เมื่อรถของอนาเธอร์และผู้คุ้มกันมาถึงลานกว้างแห่งนั้น ทันทีที่รถหยุดลง ทุกสายตาก็หันไปมองรถยนต์หรูที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นในที่แบบนี้บ่อยนัก รถคันงามสีดำเป็สัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจ ซึ่งแตกต่างจากยานพาหนะธรรมดาที่ผู้เล่นคนอื่นๆใช้
แต่ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์เท่านั้นที่ดึงดูดสายตา การปรากฏตัวของอนาเธอร์เมื่อเขาก้าวลงจากรถ ทำให้หลายคนหยุดสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่และจ้องมองด้วยความตื่นตะลึง
ใบหน้าของอนาเธอร์ที่หล่อเหลา เส้นผมสีขาวเงางามตัดกับชุดเกราะเบาเรียบง่ายที่เขาสวมใส่ สร้างภาพลักษณ์ของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความสง่างามและน่าหลงใหล
เสียงซุบซิบเริ่มกระจายไปทั่วบริเวณลานกว้าง หลายคนเบิกตากว้าง เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นชายหนุ่มคนนี้มาก่อนเลยซักนิด
“เขาเป็ใคร? มีแม้แต่ผู้เล่นที่แข็งแกร่งมาเป็บอดี้การ์ดด้วย!”
“ลูกหลายของตระกูลใหญ่แน่ๆ แล้วทำไมพวกเราถึงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของเขาเลยละ?”
เสียงซุบซิบจากผู้เล่นหลายคนดังขึ้น พวกเขาต่างสงสัยว่าทำไมทายาทของตระกูลระดับสูงขนาดนี้เลือกที่จะมายังดันเจี้ยนระดับต่ำ
ถึงจะมีสายตาจับจ้องเข้ามาอยู่มากมาย แต่อนาเธอร์กลับไม่แสดงท่าทีหวาดหวั่น
เขาเดินอย่างมั่นใจตรงไปยังทางเข้าดันเจี้ยนที่อยู่ด้านหน้า พ่อบ้านชราและบอดี้การ์ดทั้งสี่คนติดตามอยู่ไม่ห่าง พวกเขาทำหน้าที่ของตนอย่างเงียบเชียบ คอยระวังภัยรอบตัวเพื่อให้มั่นใจว่าอนาเธอร์จะได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด
“นี่น่ะเหรอทางเข้าดันเจี้ยน.. ฉันเพิ่งเคยเห็นมันก็วันนี้แหละ”
“เป็บานประตู.. ไม่ใช่สิ มันเป็ช่องว่างมิติที่ถูกเชื่อมต่อ!”
ดันเจี้ยนระดับต่ำที่อนาเธอร์เลือกในวันนี้เป็ดันเจี้ยนที่ถูกเรียกว่า "ถ้ำแห่งเงา"
ดันเจี้ยนนี้เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดเลเวลต่ำและกับดักมากมายที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบความสามารถของผู้เล่นใหม่ การที่อนาเธอร์เลือกเริ่มต้นเส้นทางของเขาที่นี้ มันสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะฝึกฝนจากระดับพื้นฐาน และเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างั้แ่เริ่มต้น
อนาเธอร์จ้องมองดันเจี้ยนที่ถูกเรียกว่า "ถ้ำแห่งเงา" ดันเจี้ยนที่มีชื่อเสียงในหมู่ผู้เล่นระดับเริ่มต้นว่าเป็สถานที่ท้าทายสำหรับการฝึกฝนและทดสอบทักษะการต่อสู้ของพวกเขา และภาพโฮโลแกรมที่อยู่้าของดันเจี้ยนมีข้อความบรรยายไว้อย่างชัดเจน
【ถ้ำแห่งเงา: สำหรับผู้เล่นเลเวล 1 - 5】
【ความยาก: ง่าย, ยาก, ฝันร้าย】
【จำนวนผู้เล่นที่เข้าร่วมได้พร้อมกัน: 1-5 คน】
【หมายเหตุ: ภายในถ้ำเต็มไปด้วยปีศาจแมว พวกมันมีนิสัยดุร้ายและกินมนุษย์เป็อาหาร ผู้เล่นที่เข้าไปจงระมัดระวังตัวเอาไว้ให้ดี】
คำเตือนสุดท้ายบนป้ายทำให้ดันเจี้ยนแห่งนี้ยิ่งดูน่ากลัวขึ้นไปอีก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่ยังไม่เคยัักับการต่อสู้ที่แท้จริง
ภายในถ้ำแห่งเงา ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตอย่างแมวปีศาจและเสือปีศาจ พวกมันถูกกล่าวขานว่าเป็นักล่าที่ร้ายกาจและดุร้ายมาก พวกมันไม่เพียงแต่จู่โจมอย่างรวดเร็วและไร้ความปราณี แต่ยังมีความสามารถในการโจมตีที่รุนแรงซึ่งเป็สิ่งที่ทำให้การเอาชนะพวกมันไม่ใช่เื่ง่าย
“นายน้อย.. ก่อนจะเข้าไปต้องเลือกระดับความยากก่อนนะขอรับ”
“ข้าแนะนำให้ท่านเลือกระดับง่ายเพื่อสำรวจและทำความคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมซะก่อน”
“ถูกต้องครับ นายน้อยจะได้พบเจอกับปีศาจระดับต่ำและมีค่าสถานะที่น้อยนิด”
อนาเธอร์รับฟังก็ขมวดคิ้ว พลางกวาดสายตาจ้องมองไปยังระดับความยากที่ปรากฏบนหน้าจอ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเขาจับจ้องที่คำว่า "ฝันร้าย" ระดับความยากสูงสุดซึ่งแทบไม่มีใครกล้ากดเลือก
ผู้เล่นระดับต่ำส่วนใหญ่ที่มาที่นี่มักจะเริ่มต้นที่ระดับ "ง่าย" เพื่อทำความคุ้นเคยกับดันเจี้ยนก่อน แต่ชายหนุ่มผู้นี้กลับพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นตัวเลือกระดับนี้
“ดะ..เดี๋ยวก่อนนายน้อย!”
“หรือว่าท่านคิดจะ..”
พ่อบ้านชราที่เดินตามพอเห็นสีหน้าของชายหนุ่มก็รู้ทันทีว่าเขาตั้งใจจะทำอะไร ใบหน้าของเขาดูตื่นตระหนกขึ้นอย่างมาก
“ไม่นะครับนายน้อย ระดับฝันร้ายมันไม่ใช่อะไรที่ผู้เล่นใหม่ซึ่งมีเลเวล 1 จะเคลียร์ได้ อัตราการตายของมันสูงมากถึง 70% ต่อให้เลเวล 5 ลงไปทั้งกลุ่ม พวกเขาก็แทบเอาตัวไม่รอด!”
ผู้เล่นระดับต่ำคนอื่นๆที่ยืนอยู่บริเวณลานกว้างก็เริ่มหันมาสนใจเมื่ออนาเธอร์เดินเข้ามา
แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นอนาเธอร์เลือกตัวเลือกที่ทำให้ผู้เล่นรอบข้างตกตะลึง — ระดับฝันร้าย ทันใดนั้นเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วทั้งบริเวณทันที ทุกสายตาจับจ้องมองมายังทิศทางของเขา
“เขาจะไปคนเดียวเหรอ? แถมยังเลือกระดับฝันร้ายอีกด้วย! นั่นเป็ไปไม่ได้เลย!”
“คุณชายคนนี้มาจากไหน ไม่มีผู้เล่นมือใหม่คนใดกล้าที่จะเลือกระดับความยากสูงสุดแบบนี้”
“ต่อให้กล้าไปท้าทายระดับฝันร้าย เขาก็ยังต้องตั้งกลุ่มเพื่อไปสนับสนุนซึ่งกันและกันอยู่ดี”
ทุกคำพูดล้วนถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่ถูกบันทึกว่าอันตรายถึงชีวิต แม้แต่ผู้เล่นที่มีประสบการณ์หลายคนยังต้องมีกลุ่มเพื่อนช่วยกันต่อสู้
แต่คุณชายผู้ลึกลับคนนี้กลับตัดสินใจเลือกโดยไม่มีผู้ติดตามเข้าสนับสนุน การกระทำของเขาทำให้เหล่าผู้เล่นรอบข้างต่างเต็มไปด้วยความสงสัยและประหลาดใจ
“เื่นี้มันบ้าชัดๆ! ใครจะกล้าเข้าไปคนเดียวในระดับนั้นได้?”
"ดูจากการแต่งตัวและท่าทางแล้ว เขาคงมั่นใจ..หรือว่ามันเป็เพียงแค่การไปทิ้งชีวิต?”
ในขณะที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังคงดังไม่ขาดสาย อนาเธอร์กลับยังคงนิ่งสงบ ไม่สนใจคำพูดใดๆจากผู้เล่นคนอื่นที่มองเขาเหมือนกับคนบ้า
ชายหนุ่มก้าวเดินไปยังหน้าประตูทางเข้าดันเจี้ยนซึ่งมีพลังงานหมุนวนเป็แสงสลัว ราวกับว่าเส้นทางแห่งนี้จะนำเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยความมืดมิดและความหวาดกลัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“ผมไปก่อนนะ.. ไม่ต้องห่วงผมหรอก”
ชายหนุ่มหันไปยิ้มกับพ่อบ้านชราและบอดี้การ์ดของตน ทำให้ทั้งห้าต้องแทบหมดสติ
เมื่ออนาเธอร์เดินผ่านเข้าไป ทุกสิ่งรอบตัวเขาเงียบงันลงทันที บรรยากาศภายนอกดูเหมือนจะถูกตัดขาดไปในพริบตา อนาเธอร์พบว่าตนเองยืนอยู่ในทางเดินหินสีดำที่ล้อมรอบไปด้วยเงามืด ผนังหินเย็นเฉียบเต็มไปด้วยคราบสนิมและรอยขีดข่วนจากกรงเล็บของปีศาจที่ผ่านไปมา
ทางเดินนี้ถูกปกคลุมด้วยหมอกบางๆที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือพื้น ทำให้ทุกย่างก้าวของเขาดูเหมือนจะเข้าสู่ความลึกลับที่ไม่รู้จบ
เสียงหายใจดังขึ้นจากความมืด สัญญาณบอกว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังในดันเจี้ยนนี้ พลังงานแห่งความกลัวและความมืดแผ่ซ่านรอบตัวเหมือนจะย้ำเตือนให้เขาระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
“นี่น่ะเหรอ.. ดันเจี้ยน!”
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆเมื่อััได้ถึงบรรยากาศที่ต่างไปจากโลกภายนอก
ดันเจี้ยนเหล่านี้ไม่ได้ชื่อเพียงเพราะบรรยากาศมืดมิด แต่เพราะสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในเงานั้นต่างหาก อนาเธอร์คิดในใจ ขณะที่เขาเดินลึกเข้าไปในดันเจี้ยนอย่างช้าๆ ไม่นานนัก อนาเธอร์ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เบาและรวดเร็วดังเข้ามาใกล้จากด้านหลัง เขาถึงต้องหยุดชะงักลง
“มาแล้ว..”
สัญชาตญาณภายในร่างกาย ทำให้ชายหนุ่มต้องหันหลังกลับมาทันที