ต่งเสี่ยวเสี่ยวนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นคุยเล่นกับเด็กๆ ทั้งสามและหลินเจียเจียอย่างสนุกสนาน
ฝนค่อยๆ ซาลงจากที่ตกกระหน่ำอย่างหนักในตอนแรก กลายเป็นเม็ดฝนปรอยๆและสุดท้ายก็เป็นเพียงละอองฝนบางๆ เท่านั้น
กว่าฝนจะหยุดก็เป็นเวลาห้าโมงครึ่งแล้ว
ฉินซู่กับหลินเจียหย่วนยังไม่กลับมา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจจะตุ๋นซุปไก่แก่ตัวหนึ่งหมูสามชั้นนึ่งข้าวคั่ว [1] หัวไชเท้าผัดเปรี้ยวหวานและผัดผักอีกสักจาน
ผักใบเขียวเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ห้องครัวถูกสร้างขึ้นมาใหม่กว้างกว่าแต่ก่อนมาก ผนังทั้งสี่ด้านปูกระเบื้องสีอ่อนสะอาดตาพอมองไปแล้วรู้สึกห้องดูสว่างขึ้นมาก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวอยากจะซื้อตู้เย็นมาวางไว้ในครัว
แต่ครัวยังใช้เตาฟืนแบบดั้งเดิมและถูกสร้างแยกเป็นห้องเล็กๆ อยู่ในลานบ้าน
ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดครึ้มควันไฟจากบ้านสกุลฉินลอยเอื่อยๆ ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนื้อ
หลินเจียเจียช่วยก่อไฟและเตรียมของอยู่ในครัว
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวทำอาหารเสร็จเธอก็เติมน้ำลงในหม้อ ดึงฟืนออกสองสามท่อน เพื่อให้ไฟเบาลงเธอกำลังต้มน้ำสำหรับอาบ หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จจะได้ให้เด็กๆทั้งสามเอาไปใช้อาบกัน
ห้องอาบน้ำก็อยู่ในลานบ้านแต่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น เลยต้องต้มน้ำ
แต่ฉินซู่กลับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ในห้องของพวกเขาสองคนแถมยังให้เพื่อนช่วยหาอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย จะได้ให้ภรรยาได้อาบน้ำอย่างสบายมากขึ้น
ต้องบอกว่าความรักของเขานั้นยิ่งใหญ่จริงๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งจะยกอาหารขึ้นโต๊ะประตูบ้านก็ถูกเปิดออก
เธอเห็นฉินซู่สวมเสื้อกันฝนมือทั้งสองข้างของเขาประคองจักรยานเอาไว้ มันเป็นจักรยานสำหรับผู้หญิงซึ่งจักรยานผู้หญิงจะเตี้ยกว่าของผู้ชาย ทำให้ขี่ได้ง่ายและสะดวกกว่า
"กลับมาแล้ว!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มรับเธอตักน้ำขิงที่ต้มไว้ล่วงหน้าใส่ชามแล้วยื่นให้ฉินซู่
"ดื่มน้ำขิงเร็วเข้า เดี๋ยวจะไม่สบาย"
ฉินซู่รู้สึกอบอุ่นใจเขารับน้ำขิงจากมือภรรยาไว้ แววตาอ่อนโยนลง
"อืม!"
น้ำขิงมีรสฝาดเล็กน้อย แถมยังเผ็ดร้อนพอซดเข้าไปคำเดียว ความหนาวเย็นในร่างกายก็หายไปหมด
"ฉันซื้อจักรยานจากในเมืองมาให้แล้วนะโชคดีจริงๆ นี่เป็นคันสุดท้ายพอดี ข้างหน้าติดตะกร้าใหญ่หน่อยนะจะได้ให้เธอเอาไว้ใส่ของ"
ฉินซู่มองจักรยานที่วางอยู่ข้างๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มเธอประคองใบหน้าเย็นเฉียบของฉินซู่เอาไว้ในมือ ก่อนจะประทับจูบลงบนแก้มของเขา
"ขอบคุณค่ะที่รัก ฉันชอบมากเลย!"
พูดจบเธอก็เข็นจักรยานไปไว้ที่มุมลาน
แววตาของฉินซู่วูบไหวเล็กน้อยยกมือแตะแก้มที่เพิ่งถูกริมฝีปากของภรรยาประทับไว้ แล้วยิ้มออกมาอย่างเคลิบเคลิ้มจากนั้นเขาก็เดินตามต่งเสี่ยวเสี่ยวไป
"ไปล้างมือก่อนเถอะแล้วค่อยมากินข้าว"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหยิบชามและตะเกียบพลางบอกให้ฉินซู่ไปล้างมือให้เรียบร้อย
ฉินซู่เพิ่งกลับมาถึงหลินเจียหย่วนเองก็เพิ่งกลับมาถึงเหมือนกัน แต่เขายังไม่ได้เข้ามาในบ้าน
เท้าของหลินเจียหย่วนเต็มไปด้วยดินโคลนเขากลัวว่าจะทำให้ลานบ้านสกปรก จึงหันหลังกลับไปหาร่องน้ำเล็กๆ บนถนนล้างดินโคลนที่ติดอยู่ใต้รองเท้าจนหมด จากนั้นก็เข้ามาล้างมือในบ้าน
"นายกลับมาพอดีเลย ไปล้างมือสิจะได้มากินข้าว!"
ฉินซู่กับหลินเจียหย่วนกินค่อนข้างเยอะต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เช่นกัน ส่วนหลินเจียเจียและเด็กๆ ทั้งสามกินน้อยกว่า
หลินเจียเจียรูปร่างผอมบางแถมก่อนหน้านี้ยังอดอาหารบ่อยๆ ทำให้กระเพาะอาหารเล็กตอนนี้กินข้าวไปได้แค่ครึ่งชามเธอก็อิ่มแล้ว
"วันนี้ฉันไปหางานที่ตัวเมืองได้งานเป็นยาม เงินเดือนเดือนละยี่สิบหยวนแน่ะ พอได้เงินเดือนมาแล้วฉันจะจ่ายค่าเช่าบ้าน แล้วก็คืนเงินให้นะ"
วันนี้หลินเจียหย่วนเดินวนเวียนอยู่ในตัวตำบลตั้งหลายรอบแต่หางานที่เหมาะสมไม่ได้ เลยเดินเท้าไปในตัวเมืองดูโชคดีที่สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนมีความพยายามพอเจ้านายของเขารู้ว่าหลินเจียหย่วนเคยเป็นทหาร เลยรับหลินเจียหย่วนเข้าทำงานเป็นยามแถมยังให้ค่าเดินทางกลับมาด้วย เขาบอกว่าอีกสองวันค่อยให้หลินเจียหย่วนไปทำงาน
"เจ้านายของนายเป็นคนดีจริงๆ"
หลินเจียเจียยิ้มบางๆ
"ในโลกนี้ยังมีคนดีๆ อีกเยอะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจัดการข้าวในชามไปได้ครึ่งชามแล้วเธอตักน้ำซุปมาซด ก่อนจะพูดขึ้นมา
ฉินซู่และหลินเจียเจียเห็นด้วยกับคำพูดของต่งเสี่ยวเสี่ยวหลินเจียหย่วนพยักหน้าอย่างซื่อๆ
"ตอนนี้คนดีๆ เยอะจริงๆ!"
เนื่องจากตอนนี้ยกเลิกนโยบายระบบการทำงานในระบบแลกแต้มแรงงานแล้วชาวบ้านส่วนใหญ่จึงรู้สึกสับสน ตอนเช้าพวกเขาเองก็ไม่รู้จะทำอะไรดีถ้าไม่ก็รวมตัวกันคุยกันตามต้นไม้ใหญ่ ก็แวะเวียนไปบ้านคนอื่น เพื่อแก้เบื่อ
สวีซิ่วและเหอเถาฮวา กลับยุ่งมากเพราะช่วงนี้ร้านหม่าล่าทั่งกำลังไปได้สวยเลยทีเดียว ทั้งสองคนยุ่งจนแทบไม่ได้พักทุกวันพวกเธอต้องเตรียมวัตถุดิบเยอะมาก
พอพวกชาวบ้านเห็นว่าสวีซิ่วกับเหอเถาฮวาได้เงินช่วยเหลือแถมยังมีรายได้วันละหลายสิบหยวนเทียบกับเงินเดือนของชาวบ้านทั่วไปแล้วก็ถือว่าไม่น้อยเลย ใครๆในหมู่บ้านต่างก็พากันอิจฉา อยากลองทำตามบ้าง พวกเขาเลยพากันมาหาต่งเสี่ยวเสี่ยว
ยังไงซะวิธีการหาเงินพวกนี้ก็เป็นต่งเสี่ยวเสี่ยวที่เป็นคนคอยแนะนำนี่
แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวปฏิเสธโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
"ไม่ได้!"
พอได้ยินแบบนั้น ชาวบ้านบางคนก็ไม่พอใจ
"แล้วทำไมสวีซิ่วกับเหอเถาฮวาถึงทำได้?พวกเราก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันถ้ามีวิธีหาเงินก็คงไม่ควรเก็บไว้คนเดียวใช่ไหมล่ะช่วยเหลือกันบ้างก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร"
ขนาดป้าหลิวตอนนี้ก็มีงานประจำทำเธอทำซานจาจิ่วไปขายในตลาดทุกวันเลย
พวกเขาเองก็อยากจะมีรายได้ทุกวันบ้างไม่อยากจะปล่อยให้วันๆ ผ่านไปอย่างไร้จุดหมายแถมยังไม่ได้ส่วนแบ่งพืชผลที่กำลังจะเก็บเกี่ยวอีกด้วย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังหน้านิ่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเธอพูดสวนกลับไปทันที
"งานแบบนี้มีทำแค่ไม่กี่คนก็พอแล้วค่ะถ้าทำกันเยอะๆ จะได้เงินสักเท่าไหร่กันเชียว"
ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากความ อีกหน่อยปัญหาต่างๆอาจจะตามมาอีก
อาจมีการโกงวัตถุดิบ รสชาติอาจจะไม่ดีชื่อเสียงก็จะเสีย ปัญหาทุกอย่างก็จะมาลงที่เธอ ทำให้เดือดร้อนเปล่าๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่อยากเดือดร้อนโดยที่เธอไม่ได้อะไรเลย
"นั่นมันก็แค่ข้ออ้างเธอแค่ไม่อยากจะให้พวกเราได้เงินนี่!"
ป้าหนิวพูดพึมพำอยู่ข้างๆ
คนที่อิจฉาที่สุดก็คือป้าหนิว ก็เมื่อก่อนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จนพอๆ กัน ไม่มีอะไรติดบ้านสักอย่าง แถมยังเชื่อฟังเธอแทบทุกคำ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พริบตาเดียวต่งเสี่ยวเสี่ยวก็หันหลังให้เธอ ตอนนี้ยังสร้างบ้านสามชั้นเอาไว้ข้างบ้านเธออีกนี่ตั้งใจจะมาอวดกันชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?
ตอนนี้เธอหาโอกาสตำหนิต่งเสี่ยวเสี่ยวได้แล้วเธอจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไงกัน?
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลอกตาก่อนจะตอบโต้กลับไปบ้าง
"แล้วมันจะทำไม? วิธีหาเงินฉันคิดเอง ฉันอยากสอนใครก็สอน ป้าเป็นใครถึงจะมาสั่งฉัน"
ป้าหนิวถูกตอบโต้กลับมาเธอโมโหจนเอามือเท้าสะเอว
"พวกเธอมาดูเร็วฉันแค่พูดนิดเดียวเอง ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เผยธาตุแท้ออกมาทันทีคนที่กำลังสุขสบายอยู่จะมานึกถึงพวกเราทำไม ยังไงซะเธอก็ไม่ใช่คนหมู่บ้านเราคงจะไม่ยอมช่วยเหลือพวกเราอยู่แล้วแหละ!"
แต่ก็มีบางคนคิดว่าสิ่งที่ป้าหนิวพูดมันเกินไป
"ที่เสี่ยวเสี่ยวพูดก็ไม่ผิดนี่นานี่เป็นวิธีหาเงินที่เธอคิดเอง เธออยากสอนให้ใครก็ต้องแล้วแต่เธอถ้าไม่อยากสอนให้พวกเราก็คงไปบังคับไม่ได้หรอก!"
"ใช่แล้ว ป้าหนิวเสี่ยวเสี่ยวแต่งงานกับฉินซู่ ยังไงก็เป็นคนในหมู่บ้านเรา พูดจาแรงไปเดี๋ยวจะบานปลายกันเปล่าๆ!"
"นี่... พวกเธอ!"
เชิงอรรถ
[1] หมูสามชั้นนึ่งข้าวคั่ว หรือเฟิ่งเจิงโร่ว (粉蒸肉) เป็นหนึ่งในสิบอาหารคลาสสิกของสองมณฑลในประเทศจีนคือ มณฑลเจียงซีและมณฑลหูเป่ย ส่วนมากทำจากหมูสามชั้นหรือซี่โครงหมูเอาไปปรุงรสชาติและคลุกกับผงข้าวคั่ว แล้วเอาไปนึ่งทำให้ยังคงรักษารสชาติของเครื่องปรุงได้ครบ