บทที่ 4 บุญคุณนี้ไม่ต้องทดแทนก็ได้
การเดินกลับค่ายทหารเป็อะไรที่ทุลักทุเลพอสมควรเนื่องจากคนตัวสูงเจ็บหนักทำให้เคลื่อนที่เร็วไม่ได้นัก ทว่ามู่เหยียนต้องขอชื่นชมในใจ หวังเฟิงหลงเป็ชายที่มีความอดทนสูงมาก เขาไม่ปริปากหรือหลุดร้องเจ็บแผลเลยแม้แต่น้อย หากเป็นางล่ะก็..
คงกรี๊ดแปดตลบ ร้องไห้เป็เผาเต่าหรือโอดโอยตลอดเวลาแน่ๆ
ประกอบกับตัวเฟิงหลงสูงกว่านางมากกว่าห้าชุ่น*เห็นจะได้ส่งผลให้ต้องเทตัวมายังฝั่งที่เตี้ยกว่าซึ่งมู่เหยียนก็รับรู้ได้ว่าชายหนุ่มพยายามไม่ทิ้งน้ำหนักมายังนางทั้งหมด ทว่าก็ยังคงเดินลำบากอยู่ดี
“ใกล้ถึงแล้วท่านแม่ทัพ” นางเอ่ยอย่างตื่นเต้นดีใจ เหงื่อชุมไปทั้งหลังและจั๊กกะแร้ เฟิงหลงตัวหนักกว่าที่คิดไว้นัก
และเพราะนางดีใจเกินไปหน่อยจึงทำให้ก้าวเท้าผิดจังหวะเสียหลัก ซึ่งส่งผลให้คนตัวสูงกว่าเสียหลักเช่นกัน มือหนาคว้าหมับเข้าให้ที่หน้าอกนาง!
“เอี้ย!!”
มู่เหยียนอุทานด้วยความใ ด้วยสัญชาตญาณความเป็กุลสตรีทำให้สาวเ้าเผลอผลักคนข้างตัวออกทันที ชายหนุ่มไม่คาดคิดถึงการกระทำนี้รีบคว้าตัวการเป็หลักยึดแต่ร่างบอบบางหรือจะต้านแรงได้ ทั้งคู่ล้มลงกับพื้นเสียงดัง
คนมีรอยแผลครางเจ็บในลำคอเมื่อพลทหารล้มทับร่างเขาเต็มๆ
“อุ๊บ!” ตามมาด้วยแรงกระแทกที่ฟันหน้าล่างและริมฝีปาก
มู่เหยียนตัวแข็งด้วยความใ ลืมความเจ็บจากฟันกระแทกเมื่อริมฝีปากของตนััถึงความนุ่มและอุ่นร้อน อีกฝ่ายก็เบิกตากว้างด้วยความใเช่นกัน หน้าของพวกเขาใกล้กันจนััได้ถึงลมหายใจของแต่ละฝ่าย
นี่มันฉากในละครชัดๆ
ทว่าจูบแรกของนางเต็มไปด้วยคาวเื..
มู่เหยียนผงกหัวขึ้นเมื่อสบกับั์ตาดุ
“ข้าขอโทษ!”
“ลุก” แม่ทัพหนุ่มกดเสียงต่ำระงับความโกรธ
ฉิบหาย โดนสั่งตัดหัวแน่!
มู่เหยียนลนลานออกจากตัวแม่ทัพ ก่อนจะคุกเข่าขอโทษขอโพย โขกหัวกับพื้นได้โขกไปแล้วพี่น้องครับ
“ข้าขอโทษ! ข้าไม่ได้ตั้งใจ มือมันไปเองอะ ก็.. ก็ท่านเอามือมาโดนตัวข้า คนมันก็ต้องใซี่ เพราะฉะนั้นข้าไม่ได้ตั้งใจนะ แล้ว.. แล้ว แล้วข้าก็ไม่ได้ตั้งใจจูบท่านนะ ข้าขอโทษ!!”
คนโดนขโมยจูบชะงักเล็กน้อยเมื่อฟังคำขอโทษมาถึงประโยคสุดท้ายจังหวะเดียวกับมู่เหยียนเงยหน้าขึ้นมาพบกับแก้มขึ้นสีดอกท้อเพราะความเขิน (เฟิงหลง : ความโกรธต่างหากเล่า!) ปากแตกเืซิบเพราะฟันของนางไปเฉาะเข้าเต็มแรง
“อย่าบอกนะว่าเป็จูบแรกของ-”
“พูดจบหรือยัง” เฟิงหลงขัดเสียงต่ำ คิ้วขมวดแน่น ั์ตาแววโรจน์ปานจะฉีกนางออกเป็ชิ้นๆ แม้จะดูขัดกับใบหน้าคมคายที่แดงระเรื่อมาถึงลำคอก็ตาม
มู่เหยียนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนตอบ “จะ..จบแล้วขอรับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็พยุงข้าขึ้นแล้วกลับค่าย”
“ขอรับ”
หญิงสาวรีบถลาเข้าไปพยุง ฉีกยิ้มหวานประจบไปหนึ่งแมทซ์
ขอโทษนะพ่อพระเอก นายมาลวนลามฉันก่อนนี่นา
หลังจากเหตุการณ์เฉียดตายของแม่ทัพใหญ่ก็มีการส่งหน่วยลาดตะเวนเข้าป่าทันที เพิ่มกะในการลาดตะเวนมากขึ้น รวมไปถึงบริเวณกระโจมแม่ทัพก็มีการเพิ่มรักษาความปลอดภัยเช่นกัน ส่วนเื่อาการาเ็ ไม่มีใครทราบอาการของแม่ทัพว่าเป็เช่นไรบ้าง ทุกอย่างล้วนเป็ความลับ
ซึ่งนี่ก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว นางหวังว่าพระเอกจะกลับมาแข็งแรงโดยเร็ววัน ไม่อย่างงั้นเนื้อเื่จะดำเนินต่อไปได้อย่างไรเล่า
ในวันเกิดเหตุเมื่อนางมาถึงค่ายก็พบหลี่เฉิงไห่พอดี เขากำลังวิ่งวุ่นตามหาตัวแม่ทัพ ถึงว่ายังไม่ไปช่วยเพราะมันหาพระเอกไม่เจอ! หลังจากเฉิงไห่มาพบสภาพปางตายของแม่ทัพหนุ่มก็มีอันต้องพิโรธ รีบส่งคนตามหน่วยพยาบาลมารักษาและแน่นอนกักตัวนางไว้เพื่อสอบสวนภายหลัง
หลี่เฉิงไห่เป็บุรุษหน้าหวาน ดูอ่อนโยนราวเทพบุตรหากแต่ปากคอเราะร้ายโดยเฉพาะกับสาวๆ สาวคนไหนที่เผลอหลงเสน่ห์ราวแมลงวันตอมขี้ เอ๊ย ผีเสื้อตอมเกสร แต่พอเข้าไปทำความรู้จักมักถูกตะเพิดกลับมาเสียจนไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่มเลยด้วยซ้ำ ในนิยายผู้หญิงที่เฉิงไห่ยอมพูดดีด้วยมีเพียงนางเอก ง่ายๆ คือเป็พระรองช้ำรัก ทำให้ได้ทุกอย่างแต่ไม่ได้เธอมาครอง
เป็ได้แค่แบตสำรองล่ะนะ
น่าสงสารจริงๆ
..
ถุ้ย นางขอเก็บความสงสารกลับมาคืนมาให้หมด หน้าตาอ่อนโยนขัดกับนิสัยเสียจริง หมอนี่นอกจากจะเอาแต่ซักถามนางแล้วยังมีหน้ามาด่านางด้วยว่าไร้ฝีมือจนทำให้แม่ทัพของตนาเ็หนัก แบบนี้จะไปปกป้องใครได้ หรือแม้แต่จะเอาชีวิตรอดจากศึกายังยาก บลาๆๆๆ มู่เหยียนแอบกลอกตามองบน ไม่ได้แค่ปากเสียกับผู้หญิง มันปากเสียกับทุกคน!
นางอยากะโกลับไปเสียเหลือเกินว่า
‘เฮ้ คนที่ควรไปช่วยมันคือเ้า ใครกันแน่ที่กากไม่สามารถไปช่วยเฟิงหลงได้ฮะ!’
เฮ้อ คนที่นี่ไม่รู้จักคำว่าขอบคุณกันหรือยังไง
“มู่เหยียน!”
นั่นไง นึกถึงผี ผีก็มา
หลี่เฉิงไห่โผล่หัวมายังกระโจมของนางในยามอิ๋น (3.00-4.59 น.) ก่อนจะถูกลากตัวไปยังกระโจมแม่ทัพท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนๆ ทุกคน หัวหน้าหมู่กระซิบบอกตอนเดินผ่านว่าจะแจ้งหัวหน้ากองให้ว่ามู่เหยียนหายไปไหน
ที่ทุกคนไม่แปลกใจว่าทำไมระดับขุนพลอย่างหลี่เฉิงไห่มาตามนางถึงที่ เนื่องจากวันนั้นนอกจากเฉิงไห่แล้วก็มีคนในหมู่มาเจอนางด้วย เพราะมาตามหานางที่คอกม้าพอดี แล้วข่าวก็แพร่สะพัดยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
“เอ่อ ท่านแม่ทัพเป็อย่างไรบ้างหรือขอรับ” ทนไม่ไหวที่จะเอ่ยถามออกมา “แล้วเรียกข้าออกมาทำไมหรือขอรับ”
จู่ๆ ก็มาเรียกแล้วให้เดินตาม นางอยากรู้จะแย่แล้วว่าสถานการณ์เป็อย่างไร ไม่ใช่ว่าเขาซักไซ้นางจนเสร็จแล้วหรือ
ขุนพลหน้าหยกเหล่ตามองก่อนจะสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมตอบคำถามสักคำถาม
“ถึงแล้ว”
เพราะอยู่ๆ เ้าตัวหยุดเดินกระทันหันทำให้มู่เหยียนที่กำลังเดินคิดอะไรในหัวเดินชนแผ่นหลังเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย!” จมูกกระแทกกับเกราะเหล็ก
“ฮึ” หลี่เฉิงไห่ปากคว่ำ สีหน้ามืดครึ้ม เบี่ยงตัวหลบให้ผู้มีพระคุณของสหายสนิทเข้ากระโจม
กระโจมแม่ทัพเป็กระโจมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในค่ายนี้เลยก็ว่าได้ หน้าประตูมีทหารสองคนยืนเฝ้าอยู่ เมื่อหญิงสาวเดินเข้าไปก็พบโต๊ะขนาดใหญ่และยาว มีแผนที่และตัวหมากวางไว้เต็มไปหมด เก้าอี้ตรงหัวโต๊ะมีใครไปไม่ได้นอกจากแม่ทัพหนุ่ม เขากลับมาดูปกติเหมือนเดิมทุกอย่างจนถ้านางไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอนี่เคยเสียเืมากเพียงใด
“ท่านแม่ทัพ” นางคารวะ
“เ้า..มู่เหยียนสินะ”
“ขอรับ” หลี่เฉิงไห่คงเล่าเื่ตัวนางให้เฟิงหลงทราบหมดแล้ว
“เงยหน้าขึ้น”
มู่เหยียนเงยหน้าขึ้นตามคำสั่ง สบั์ตาสีดำสนิทเนิ่นนานจนนางเผลอเอียงหัวเล็กน้อยด้วยความสงสัย แม่ทัพสติหลุดไปแล้วหรือทำไมถึงจ้องนางนานเหลือเกิน
จ้องแล้วเงียบหมายความว่าไง? หาเื่เหรอ? เอ๋??
“เอ่อ ท่านแม่ทัพ”
“ข้ารอดตายมาได้เป็เพราะเ้า” แล้วเขาก็เอ่ยขึ้นมาลอยๆ
“ขอรับ” มู่เหยียนยังงุนงงกับสถานการณ์เมื่อสักครู่แต่ก็ตอบรับแต่โดยดี
“บุญคุณต้องทดแทน”
มู่เหยียนได้ยินก็ตาลุกวาว มุมปากกระตุกยิ้ม รอคอยรางวัลที่ตนกำลังจะได้ในอีกไม่กี่อึดใจ
..
แล้วนางก็อยากจะกรี๊ดใส่หน้าคนหน้าตาย รางวัลที่ว่าคือการฝึกทหารกับเขาตัวต่อตัวอย่างไรล่ะ!
เหตุผลน่ะหรือ ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่บอกว่าเพื่อนางจะได้มีชีวิตรอดในานี้ เขาจะฝึกฝนจนนางแข็งแกร่งไม่เป็รองใคร ถือเป็การตอบแทนในรูปแบบของเขา
“ข้าเกรงข้าท่านจะไม่มีเวลา” นางรีบหาข้ออ้าง
เขาลือกันว่าเวลาใดที่แม่ทัพมาตรวจดูพัฒนาการของเหล่าทหารแล้วล่ะก็ เตรียมน้ำตารอไว้ได้เลย ฝึกหนักฝึกจริง ทำไม่ได้ไม่ต้องกินข้าว ทำไม่ครบไม่ต้องนอน ดุยิ่งกว่าหมาเอ๊ยเสือ
“ข้าจัดสรรเวลาได้ ยามเว่ยมาหาข้าที่นี่” ว่าจบก็โบกมือไล่นางให้ออกไป
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเพียงนางกระพริบตาทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จก็ยามเว่ย (13.00-14.59 น.) เสียแล้ว มู่เหยียนมาถึงกระโจมแม่ทัพ ทหารเฝ้าประตูะโบอกว่านางมาถึงแล้ว พอเฟิงหลงอนุญาตให้เข้าไปได้นางจึงเดินเข้าไป พบเฉิงไห่ส่งสายตาเชือดเฉือนมาให้ก่อนจะเดินสวนเพื่อออกจากกระโจม เฟิงหลงพานางมายังลานฝึกส่วนตัวของเขาด้านหลังกระโจม ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ ทั้งสิ้นเขาเริ่มฝึกนางทันที
เฟิงหลงโยนกระบองให้นาง มู่เหยียนรับไว้เกือบไม่ทัน แต่ก็รับได้นะเออแม้ท่าจะพิลึกหน่อยก็ตาม เขาให้นางแสดงกระบวนท่าที่ได้เรียนรู้มาให้เขาดู มู่เหยียนพยักหน้าตกลงแล้วทำให้ดู มั่นใจพอสมควรเพราะตนแอบไปซุ้มซ้อมมาไม่น้อย
ทว่าความมั่นใจก็สลายไปอย่างไม่เหลือฝุ่น เฟิงหลงติเกือบทุกกระบวนท่าจนเขาต้องสาธิตกระบวนท่าต่างๆ ให้ดูเป็ขวัญท่า รุนแรงและรวดเร็ว องอาจและหวั่นเกรง นางให้คำจำกัดความเมื่อเห็น หลังจากนั้นเขาค่อยให้นางทำตามทีละขั้นตอนโดยมีท่านแม่ทัพคอยตรวจสอบว่าถูกหรือไม่ ยืนขาห่างเกินไปหรือแคบเกินไป ทิ้งน้ำหนักตรงไหนก่อนเวลาเปลี่ยนท่าจะได้ต่อเนื่องและไม่เสียสมดุล ซึ่งนางมักจะทิ้งน้ำหนักผิดหลายรอบ ทำให้ไม่มีแรงส่งในท่าถัดไป
“ข้าบอกว่าทิ้งน้ำหนักที่ส้นเท้าให้มั่นคงก่อน ไม่ต้องรีบ” เสียงทุ้มดุเมื่อมู่เหยียนทำผิดอีกครั้ง “เริ่มใหม่”
ขอบอกว่าโหดฉิบหาย นางฝึกเนื่องกันสองชั่วยามจนหมดแรง จึงแอบยืนพักเหนื่อย ระหว่างที่เฟิงหลงไม่อยู่ เขามักจะขอตัวไปคุยงานในกระโจมบ่อยครั้ง เห็นได้ชัดว่ายุ่งมาก แต่เวลานางพักหมอนี่ก็จะโผล่มาข้างหลังเหมือนผีตามอาฆาต แล้วก็ลงโทษสั่งให้ฝึกท่านี้เพิ่มอีกห้าสิบรอบ
นี่เป็รางวัลหรือบทลงโทษกันแน่!
แต่มีเื่ดีอย่างหนึ่งคือนางสามารถแอบส่องทหารหน่วยอื่นๆ ได้ ทหารแถวนี้งานดีจริงๆ ซิกแพคกันทั้งนั้น ไม่เหมือนแถวนาง อาจเพราะเป็หน่วยที่เพิ่งถูกตั้ง แต่ละคนยังไม่ได้รับการฝึกฝนที่เพียงพอหุ่นจึงยังไม่ล่ำ
“ท่านแม่ทัพ ท่านไม่หิวหรือขอรับ” นางเอ่ยถาม เพราะนางหิวมากๆ ตอนนี้เลยเวลากินข้าวเย็นไปนานแล้ว แต่นางไม่สามารถทำท่าทางได้ถูกต้องครบห้าสิบรอบสักทีจึงยังไม่ถูกปล่อยตัว หวังว่าจางฉวนจะแอบเก็บอาหารมาให้นางกิน
ครูฝึกจอมโหดเลิกคิ้วขึ้นสูง “ไม่”
“ข้าไม่ได้หิวนะ ข้าแค่เป็ห่วงท่าน กลัวท่านจะเป็อะไรไป” มู่เหยียนกล่าวพร้อมลดกระบองในมือลง เดินเข้าไปหาแม่ทัพหนุ่ม ทำเป็สอดส่องาแที่เขาได้รับ “เพิ่งได้รับาเ็มา ท่านต้องพักผ่อนให้มากๆ นะขอรับ ถ้าเป็ลมล้มพับขึ้นมาข้าแบกท่านไม่ไหวแล้วนะ” พร้อมส่งสายตาน่าสงสาร
เฟิงหลงผ่อนลมหายใจ แหงนหน้าดูท้องฟ้าเห็นว่าพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว คาดว่าพลทหารคงไม่มีสมาธิในการฝึกแล้ว ถึงจะดึงดันให้ฝึกต่อไปก็คงไม่เกิดประโยชน์
“วันนี้พอแค่นี้” ว่าจบก็หันหลังเดินกลับเข้ากระโจม
มู่เหยียนลอบยิ้ม วิ่งตามหลัง
ฮึ นางรู้ว่าหมอนี่มันแข็งนอกอ่อนใน!
*1 ชุ่น = 1 นิ้ว