ตอนที่ 2 อุบัติเหตุทางรถยนต์กลางดึก (6)
ไหนจะเื่เมื่อคืนอีก ดันเข้าไปพัวพันกับสองเ้าสัวใหญ่อย่างตระกูลหยวนและตระกูลเซี่ยเข้าให้
พักเื่ตระกูลหยวนไว้ก่อน สำหรับเื่ตระกูลเซี่ย เขาเคยสืบค้นข้อมูลผู้นำตระกูลอย่างเซี่ยคังไท่มาดำเนินการคาดการณ์ไปเมื่อสามเดือนก่อน
ตราบใดที่เขายังคงแสดงท่าทีการวางตัวเป็กลาง พร้อมทั้งแสดงทีท่าขี้ระแวง แถมยังใจเสาะ เซี่ยคังไท่ก็จะไม่เห็น ‘นายกเทศมนตรีนิสัยขี้ขลาด’ อยู่ในสายตา แต่ทว่าเมื่อคืนนี้ดันไปพัวพันกับทายาทรุ่นต่อไป ผู้เป็หลานชายของเซี่ยคังไท่อย่างเซี่ยเจี่ยนอี้เข้า แต่เขากลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนคนนี้เลยสักอย่าง แหล่งอ้างอิงเดียวที่บอกว่าเขาเป็คนนิสัยสุดโต่ง ก็คือแหล่งอ้างอิงจากปากของพี่น้องตระกูลหยวน
แม่ของเสี่ยวเจวี๋ยเป็คุณหนูรองตระกูลเซี่ย เป็เพราะว่าจะแต่งงานกับคุณชายใหญ่ตระกูลหยวน ถึงได้ตัดญาติกับครอบครัวเดิม
หลังจากพ่อแม่ของเสี่ยวเจวี๋ยเสียชีวิต ตระกูลเซี่ยก็เข้าไปยึดที่อยู่อาศัยก่อนลืมตาดูโลกของเขาไป ซ้ำยังใช้วิธีการป่าเถื่อนในการ ‘เชิญ’ หลานชายออกไปอีก ถ้าหากว่าเสี่ยวเจวี๋ยยอมอยู่บ้านตระกูลเซี่ย เมื่อคืนคงไม่พูดเร่งเขา ให้สลัดรถที่ไล่บี้มาติดๆ หรอก
เท่าที่เข้าใจ ทั้งหมดนี้เป็เพราะตระกูลเซี่ย...ไม่สิ ควรจะสรุปว่าเป็ความปรารถนาส่วนตัวของเซี่ยเจี่ยนอี้เพียงคนเดียวต่างหาก เกรงว่าสาเหตุที่เขาคิดจะชิงตัวหลานชายคนนี้ไป จะเกี่ยวโยงกับ ‘การเอาแต่ตามตื๊อหยวนจุน’ ที่หยวนเยี่ยนพูดถึงเสียมากกว่า
เขา้าใช้ประโยชน์หลานชายในการกักหยวนจุน
เนื่องจากเขาไม่รู้เื่ความสัมพันธ์ตอแยไม่วางวายของสองตระกูลนี้เลยสักนิด ถึงได้เข้าไปพัวพันโดยไม่ตั้งใจ เกรงว่าคงจะเป็อย่างที่หยวนจุนว่าไว้ ประวัติส่วนตัวของเขาน่าจะกองอยู่ตรงหน้าเซี่ยเจี่ยนอี้ไปเรียบร้อยแล้ว
ในเมื่อเป็แบบนี้ เซี่ยเจี่ยนอี้น่าจะเข้าใจผิดเื่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหยวนจุน ไม่อย่างนั้นก็อธิบายได้ยากเหลือเกินว่า ทำไมเขาถึงทุ่มชีวิตเพื่อเด็กน้อยตระกูลหยวนได้ขนาดนี้
ซึ่งก็แปลว่า ในระหว่างที่เขายังไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ เซี่ยเจี่ยนอี้จะเห็นเขาเป็ศัตรูที่เข้าพวกของตระกูลหยวนเพราะอุบัติเหตุเมื่อคืน
สองเ้าสัวใหญ่อย่างตระกูลเซวียและตระกูลเซี่ยลงมือทำบางอย่างกับเขา ทั้งยังมีตระกูลหยวนอีกหนึ่งที่เข้ามาพัวพันกันอย่างไม่ชัดเจน ถ้าอย่างนั้นตระกูลเซินจะเห็นเขาเป็นายกเทศมนตรี ‘ขี้ขลาด ไม่กล้าลองดี’ เหมือนเดิมหรือไม่
ไม่สิ แม้จะคิดว่าเขา ‘ขี้ขลาด’ ตระกูลเซินก็จะไม่อนุญาตให้เขาเข้าข้างตระกูลใดทั้งนั้น
เขาเป็ผู้กุมอำนาจการปกครอง นั่นเป็สิ่งที่จริงแท้แน่นอน
แม้จะเป็เพียงนายกเทศมนตรี ‘หุ่นเชิด’ แต่ก็ยังกำกับ วางอำนาจที่ยิ่งใหญ่ได้อยู่แล้ว
สิ่งที่สี่เ้าสัวใหญ่ถือสาคือประเด็นนี้
สิ่งที่พวกเขา้านำเข้ามาเป็พวกั้แ่แรกนั้นไม่ใช่กู้ชิงอย่างเขา แต่เป็เขาผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของการปกครองเอาไว้ต่างหาก
เวลาที่เหลือแค่สามปีสามเดือนมันน้อยเหลือเกิน เขาไม่ได้อยากจะสร้างผลงานราชการใหญ่โตระหว่างที่อยู่ในตำแหน่ง แถมยังไม่ได้อยากจะใช้ประโยชน์จากอำนาจในมือไปถ่วงดุลกับตระกูลใด หรือเปลี่ยนอำนาจที่แท้จริงในมือมาเป็เครื่องมือของตระกูลใดทั้งนั้น
เขาเพียงแค่อยากจะใช้ชีวิตในอาชีพนายกเทศมนตรีเป็เวลาสามปีครึ่งอย่างสงบและราบรื่น เมื่อสิ้นสุดเวลา ค่อยย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่อื่นตามคำสั่งโยกย้ายขององค์กร
ในมุมมองของเขา ไม่ว่าปัญหาใดๆ ที่เกิดจากสี่เ้าสัวใหญ่ผู้ผูกขาดเชิงลึกกับเศรษฐกิจท้องถิ่น ล้วนแต่มีความเป็ไปได้ว่าจะก่อให้เกิดหายนะทางเศรษฐกิจ จนสร้างความสั่นคลอนต่อสังคมได้ทั้งสิ้น
ก็เป็เพราะว่าถ่องแท้ในประเด็นนี้ เขาถึงต้องรอบคอบเข้าไว้ โดยจะไม่เลือกข้างใดโดยเด็ดขาด ทั้งจะไม่ตกไปเป็ ‘หุ่นเชิด’ ที่หลอกใช้เอาได้ โดยปล่อยให้อำนาจที่แท้จริงในมือตกไปเป็เครื่องมือในการหาประโยชน์
ทว่าเหตุการณ์กำลังหนีห่างจากการควบคุมแรกเริ่มออกไปทุกที
เนื่องจากการพบเซินฝานจีในคืนฝนตก มาจนถึงเด็กชายที่ได้รับการช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย ทำให้เื่ราวพลอยได้รับผลกระทบ ทั้งยังทำเอาเขาเข้าไปข้องเกี่ยวในความสัมพันธ์สุดซับซ้อนระหว่างสี่เ้าสัวใหญ่อย่างตระกูลหยวน ตระกูลเซิน ตระกูลเซวียและตระกูลเซี่ยโดยไม่ได้ตั้งใจอีก
เขาจะต้องแสดงตัวอย่างหนักแน่น และสื่อสารจุดยืนว่าตนเองจะยังคงวางตัวเป็กลางอย่างเสมอต้นเสมอปลายอย่างไร
ต่อให้เขาอมพระมาพูดต่อหน้าผู้กุมอำนาจของสี่เ้าสัวใหญ่ไป เซวียติ้งกับเซี่ยเจี่ยนอี้ก็ไม่เชื่ออยู่วันยังค่ำ แล้วสองคนนี้ดันเป็ที่สุดของบุคคลที่น่ารำคาญเสียด้วย
พอครุ่นคิดเสร็จ เขาก็ติดต่อผู้รับจ้างสืบข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยรีเควสต์ให้สืบเื่เซี่ยเจี่ยนอี้ ค้นข้อมูลของคนคนนี้ให้ละเอียดได้มากเท่าไรก็ยิ่งดี และส่งให้เขาก่อนวันจันทร์ได้จะดีที่สุด
เมื่ออีกฝ่ายรับทราบ ก็ตอบว่า “จะทำอย่างสุดความสามารถครับ”
หลังจากปิดฝาหลังแล็ปท็อป เขาก็หยิบแว่นตาอำพรางมาสวม แล้วเดินลงอะพาร์ตเมนต์ไปซื้อวัตถุดิบ พร้อมซื้อแจกันดอกไม้ใบหนึ่งมาทีเดียว ก่อนจะนำช่อดอกไม้ที่เสี่ยวเจวี๋ยยกให้จัดเข้าไป ดอกไม้ช่อนี้เพิ่มสีสันอันอบอุ่นให้แก่ห้องที่สว่างโร่ได้เลยทีเดียว
เมื่อถึงวันจันทร์ เขาก็สวมชุดสูทและรองเท้าหนัง ผูกเนกไท ก่อนจะเซตผมแสกข้างให้อยู่ทรงด้วยสเปรย์เซตผม
หลังจากจัดท่าทางเข้าให้ที่เข้าทางตามมารยาท เขาก็เดินลงจากอะพาร์ตเมนต์ แล้วขับรถตรงไปยังเทศบาลนคร
สิบนาทีหลังมาถึงสำนักงานเทศบาลนคร เ้าหน้ าที่รัฐในโถงใหญ่ต่างยิ้มบางพลางกล่าวทักทายเขาเหมือนเคย “อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะท่านนายกเทศมนตรี” เขายิ้มน้อยๆ พลางพยักหน้ารับคำว่า “อรุณสวัสดิ์ครับ”
เมื่อเข้าไปยังห้องทำงานนายกเทศมนตรี ก็เริ่มทำงานของวันนี้ เลขาหยางเตี่ยนซือเดินเข้ามา รายงานกำหนดการการทำงานภายในวันนี้ไปพลาง วางการ์ดเชิญสองฉบับไปพลาง
ฉบับหนึ่งถูกส่งมาจากเ้าสัวตระกูลเซวีย ส่วนอีกฉบับถูกส่งมาจากเ้าสัวตระกูลเซี่ย ทว่าแตกต่างไปจากการ์ดเชิญในครั้งก่อน เพราะครั้งนี้เซวียติ้งและเซี่ยเจี่ยนอี้เป็คนลงมือชื่อเอง จุดประสงค์ของพวกเขาต่างก็้าเชิญนายกเทศมนตรีไปเป็แขกที่บ้านเหมือนๆ กัน
กู้ชิงไม่ได้เปิดผนึกการ์ดเชิญ ทว่าฉีกทิ้งทันที แล้วโยนลงถังขยะ
่เช้าวันนี้ไม่มีกำหนดการการทำงาน ส่วน่บ่ายต้องไปเยี่ยมเยียนและมอบกำลังใจให้แก่เ้าหน้าที่ระดับรากหญ้า พร้อมทั้งแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือ รวมถึงเข้ารับฟังความ้าต่างๆ ของเ้าหน้าที่การไฟฟ้าและพนักงานสวนสาธารณะ
กระทั่งงานตลอดวันเสร็จสิ้นและกลับมายังบ้านพักข้าราชการ ในที่สุดนักสืบก็ส่งข้อมูลโดยละเอียดของเซี่ยเจี่ยนอี้มาให้ พออ่านจบ ในใจเขาเอ่ยว่า การใช้คำว่า ‘คนเสียสติ’ มานิยามคนคนนี้ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด
…