ในขณะที่เหยาหงซีกำลังจะเดินจากไป เหยาหนานก็ได้เดินมาตัดหน้าและพูดขึ้น
“ ท่านพี่ช่างมีจิตใจเข้มแข็งยิ่งนัก ถ้าเป็น้องเกิดมาอัปลักษณ์เช่นนี้ ทั้งยังถูกถอนหมั้นทำให้ตระกูลต้องตกเป็ที่นินทา น้องคงต้องอับอายเป็อย่างมาก ตอนนี้คงทนไม่ไหวฆ่าตัวตายไปแล้วเ้าค่ะ สมกับเป็ท่านพี่ ช่างมีใบหน้าที่ไม่เหมือนใคร น้องชื่นชมจากใจจริง ”
เหยาหนานคิด ‘ พูดขนาดนี้แล้วถ้ายังไม่ไปฆ่าตัวตาย ข้าว่าเ้าคงสมองมีปัญหาแล้ว ’
“ ไม่หรอก ๆ พี่คงรับคำชมของน้องไม่ได้ เพราะยังมีคนที่มีใบหน้าที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพี่เยอะ นางผู้หญิงคนนั้น เมื่อตอนที่ท่านแม่พี่จากไปได้ไม่ถึงวัน มันก็รีบคลานขึ้นเตียงท่านพ่อ ทั้งยังออกลูกมาเป็ตัว ที่ดูมีใบหน้าแข็งแกร่งไม่ต่างจากมัน พี่สู้ไม่ได้หรอก ” เหยาหงซีพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน แต่กลับมีรอยยิ้มที่น่าสยดสยอง
“ ใคร ” เหยาหนานพูดขึ้น
เมื่อได้ยินแบบนั้นเหยาหงซีก็หลุดหัวเราะออกมา “ ดูเหมือนเ้าจะศึกษาตำรามาไม่พอถึงได้คิดไม่ได้ ไม่เป็ไรค่อย ๆ ใช้เวลาคิดดูดี ๆ ที่นี่จะมีใครอีก ”
“ แต่เห็นแก่ที่เ้าเป็น้องพี่จะใบ้ให้สักหน่อย กลับไปส่องกระจกดูแล้วเ้าจะเจอหนึ่งในนั้นที่มีใบหน้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ใด ”
“ เ้า!! ” เหยาหนานที่เพิ่งคิดได้ก็โกรธ แต่ก็ยังคิดคำโต้ตอบไม่ทัน เหยาหงซีก็เดินจากไป
ในขณะที่เหยาหงซีเดินจากไปก็มีเสียงพูดไล่หลังตามมา
“ เ้าอย่าไปสนใจคำพูดที่ออกมาจากปากเน่า ๆ นั่นเลย เพราะเ้านะเป็คนดี เลยไม่ทันคำพูดชั่ว ๆ ของนาง ”
เหยาหงซีที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่สายหน้า และ ส่งเสียงออกมา “ หึ ”
‘ ใครกัน ’ เหยาหงซีนึกในใจ เพราะอยู่ ๆ นางก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา เหมือนกำลังโดนใครจ้องอยู่ เมื่อนางหันไปดูก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังยิ้มมาทางนาง เป็ร้อยยิ้มเหมือนกำลังดูเื่ที่น่าสนใจ ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย หรือ มีสายตารังเกียจเหมือนที่คนอื่นมองนาง
เหยาหงซีพยายามคิด แต่ก็พบว่าในความทรงจำไม่มีเื่ของชายคนนั้น นางจึงหันหน้ากลับและเดินต่อไป ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจว่าชายคนนั้นเป็ใคร เพราะดูแล้วคนรอบตัวชายคนนั้นล้วนให้ความเคารพเขา
เหยาหงซีเดินมาได้สักพักก็กลับถึงเรือนของตัวเอง แต่เมื่อดูสภาพแวดล้อมแล้ว ถ้าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ของตระกูลเหยา แล้วบอกว่าอยู่ในสลัมก็คงเชื่อ
เมื่อเห็นเหยาหงซีกลับมา เซหยู่ก็รีบเข้าไปหา “ คุณหนูท่านเป็อะไรไหมเ้าคะ มีใครทำอะไรคุณหนูหรือเปล่า ” นางถามด้วยความเป็ห่วง
เหยาหงซียิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน เพราะคนที่ดีกับเ้าของร่างนี้มีเพียงนาง “ ใครจะมาทำอะไรข้าได้ ข้าเป็ถึงลูกสาวคนโตที่ถูกต้องของตระกูลนี้ เ้าดูสิเห็นมั้ย ”
เมื่อเห็นคุณหนูของตัวเองปลอดภัย นางก็โล่งใจ และ ยิ้มให้เหยาหงซี
“ จริงสิเซหยู่เ้าเคยเห็นคนนี้ไหม ” เหยาหงซีพยายามอธิบายรายละเอียดหน้าตาของผู้ชายที่ยิ้มให้นางแปลก ๆ อย่างครบถ้วน
“ หรือจะเป็ท่านผู้นั้น... สิ่งที่คุณหนูบอกมาใกล้เคียงกับองค์ชายเ้าค่ะ แต่องค์ชายคนนี้มีนิสัยประหลาด โเี้ น่ากลัวมาก แต่ถึงอย่างนั้นเพราะเกิดจากหวงกุ้ยเฟยที่ฝ่าารัก ฝ่าาจึงรักองค์ชายคนนี้มาก และตามใจเขาเกือบทุกอย่าง และข้ายังได้ยินมาว่าหวงกุ้ยเฟยคนนี้แม้แต่ฮองเฮาก็ห้ามแตะต้องนางเ้าค่ะ ” ระหว่างที่นางพูดเสียงก็ค่อย ๆ เบาลง ทั้งยังคอยมองซ้ายมองขวา เหมือนกลัวใครมาได้ยิน
เมื่อเหยาหงซีได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า แต่นางก็ไม่ใช่คนที่จะตัดสินใครจากข่าวลือ เหมือนที่คนอื่นทำกับนาง
มีข่าวลือการกระทำอันเลวร้ายของนางออกไปมากมาย ทั้งที่ส่วนใหญ่นางอยู่แต่ในเรือนนี้ แถบไม่เคยทำอะไร หรือ ออกไปไหนเลย ดีไม่ดีคนที่ปล่อยข่าวทำให้นางดูแย่คงเป็คนในจวนตระกูลเหยานี่แหละ
หรือ ต่อให้ชายคนนั้นชั่วร้ายจริง ๆ แต่เมื่อเขาไม่ได้ทำร้ายนาง นางก็ไม่มีเหตุผลให้ทำร้ายเขาเหมือนกัน เื่นี้จึงถูกดันไปออก สิ่งที่นางสนใจตอนนี้คือร่างกายที่นางอยู่
นางมองตัวเองในกระจก การจะทำอะไรทั้งเื่แก้แค้น การดำรงชีวิต หน้าตาส่งผลต่อนางมาก ที่สำคัญตอนนี้นางไม่มีเงินเลย อย่าคิดไปถึงขั้นแก้แค้น แค่ตอนนี้หาอะไรดี ๆ กินยังยาก