“ขอบคุณเ้าค่ะ” มู่ถงเหยาเอ่ยขอบคุณเสียงหวาน
“อืม” หานอี้เซินรับคำสั้นๆหลังจากนั้นเขาก็คอยคีบนู้นคีบนี่มาวางไว้บนถ้วยข้าวให้มู่ถงเหยาอยู่ตลอดในระหว่างนั้นมู่ถงเหยาก็ลอบสังเกตมู่ไช่อิงไปด้วยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไรที่เห็นว่าพวกนางดูรักกันเช่นนี้
มื้ออาหารจบลงมู่ถงเหยาก็ยังไม่เห็นปฏิกิริยาแปลกไปสักนิดของมู่ไช่อิงเลยดูท่าครั้งนี้หานอี้เซินจะต้องคว้าน้ำเหลวเสียแล้ว
หลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จหานอี้เซินก็ขอตัวกลับด้วยความที่เขาดำรงตำแหน่งเสนาบดีงานในมือนั้นมีมากล้นไม่สามารถจะอยู่ค้างที่นี่ได้มู่ถงเหยาจึงต้องติดตามเขากลับไปด้วยเช่นกัน
ครั้นมอบของขวัญที่ได้เตรียมมาเรียบร้อยแล้วหานอี้เซินกับมู่ถงเหยาก็เอ่ยลา มู่ไช่อิงเดินมาส่งพวกเขาที่รถม้านางเดินเข้าไปจับมือมู่ถงเหยาบอกว่าหากมีโอกาสก็จะไปเยี่ยมนางที่จวนตระกูลหานเอ่ยร่ำลากันเสร็จมู่ถงเหยาก็ตามหานอี้เซินขึ้นรถม้าไป
ภานในรถม้ามู่ถงเหยาที่นั่งลงเรียบร้อยแล้วก็ลอบมองหานอี้เซินอยู่เป็พักๆไม่รู้ว่าเขาจะเสียใจมากหรือไม่ที่วันนี้ไม่เป็ไปตามที่เขา้าแต่ถึงอย่างนั้นนางก็ช่วยเขาเต็มที่แล้วเหมือนกันนะจะมาพาลโกรธไม่ได้เด็ดขาด
“มีอะไรจะพูดกับข้าหรือ?” หานอี้เซินที่กำลังนั่งนิ่งเพื่อพักสายตาจู่ๆก็พูดขึ้น เปลือกตาค่อยๆ เปิดออกแล้วมองมาที่มู่ถงเหยา
น้ำเสียงปกติ ท่าทางก็ปกติ สายตาก็ไม่ได้แสดงถึงความไม่พอใจตรวจสอบดูแล้วไม่มีความผิดปกติที่ใดนั่นก็หมายความว่านางยังไม่ถูกขึ้นบัญชีใช่หรือไม่
“ท่านพี่เหนื่อยหรือเ้าคะ?” มู่ถงเหยาเอ่ยถามเสียงเบา
“ไม่ ข้าแค่อยากพักสายตา”หานอี้เซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคย
“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนท่านพี่แล้วเ้าค่ะ”มู่ถงเหยาไม่อยากรบกวนเวลาอันมีค่าของเขาอีกจึงไม่ได้ชวนเขาคุยต่อ
“หากข้าว่างก็จะพาเ้ากลับไปอีก”หานอี้เซินพูดขึ้นอีกครั้งแต่มู่ถงเหยากลับเข้าใจว่าเขาหมายถึงจะใช้นางเพื่อเป็ข้ออ้างในการมาพบมู่ไช่อิง
“เ้าค่ะ หากท่านพี่อยากไปข้าก็จะไปพร้อมท่าน”มู่ถงเหยาตอบกลับอย่างหนักแน่นแม้สุดท้ายแล้วหานอี้เซินจะไม่ได้ครองคู่กับมู่ไช่อิงแต่หากเขาได้มี่เวลาดีๆกับคนที่ชอบบ้างก็คงจะดีไม่น้อย คิดได้เช่นนั้นมู่ถงเหยาก็กลับไปสนใจสองข้างทางต่อ
นางไม่เคยออกมานอกจวนสักครั้งทั้งยังไม่เคยเห็นบรรยากาศเช่นนี้มาก่อนจึงดูตื่นตาตื่นใจเป็พิเศษ
หานอี้เซินจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเงียบงันท่าทางของนางยามที่ได้เห็นบรรยากาศภายนอกช่างดูตื่นตาตื่นใจเสียอย่างกับว่าไม่เคยเห็นมาก่อนสายตาสอดส่ายมองไปทั่วสองข้างทางก่อนที่ใบหน้าจิ้มลิ้มจะหันกลับมาแล้วพูดกับเขาว่า
“ท่านพี่ หากว่าวันไหนเบื่อๆข้าขอออกไปเดินตลาดบ้างได้หรือไม่เ้าคะ?” มู่ถงเหยาเอ่ยเสียงอ่อนหวานดวงตาใสแจ๋วจ้องมองอีกฝ่ายอย่างรอคอย
“ได้ วันไหนข้าว่างจะพาเ้าไปเดินเล่น”หานอี้เซินเอ่ยอนุญาตแต่คำอนุญาตของเขาหมายความว่าต้องมาพร้อมกับเข้าด้วยน่ะสินี่ไม่ใช่สิ่งที่มู่ถงเหยา้าสักหน่อย
“ท่านพี่งานเยอะขนาดนั้นกว่าจะว่างข้าก็คงไม่ได้ไปเดินแล้วเ้าค่ะ”มู่ถงเหยาอดที่จะบ่นไม่ได้ ก็เห็นๆอยู่ว่าเขาทำงานจนไม่มีเวลาว่างแล้วจะให้เอาเวลาที่ไหนมาพานางไปเดินเล่นเล่านี่ไม่เท่ากับว่าปฎิเสธกันแบบอ้อมๆ หรอกหรือ
นางอุตส่าห์ช่วยเขาเื่มู่ไช่อิงนะแค่ขอไปเดินเล่นนิดหน่อยก็ไม่ได้เชียวหรือ
“ข้าบอกว่าจะพาไปก็ต้องพาไปสิ ไม่เชื่อคำพูดข้าหรือ”หานอี้เซินเอ่ยเสียงอ่อนโยนเมื่อเห็นแก้มป่องๆ ของคนที่นั่งก้มหน้าอยู่ข้างๆ
“แล้วเหตุใดข้าจึงไปเองไม่ได้เ้าคะ”มู่ถงเหยายังคงข้องใจไม่หายนางไม่ใช่เด็กน้อยที่ไม่รู้ประสาสักหน่อยเหตุใดจะต้องรอให้เขาพามาด้วย“อย่างไรก็มีสาวใช้ติดตามอยู่ด้วยไม่ได้ออกไปคนเดียวสักหน่อย”มู่ถงเหยารู้สึกว่าตนนั้นถูกปฎิบัติราวกับเป็เด็กน้อยจึงไม่ค่อยจะพอใจนักนางอายุยี่สิบห้าแล้วนะ
หานอี้เซินเห็นนางยู่ปากน้อยๆ ก็รู้ว่ากำลังไม่พอใจ
“ก็ได้ เ้าอยากไปก็ไป”
มู่ถงเหยาได้ยินเช่นนั้นก็รีบเงยหน้าขึ้นทันทีดวงตาเป็ประกายแวววับไปด้วยความยินดี
“จริงนะเ้าคะ ท่านพี่อนุญาตแล้วนะ” เมื่อเห็นเขาพยักหน้ารับรอยยิ้มก็กว้างขึ้นอีกเป็เท่าตัวดวงตาหยีเป็เส้นโค้งดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง “ขอบคุณเ้าค่ะท่านพี่ใจดีที่สุดเลย”ทั้งยังไม่ลืมที่จะยกยอผู้มีอุปการะคุณในการสานฝันกลับโลกเดิมให้นางอีกด้วย
มู่ถงเหยาคิดในใจว่าต่อไปนางจะช่วยเหลือหานอี้เซินเท่าที่จะช่วยได้ก่อนที่นางจะได้กลับไปโลกเดิมก็แล้วกันถือซะว่าเป็การขอบคุณเขาที่ช่วยเหลือแบบอ้อมๆ
เมื่อได้สิ่งที่้าแล้วก็จะอารมณ์ดีเป็พิเศษมองไปทางไหนก็รู้สึกสบายตามีความสุขไปเสียหมดจนอดที่จะฮัมเพลงด้วยความเคยชินไม่ได้ลืมไปว่าตอนนี้ไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว
หานอี้เซินมองร่างบางที่กำลังโยกหัวไปมาเล็กน้อยทั้งยังส่งเสียงฮึมฮัมในลำคอท่าทางดูมีความสุขมากหลังจากที่เขาอนุญาตให้ไปเดินเล่นที่ตลาดได้เหตุใดนางจึงดูแปลกไปกว่าเมื่อก่อน