หลังจากออกเที่ยวเล่นจนสุขสำราญ ตัวของเย่หยุนซีและทั้งสองสาวก็ได้ออกเดินทางกลับมายังพระราชวังโดยไม่คิดรอช้า ซึ่งในเวลาต่อมา! เย่หยุนซีก็ถูกบิดาอย่างกู่หลินเฉินเรียกเข้าพบ ณ บริเวณศาลาริมน้ำที่เก่า ที่เขาเคยนั่งพูดคุยอยู่กับพี่สาวคนงาม
"ตาแก่ ถึงกับให้คนไปเรียกข้ามาอย่างกะทันหัน ท่านมีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรือเปล่า?"
"หึ! นี่คือคำทักทายที่เจ้าพูดกับบิดาของตนเองงั้นหรือ?"กู่หลินเฉินเอ่ยปากกล่าวอย่างไม่ค่อยชอบใจ
"เห้อ ท่านเองก็ชอบทักทายท่านปู่เช่นนี้เหมือนกันไม่ใช่หรืออย่างไร" เย่หยุนซีทำสีหน้าเบื่อหน่ายขณะบ่นพึมพำ ซึ่งคำกล่าวนี้ของเขานั้น ทำเอาผู้เป็นบิดาถึงกับนิ่งอึ้งพูดไม่ออก เพราะมันคือความจริงที่ไม่อาจหลีกหนี
"ช่างเถอะๆ..........ที่ข้าเรียกเจ้ามาในครั้งนี้ ก็เพราะต้องการพาเจ้าไปหาประสบการณ์ด้านนอก ก่อนที่จะเข้านิกาย"
"หือ! หาประสบการณ์? หาประสบการณ์อะไร??" เย่หยุนซียิ่งได้ยินยิ่งเต็มไปด้วยความสงสัยและความระมัดระวัง เนื่องจากความรู้สึกของเขานั้น มันบอกว่าการหาประสบการณ์ที่บิดาเอ่ยถึงไม่น่าจะใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่
"ฮ่าๆ! เจ้าไม่ต้องกังวลไป ก็แค่งานง่ายๆอย่างการกำราบเชื้อพระวงศ์เผ่าเทพสวรรค์"
"หา! นี่ท่านบ้าไปแล้วหรือไงกัน?" เย่หยุนซีหางคิ้วกระตุกถี่กระชั้นในทันที เพราะนี่มันคือการสั่งให้เขาไปทุบตีญาติพี่น้องฝั่งมารดาชัดๆ และมันอาจจะนำมาพาซึ่งความสัมพันธ์ที่สุดแสนจะน่าอึดอัดในภายหลัง
"หึ! ก็แค่ให้ไปกำราบพวกมันเท่านั้น ไม่ได้ให้ไปสังหารพวกมันเสียหน่อย" กู่หลินเฉินกล่าวออกมา
"อึก! แล้วพวกมันอยู่ที่ไหนล่ะ?" บุรุษหนุ่มเมื่อสดับวาจาก็เอ่ยถาม
ผู้ซึ่งเป็นบิดาลุกขึ้นแล้วเผยรอยยิ้มบาง จากนั้นทำการฉีกมิติพาเย่หยุนซีไปยังจุดเชื่อมต่อระหว่าง 3 พิภพ ซึ่งบัดนี้ถูกกองทัพของเผ่าเทพปิดล้อมเอาไว้อย่างแน่นหนา
"ในที่สุดมหาเทพปีศาจเช่นเจ้าก็ยอมโผล่หัวออกมา" ผู้นำทัพระดับมหาเทพขั้นต้นของอีกฝ่ายคำรามลั่นเมื่อสัมผัสกลิ่นอายพลังแห่งความมืดได้
"เหอะๆ ยกทัพกันมามากขนาดนี้ เผ่าเทพคิดจะเปิดสงครามศักดิ์สิทธิ์อีกรอบหรืออย่างไร?" กู่หลินเฉินเดินหน้า 1 ก้าว แรงกดดันระดับมหาเทพขั้นกลางแผ่ออกไปปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ สีหน้าไร้ซึ่งความหวาดหวั่น
"กู่หลินเฉิน! อย่าคิดว่าตนเองไร้เทียมทาน!!" ในขณะนั้น เสียงอันทรงอำนาจสายหนึ่งก็พลันดังขึ้นและลบล้างแรงกดดันจนมลายสิ้น
กู่หลินเฉินเงยหน้าขึ้นมองแล้วเผยรอยยิ้ม "ตาแก่จักรพรรดิเทพสวรรค์ นี่ท่านคิดจะลงมือกับข้าโดยไม่สนพันธะสัญญาสงบศึกระหว่างเผ่าเลยหรืออย่างไร?"
"หึ! เจ้าหนู! ตัวข้าหาได้อยากผิดสัญญาไม่ และที่ยกทัพมาในครั้งนี้ก็เพื่อขอคำอธิบายจากตัวเจ้า" ร่างเงาของจักรพรรดิเทพสวรรค์ปรากฏขึ้นเหนือกองทัพนับล้านในชั่วพริบตา
"ขอคำอธิบายจากตัวข้า?"กู่หลินเฉินแสร้งทำสีหน้างุนงงสงสัย
จักรพรรดิเทพสวรรค์กลับกลายเป็นหงุดหงิดขึ้นมาในทันใด "กู่หลินเฉิน! อย่ามาทำเป็นไขสือ ไร้ยางอาย!! นอกจากลูกสาวข้าแล้ว เจ้าคือระดับมหาเทพเพียงคนเดียวที่อยู่ในพิภพมนุษย์ ณ เวลานั้น"
"หืม! ตาแก่ท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกัน?" กู่หลินเฉินยังคงทำสีหน้าไม่เข้าใจอยู่ดี
"หึ! ไม่ยอมรับงั้นรึ........ดี! ดี!! ในเมื่อเจ้ามั่นใจว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเหว่ยเสวียนจี ถ้างั้นก็ให้ข้าเข้าไปกวาดจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ในพิภพปีศาจเพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจ" จักรพรรดิเทพสวรรค์กล่าวเสนอทางเลือกออกไป ในใจร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผา
กู่หลินเฉินส่ายศีรษะอย่างเนิบช้าแผ่วเบา แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรไปมากกว่านั้น ร่างเงาของจักรพรรดิเทพปีศาจก็พลันปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า
"เหว่ยเทียนจุน พิภพปีศาจของข้ามิใช่สถานที่ที่เจ้าอยากจะเข้ามาก็เข้าได้ ดังนั้นอย่าให้มากเกินไปจะดีกว่า"
"กู่ห่าวซวน นี่เจ้าไม่กล้าให้ข้าค้นหางั้นหรือ?" จักรพรรดิเทพสวรรค์ยกมือขึ้นชี้หน้าคำรามใส่
จักรพรรดิเทพปีศาจเผยรอยยิ้มเย้ยหยันตอบกลับไป "เจ้าไม่มีแม้แต่หลักฐาน ถ้าข้าให้เจ้าเข้าไปง่ายๆชื่อเสียงของข้าได้ป่นปี้กันพอดี อีกทั้งหากเจ้าไม่พบเจอบุตรของเจ้าในพิภพปีศาจ เจ้าจะชดเชยให้กับพวกเราอย่างไร"
คำถามนี้ทำเอาจักรพรรดิเทพสวรรค์ถึงกับพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ ก่อนที่เขาจะตั้งสติได้แล้วตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "ถ้าหากไม่พบเจอบุตรสาว ข้าจะส่งมอบสมบัติสวรรค์ 5 ชิ้น แบบนี้พอใจหรือไม่!"
"น้อยไปๆ! ข้าต้องการแก่นแท้แห่งหยางของเผ่าเทพสุริยันและแก่นแท้แห่งหยินของเผ่าเทพจันทรา!!"
"กู่ห่าวซวน! เจ้าไม่คิดว่ามันมากเกินไปหน่อยหรือ?" จักรพรรดิเทพสวรรค์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ทั้งแก่นแท้แห่งหยินและแก่นแท้แห่งหยาง แท้จริงแล้วมันคือรากฐานของเผ่าเทพสุริยันและจันทรา ถ้าหากมันหายไป ในอนาคตเผ่าเทพทั้งสองเผ่านี้จะอ่อนแอลงจนถึงขั้นตกต่ำ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลยสักนิดสำหรับพิภพเทพในเวลานี้
"เห้อๆไอ้นั่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ดี อืม........งั้นเอาเช่นนี้! ถ้าหากรุ่นเยาว์ของเจ้าสามารถเอาชนะหลานชายของข้าได้ ข้าจะให้เจ้าเข้าไปกวาดจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ในพิภพปีศาจ"
"แต่หากรุ่นเยาว์ของเจ้าพ่ายแพ้ ไม่เพียงเจ้าจะไม่มีสิทธิ์เข้าไป แต่เจ้าต้องส่งมอบสมบัติสวรรค์ 5 ชิ้นให้กับหลานชายของข้าด้วยตกลงหรือเปล่า?" หลังสิ้นสุดวาจา ร่างของเย่หยุนซีก็ถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาอยู่ข้างๆผู้เป็นปู่
จักรพรรดิเทพสวรรค์เพ็งมองดูเย่หยุนซีกับกู่หลินเฉินสลับกันอยู่ครู่ใหญ่ เพราะใบหน้าของเย่หยุนซีในร่างปีศาจนั้นคล้ายกับกู่หลินเฉินอยู่หลายส่วน แต่จะดูงดงามกว่า
'น่าแปลก? เหตุใดข้าถึงมีความรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนี้ ทั้งๆที่ไม่เคยพบเจอกัน'
#ขออภัยที่หายไปเป็นพักๆนะครับ พอดีหลังจากผ่านการป่วยหนักมาแล้ว 2-3 ครั้ง ร่างกายมันก็ไม่ได้ดีเหมือนเก่า แถมบวกกับต้องช่วยงานที่บ้าน การเขียนนิยายก็เลยล่าช้าไปบ้าง