ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 174 ต้นโพธิ์โบราณ ไหมเทพเก้าแปลง และเจ้ากิเลนน้อย

            แสงขมุกขมัวต้องบนร่างเหยาซีร่างอรชรนั้นพลันสั่นสะท้าน ศีรษะงดงามก้มต่ำ แม้แต่ใบหูขาวผ่องก็แดงก่ำขึ้นมา

            "..."

            "ติดตั้งแต่ครั้งแรกเลย..."

            มู่เสินฉวนรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้ราวกับความฝัน

            ท้ายที่สุดแล้วยิ่งมีกายาศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งเพียงใดโอกาสให้กำเนิดทายาทก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น

            เขาคือกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลเหยาซีคือกายวิถีแต่กำเนิด!

            ทายาทที่กำเนิดมาย่อมเป็นกายาวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่กำเนิด!

            หากผู้ถือครองกายานี้ถือกำเนิดย่อมสั่นสะเทือนไปทั่วหล้าทั้งห้าแคว้น!

            แต่สิ่งเดียวที่อธิบายได้ก็คือพลังแห่งโชคชะตาของตระกูลมู่ที่เพิ่มขึ้นอยู่เนืองๆ นั้นเหมือนจะถูกนำไปใช้ในเรื่องนี้เสียแล้ว!

            "ข้าเข้าใจแล้ว"

            "ต่อไปเจ้าจงพำนักอยู่ที่ทะเลไร้สิ้นสุดแห่งนี้เถิด"

            "เรื่องอื่นๆ ไม่ต้องกังวล"

            มู่เสินฉวนกล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

            การให้กำเนิดทายาทที่มีพลังกายาที่แข็งแกร่งเช่นนี้เขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

            คัมภีร์ไร้กำเนิดที่เขาได้มาก็ถึงคราวที่ต้องนำมาใช้เสียที!

            ใครจะรู้ในอนาคตอาจได้รับคัมภีร์เซียนมาก็เป็นได้

            "อืม..." เหยาซีกระซิบตอบด้วยดวงตางามเป็นประกาย

            "ไปเถิด ตามข้ามา"

            สิ้นเสียง มู่เสินฉวนโบกมือใหญ่ปล่อยพลังอ่อนโยนออกมา นำพาเหยาซีเข้าไปในเกาะเทพหลัก

            ภาพนั้นย่อมถูกบรรดาผู้ฝึกตนและคนในตระกูลมู่ที่อยู่ในที่นั้นเห็นเข้า

            ความประหลาดใจฉายชัดในดวงตาผู้ฝึกตนบางคนถึงกับต้องขยี้ตา เพราะคิดว่าตนเองตาฝาด

            "นั่นไม่ใช่ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งเหยาฉือเหยาซี หรอกหรือ?"

            "เหตุใดนางจึงมาเยือนตระกูลมู่แต่เพียงผู้เดียวไม่มีผู้ฝึกตนจากเหยาฉือติดตามมาด้วยสักคน"

            "ไหนจะ…ตอนเจอหน้ากับผู้นำตระกูลมู่กลับมีท่าทีขวยเขิน?" ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยรู้สึกประหลาดใจ

            เหยาซีคือธิดาศักดิ์สิทธิ์เหยาฉืองดงามหาใดเปรียบ รูปร่างหน้าตางามล่มเมือง เป็นเทพธิดาในฝันของใครหลายคนไม่มีผู้ฝึกตนทั่วไปคนใดเคยได้ยลโฉมนาง

            วันนี้นางกลับมายังทะเลไร้สิ้นสุดแต่เพียงผู้เดียวจึงทำให้ทุกคนรู้สึกงงงวยกันหมด

            "บางทีคนทั้งสองอาจ…มีเรื่องราวเบื้องหลัง"

            "ตอนที่เมืองศักดิ์สิทธิ์จัดงานใหญ่ที่โรงเดิมพันศิลาของเหยาฉือ เหยาซีก็เคยเข้าพบผู้นำตระกูลมู่เป็นการส่วนตัว"

            "โอ้? มีเรื่องเช่นนี้ด้วย!"

            "ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไมผู้คนในเหยาฉือก็รู้เรื่องนี้!"

            "..."

            ผู้ฝึกตนหลายคนอยู่ที่มุมหนึ่งของเกาะซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปาก

            โดยรอบยังมีผู้ฝึกตนอีกมากมายที่เงี่ยหูฟังเห็นได้ชัดว่าสนใจเรื่องเช่นนี้เป็นอย่างยิ่งแต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พูดอะไรออกมาอีก

            "แค่ก!" มู่ชิงหยุนก็กระแอมในลำคอแล้วมองไปยังกลุ่มผู้ฝึกตนเหล่านั้นอย่างไม่เป็นมิตรนักซึ่งนั่นเป็นการเตือนพวกเขาอย่างหนึ่ง

            "เอ่อ… ขออภัยๆ"

            สีหน้าของผู้ฝึกตนหลายคนเปลี่ยนไปรีบประสานมือขอโทษ เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากเล็กน้อย

            การมานินทาผู้นำตระกูลในเขตแดนของตระกูลมู่อย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ไม่ดีจริงๆ

            จากนั้นฝูงชนก็แตกกลุ่มแยกย้ายกันไป

            …...

            เพียงชั่วครู่มู่เสินฉวนก็พาเหยาซีมาถึงยังตำหนักผู้นำตระกูล

            ตำหนักผู้นำตระกูลที่เขาอาศัยอยู่มิใช่เพียงแค่ตำหนักแห่งหนึ่งเท่านั้น

            แต่เป็นกลุ่มตำหนักขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นบนภูเขายักษ์ภายในมีสระน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ลำธารเล็กๆ น้ำตกตระการตา ศาลาหิน สุมทุมพุ่มไม้และหญ้าเขียวขจี ภูมิทัศน์งดงามยิ่ง

            "ปกติที่นี่จะไม่มีคนอื่นเข้ามา"

            "เจ้าเลือกตำหนักว่างอยู่ได้ตามใจชอบ"

            "โอ้ ใช่แล้ว"

            "ต้องการให้ข้าหาคนรับใช้มาปรนนิบัติเจ้าสักสองสามคนหรือไม่?"

            มู่เสินฉวนเอ่ยถาม

            โดยปกติแล้ว เขาเป็นคนสันโดษชอบความเงียบสงบข้างกายจึงไม่มีสาวใช้คอยดูแล

            "อ๊ะ… ไม่จำเป็นข้าก็มิได้มีนิสัยเช่นนั้นในแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือนัก" เหยาซีรีบคืนสติและตอบกลับ

            เมื่อครู่นางเอาแต่สังเกตภูมิประเทศโดยรอบในใจรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง

            บนเกาะเทพหลักของตระกูลมู่มิเพียงแต่ปราณฟ้าดินจะเข้มข้นอย่างยิ่งเท่านั้นยังแผ่ซ่านไปด้วยบรรยากาศลึกลับพิศวง

            เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำสมาธิของผู้ฝึกตนแม้แต่นางยังผสานวิถีได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

            ดูเหมือนว่าจะเป็นพลังที่แผ่ออกมาจากต้นไม้โบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ในตำหนักด้านหน้า

            "ต้นไม้ต้นนั้นคือ..."

            เหยาซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็มิอาจทนต่อความสงสัยในใจได้ จึงพลั้งปากถามออกไป

            "โอ้ นั่นต้นโพธิ์โบราณที่ข้าปลูกไว้"

            มู่เสินฉวนตอบด้วยท่าทีไม่ยี่หระนัก

            "ต้นโพธิ์โบราณ!" เหยาซีเม้มปากชมพูระเรื่อ ใบหน้างดงามวาดเขียนด้วยความประทับใจ

            ต้นโพธิ์โบราณคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งการหยั่งรู้ที่เลอค่าที่สุดในโลกหล้าสามารถเทียบได้กับโอสถอมตะ!

            แต่ละต้นนั้นมีเพียงหนึ่งเดียวในโลกหล้า

            คาดไม่ถึงว่าตระกูลมู่กลับปลูกไว้ถึงต้นหนึ่ง!

            ภูมิหลังเช่นนี้ของพวกเขาช่างน่าทึ่งยิ่งนัก!!

            ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดระดับพลังของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!

            มู่เสินฉวนมองออกถึงความตกตะลึงของเหยาซีจึงยิ้มเล็กน้อย

            "ดูเหมือนเจ้าจะสนใจต้นโพธิ์โบราณมากข้าจะพาเจ้าไปเดินเล่นที่สวนหลังตำหนัก"

            "ตัวตนที่แท้จริงของมันเติบโตอยู่ที่นั่น"

            ดวงตางามของเหยาซีเป็นประกาย พยักหน้าสืบเท้าตามเขาไปอย่างเชื่องช้า

            ไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงยังสวนหลังบ้านที่นี่มีหญ้าเขียวขจีงดงามราวภาพวาดปราณฟ้าดินแทบจะกลั่นตัวเป็นน้ำที่เข้มข้นอย่างยิ่ง

            ภายในสวนเต็มไปด้วยความสงบสุขมีผีเสื้อไหมเทพโบยบินไปมา เจ้าสัตว์อสูรกิเลนวิ่งเล่นไปทั่วและยังมีต้นโพธิ์โบราณที่ส่องแสงพราวตา

            พึ่บๆ!

            ผีเสื้อไหมเทพโบยบินกระพือปีกสีสันสดใสเมื่อเห็นมู่เสินฉวนพาเหยาซีเข้ามา ดวงตากลมโตกลับฉายแววสงสัย

            ทันใดนั้นเองมันก็กลายร่างเป็นแสงสีสวยงามพุ่งมายังเบื้องหน้าร่างทั้งสอง

            "เอ๊ะ นี่มันไหมเทพเก้าแปลง!"

            "แปรเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้แล้วหรือนี่?"

            "ดูท่าแล้วจะมีพลังระดับเอกะแล้ว!"

            เหยาซีอุทานด้วยความตกใจ

            ผู้ฝึกตนหญิงนั้นมักจะไร้แรงต้านต่อสิ่งมีชีวิตสวยๆงามๆ เช่นนี้

            นางอดไม่ได้ที่จะยื่นนิ้วเรียวงามออกไปนำทางให้ผีเสื้อไหมเทพบินเกาะ

            "อืมข้าใช้โลหิตศักดิ์สิทธิ์ป้อนมันทุกวัน"

            "ในภายภาคหน้าบางทีอาจบ่มเพาะให้กลายเป็นจักรพรรดิโบราณได้"

            มู่เสินฉวนกล่าวออกมา

            ว่ากันว่าไหมเทพเก้าแปลงและแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือก็มีเรื่องราวให้ข้องเกี่ยวกันบ้างหรือเอ่ยให้ถูกก็คือ ถูกตัดออกมาจากศิลาที่ส่งออกมาจากเหมืองบรรพกาลของพวกนาง

            ผีเสื้อไหมเทพกระพือปีกโปรยปรายประกายเทพลงมา ช่างเป็นวาสนาต่อดวงตาที่ได้เห็น

            ลังเลอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายมันก็ลงมาเกาะอยู่บนนิ้วเรียวงามของเหยาซี

            มันรับรู้ได้ถึงพลังปราณโกลาหลเช่นเดียวกับมู่เสินฉวนจากหญิงผู้นี้จึงเชื่องกับเหยาซีไปโดยปริยาย

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน