Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 31

    “การเปิดใจรับฟังคำอวยพรจากทวยเทพจะนำท่านไปสู่สันติสุขแท้จริง เชิญเข้ามารับชมรับฟังกันก่อนได้นะครับ” กร และเหล่าบาทหลวงคนอื่นๆยังคงยืนแจกใบปลิวให้กับผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาหน้าบูธของพวกเขาเช่นเดิม แต่ต่างจากตอนเช้าก็ตรงที่สีหน้า และน้ำเสียงของพวกเขานั้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรง อย่างไรก็ตามกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแผ่คำสอนของลัทธิไลเทน่า เหล่าสาวกผู้เติบโตภายใต้การชี้นำจากทวยเทพจึงพยายามทำสิ่งเหล่านี้อย่างเต็มที่ แม้ว่ามันจะดูเหนื่อยยาก และมีผลตอบรับกลับมาเพียงน้อยนิดเท่านั้นแต่พวกเขาก็ไม่ยอมแพ้ ยิ่งตอนนี้ภายในบูธของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์กำลังมีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งได้เข้ามาขอคำปรึกษา ซึ่งก็ได้บาทหลวงเดวิดนักบวชอาวุโสชั้นสูงกำลังรับฟัง และให้คำแนะนำกับเธออยู่ แต่เธอก็ทำให้เดวิดต้องลำบากใจไม่น้อย เพราะตลอดเวลาที่เล่าเรื่องชีวิตแสนเศร้าอยู่นั้น เธอก็ร้องไห้ฟูมฟายออกมาด้วยจนยากจะจับใจความ“เอิ่ม...สรุปว่าเรื่องที่คุณเล่ามาทั้งหมดก็คือ อยากให้ผมทำพิธีส่งวิญญาณให้กับหมาของคุณสินะครับ” เดวิดกล่าวถามย้ำความตั้งใจของผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง“เขาไม่ใช่หมาทั่วไป แต่กุชชี่ เป็นเหมือนลูกชายของดิฉันเลยนะคะ ฉันทำคลอดเขาเองกับมือ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาก็ไม่ดื้อไม่ซน บอกอะไรก็ทำตามทุกอย่าง ตอนดิฉันป่วยเขาก็คอยดูแลอยู่ข้างๆไม่ไปไหน แม้แต่ก่อนที่กุชชี่จะจากไปเขายังมาปลอบใจไม่ให้ฉันต้องเศร้าเลยด้วยซ้ำ เห็นไหมว่าลูกของฉันดีแค่ไหน” หญิงวัยกลางคนยังคงชื่นชมเจ้าหมาน้อยของตัวเองอย่างไม่ขาดปาก พร้อมกับสายน้ำตาที่ยังคงหลั่งไหลออกมาไม่ขาด‘เฮ้อ! ผมก็เข้าใจคุณอยู่หรอกนะว่าเสียใจ แต่ช่วยหยุดฟูมฟายก่อนจะได้ไหม’ เดวิดบ่นอยู่ในใจกับเรื่องราวการจากไปของสุนัขตัวน้อยแต่ไม่กล้าพูดออกมา เพราะอย่างไรหน้าที่ของเขาก็คือทำให้คนที่มาปรึกษานั้นรู้สึกสบายใจ แต่ในขณะที่เดวิดกำลังกลุ้มใจกับการปลอบโยนหญิงวัยกลางคนอยู่นั้น กรก็เดินเข้ามาพร้อมกับน้ำเปล่าขวดหนึ่ง“คุณผู้หญิงจิบน้ำสักหน่อยจะได้สบายใจขึ้นนะครับ ในส่วนของพิธีการส่งวิญญาณนั้นแม้ว่าทางโบสถ์สาขาของเราจะไม่เคยทำมาก่อน แต่ว่าพวกเราก็มีบันทึกโบราณจากสาขาอื่นที่เคยทำมาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นคงต้องขอเวลาเตรียมการสักหน่อยไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงพอจะว่างวันไหนอย่างนั้นเหรอครับ” กามเทพหนุ่มนำน้ำมาวางบนโต๊ะเสร็จก็กล่าวรับอาสาทำพิธีแทนเดวิดไปพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ“เอ๋! ทำได้จริงเหรอคะ? ดิฉันต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พวกท่านต้องลำบาก แต่ก็ขอบคุณมากจริงๆค่ะ เพราะไปที่ไหนก็ไม่มีใครรับรับทำพิธีให้เลย เอ่อ...วันอาทิตย์หน้าเป็นยังไงคะ?” เธอดีใจเป็นอย่างมากที่กรรับปาก พร้อมกับนัดวันเรียบร้อย“บราเตอร์เดวิดว่ายังไงครับ คิดว่าพวกเราจะเตรียมงานกันทันไหม?” กรรีบหันไปถามหัวหน้าของเขาทันที แน่นอนว่ารอยยิ้มของชายหนุ่มสื่อสารออกมาว่าให้นักบวชอาวุโสตามน้ำไปด้วย“ใช่ครับๆ เดี๋ยวทางเราจัดการให้ไม่มีปัญหา แต่ว่าต้องขอเวลาหน่อยเท่านั้นเดี๋ยวขอเบอร์ติดต่อไว้ด้วยนะครับ” สุดท้ายเดวิดที่หาทางออกไม่ได้ก็ต้องทำตามที่กรแนะนำ เรื่องราวทั้งหมดจึงจบลงไปด้วยดีซึ่งแน่นอนว่าคนที่ดีใจที่สุดก็คือเดวิดเอง เพราะนอกจากปัญหาตรงหน้าเขาจะจบลง ยังได้ผู้สนับสนุนโบสถ์คนใหม่ที่ท่าทางมีเงินมากอีกด้วย หลังจากนั้นกลุ่มนักบวชทุกคนก็เข้ามาชื่นชมกรเป็นการใหญ่“เยี่ยมมากเลยจ้ะกร ไม่นึกเลยว่าแค่พูดไม่กี่ประโยคก็ปลอบคุณนายคนนั้นได้แล้ว” แม่ชีสาวกล่าวชื่นชมเป็นคนแรก“สุดยอดเลยคุณกร ตอนแรกผมนึกว่าบราเตอร์เดวิดจะระเบิดออกมาเสียแล้ว ดีนะที่คุณแก้สถานการณ์ได้ทัน” บาทหลวงอีกคนก็ดีใจกับกรเช่นกัน“ขอบคุณนะคุณกร ผมที่ฟังเขาพูดไม่รู้เรื่องก็ปวดหัวมากๆเลย แต่เรื่องพิธีส่งวิญญาณสัตว์เลี้ยงนั่นคุณไปรู้มาจากไหนเหรอ? ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย” เดวิดขอบคุณออกมาด้วยใจจริง แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจกับสิ่งที่เทพหนุ่มพูดอยู่“เรื่องนั้นผมก็แค่พูดให้คุณนายเขาสบายใจแค่นั้นล่ะครับ ยังไงเรื่องพิธีกรรมก็ต้องฝากคุณเดวิดจัดการด้วยนะครับเพราะผมเองก็ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย แหะๆ” กรตอบกลับไปตามตรง พร้อมกับท่าทางเขินอายเล็กน้อย“ฮะๆ เป็นอย่างนั้นเองหรอกเหรอ เอาเถอะ เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาที่เหลือผมจะจัดการเอง ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะ” เดวิดไม่ได้ถือสากับเรื่องที่กรแต่งขึ้นมา แถมยังยิ้มไม่หุบเลยอีกด้วย“ผมก็ต้องตอบแทนคุณเดวิดด้วยที่ดูแลผม ไม่งั้นชีวิตคงลำบากแย่เลย ถ้ายังไงผมขอตัวไปห้องน้ำสักครู่นะครับ” กรที่หาโอกาสพักมาตลอดในที่สุดเวลาก็เอื้ออำนวยสักที เพราะตลอดบ่ายที่ยืนแจกใบปลิวเขาทั้งเมื่อยทั้งเจ็บคอไปหมดแล้ว ในที่สุดบาทหลวงหนุ่มก็ได้พักผ่อนเสียที เขาเดินออกจากบูธมาด้วยรอยยิ้มสบายใจ จนกระทั่งเลี้ยวผ่านหัวมุมร้านค้าใกล้ๆมาเล็กน้อย“เย้ย!” กรสะดุ้งตกใจเมื่อเลี้ยวมาปุ๊บก็เจอกับผู้ชายตัวใหญ่ในชุดสูทสีดำยืนขวางทางอยู่“ทางนี้ผ่านไม่ได้ครับ เชิญอ้อมไปทางอื่นด้วย” ชายหน้าโหดร่างกายกำยำสวมแว่นตาดำ หูข้างซ้ายมีหูฟังวิทยุเสียบอยู่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนคนนี้คือบอดี้การ์ดอย่างแน่นอน“โธ่! แต่ทางอื่นมันไกลห้องน้ำนี่ครับ พี่ชายผมปวดฉี่จริงๆให้ผมผ่านไปเถอะนะ” กรพยายามขอร้องชายหน้าโหดด้วยเสียงอ่อน“ไม่ได้ครับ กรุณาเชิญทางอื่น” บอดี้การ์ดตัวสูงอย่างกับตึกตอบกลับมาสั้นๆห้วนๆดูน่ากลัว กรที่ไม่อยากมีปัญหาก็จำใจเดินอ้อมไปตามที่อีกฝ่ายบอกโดยดี‘เฮ้อ! นี่มันโซนมูลนิธิแท้ๆ ทำไมถึงมีพวกมาเฟียมากร่างได้ล่ะเนี่ย’ กรบ่นขึ้นมาในใจขณะที่กำลังเดินไปตามทาง แต่ในขณะนั้นเองเขาก็สะดุดตาเข้ากับบูธมูลนิธิชาวไทยภูเขาด้านข้าง ไม่ใช่เพราะการแต่งตัวในชุดชนเผ่าอันโดดเด่นที่พวกเด็กๆ 2-3 คนสวมใส่อยู่ แต่พวกเขากำลังแอบดูอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านหลังฉากกั้นบูธของตัวเอง และบังเอิญว่าด้านหลังบูธนี้เองก็คือส่วนที่บอดี้การ์ดได้ปิดขวางทางเอาไว้พอดี ด้วยความรู้สึกค้างคาใจของกามเทพหนุ่ม เขาจึงอดที่จะอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่ตรงนั้น กรจึงตัดสินใจเข้าไปร่วมเป็นไทยมุงกับเด็กๆด้วยซะเลย“นี่ๆน้องครับ พี่ขอดูด้วยได้ไหม เขากำลังทำอะไรกันอย่างนั้นเหรอ?”“ชู่วๆๆ พี่เบาๆสิ เดี๋ยวพวกหน้าโหดก็ได้ยินหรอก” เด็กชายวัยสิบขวบหันมาจุ๊ปากปากบอกให้กามเทพหนุ่มเงียบลง“ได้ๆพี่จะพูดเบาๆนะ ตกลงพวกเขากำลังทำอะไรกัน ถ่ายหนังอยู่รึเปล่า?” กรกล่าวถามเสียงค่อยกับเด็กน้อยด้านข้าง“ใช่ที่ไหนเล่าพี่ ตาแก่นั่นกำลังจะปล้ำพี่สาวคนนั้นต่างหาก” เด็กชายกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก“ใครมันจะไปทำเรื่องแบบนั้นกลางวันแสกๆกลางงานแบบนี้ พี่ว่าเขาถ่ายหนังอยู่...” กรที่ไม่เห็นด้วยกับคำพูดที่ฟังดูเพ้อเจ้อของเด็กน้อย จึงลองส่องดูด้วยตัวเองซึ่งมันทำให้เขาถึงกับชะงักไปทันที ภาพที่กามเทพหนุ่มเห็นอยู่ตรงหน้านั้นอย่างกับฉากตัวร้ายฉุดนางเอกในละครเลยก็ว่าได้ เพียงแต่ว่ารอบข้างชายชราโรคจิตที่กำลังกอดจูบลูบคลำหญิงสาวอยู่นั้น ไม่ได้มีผู้กำกับหนัง ช่างกล้อง ช่างไฟ หรือว่าทีมงานใดๆเลย มันมีเพียงแต่เหล่าบอดี้การ์ดหน้าโหดนับสิบคนที่ยืนหันหลังล้อมคนทั้งสองอยู่เท่านั้น“ไอ้เวรเอ้ย! ฉันจะต้องรีบไปตามคนมาช่วย” กรสบถออกมาด้วยความโมโห แต่เขาก็ยังมีสติพอที่จะไม่พูดเสียงดัง“เดี๋ยวก่อนพี่ กว่าพี่จะวิ่งไปตามรปภ.ที่ทางออก แล้วกลับมายังต้องเจอพวกหน้าโหดขวางไว้อีก ผมว่าพี่ชายเข้าไปช่วยพี่สาวเองจะดีกว่า...”

    คล้ายกับเรื่องGashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ ที่คุณอ่าน