกันตั้งแต่เริ่มเปิดกองแล้ว งานก็คืองาน สำหรับผมเขาเป็นรุ่นพี่ที่ดี แล้วเขาก็เอ็นดูผมในฐานะรุ่นน้องครับ”“งั้นถ้าเซ็ทจะมีใครสักคน เซ็ทมีสเป็กสาวในดวงใจมั้ยคะ?”“ถ้าผมจะมีใครสักคนน่ะเหรอ?” เซ็ททำหน้าคิดเล็กน้อยแล้วยิ้มเขิน “ถ้านะครับ ผมก็คงไม่ขออะไรมาก ขอแค่คนที่จริงใจแล้วก็เข้ากันได้ก็พอ” “อูย น่ารักมากเลยค่ะ”“แต่มันก็เป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผมตอนนี้ ดังนั้นอย่าไปคิดถึงมันดีกว่าครับ”เซ็ทยิ้มให้คนถามแล้วชักจูงให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่องแบบเนียนๆ ซึ่งฝ่ายที่โดนล่อลวงก็ยอมเปลี่ยนเรื่องให้ ถึงกระนั้นกว่าจะเสร็จ เซ็ทก็รู้สึกเปลืองพลังงานมาก“ไหวมั้ยเซ็ท?”“ไหวครับ ต่อไปก็แค่ไปฝึกร้องฝึกเต้นพักสมองได้ไม่มีปัญหา”“อ่อ เรื่องนั้นตารางมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยนะ”เซ็ทขมวดคิ้วมุ่นหากมีงานเข้ามาแทรกเขาสมควรได้รู้ และต้องได้มีสิทธิตัดสินใจ เล่นไม่บอกล่วงหน้ากันแบบนี้ก็น่าด่าอยู่นะ“งานอะไรครับ?”“งานไม่ยุ่งยากหรอก ตาโชคเขาว่างั้นน่ะนะ”......งานไม่ยุ่งยากแต่คนรอบข้างโครตยุ่งยากเซ็ทนั่งบนเก้าอี้ให้เจ๊เจสซี่แต่งหน้าให้ จากนั้นก็ทำผม รอบตัวส่งเสียงเอะอะจอแจเนื่องจากงานที่กำลังจะทำนี้มีคนทำร่วมกันมากพอสมควร แค่นายแบบนางแบบรวมกันก็ไม่ต่ำกว่าสิบแล้ว...ยิ่งคนเยอะเรื่องก็ยิ่งเยอะ“เซ็ทลองลืมตาหน่อย โอเคใช้ได้ หล่อมากค่ะลูกแม่”จากตารางเดิมเซ็ทต้องได้ฝึกร้องเต้นสำหรับเตรียมคัมแบ็คซิงเกิ้ลถัดไป แต่เพราะกระแสคลิปตอนเซ็ทเล่นฟุตบอลเมื่อตอนกลางวัน ทางนิตยสารกีฬาสำหรับเยาวชนจึงได้ติดต่อเข้ามาทางลุงโชคเพื่อให้เซ็ทมาร่วมงานด้วย ซึ่งลุงโชคก็ดันตอบตกลงไปโดยไม่ปรึกษาซะอย่างนั้น...แถมวันนี้ก็ดันวันถ่ายจริงซะด้วย เรียกได้ว่าเป็นการลัดคิวงานที่ฉุกละหุกสุดๆ“เจ๊เจสซี่ ผมคิดว่าทรงผมมันดูแข็งไปหน่อย เอาให้พริ้วกว่านี้หน่อยน่าจะดีกว่านะครับ”“งั้นเหรอจ๊ะ งั้นเจ๊จะแก้ให้ใหม่ละกันนะ เอาลุคธรรมชาติกว่านี้นะ”“รบกวนด้วยครับ”แต่ถึงจะบอกว่านิตยสารกีฬาแต่บรรดาคนที่มาร่วมงานก็ไม่ใช่นักกีฬาสักคน ดูเหมือนว่าจะเป็นเล่มนี้จะเป็นเล่มพิเศษที่รวมบรรดานายแบบนางแบบวัยรุ่นที่รักการเล่นกีฬาซะมากกว่า“เจ๊ว่าเจ๊รู้สึกถึงสายตาไม่เป็นมิตรล่ะ”“ไม่แปลกหรอกครับ ก็งานนี้จริงๆ มันต้องออดิชั่นกันตั้งหลายรอบ แต่อยู่ๆ ผมก็ได้เข้าร่วมถ่ายด้วย แถมยังได้ขึ้นปกอีกต่างหาก คนจะไม่ชอบหน้าก็ไม่แปลกหรอก”“ถึงงานจะดีแต่ตาโชคนี่ชอบหาเรื่องให้เซ็ทโดนเกลียดขี้หน้าเนอะ”เสียงกระซิบของเจ๊เจสซี่นั้นไม่เบาเลย แต่ก็ยังไม่ถือว่าดังจนคนอื่นได้ยิน เซ็ทมองไปรอบๆ ก็รู้แล้วว่ามีแค่ไม่กี่คนหรอกที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่อยู่ๆ เซ็ทก็เข้ามาแย่งพื้นที่ที่ดีที่สุดไป“เพิ่มแสงตรงนี้อีกหน่อย”เซ็ทแอบสงสัยว่าใครมันเป็นคนต้นคิดฉากเล่นกีฬาตอนกลางคืน ถึงมันจะดูเป็นศิลปะ แต่การต้องมานั่งตากน้ำค้างแบบนี้ก็ไม่ใช่อะไรที่สนุกเลย“อะไรวะ นายแบบก็ไม่ใช่ ทำไมอยู่ๆ มาได้งานได้”“น่าหมั่นไส้ชิบ กำลังดังแล้วไงล่ะวะ ดังได้ก็ดับได้ละกัน”“ที่ว่าเด็กเส้นแม่งเส้นใหญ่ซะด้วย”เซ็ทไม่ได้สนใจถ้อยคำที่อีกฝ่ายตั้งใจจะพูดให้ได้ยิน เขายังคงนั่งทำสมาธิก่อนทำงานเงียบๆ หากแต่เจ๊เจสซี่นั้นส่งสายตาขู่กลับแล้วหันมาปลอบเซ็ทเสียงนุ่ม“ไม่ต้องไปสนใจเสียงนกเสียงกานะเซ็ท ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ”“ผมรู้ครับ เจ๊ก็ไม่ต้องไปตอบโต้หรอก”“แต่แหม มันน่าหมั่นไส้นี่นา พวกนกกระจอกกล้าดียังไงมาว่าเซ็ทของเจ๊แบบนี้”เจ๊เจสซี่ทำท่าไม่ยอมพร้อมทั้งกัดผ้าเช็ดหน้า เซ็ทจึงหัวเราะขบขัน จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกของช่างภาพถึงได้เดินเข้าฉากที่เตรียมไว้“คนต่อไปมาเข้ามาถ่ายต่อได้แล้ว”“ผมไปล่ะ”“นายเล่นเส้นยังไงฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าทำงานออกมาห่วยแล้วฉันไม่ยอมรับ แม้แต่รูปเดียวก็อย่าหวังว่าจะได้ลงพิมพ์เลย”เซ็ทพยักหน้าตอบ บนใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ เขาเข้าใจอารมณ์ช่างภาพดีว่าการถ่ายภาพมือใหม่นั้นมักจะไม่ออกมาดีเท่าที่ใจหวัง และยิ่งมือใหม่ที่ดูเหมือนใช้เส้นเข้ามาแบบเซ็ทคงยิ่งขัดใจ จากที่ดูนายแบบนางแบบคนอื่นถ่ายไปช่างภาพคนนี้ก็ดูจะเป็นคนปากร้ายพอสมควร จัดท่าไม่สวยหน่อยเป็นอันต้องด่าจนนายแบบนางแบบเสียกำลังใจ มือเก๋าแค่ไหนก็โดนอยู่ดีเชื่อสิว่าถ้าเซ็ททำอะไรออกมาผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวคงได้โดนด่ายาวยันรากเหง้าแต่ถึงเซ็ทจะเป็นมือใหม่ในสายงานนี้จริงๆ ก็ใช่ว่าจะยอมให้ตัวเองโดนด่าง่ายๆ{คำนวนมุมตกกระทบของแสงไฟทั้งหมดในฉาก}{จำลองการขยับท่าและองค์ประกอบของรูป}“ผมอาจจะขยับตัวไปมามากสักหน่อย ขอความกรุณาช่วยตามถ่ายด้วยนะครับ”เซ็ทว่าจบก็วางลูกฟุตบอลไว้ตรงปลายเท้า ทิ้งตัวลงนั่งทำหน้ายุ่งยาก หากแต่ความมุ่งมั่นยังคงฉายผ่านแววตา ท่าทางเป็นธรรมชาติเรียบง่ายจนเหมือนกำลังแสดงละครฉากหนึ่ง หากแต่รูปที่ฉายผ่านเลนส์กล้องกลับเป็นรูปที่เพอร์เฟกต์จนไม่ต้องตกแต่งอะไรเพิ่ม“อะไรล่ะนั่น นี่ถ่ายแบบธีมกีฬานะ ทำไมทำท่าแบบ-”แชะ! แชะ!เสียงนินทายังดังไม่ถึงไหน ช่างภาพก็กดถ่ายไม่ยั้ง โดยไม่แม้แต่จะบ่นนายแบบแล้วจัดองค์ประกอบภาพหรือสีหน้าท่าทางนายแบบใหม่เหมือนที่ผ่านมา...นับว่าช่างภาพเป็นคนมีฝีมือพอตัว ไม่งั้นก็คงจะอึนๆ อยู่บ้างว่าภาพไหนควรจัดรูปยังไง แต่นี่เซ็ทไม่จำเป็นต้องบอกอะไรอีกฝ่ายก็ตามถ่ายได้อย่างไหลลื่นเซ็ทนั่งขัดสมาธิง่ายๆ ถือลูกฟุตบอลมาวางไว้บนตัก ยิ้มมุมปากยามมองลูกฟุตบอล สิ้นเสียงชัตเตอร์ปุ๊บก็เปลี่ยนท่าใหม่ปั๊บ ...ราวกับสตอรี่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่หลงใหลในฟุตบอล ...ตั้งแต่พึ่งเริ่มหันเล่นจนเริ่มชำนาญเซ็ทใช้แขนข้างหนึ่งถือลูกฟุตบอลไว้ข้างเอวไขว้ขายืนพิงลูกกรงด้วยท่าทางสบายๆ จากนั้นก็ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เหมือนเด็กที่กำลังเหนื่อยกับการเล่นบอล แชะ! แชะ! แชะ!เซ็ทเดินออกจากฉากหยิบขวดน้ำเข้าฉากอีกครั้งแล้วยกขึ้นมาดื่ม ทำท่ากระดกสองอึกก็ยกขวดน้ำขึ้นราดลงบนศีรษะ สะบัดน้ำบนเส้นผมเบาๆ ด้วยรอยยิ้มกว้าง ในขณะที่ยังเหน็บบอลไว้ข้างเอวด้วยมือข้างเดิมเซ็ทชี้นิ้วไปที่ผ้าขนหนูบนม้านั่งเจ๊เจสซี่ก็รู้งานโยนเข้ามาให้ “แต้งกิ้วครับเจ๊”เซ็ททำท่าเช็ดหน้าที่เปียกช้าๆ ก่อนจะพาดผ้าขนหนูไว้บนหัว ยืนเอนตัวพิงกรงสบายๆ เหมือนคนกำลังเหนื่อย ใช้นิ้วชี้หมุนลูกฟุตบอลเล่น และยังคงเปลี่ยนท่าไปเรื่อยๆแชะ! แชะ! แชะ!ช่างภาพยังคงรัวชัตเตอร์ไม่หยุด จนกระทั่งเซ็ทสาดน้ำที่เหลือไม่มากไปทางหน้ากล้องแต่ไม่ให้ถึงตัวกล้องและช่างภาพ ทิ้งท้ายด้วยภาพเด็กหนุ่มที่ยิ้มกว้างเต็มแก้ม รอยยิ้มสดใสท่ามกลางหยดน้ำที่พร่างพราวเป็นแสงระยิบระยับท่ามกลางฉากหลังที่มืดสนิท...เป็นรูปที่สวยจนเกือบเผลอลืมกดชัตเตอร์“ไม่เลวนี่ นายเป็นเด็กเส้นที่มีฝีมือจริงๆ ฉันยอมรับ”“ขอบคุณครับ”เซ็ทโค้งตัวขอบคุณ รอบข้างพากันเงียบสงัด ช่างภาพที่ได้ชื่อว่าเรื่องมากและเกลียดพวกไร้ฝีมือถึงกับออกปากชมในการถ่ายภาพครั้งแรก แต่มันไม่ใช่คำชมที่แปลกใหม่สำหรับเซ็ท ช่างภาพประจำนิตยสาร JM เองก็เคยโดนเซ็ทโชว์ฝีมือใส่ จากวันแรกที่ปรามาสไว้ว่าเซ็ทเป็นเด็กเส้นอ่อนประสบการณ์ ตอนนี้เซ็ทก็เป็นลูกรักที่ช่างภาพออกออกปากชมเปราะทุกครั้งที่ต้องทำงานด้วยกัน ...แถมยังบอกอีกด้วยว่าเซ็ททำงานได้ดีกว่าทุกคนในสังกัด JNr เลยทีเดียว แม้แต่พวกที่เป็นสายงานโมเดลเองก็ยังเทียบไม่ได้“เซ็ทมาเช็ดผมให้แห้งก่อนเร็วเดี๋ยวเป็นหวัด”แล้วเสียงเรียกสติคนรอบข้างก็เป็นเสียงทุ้มแหลมของผู้จัดการส่วนตัว ที่รีบเข้ามาจัดแจงเช็ดหน้าเช็ดผมและยื่นเสื้อใหม่ให้เปลี่ยนแทนเสื้อที่เปียก“ไม่เป็นไรครับ แค่นี้เอง”“ดื้ออีกแล้วนะยะ”ตลอดการถ่ายภาพเซ็ตนี้ไม่มีการหยุดชะงัก ไม่มีการสั่งเปลี่ยนท่า ไม่มีการบ่นว่า ไม่มีการตำหนิและไม่มีการตะคอก อีกทั้งช่างภาพยังคงยิ้มแย้มราวกับพึงพอใจในผลงานที่ได้เป็นหนักหนา ทั้งๆ ที่นายแบบเคลื่อนไหวไปมาราวกับไม่ได้คิดอะไรเลย แล้วทำไม......ทำไมช่างภาพถึงทำท่าถูกใจภาพที่ถ่ายได้ขนาดนั้นกัน!?“ขอโทษนะครับ คือผมอยากดูรูปที่พึ่งถ่ายเมื่อกี้”“อะไรของนายเสียมารยาทจริงๆ” ช่างภาพตำหนิ แต่ก็ปัดมือไล่ให้ไปดูในจอคอมแทน “จะดูก็ไปดูตรงนั้น คนที่ถ่ายต่อเตรียมเข้าฉากด้วย”“อะ...ค่ะ”เซ็ทเดินออกจากฉาก ให้นางแบบที่ต้องถ่ายต่อจากเซ็ทเดินเข้ามาแทน แต่ยังขยับตัวเปลี่ยนท่าได้ไม่ถึงสองท่าเสียงตะคอกจากช่างภาพก็ดังขึ้น“ไม่ได้เรื่อง! นี่เป็นนางแบบมากี่ปีแล้ว ออกไปให้คนอื่นเข้าแทน ถ้าเข้ามาถ่ายใหม่แล้วยังทำได้ไม่ดีอีกก็เลิกเป็นนางแบบไปเลยไป!”เพราะเมื่อครู่พึ่งได้ถ่ายนายแบบที่รู้วิธีเล่นกับแสงไฟ รู้จักจัดองค์ประกอบของภาพด้วยตัวเอง รู้ว่าควรทำสีหน้าแววตาท่าทางแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับสตอรี่ของแต่ละภาพ แถมยังเคลื่อนไหวออกมาแล้วดูเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องให้บอก ...เรียกได้ว่าเขาพอใจในทุกรูปที่ถ่ายไปเมื่อครู่โดยไม่อยากคัดออกแม้แต่รูปเดียวทว่าเมื่อคิวต่อมาทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ ยืนโพสแข็งทื่อเหมือนตอไม้ ดูพยายามมากไปจนไม่สนเลยว่างานชิ้นนี้จะสื่อสารอะไร แถมยังเล่นกับแสงไฟไม่เป็นสักนิด มันก็ชวนให้หงุดหงิดจนเกิดการเปรียบเทียบอยู่ในใจ“ขะ-ขอโทษค่ะ!”นางแบบสาวใจเสียจนวิ่งออกไปร้องไห้นอกฉาก และยิ่งเหลือบไปเห็นภาพเซ็ทที่เพื่อนร่วมงานคนอื่นกำลังดูก็ยิ่งรู้สึกถึงความต่างชั้นของฝีมือจนเสียความมั่นใจ“...สวย ไอ้ที่ขยับเรื่อยๆ มั่วๆ นั่นได้รูปขนาดนี้เชียว?”“รูปนี้สวยมาก สงสัยรูปขึ้นปกน่าจะเป็นรูปนี้แหละ”นายแบบนางแบบคนอื่นที่ว่างแวะเวียนไปดูรูปเซ็ทที่พึ่งถ่ายเสร็จ ภาพที่ได้นั้นดูดีมากโดยไม่ต้องตกแต่งอะไรเพิ่มเติม มุมกระทบของแสงไฟขับเน้นผิวขาวให้ดูเปล่งประกาย ฉากหลังลูกกรงสีเขียวเกือบดำให้ความรู้สึกร้ายๆ ในบางฉากหากแต่แววตานั้นสื่อให้เห็นถึงความสนุกสนานและความมุ่งมั่นต่อลูกฟุตบอลที่ถืออยู่ในมือ หากดูเรียงร้อยไล่กันไปจะเป็นสตอรี่ที่ไม่จำเป็นต้องอธิบายก็เข้าใจเป็นภาพที่สวยจนได้ชื่อว่าเพอร์เฟกต์โดยไม่จำเป็นต้องแต่งเติม“คิดว่ารูปพวกนี้จะถูกคัดออกมั้ย?”“ไม่เลย นี่แปลว่าซีนของพวกเราจะน้อยลงใช่มั้ย?”นายแบบนางแบบบางคนเริ่มกลัวอนาคตไปเองจนรวมสมาธิในการถ่ายภาพดีๆ ไม่ได้ซะแล้ว...“ต่อไป นายกับนาย เข้ามา”หลังจากย้ายมุมถ่ายภาพ เซ็ทกับนายแบบที่รูปร่างผอมบางและตัวเตี้ยกว่าเซ็ทนับสิบเซนก็ถูกเรียกเข้าฉาก เด็กหนุ่มอีกคนสะดุ้งเฮือก แม้จะแอบดีใจเพราะการได้ถ่ายคู่กับเซ็ทก็แปลว่าน่าจะได้พื้นที่ในเล่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันตัวเองก็อาจจะโดนออร่าของอีกคนกลืนจนไม่โดดเด่นเลยก็ได้ในใจของเขานั้นไม่อยากแพ้...ไม่อยากแพ้เด็กเส้น!“หยุด นายขยับมากไปแล้วคิดจะทำอะไรหะ!?”“...ขอโทษครับ”เซ็ทที่โดนนายแบบคู่เบียดจนแทบไร้พื้นที่ในเฟรมไม่ได้โกรธเคืองอะไรแบบเดียวกับช่างภาพ หากแต่รู้สึกสงสารอีกฝ่ายมากกว่า ...การที่กลัวโดนกลืนจนพยายามเลียนแบบเซ็ทแล้วทิ้งความเป็นตัวเองไป ไม่ใช่อะไรที่ควรทำเลย“รู้มั้ยการจะทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดีต้องรู้จักกำจัดอคติก่อนเป็นอันดับแรก”“อะไรของนาย ดูถูกกันอยู่รึไง?”นายแบบที่ตัวเล็กกว่าฉุนเฉียว กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ สายตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แต่เซ็ทนั้นยังนิ่งเฉย ราวกับกำลังจะสื่อว่าต่อให้เขาอาจได้เส้นเข้ามาตรงนี้จริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีความสามารถ“ไม่ใช่หรอก แค่อยากเตือน งานจะดีได้ไม่ใช่เพราะคนๆ เดียวนะ” เซ็ทว่าเรียบๆ “อีกอย่างมัวแต่กลบจุดด้อยจนมองไม่เห็นจุดเด่น ฉันว่ามันไม่เวิร์กหรอก นายก็ดูดีในแบบของนายนี่ ไม่เห็นต้องเหมือนคนอื่นเลย”“เอาใหม่ รอบนี้ทำให้ดีๆ ล่ะ”“ครับ ขอโทษด้วยครับ”เซ็ทเอ่ยปากขอโทษช่างแทนนายแบบอีกคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ ดูเหมือนว่าสิ่งที่พูดไปจะไม่เสียเปล่า อีกฝ่ายยอมปรับท่าทางตามการจัดท่าให้แบบเนียนๆ ของเซ็ท โพสท่าในแบบที่เป็นตัวเอง โดยไม่ปิดบังสรีระร่างกายของตัวเองอีก“ดี จะทำก็ทำได้นี่”เสียงรัวชัตเตอร์ดังตามมา เซ็ทต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายนั้นรีเซ็ตตัวเองเก่งมาก พอช่างภาพกดชัตเตอร์ก็ขยับตัวเปลี่ยนท่าต่อได้แบบรู้งาน รู้ดีว่ามุมไหนตัวเองถึงจะดูโดดเด่น ถึงจะยังเก้ๆ กังๆ ในการเล่นกับองค์ประกอบฉากและแสงไฟไปบ้าง แต่ก็เรียกได้ว่าเรียนรู้ไวอย่างไรก็ตามนี่เป็นการถ่ายแบบคู่ จุดที่อีกฝ่ายไม่ถนัดเซ็ตจะเป็นฝ่ายคอยขยับตัวแก้ไขและคอยเสริมให้ จนได้ภาพที่ดีที่สุด ...เพราะไม่ใช่การถ่ายแบบเสื้อผ้า การแสดงความเป็นตัวเองออกมาจึงเป็นสิ่งสำคัญความเป็นคู่แข่งแสดงออกผ่านสีหน้าและแววตา เมื่ออีกฝ่ายทำท่าโมโหเซ็ทก็จะทำท่ายียวนให้เข้าคู่กัน เมื่ออีกคนยิ้มกว้างเซ็ตจะยิ้มมุมปากเพื่อให้เกิดความแตกต่างที่ลงตัวความสูงที่ต่างกัน ขนาดร่างกายที่ต่างกัน ท่าทางที่ต่างกัน อารมณ์ที่ใกล้เคียงกันแต่ก็แสดงออกมากในทิศทางเดียวกัน...เป็นเหมือนแสงและเงาที่ช่วยส่งเสริมความโดดเด่นให้กันและกันได้อย่างเห็นได้ชัดเซ็ตและชายร่างบางนั่งหันหลังพิงกัน เหลือบตามองกันน้อยๆ ยกหลังหมัดชนกันเบาๆ แล้วยิ้มสนุกสนาน“โอเค ใช้ได้ คู่ต่อไป”“เป็นงานที่เยี่ยมไปเลย ขอบใจนะ”เซ็ทยิ้มแล้วเดินออกจากฉาก เดินกลับไปหาเจ๊เจสซี่ที่รอเช็ดหน้าให้ ชายร่างเล็กมองหมัดตัวเองที่ชนกับเซ็ทสักพักใหญ่ แล้วจึงได้รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองทำออกมาได้ดีขนาดไหน ต่อให้ไม่เห็นรูปเขาก็รู้ว่านี่น่าจะเป็นการถ่ายแบบที่ดีที่สุดของตัวเอง เขาตั้งใจจะหันกลับไปขอบคุณ แต่อีกฝ่ายก็เดินไปไกลแล้ว“ฮึก...”เสียงร้องไห้ดังมาจากไกลๆ ชวนให้รู้สึกหลอน แต่แล้วเขาก็พลันนึกขึ้นได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นนางแบบที่โดนช่างภาพต่อว่าจนร้องไห้โฮ ในขณะที่คนรอบข้างมองเมินเพราะต่างคนต่างก็เป็นคู่แข่งของกันและกัน ขาสองข้างของเขากลับเดินตรงไปหยุดต่อหน้าเธอเสียแล้ว“...ร้องไห้ทำไมเหรอ?” ...เขารู้สึกอยากตบปากตัวเอง คิดคำถามที่ดีกว่านี้ไม่ได้รึไงนะ“...ฮึก...ฉัน...ฉันทำได้ไม่ดีเหมือนคนอื่นๆ...บางทีฉันอาจไม่เหมาะจะเป็นนางแบบ” ว่าจบเธอก็ร้องไห้ต่อ ราวกับว่าแค่อยากพูดออกมาเพื่อระบายเฉยๆ“...ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ?”“ฉัน...ฉันอาจจะสูง ตะ...แต่ก็เก้งก้าง แถมยังผอมแห้ง...หุ่นไม่ได้ดีอะไร สู้คนอื่นก็ไม่ได้ หน้าตาก็ระดับกลางๆ ไม่ได้โดดเด่น คนสวยกว่าเยอะแยะไป...ยิ่งช่างภาพว่าขนาดนั้น...ฉัน...”เขาฟังเด็กสาวบ่นไปเรื่อย แต่แล้วก็พลันนึกถึงคำพูดที่ตัวเองพึ่งได้รับ มือหนาเอื้อมไปยืดแก้มอีกฝ่ายทั้งสองข้าง จนเธอตกใจน้ำตาหยุดไหลซะดื้อๆ“สต็อป เรื่องเสียใจเอาไว้แค่นั้น ตอนไปอยู่ต่อหน้ากล้องอีกครั้ง ก็แค่แสดงความเป็นตัวเองออกมา ทำให้สุดฝีมือ แค่นั้นก็พอแล้ว”“...เอ๋?”“เธอก็ดูดีในแบบของเธอ ไม่เห็นต้องไปเหมือนคนอื่นเลย”เด็กสาวกระพริบตาปริบๆ หลังจากประมวลผลคำพูดจบถึงได้หน้าร้อนฉ่าด้วยความเขินอาย เด็กหนุ่มร่างบางยังคงยิ้มไม่รู้สึกรู้สา จนเธอเป็นคนเดียวที่อายจนก้มหน้างุด เขาฉีกยิ้มกว้างแล้วบีบหน้าเธอเล่น“มันเป็นคำพูดที่ฉันได้มาอีกทีล่ะนะ แต่ว่าฉันคิดว่ามันก็จริง แล้วตอนนี้มันก็เหมาะกับเธอมากกว่าฉันด้วย พยายามเข้าล่ะ”“อะ-อื้อ...จะพยายามค่ะ”โดยที่เซ็ตนั้นไม่รู้เลยว่าคำพูดที่ใครๆ ก็รู้ หากแต่มักจะหลงลืมมันไป จะกลายเป็นสิ่งที่เหล่าโมเดลทั้งหลายได้จดจำและนำไปพัฒนาตัวเอง ...อีกทั้งยังกลายเป็นคำพูดที่เชื่อมต่อด้ายแดงให้หนุ่มสาวคู่นี้ไปโดยปริยายอีกต่างหาก...“เฮ้ย ตั้งใจกันหน่อยสิเจ้าพวกบ้านี่!”ภาพสุดท้ายคือการถ่ายรูปรวมของบรรดานายแบบนางแบบที่มาทำงานร่วมกัน โดยฉากหลังคือพระอาทิตย์ที่พึ่งขึ้นจากท้องฟ้า ซึ่งก็เกือบจะไม่ได้รูปที่ต้องการอยู่แล้ว“โอเค เสร็จ แต่พาร์ทใครที่ยังถ่ายไม่เสร็จมาตามถ่ายทีหลังด้วย”เซ็ทเดินฉับๆ ออกจากกอง แม้พาร์ทตัวเองจะเสร็จไปแล้วแต่ก็ต้องอยู่รอถ่ายรูปรวมในหน้าคู่ของนิตยสาร กลายเป็นว่าเซ็ทยังไม่ได้กลับบ้าน แถมยังแทบไม่ได้หลับสักงีบ อีกทั้งแม้หลังจากถ่ายส่วนของตัวเองเสร็จก่อนนานแล้ว คุณช่างภาพปากร้ายก็มาขอให้เซ็ทช่วยจัดท่าให้นายแบบนางแบบคนอื่น เนื่องจากตัวเองหัวร้อนความไร้สามารถของโมเดลคนอื่นๆส่วนใครที่ยังถ่ายพาร์ทตัวเองไม่เสร็จก็ต้องมาถ่ายแก้ในคืนต่อๆ ไป หรือหากมีปัญหายังไงก็อาจจะตัดพาร์ทของคนมีปัญหาออก แล้วเอารูปของคนอื่นใส่แทนเพื่อที่ว่าไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินจนมากเกินงบ นั่นทำให้งานส่วนใหญ่เสร็จได้ในคืนเดียว เพราะไม่มีใครอยากให้รูปตัวเองโดนตัดออกหรอก“เซ็ทจะกลับบ้านไปนอนมั้ย?”เจ๊เจสซี่ถามทันทีที่ขึ้นรถ ถึงเซ็ทจะไม่ได้ดูสะโหลสะเหลอะไร แต่เด็กมัธยมทั่วยังก็สมควรได้นอนเต็มอิ่ม ไม่ใช่มาทำงานข้ามคืนแบบนี้ ...ถึงตอนอยู่เกาหลีเซ็ทจะต้องโต้รุ่งบ่อยๆ ก็เถอะ“กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปเรียนต่อก็ได้ครับ”“จะดีเหรอ ไม่ง่วงเหรอเซ็ท?”“นิดหน่อยครับแต่ไหวอยู่ ยังไงพรุ่งนี้บ่ายก็มีงาน แล้วก็จะมีงานติดๆ กัน อย่างน้อยผมควรเข้าเรียนบ้าง ปีนี้ผมยังแทบไม่ได้เข้าเรียนเลยนี่นา”“เอาเถอะ ก็ได้ แต่ถ้ามีคาบว่างต้องนอนพักนะ อย่าลืมใช้ครีมบำรุงที่ซื้อมาด้วย เดี๋ยวหน้าโทรมหมด” เจ๊เจสซี่บ่น ว่าแล้วเธอก็ควรเข้าช็อปไปหาครีมให้เซ็ทเพิ่มซะล่ะมั้ง“ไม่ลืมครับ เจ๊เจสซี่ไปช่วยต่อว่าลุงโชคแทนผมดีกว่า”“ไม่ลืมเดี๋ยวเจ๊บ่นให้แน่นอน”เซ็ทพยักหน้าขอบคุณ หลับตาพักผ่อนชั่วคราว เจ๊เจสซี่ก็ขับรถช้ากว่าปกติ อย่างน้อยๆ ก็ให้เซ็ทได้พักมากหน่อยก่อนเข้าเรียน แต่จริงๆ แล้วเซ็ทนั้นไม่ได้หลับ{ไลล่าติดต่อเข้ามาครับ ดูเหมือนว่าเธอจะจัดหาสิ่งที่ขอไปเรียบร้อย ผมจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ให้คุณหมดแล้ว}‘โอเค บอกเธอไปว่าเดี๋ยวว่างแล้วจะติดต่อกลับ’{รู้สึกว่าคุณจะไม่มีเวลาว่างนะ}‘เวลานอนมีไว้ทำไรล่ะ’{ไว้นอนครับ}‘...’
‘ทุกคนต่างก็ดูดีในแบบของตัวเอง ไม่เห็นต้องไปเหมือนคนอื่นเลย’
--------------------------กลับมาแล้วค่าา เสาร์อาทิตย์ได้พักผ่อนกันเต็มอิ่มมั้ยเอ่ย แมวนี่เต็มอิ่มมาก นอนเป็นคนไข้ติดเตียงเลย หยุดถูกวันสุดๆ ถถถ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ แมวเป็นห่วง //ไม่ได้ทิ้งแมวไปไหนกันใช่มั้ยยย?ขอขอบคุณทุกคนอ่าน คนติดตาม คนเปย์ คนคอมเม้นต์ คนที่คอยให้กำลังใจ ขอบคุณมากค่าาาา >