ข้าคือสาวใช้ค่ะ ท่านแม่ทัพ

    บทที่ 7 // ตอนที่ 2-1 ความแค้นของจูฮวา

            สมาคมการค้า  หมู่ตึกที่มีอาคารหลายหลังมีทั้งคลังสินค้ารอกระจายขาย มีทั้งสิ้นค้าทดลองผลิตทดลองใช้ จนไปถึงที่พักห้องหับคนงานทั้งผลิตและแบกหาม ยันไปถึงของคนคุมงาน

            รถม้าที่รอนแรมเดินทางมาอย่างยากลำบากก็มาถึง

            จูเจียวเชินรีบออกมารับรถม้านี้

            สตรีผู้ลงมารีบโผเข้าหา

            “พี่ใหญ่”

            “อาฮวา มาซะทีนะ  เดินทางลำบากมั้ย”

            “ลำบากมากเลยค่ะ  อย่ามัวเสียเวลาเลย  ท่านรีบพาข้าไปหมู่ตึกสกุลเซียวเถอะ”

            “ใจเย็นหน่อยเถอะ  ถึงไปตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมาหรอก”

            “ข้ารับไม่ได้  ข้ายอมไม่ได้ พี่ลู่เอินจะแต่งงานกับนางแพศยาหนิงเอ๋อได้ยังไงมันแค่สาวใช้ชั้นต่ำเท่านั้น”

            “เจ้าคงยังไม่ได้ข่าว  หลังจากได้ข่าวนี้ต่อไปห้ามพูดถึงนางแบบนั้นให้ใครที่นี่ได้ยินอีก”

            “ข่าวอะไรคะ?”

            “พี่สาวฝาแฝดของนาง ...เป็นถึงฮองเฮาแล้ว”

            “หา..งั้นพระนางหนิงเซียนก็....ไม่จริงตกลงว่านางเป็นพี่สาวของหนิงเอ๋อ?!!”

            “มิอาจไม่ใช่”

            “เป็นไปได้ยังไง  ทำไมมันมีวาสนาเช่นนี้?!”

            “ดังนั้นเราเข้าไปพักด้านในก่อน ข้าได้จัดเตรียมที่พักไว้ให้เจ้าและคนของบ้านเราที่มากับเจ้าแล้ว”

            ....

            หนิงเอ๋อทบทวนเพลงกระบี่โดนฝึกซ้อมกับลู่ฉี  นางค้นพบประการหนึ่ง

             

            ลู่ฉีเก่งมากๆจัดเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งเลยทีเดียว

            [ข้าเป็นแค่สาวใช้มาก่อนยังเก่งได้  พี่ลู่ฉีแม้เป็นบ่าวของท่านพี่  แต่ได้รับการไว้วางใจมากที่สุด  ทำไมจะเก่งกาจมากไม่ได้]

            ทั้งคู่ประมือกัน  ผู้คนในหมู่ตึกพากันชมดูเสียงกระบี่ต้องลมจนแม้แต่ผู้ที่ไม่เป็นวรยุทธ์ยังฟังออกว่าเป็นการวาดขยับกระบี่ที่คมมาก

            เสียงกระบี่กระทบกันนั้นแทบไม่ได้ยิน  ยอดฝีมือชิงชัยไหนเลยปะทะกระบี่มั่วซั่วราวกับเด็กเล่นฟันดาบ

            ทุกท่าคือรุก ตั้งรับด้วยหลบ  โต้กลับด้วยจังหวะที่เหมาะสม จวนตัวจึงตั้งกระบี่ขึ้นรับเพื่อเบี่ยงทิศทางกระบี่อีกฝ่ายให้พ้นตัวแล้วชิงชัยโต้กลับอีก

            แต่พลังข้อมือของลู่ฉีแข็งแรงกว่า ร่างกายแข็งแรงทั้งภายนอกภายในลมปราณต่อเนื่อง พลังในการตวัดฟันแทงไม่ลดหย่อน ยิ่งสู้นานยิ่งค่อยๆ ได้เปรียบหนิงเอ๋อ

            ฝ่ายที่เข้มแข็งกว่าหาใช่ยิ่งสู้นานแล้วยิ่งมีเรี่ยวแรง แต่ยิ่งสู้นานฝ่ายที่อ่อนแอกว่ายิ่งหมดแรงลดทอนกำลังลงไป

            หนิงเอ๋อเข้าใจประการนี้ หากเจอคู่ต่อสู้ที่แกร่งทัดเทียมตนหรือมากกว่าให้รีบชิงชัยทุกครั้งที่มีจังหวะจบศึกให้ไวที่สุด

            มีแต่ผู้ที่แกร่งกว่าเท่านั้น  ที่สามารถเลี้ยงการต่อสู้ดึงให้สู้ยนาวนานกว่าได้

            ท้ายสุดเมื่ออ่อนแรงลู่ฉีตวัดกระบี่จ่อที่หลังคอ ผลการต่อสู้จบลง

            “พี่ลู่ฉีเก่งมากเลย  ข้านับถือจากใจ”

            “เทียบนายท่าน  ข้ายังห่างมากนักฮูหยิน”

            ลู่เอินที่ยืนดูอยู่ก็กล่าวขึ้น

            “ข้าชำนาญทั้งเพลงทวนและเพลงกระบี่  แต่ถ้าหากเทียบกันด้วยเพลงกระบี่เพียงอย่างเดียวนั้น  ข้าบอกตามตรงว่าลู่ฉีเก่งกว่าข้าเสียอีก”

            หนิงเอ๋อหันมามองลู่ฉีที่มักถ่อมตัว

            เขาแม้กระสานมือที่ถือกระบี่อยู่รับคำชม  แต่ไม่มีคำถ่อมตัวแก้ตัวใดๆ ออกมาเลย  แสดงแน่ชัดว่าเขาเหนือกว่าจริงๆในด้านเพลงกระบี่จนมิอาจทำทีดัดจริตถ่อมตนได้นั่นเอง

            ลูกน้องของลู่ฉีเข้ามารายงานบางอย่าง

            ลู่เอินถาม

            “เกิดอะไรขึ้น?”

            “เรียนนายท่าน...เราเจอปัญหาแล้ว”

             

            ......

             

            “คุณหนูจูฮวา!!”

            เสียงหนิงเอ๋อตะโกนดังลั่นตึก นางตกใจเป็นพิเศษเพราะจูฮวาราวีเล่นงานนางไว้ไม่น้อยจริงๆ  แต่ในใจหนิงเอ๋อก็นึกำของคุณนาง  หากไม่เพราะภาพวาดโดนคนของนางทำลาย ไหนเลยจะได้ไปรับใช้ลู่เอินจนผูกรักและได้มีงานมงคลสมรักกัน

            บรรดาสาวใช้ไถ่ถามความเป็นมา หนิงเอ๋อนั่งเล่าให้สาวใช้ฟังโดยพวกนางพากันล้อมวงฟังหนิงเอ๋อเล่าประหนึ่งฟังบทละครเวทีโรงใหญ่ก็มิปาน

            เซี่ยวหงส์กล่าวขึ้น

            “นายหญิง  ข้ามีวิธีรับมือ  แต่ไม่ทราบจะเหมาะสมมั้ย”

            “ว่ามาเลย  ข้ารอฟัง”

            “หากพบนางในครั้งต่อไป  นากหากไม่พูดกล่าวเสียดสีก็แล้วไป  หากแต่นางพูดขึ้นมา  ขอท่านยิ้มตอบแล้วขอบคุณนาง”

            เซี่ยวหนิงขมวดคิ้วถาม

            “ขอบคุณ?  นายหญิงโดนกล่าวแบบนั้นจะให้ขอบคุณไปทำไม?”

            เซี่ยวหลินโผล่งขึ้น

            “ใช่ๆ นี่  พี่เซี่ยวหงส์..เจ้ายังไม่หายแค้นนายหญิงเราอีกเหรอ?”

            อาบี้สวนทันที

            “เจ้าพูดดีๆ นะ  นายหญิงดีกับพวกเราทำไมเราต้องคิดร้ายกับนางอีกล่ะ”

            หนิงเอ๋อรีบห้ามศึก

            “เอาล่ะๆ พอแล้วๆอย่าเถียงกันเลย  รอฟังเซี่ยวหงส์ให้จบก่อน”

            เซี่ยวหงส์กล่าวต่อ

            “ที่ให้ขอบคุณ ก็ขอบคุณเรื่องที่นางทำลายภาพวาดของนายท่าน  ว่า.... ‘หากมิใช่คุณหนูจูส่งเสริมไหนเลยหนิงเอ่อจะมีวันได้ใกล้ชิดคุณชาย และเมื่อโดนคุณหนูจูมอบบททดสอบมาให้ ทำให้ข้าได้แสดงความสามารถ  และคุณชายเห็นใจเป็นห่วงหนิงเอ๋อมากขึ้นและผูกพันรักใคร่  หนิงเอ๋อมีวันนี้ได้เพราะคุณหนูจูส่งเสริม’....แบบนี้ไงคะ”

            ทุกคนกล่าวอุทานพร้อมเพรียง

            “โห~~”

            หนิงเอ๋อยิ้ม

            “เจ้าสุขุมเฉียบขาดขึ้นนะ”

            “เพราะไม่ต้องแกง่แย่งชิงดีกับใครอีก  ข้าเลยมีเวลาไตร่ตรองจัดการความคิด  ทั้งนี้ต้องขอบคุณนายหญิงค่ะ”

            “ข้าแต่งตั้งมอบหมายไม่ผิดคนจริงๆ”

            เซี่ยวหลินกล่าวขึ้น

            “พี่เซี่ยวหลินข้ามองท่านผิดไป  ท่านนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

            “ไม่เป็นไร  ตอนนี้เราล้วนเป็นพวกเดียวกัน  ต้องช่วยกันสิ”

            เห็นสาวใช้ที่แบ่งฝั่งแบ่งฝ่ายยามนี้กลมเกลียวเป็นปึกแผ่น  หนิงเอ๋อยิ้มออกมาอย่างสบายใจ

            ลู่เอินเดินออกมาในชุดขุนนาง

            หนิงเอ๋อถาม

            “ท่านพี่เข้าวังเหรอคะ?  ทำไมไม่เรียกข้า  ข้าจะได้ช่วยแต่งตัว”

            “ไม่เป็นไร ฝ่าบาทเรียกประชุมขุนนางเรื่องอ๋องอี้ที่เสฉวนน่ะ  เจ้าต้องรับมือคุณหนูจู  ศึกนี้ปวดหัวกว่าข้าเยอะ  วางแผนกันต่อเถอะ”

            สาวใช้และหนิงเอ๋อพากันหัวเราะ

            ลู่เอินไปกับบ่าวชายคนอื่น  ทิ้งลู่ฉีไว้เป็นกำลังให้หนิงเอ๋อยามฉุกเฉิน

             

            .......

             

            บางทีหนิงเอ๋อก้อยากลองเป็นหมอดูบ้าง  เพราะแค่กังวลคาดการณ์ไว้  ผู้ที่คาดคิดไว้ก็มาเยือน

            จูฮวาอยู่ที่ห้องรับรองแขก

            “ลู่ฉี  คุณชายเจ้าไม่อยู่เหรอ?”

            “นายท่านไปประชุมขุนนาง   คุณหนูจูมีธุระจะฝากไว้มั้ยครับ?”

            “นายท่าน?...อ่อ พี่ลู่เอินเป็นผู้นำตระกูลแล้ว.....ดีจัง....งั้น....ไม่เป็นไรข้ารอได้”

            “.......”

            “แล้วมารดาพี่ลู่เอินล่ะ?”

            “นายหญิงใหญ่ไปไหว้พระครับ”

            “นายหญิงใหญ่?....”

             

            “เพราะนายหญิงคือข้าเองค่ะคุณหนูจู”

            เสียงเดินเข้ามายังห้องรับแขก

            จูฮวามองด้วยสายตาที่ทั้งตกใจ แค้นใจริษยา ถามโถมเข้ามาผสมปนเป

            สตรีสวมชุดสีชมพูอ่อนตัดเย็บประณีต  ปักลายสวยงดงาม  ดูปราดเดียวก็ทราบได้ว่ามาจากงานฝีมือช่างตัดเย็บที่ขึ้นชื่อของฮูโต๋

            หนิงเอ๋อในชุดนี้กล่าวขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างามหลังตรง มองตรงไม่ก้มหน้างอคอห่อไหล่แม้แต่น้อง

            “คาราวะคุณหนูจู”

            “หนิงเอ๋อ...เจ้า...”

            ลู่ฉีคลายมือที่ประสานเงยหน้ายืนตรงทันที  แล้วกล่าว

            “คุณหนู  ให้เกียรติฮูหยินเราด้วย”

            “ลู่ฉี แม้แต่เจ้าก็......ได้...คาราวะฮูหยิน  ไม่ทราบสบายดีมั้ย?  ยังเขียนภาพขายประทังชีพอยู่มั้ย?”

            ลู่ฉีทำท่าจะกล่าวบางสิ่ง  แต่หนิงเอ๋อผายมือเป็นเชิงห้ามแล้วกล่าวแทน

            “ต้องขอบคุณคุณหนูจูค่ะ”

            “ขอบคุณข้า?”

            “หากไม่เพราะท่านส่งเสริม   หนิงเอ่อไหนเลยจะมีวันได้ใกล้ชิดท่านพี่  และเมื่อโดนคุณหนูจูมอบบททดสอบมาให้  ทำให้ข้าได้แสดงความสามารถ  และท่านพี่ก็เห็นใจเป็นห่วงหนิงเอ๋อมากขึ้น  ผูกพันรักใคร่ หนิงเอ๋อมีวันนี้ได้เพราะคุณหนูจูส่งเสริมค่ะ”

            “น...นี่เจ้า....หนิงเอ๋อ!!!.....ได้...วันนี้เจ้าชนะ...นางแมวขโมย”

            “ข้าขโมยตรงไหน  ถ้าไม่เพราะท่านยัดเยียดความเสียหายนั้นให้ข้า  ท่านพี่จะเห็นใจข้าเหรอ  ใครทำคนนั้นได้ท่านเองเป็นคนส่งคนมาทำลายภาพ  คิดว่าท่านพี่ของข้าโง่เหรอไง  เขาเดิมทีไม่ได้ชมชอบท่าน  ยิ่งเมื่อท่านใส่ร้ายข้ายิง่น่าชิงชัง”

            “เจ้า.....”

            คำ ท่านพี่ ที่หนิงเอ๋อใช้  ตอกย้ำว่านางและลู่เอินคือสามีภรรยาร่วมหอนอนเคียงเตียงเดียวกันให้จูฮวาได้รับรู้หนักขึ้น

            นางกล่าวต่อ

            “ยังมี ... ภาพที่แสนสำคัญ ท่านกลับทำลายได้เพียงเพื่อใส่ร้ายข้า  ท่านพี่เจ็บปวดที่ภาพโดนทำลาย  ถ้าไม่เพราะเกรงใจไต้เท้าจูเหอ  ไหนเลยจะปล่อยปละเว้นท่าน  ยิ่งพี่ชายของท่าน  คอยตามติดรังควานข้า  ตามเกี้ยวพาราศี  ไม่สนว่าข้าตกแต่งเป็นฮูหยินให้สกุลเซียวแล้วด้วยใจสมัครรักใคร่  เขายิ่งไม่พอใจพวกท่านพี่น้องเป็นทวี  ข้าไหนเลยมองไม่ออกว่าเขาหวังได้ตัวข้า  พวกท่านพี่น้องมิได้ขี้ริ้ว ทั้งยังมีชาติตระกูลมากความสามารถ  ทางที่ดีอย่าได้หวังช่วงชิงสามีช่วงชิงภรรยาผู้อื่นให้ผู้คนนินทา”

            จูฮวากรีดร้องลั่นจนคนในหมู่ตึกวิ่งพากันมาดูว่าเกิดเรื่องราวใดบ่าวไพร่บริวารที่ติดตามล้วนเข้ามาจับมาห้ามปราม

            “ปล่อยข้า  ข้าจะตบนางสาวใช้อวดดีนี่  ลู่ฉีเจ้าอย่าได้มาขวางด้วย”

    คล้ายกับเรื่องข้าคือสาวใช้ค่ะ ท่านแม่ทัพ ที่คุณอ่าน