สมาคมการค้า หมู่ตึกที่มีอาคารหลายหลังมีทั้งคลังสินค้ารอกระจายขาย มีทั้งสิ้นค้าทดลองผลิตทดลองใช้ จนไปถึงที่พักห้องหับคนงานทั้งผลิตและแบกหาม ยันไปถึงของคนคุมงาน
รถม้าที่รอนแรมเดินทางมาอย่างยากลำบากก็มาถึง
จูเจียวเชินรีบออกมารับรถม้านี้
สตรีผู้ลงมารีบโผเข้าหา
“พี่ใหญ่”
“อาฮวา มาซะทีนะ เดินทางลำบากมั้ย”
“ลำบากมากเลยค่ะ อย่ามัวเสียเวลาเลย ท่านรีบพาข้าไปหมู่ตึกสกุลเซียวเถอะ”
“ใจเย็นหน่อยเถอะ ถึงไปตอนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมาหรอก”
“ข้ารับไม่ได้ ข้ายอมไม่ได้ พี่ลู่เอินจะแต่งงานกับนางแพศยาหนิงเอ๋อได้ยังไงมันแค่สาวใช้ชั้นต่ำเท่านั้น”
“เจ้าคงยังไม่ได้ข่าว หลังจากได้ข่าวนี้ต่อไปห้ามพูดถึงนางแบบนั้นให้ใครที่นี่ได้ยินอีก”
“ข่าวอะไรคะ?”
“พี่สาวฝาแฝดของนาง ...เป็นถึงฮองเฮาแล้ว”
“หา..งั้นพระนางหนิงเซียนก็....ไม่จริงตกลงว่านางเป็นพี่สาวของหนิงเอ๋อ?!!”
“มิอาจไม่ใช่”
“เป็นไปได้ยังไง ทำไมมันมีวาสนาเช่นนี้?!”
“ดังนั้นเราเข้าไปพักด้านในก่อน ข้าได้จัดเตรียมที่พักไว้ให้เจ้าและคนของบ้านเราที่มากับเจ้าแล้ว”
....
หนิงเอ๋อทบทวนเพลงกระบี่โดนฝึกซ้อมกับลู่ฉี นางค้นพบประการหนึ่ง
ลู่ฉีเก่งมากๆจัดเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งเลยทีเดียว
[ข้าเป็นแค่สาวใช้มาก่อนยังเก่งได้ พี่ลู่ฉีแม้เป็นบ่าวของท่านพี่ แต่ได้รับการไว้วางใจมากที่สุด ทำไมจะเก่งกาจมากไม่ได้]
ทั้งคู่ประมือกัน ผู้คนในหมู่ตึกพากันชมดูเสียงกระบี่ต้องลมจนแม้แต่ผู้ที่ไม่เป็นวรยุทธ์ยังฟังออกว่าเป็นการวาดขยับกระบี่ที่คมมาก
เสียงกระบี่กระทบกันนั้นแทบไม่ได้ยิน ยอดฝีมือชิงชัยไหนเลยปะทะกระบี่มั่วซั่วราวกับเด็กเล่นฟันดาบ
ทุกท่าคือรุก ตั้งรับด้วยหลบ โต้กลับด้วยจังหวะที่เหมาะสม จวนตัวจึงตั้งกระบี่ขึ้นรับเพื่อเบี่ยงทิศทางกระบี่อีกฝ่ายให้พ้นตัวแล้วชิงชัยโต้กลับอีก
แต่พลังข้อมือของลู่ฉีแข็งแรงกว่า ร่างกายแข็งแรงทั้งภายนอกภายในลมปราณต่อเนื่อง พลังในการตวัดฟันแทงไม่ลดหย่อน ยิ่งสู้นานยิ่งค่อยๆ ได้เปรียบหนิงเอ๋อ
ฝ่ายที่เข้มแข็งกว่าหาใช่ยิ่งสู้นานแล้วยิ่งมีเรี่ยวแรง แต่ยิ่งสู้นานฝ่ายที่อ่อนแอกว่ายิ่งหมดแรงลดทอนกำลังลงไป
หนิงเอ๋อเข้าใจประการนี้ หากเจอคู่ต่อสู้ที่แกร่งทัดเทียมตนหรือมากกว่าให้รีบชิงชัยทุกครั้งที่มีจังหวะจบศึกให้ไวที่สุด
มีแต่ผู้ที่แกร่งกว่าเท่านั้น ที่สามารถเลี้ยงการต่อสู้ดึงให้สู้ยนาวนานกว่าได้
ท้ายสุดเมื่ออ่อนแรงลู่ฉีตวัดกระบี่จ่อที่หลังคอ ผลการต่อสู้จบลง
“พี่ลู่ฉีเก่งมากเลย ข้านับถือจากใจ”
“เทียบนายท่าน ข้ายังห่างมากนักฮูหยิน”
ลู่เอินที่ยืนดูอยู่ก็กล่าวขึ้น
“ข้าชำนาญทั้งเพลงทวนและเพลงกระบี่ แต่ถ้าหากเทียบกันด้วยเพลงกระบี่เพียงอย่างเดียวนั้น ข้าบอกตามตรงว่าลู่ฉีเก่งกว่าข้าเสียอีก”
หนิงเอ๋อหันมามองลู่ฉีที่มักถ่อมตัว
เขาแม้กระสานมือที่ถือกระบี่อยู่รับคำชม แต่ไม่มีคำถ่อมตัวแก้ตัวใดๆ ออกมาเลย แสดงแน่ชัดว่าเขาเหนือกว่าจริงๆในด้านเพลงกระบี่จนมิอาจทำทีดัดจริตถ่อมตนได้นั่นเอง
ลูกน้องของลู่ฉีเข้ามารายงานบางอย่าง
ลู่เอินถาม
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เรียนนายท่าน...เราเจอปัญหาแล้ว”
......
“คุณหนูจูฮวา!!”
เสียงหนิงเอ๋อตะโกนดังลั่นตึก นางตกใจเป็นพิเศษเพราะจูฮวาราวีเล่นงานนางไว้ไม่น้อยจริงๆ แต่ในใจหนิงเอ๋อก็นึกำของคุณนาง หากไม่เพราะภาพวาดโดนคนของนางทำลาย ไหนเลยจะได้ไปรับใช้ลู่เอินจนผูกรักและได้มีงานมงคลสมรักกัน
บรรดาสาวใช้ไถ่ถามความเป็นมา หนิงเอ๋อนั่งเล่าให้สาวใช้ฟังโดยพวกนางพากันล้อมวงฟังหนิงเอ๋อเล่าประหนึ่งฟังบทละครเวทีโรงใหญ่ก็มิปาน
เซี่ยวหงส์กล่าวขึ้น
“นายหญิง ข้ามีวิธีรับมือ แต่ไม่ทราบจะเหมาะสมมั้ย”
“ว่ามาเลย ข้ารอฟัง”
“หากพบนางในครั้งต่อไป นากหากไม่พูดกล่าวเสียดสีก็แล้วไป หากแต่นางพูดขึ้นมา ขอท่านยิ้มตอบแล้วขอบคุณนาง”
เซี่ยวหนิงขมวดคิ้วถาม
“ขอบคุณ? นายหญิงโดนกล่าวแบบนั้นจะให้ขอบคุณไปทำไม?”
เซี่ยวหลินโผล่งขึ้น
“ใช่ๆ นี่ พี่เซี่ยวหงส์..เจ้ายังไม่หายแค้นนายหญิงเราอีกเหรอ?”
อาบี้สวนทันที
“เจ้าพูดดีๆ นะ นายหญิงดีกับพวกเราทำไมเราต้องคิดร้ายกับนางอีกล่ะ”
หนิงเอ๋อรีบห้ามศึก
“เอาล่ะๆ พอแล้วๆอย่าเถียงกันเลย รอฟังเซี่ยวหงส์ให้จบก่อน”
เซี่ยวหงส์กล่าวต่อ
“ที่ให้ขอบคุณ ก็ขอบคุณเรื่องที่นางทำลายภาพวาดของนายท่าน ว่า.... ‘หากมิใช่คุณหนูจูส่งเสริมไหนเลยหนิงเอ่อจะมีวันได้ใกล้ชิดคุณชาย และเมื่อโดนคุณหนูจูมอบบททดสอบมาให้ ทำให้ข้าได้แสดงความสามารถ และคุณชายเห็นใจเป็นห่วงหนิงเอ๋อมากขึ้นและผูกพันรักใคร่ หนิงเอ๋อมีวันนี้ได้เพราะคุณหนูจูส่งเสริม’....แบบนี้ไงคะ”
ทุกคนกล่าวอุทานพร้อมเพรียง
“โห~~”
หนิงเอ๋อยิ้ม
“เจ้าสุขุมเฉียบขาดขึ้นนะ”
“เพราะไม่ต้องแกง่แย่งชิงดีกับใครอีก ข้าเลยมีเวลาไตร่ตรองจัดการความคิด ทั้งนี้ต้องขอบคุณนายหญิงค่ะ”
“ข้าแต่งตั้งมอบหมายไม่ผิดคนจริงๆ”
เซี่ยวหลินกล่าวขึ้น
“พี่เซี่ยวหลินข้ามองท่านผิดไป ท่านนี่ยอดเยี่ยมจริงๆ”
“ไม่เป็นไร ตอนนี้เราล้วนเป็นพวกเดียวกัน ต้องช่วยกันสิ”
เห็นสาวใช้ที่แบ่งฝั่งแบ่งฝ่ายยามนี้กลมเกลียวเป็นปึกแผ่น หนิงเอ๋อยิ้มออกมาอย่างสบายใจ
ลู่เอินเดินออกมาในชุดขุนนาง
หนิงเอ๋อถาม
“ท่านพี่เข้าวังเหรอคะ? ทำไมไม่เรียกข้า ข้าจะได้ช่วยแต่งตัว”
“ไม่เป็นไร ฝ่าบาทเรียกประชุมขุนนางเรื่องอ๋องอี้ที่เสฉวนน่ะ เจ้าต้องรับมือคุณหนูจู ศึกนี้ปวดหัวกว่าข้าเยอะ วางแผนกันต่อเถอะ”
สาวใช้และหนิงเอ๋อพากันหัวเราะ
ลู่เอินไปกับบ่าวชายคนอื่น ทิ้งลู่ฉีไว้เป็นกำลังให้หนิงเอ๋อยามฉุกเฉิน
.......
บางทีหนิงเอ๋อก้อยากลองเป็นหมอดูบ้าง เพราะแค่กังวลคาดการณ์ไว้ ผู้ที่คาดคิดไว้ก็มาเยือน
จูฮวาอยู่ที่ห้องรับรองแขก
“ลู่ฉี คุณชายเจ้าไม่อยู่เหรอ?”
“นายท่านไปประชุมขุนนาง คุณหนูจูมีธุระจะฝากไว้มั้ยครับ?”
“นายท่าน?...อ่อ พี่ลู่เอินเป็นผู้นำตระกูลแล้ว.....ดีจัง....งั้น....ไม่เป็นไรข้ารอได้”
“.......”
“แล้วมารดาพี่ลู่เอินล่ะ?”
“นายหญิงใหญ่ไปไหว้พระครับ”
“นายหญิงใหญ่?....”
“เพราะนายหญิงคือข้าเองค่ะคุณหนูจู”
เสียงเดินเข้ามายังห้องรับแขก
จูฮวามองด้วยสายตาที่ทั้งตกใจ แค้นใจริษยา ถามโถมเข้ามาผสมปนเป
สตรีสวมชุดสีชมพูอ่อนตัดเย็บประณีต ปักลายสวยงดงาม ดูปราดเดียวก็ทราบได้ว่ามาจากงานฝีมือช่างตัดเย็บที่ขึ้นชื่อของฮูโต๋
หนิงเอ๋อในชุดนี้กล่าวขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างามหลังตรง มองตรงไม่ก้มหน้างอคอห่อไหล่แม้แต่น้อง
“คาราวะคุณหนูจู”
“หนิงเอ๋อ...เจ้า...”
ลู่ฉีคลายมือที่ประสานเงยหน้ายืนตรงทันที แล้วกล่าว
“คุณหนู ให้เกียรติฮูหยินเราด้วย”
“ลู่ฉี แม้แต่เจ้าก็......ได้...คาราวะฮูหยิน ไม่ทราบสบายดีมั้ย? ยังเขียนภาพขายประทังชีพอยู่มั้ย?”
ลู่ฉีทำท่าจะกล่าวบางสิ่ง แต่หนิงเอ๋อผายมือเป็นเชิงห้ามแล้วกล่าวแทน
“ต้องขอบคุณคุณหนูจูค่ะ”
“ขอบคุณข้า?”
“หากไม่เพราะท่านส่งเสริม หนิงเอ่อไหนเลยจะมีวันได้ใกล้ชิดท่านพี่ และเมื่อโดนคุณหนูจูมอบบททดสอบมาให้ ทำให้ข้าได้แสดงความสามารถ และท่านพี่ก็เห็นใจเป็นห่วงหนิงเอ๋อมากขึ้น ผูกพันรักใคร่ หนิงเอ๋อมีวันนี้ได้เพราะคุณหนูจูส่งเสริมค่ะ”
“น...นี่เจ้า....หนิงเอ๋อ!!!.....ได้...วันนี้เจ้าชนะ...นางแมวขโมย”
“ข้าขโมยตรงไหน ถ้าไม่เพราะท่านยัดเยียดความเสียหายนั้นให้ข้า ท่านพี่จะเห็นใจข้าเหรอ ใครทำคนนั้นได้ท่านเองเป็นคนส่งคนมาทำลายภาพ คิดว่าท่านพี่ของข้าโง่เหรอไง เขาเดิมทีไม่ได้ชมชอบท่าน ยิ่งเมื่อท่านใส่ร้ายข้ายิง่น่าชิงชัง”
“เจ้า.....”
คำ ท่านพี่ ที่หนิงเอ๋อใช้ ตอกย้ำว่านางและลู่เอินคือสามีภรรยาร่วมหอนอนเคียงเตียงเดียวกันให้จูฮวาได้รับรู้หนักขึ้น
นางกล่าวต่อ
“ยังมี ... ภาพที่แสนสำคัญ ท่านกลับทำลายได้เพียงเพื่อใส่ร้ายข้า ท่านพี่เจ็บปวดที่ภาพโดนทำลาย ถ้าไม่เพราะเกรงใจไต้เท้าจูเหอ ไหนเลยจะปล่อยปละเว้นท่าน ยิ่งพี่ชายของท่าน คอยตามติดรังควานข้า ตามเกี้ยวพาราศี ไม่สนว่าข้าตกแต่งเป็นฮูหยินให้สกุลเซียวแล้วด้วยใจสมัครรักใคร่ เขายิ่งไม่พอใจพวกท่านพี่น้องเป็นทวี ข้าไหนเลยมองไม่ออกว่าเขาหวังได้ตัวข้า พวกท่านพี่น้องมิได้ขี้ริ้ว ทั้งยังมีชาติตระกูลมากความสามารถ ทางที่ดีอย่าได้หวังช่วงชิงสามีช่วงชิงภรรยาผู้อื่นให้ผู้คนนินทา”
จูฮวากรีดร้องลั่นจนคนในหมู่ตึกวิ่งพากันมาดูว่าเกิดเรื่องราวใดบ่าวไพร่บริวารที่ติดตามล้วนเข้ามาจับมาห้ามปราม
“ปล่อยข้า ข้าจะตบนางสาวใช้อวดดีนี่ ลู่ฉีเจ้าอย่าได้มาขวางด้วย”