แสงขมุกขมัวต้องบนร่างเหยาซีร่างอรชรนั้นพลันสั่นสะท้าน ศีรษะงดงามก้มต่ำ แม้แต่ใบหูขาวผ่องก็แดงก่ำขึ้นมา
"..."
"ติดตั้งแต่ครั้งแรกเลย..."
มู่เสินฉวนรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้ราวกับความฝัน
ท้ายที่สุดแล้วยิ่งมีกายาศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งเพียงใดโอกาสให้กำเนิดทายาทก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น
เขาคือกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลเหยาซีคือกายวิถีแต่กำเนิด!
ทายาทที่กำเนิดมาย่อมเป็นกายาวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่กำเนิด!
หากผู้ถือครองกายานี้ถือกำเนิดย่อมสั่นสะเทือนไปทั่วหล้าทั้งห้าแคว้น!
แต่สิ่งเดียวที่อธิบายได้ก็คือพลังแห่งโชคชะตาของตระกูลมู่ที่เพิ่มขึ้นอยู่เนืองๆ นั้นเหมือนจะถูกนำไปใช้ในเรื่องนี้เสียแล้ว!
"ข้าเข้าใจแล้ว"
"ต่อไปเจ้าจงพำนักอยู่ที่ทะเลไร้สิ้นสุดแห่งนี้เถิด"
"เรื่องอื่นๆ ไม่ต้องกังวล"
มู่เสินฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ
การให้กำเนิดทายาทที่มีพลังกายาที่แข็งแกร่งเช่นนี้เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
คัมภีร์ไร้กำเนิดที่เขาได้มาก็ถึงคราวที่ต้องนำมาใช้เสียที!
ใครจะรู้ในอนาคตอาจได้รับคัมภีร์เซียนมาก็เป็นได้
"อืม..." เหยาซีกระซิบตอบด้วยดวงตางามเป็นประกาย
"ไปเถิด ตามข้ามา"
สิ้นเสียง มู่เสินฉวนโบกมือใหญ่ปล่อยพลังอ่อนโยนออกมา นำพาเหยาซีเข้าไปในเกาะเทพหลัก
ภาพนั้นย่อมถูกบรรดาผู้ฝึกตนและคนในตระกูลมู่ที่อยู่ในที่นั้นเห็นเข้า
ความประหลาดใจฉายชัดในดวงตาผู้ฝึกตนบางคนถึงกับต้องขยี้ตา เพราะคิดว่าตนเองตาฝาด
"นั่นไม่ใช่ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือเหยาซี หรอกหรือ?"
"เหตุใดนางจึงมาเยือนตระกูลมู่แต่เพียงผู้เดียวไม่มีผู้ฝึกตนจากเหยาฉือติดตามมาด้วยสักคน"
"ไหนจะ…ตอนเจอหน้ากับผู้นำตระกูลมู่กลับมีท่าทีขวยเขิน?" ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยรู้สึกประหลาดใจ
เหยาซีคือธิดาศักดิ์สิทธิ์เหยาฉืองดงามหาใดเปรียบ รูปร่างหน้าตางามล่มเมือง เป็นเทพธิดาในฝันของใครหลายคนไม่มีผู้ฝึกตนทั่วไปคนใดเคยได้ยลโฉมนาง
วันนี้นางกลับมายังทะเลไร้สิ้นสุดแต่เพียงผู้เดียวจึงทำให้ทุกคนรู้สึกงงงวยกันหมด
"บางทีคนทั้งสองอาจ…มีเรื่องราวเบื้องหลัง"
"ตอนที่เมืองศักดิ์สิทธิ์จัดงานใหญ่ที่โรงเดิมพันศิลาของเหยาฉือ เหยาซีก็เคยเข้าพบผู้นำตระกูลมู่เป็นการส่วนตัว"
"โอ้? มีเรื่องเช่นนี้ด้วย!"
"ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไมผู้คนในเหยาฉือก็รู้เรื่องนี้!"
"..."
ผู้ฝึกตนหลายคนอยู่ที่มุมหนึ่งของเกาะซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปาก
โดยรอบยังมีผู้ฝึกตนอีกมากมายที่เงี่ยหูฟังเห็นได้ชัดว่าสนใจเรื่องเช่นนี้เป็นอย่างยิ่งแต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดอะไรออกมาอีก
"แค่ก!" มู่ชิงหยุนก็กระแอมในลำคอแล้วมองไปยังกลุ่มผู้ฝึกตนเหล่านั้นอย่างไม่เป็นมิตรนักซึ่งนั่นเป็นการเตือนพวกเขาอย่างหนึ่ง
"เอ่อ… ขออภัยๆ"
สีหน้าของผู้ฝึกตนหลายคนเปลี่ยนไปรีบประสานมือขอโทษ เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากเล็กน้อย
การมานินทาผู้นำตระกูลในเขตแดนของตระกูลมู่อย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ไม่ดีจริงๆ
จากนั้นฝูงชนก็แตกกลุ่มแยกย้ายกันไป
…...
เพียงชั่วครู่มู่เสินฉวนก็พาเหยาซีมาถึงยังตำหนักผู้นำตระกูล
ตำหนักผู้นำตระกูลที่เขาอาศัยอยู่มิใช่เพียงแค่ตำหนักแห่งหนึ่งเท่านั้น
แต่เป็นกลุ่มตำหนักขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นบนภูเขายักษ์ภายในมีสระน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ลำธารเล็กๆ น้ำตกตระการตา ศาลาหิน สุมทุมพุ่มไม้และหญ้าเขียวขจี ภูมิทัศน์งดงามยิ่ง
"ปกติที่นี่จะไม่มีคนอื่นเข้ามา"
"เจ้าเลือกตำหนักว่างอยู่ได้ตามใจชอบ"
"โอ้ ใช่แล้ว"
"ต้องการให้ข้าหาคนรับใช้มาปรนนิบัติเจ้าสักสองสามคนหรือไม่?"
มู่เสินฉวนเอ่ยถาม
โดยปกติแล้ว เขาเป็นคนสันโดษชอบความเงียบสงบข้างกายจึงไม่มีสาวใช้คอยดูแล
"อ๊ะ… ไม่จำเป็นข้าก็มิได้มีนิสัยเช่นนั้นในแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือนัก" เหยาซีรีบคืนสติและตอบกลับ
เมื่อครู่นางเอาแต่สังเกตภูมิประเทศโดยรอบในใจรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
บนเกาะเทพหลักของตระกูลมู่มิเพียงแต่ปราณฟ้าดินจะเข้มข้นอย่างยิ่งเท่านั้นยังแผ่ซ่านไปด้วยบรรยากาศลึกลับพิศวง
เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำสมาธิของผู้ฝึกตนแม้แต่นางยังผสานวิถีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ดูเหมือนว่าจะเป็นพลังที่แผ่ออกมาจากต้นไม้โบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ในตำหนักด้านหน้า
"ต้นไม้ต้นนั้นคือ..."
เหยาซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็มิอาจทนต่อความสงสัยในใจได้ จึงพลั้งปากถามออกไป
"โอ้ นั่นต้นโพธิ์โบราณที่ข้าปลูกไว้"
มู่เสินฉวนตอบด้วยท่าทีไม่ยี่หระนัก
"ต้นโพธิ์โบราณ!" เหยาซีเม้มปากชมพูระเรื่อ ใบหน้างดงามวาดเขียนด้วยความประทับใจ
ต้นโพธิ์โบราณคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งการหยั่งรู้ที่เลอค่าที่สุดในโลกหล้าสามารถเทียบได้กับโอสถอมตะ!
แต่ละต้นนั้นมีเพียงหนึ่งเดียวในโลกหล้า
คาดไม่ถึงว่าตระกูลมู่กลับปลูกไว้ถึงต้นหนึ่ง!
ภูมิหลังเช่นนี้ของพวกเขาช่างน่าทึ่งยิ่งนัก!!
ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดระดับพลังของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
มู่เสินฉวนมองออกถึงความตกตะลึงของเหยาซีจึงยิ้มเล็กน้อย
"ดูเหมือนเจ้าจะสนใจต้นโพธิ์โบราณมากข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นที่สวนหลังตำหนัก"
"ตัวตนที่แท้จริงของมันเติบโตอยู่ที่นั่น"
ดวงตางามของเหยาซีเป็นประกาย พยักหน้าสืบเท้าตามเขาไปอย่างเชื่องช้า
ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงยังสวนหลังบ้านที่นี่มีหญ้าเขียวขจีงดงามราวภาพวาดปราณฟ้าดินแทบจะกลั่นตัวเป็นน้ำที่เข้มข้นอย่างยิ่ง
ภายในสวนเต็มไปด้วยความสงบสุขมีผีเสื้อไหมเทพโบยบินไปมา เจ้าสัตว์อสูรกิเลนวิ่งเล่นไปทั่วและยังมีต้นโพธิ์โบราณที่ส่องแสงพราวตา
พึ่บๆ!
ผีเสื้อไหมเทพโบยบินกระพือปีกสีสันสดใสเมื่อเห็นมู่เสินฉวนพาเหยาซีเข้ามา ดวงตากลมโตกลับฉายแววสงสัย
ทันใดนั้นเองมันก็กลายร่างเป็นแสงสีสวยงามพุ่งมายังเบื้องหน้าร่างทั้งสอง
"เอ๊ะ นี่มันไหมเทพเก้าแปลง!"
"แปรเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้แล้วหรือนี่?"
"ดูท่าแล้วจะมีพลังระดับเอกะแล้ว!"
เหยาซีอุทานด้วยความตกใจ
ผู้ฝึกตนหญิงนั้นมักจะไร้แรงต้านต่อสิ่งมีชีวิตสวยๆงามๆ เช่นนี้
นางอดไม่ได้ที่จะยื่นนิ้วเรียวงามออกไปนำทางให้ผีเสื้อไหมเทพบินเกาะ
"อืมข้าใช้โลหิตศักดิ์สิทธิ์ป้อนมันทุกวัน"
"ในภายภาคหน้าบางทีอาจบ่มเพาะให้กลายเป็นจักรพรรดิโบราณได้"
มู่เสินฉวนกล่าวออกมา
ว่ากันว่าไหมเทพเก้าแปลงและแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือก็มีเรื่องราวให้ข้องเกี่ยวกันบ้างหรือเอ่ยให้ถูกก็คือ ถูกตัดออกมาจากศิลาที่ส่งออกมาจากเหมืองบรรพกาลของพวกนาง
ผีเสื้อไหมเทพกระพือปีกโปรยปรายประกายเทพลงมา ช่างเป็นวาสนาต่อดวงตาที่ได้เห็น
ลังเลอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายมันก็ลงมาเกาะอยู่บนนิ้วเรียวงามของเหยาซี
มันรับรู้ได้ถึงพลังปราณโกลาหลเช่นเดียวกับมู่เสินฉวนจากหญิงผู้นี้จึงเชื่องกับเหยาซีไปโดยปริยาย