ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยายยุค 70

    บทที่ 3 : ระบบร้านค้า?

    *เนื้อหาในนิยายต่อไปนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในงานเขียน 

    บุคคลและสถานที่ต่าง ๆ ไม่มีอยู่จริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์แต่อย่างใด 

    ทั้งนี้ขอให้ผู้อ่าน อ่านด้วยความสนุก ไม่คิดมากถึงความไม่สมเหตุผลในบางกรณี 


            บทที่  3 : ระบบร้านค้า?

             

            หนิงลี่จึงเล่าเรื่องให้ลั่วตงฟัง ตามที่เธอรู้มา

            เมื่อได้ฟังสิ่งที่หนิงลี่พูด ลั่วตงก็มีสีหน้าที่ไม่ดีขึ้นมา

            “จริงสิลั่วตง! ลูกชายคุณอ่านหนังสือการแพทย์เข้าใจด้วยเหรอ? อีกอย่างพวกคุณไปซื้อหนังสือการแพทย์มาจากไหนละ ฉันจะได้ซื้อให้ลูกชายที่บ้านอ่านบ้าง?” หนิงลี่กล่าวถามด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม 

            ลั่วตงหน้าแดงด้วยความโกรธ เขาไม่ได้พูดอะไรแต่เดอนเข้าไปในบ้านเพื่อหลีกหนีจากชาวบ้านที่เอาแต่ถามเขา 

            ลั่วซือหานค้นความทรงจำว่า บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านอยู่ที่ไหน จากนั้นเขาจึงไปตามความทรงจำที่ได้รับมา

            หัวหน้าหมู่บ้านมีชื่อว่าฟางเจียงหราน เป็นชายวัยกลางคนอายุห้าสิบปี

            “ลุงฟาง!!” ลั่วซือหานตะโกนเรียกเขาอยู่หน้าบ้าน

            ฟางเจียงหราน ที่กำลังพักกินข้าวเที่ยงอยู่ที่บ้าน เมื่อได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกจึงออกมาดู 

            เมื่อเห็นว่าเป็นลั่วซือหานเขาจึงมีสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย

            “ลั่วซือหานแกมาทำไม? หรือว่าไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก?” ฟางเจียงหรานเลยถามด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก 

            “ไม่ใช่! ผมจะมาขอยืมรถแทรกเตอร์ มีคนจมน้ำ ผมจะพาไปส่งโรงพยาบาล!” ลั่วซือหานบอกด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ 

            “มีคนจมน้ำ! ใครจมน้ำ?!” ฟางเจียงหรานอุทานด้วยความตกใจ 

            รีบถามทันทีว่าเป็นใคร 

            “ยุวชนชื่อเธอซูเหม่ยหลิง” 

            ฟางเจียงหรานจำได้ทันทีว่าเป็นใคร เนื่องจากซูเหม่ยหลิงคือยุวชนหน้าตาดีคนหนึ่ง จึงจดจำได้ไม่ยาก 

            ในวันที่เธอมาถึงวันแรก ชายหนุ่มในหมู่บ้าน และเหล่ายุวชนหนุ่มหลายคนต่างก็ชื่นชอบเธอ

            แต่มีอยู่วันหนึ่ง คนที่คอยตามจีบซูเหม่ยหลิง ต้องการแตะเนื้อต้องตัวเธอ ซูเหม่ยหลิงจึงได้จัดการกับผู้ชายหนุ่มคนนั้น 

            เธออัดชายคนนั้นจนต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวัน หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครกล้าตามจีบเธออีกเลย

            เนื่องจากซูเหม่ยหลิงเคยฝึกเรียนกังฟูกับคุณปู่ของเธอ มาตั้งแต่ตอนที่เธเปเด็ก แม้ว่าพอโตขึ้นมาเธอจะไม่ได้เรียนต่อ เพราะเธอเป็นผู้หญิงก็ตาม

            แต่ในเวลาที่ไม่มีใครซูเหม่ยหลิงก็ได้แอบฝึก จึงสามารถปกป้องตัวเองได้

            “ไป ๆ เดี๋ยวฉันขับเอง” ฟางเจียงหรานจะเป็นคนขับรถไปเอง

            เขาไม่ไว้ใจลั่วซือหาน

            ลั่วซือหานไม่ได้ว่าอะไร เพราะตัวเขาเองก็ไม่เคยขับรถแทรกเตอร์มาก่อนเช่นกัน 

            ทางด้านหลิวผิงอัน เธอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านนอก แต่เธอไม่มีเวลาไปสนใจพวกเขา

            เธอตรวจชีพจรของซูเหม่ยหลิง ด้วยหูฟังจากในมิติ และตรวจร่างกายตามลำดับ

            ระหว่างรอให้ลั่วซือหานมา เธอจึงช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ซูเหม่ยหลิง ก่อนที่เขาจะนำเธอส่งโรงพยาบาล

            ตอนที่ถอดเสื้อออก หลิวผิงอันเห็นรอยช้ำขนาดใหญ่บริเวณหน้าอกของซูเหม่ยหลิง 

            เธอเป็นแพทย์จึงรู้ว่ารอยช้ำนี้เกิดจากการทำ CPR แต่ใครเป็นคนทำ หรือจะเป็นลั่วซือหาน? 

            เนื่องจากคนที่พาซูเหม่ยหลิงมาหาเธอคือเขา หลิวผิงอันนึกถึงใครไม่ออกอีกแล้ว 

            แต่คนที่อยู่ในหมู่บ้านชนบทมาตลอดอย่างลั่วซือหาน ทำไมถึงรู้จักการทำ CPR ? 

            เมื่อยังไม่รู้คำตอบที่แน่ชัด หลิวผิงอันจึงได้เก็บความสงสัยไว้ในใจ แล้วทำการตรวจร่างกายของซูเหม่ยหลิงใหม่อีกครั้ง 

            ครั้งนี้เธอตรวจซี่โครงอย่างละเอียด เพราะการทำ CPR มันเสี่ยงที่จะทำให้กระดูกซี่โครงแล้วไปทิ่มปอดได้  

            หลิวผิงอันแตะที่ตัวของซูเหม่ยหลิง จากนั้นตัวเธอและซูเหม่ยหลิงก็ได้หายไปจากห้อง มาปรากฏตัวในพื้นที่มิติห้องผ่าตัด 

            เมื่อเข้ามาด้านในมิติ หลิวผิงอันรีบใส่เครื่องช่วยหายใจให้กับซูเหม่ยหลิงทันที 

            นอกจากเตียงผ่าตัด ภายในมิติของหลิวผิงอันยังมีห้องเอกซเรย์ด้วย เรียกได้ว่ามีอุปกรณ์การแพทย์ครบทุกอย่าง 

            เมื่อใส่เครื่องช่วยหายใจเสร็จแล้ว เธอจึงพาซูเหม่ยหลิงไปสแกนร่างกายอย่างละเอียดอีกที

            ดีที่เวลาของด้านนอกมิติ และด้านในมิติเวลาไม่เท่ากัน ทำให้เธอไม่ต้องเร่งรีบกับเวลาที่ผ่านไป

            หลังการตรวจสอบ เธอไม่พบกระดูกส่วนไหนแตกหัก ถือว่าโชคดีมาก จากนั้นเธอก็ให้ยากับซูเหม่ยหลิงตามอาการ 

            ทางด้านลั่วซือหาน เขานั่งรถมากับฟางเจียงหรานจนถึงบ้านตระกูลหลิว 

            ชาวบ้านที่เคยมุงดูก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่ยังคงแอบมองมา

            ลั่วตงที่อยู่ในบ้านเมื่อได้ยอนเสียงรถแทรกเตอร์จึงออกมาดู แล้วเขาก็เห็นว่าลั่วซือหาน กำลังอยู่บนรถแทรกเตอร์กับฟางเจียงหราน

            “ซือหาน!” 

            เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยโทสะของลั่วตง เรียกความสนใจจากลั่วซือหาน

            ใบหน้าของลั่วตงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว 

            แม้ว่าเขาจะเลี้ยงลูกชายอย่างตามใจ แต่เขาก็ไม่เคยสอนให้ลูกชายไปบังคับขืนใจหญิงสาว ถ้าลั่วซือหานทำแบบนั้นจริง เขาคงต้องถูกตำรวจจับไปแน่ ๆ 

            “พ่อ?” ลั่วซือหานตกใจที่เห็นลั่วตง 

            นี่คือการเจอกันครั้งแรกของเขาและลั่วตง จากความทรงจำแม้ว่าลั่วตงจะชอบดุด่าลั่วซือหานแต่ก็ไม่เคยลงมือทุบตีเลยสักครั้ง แถมบางครั้งยังเข้าข้างอีกด้วย 

            “แกไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกแล้วใช่ไหม?!”  ลั่วตงตะคอกเสียงดัง 

            ทุกครั้งที่ลั่วซือหานก่อเรื่อง ก็เป็นลั่วตงนี่แหละที่คอยตามไปแก้ปัญหาให้เขาตลอด 

            แต่ก่อนที่ลั่วซือหานจะพูดอะไร ฟางเจียงหรานก็ขมวดคิ้วถามขึ้นมาก่อน 

            ฟางจียงหรานมาบ้านตระกูลหลิว ก็เพราลั่วซือหานบอกว่ามีคนจมน้ำ แล้วทำไมลั่วตงถึงได้ดูโกรธลั่วซือหานขนาดนั้น?

            ไม่ใช่ว่าลั่วซือหานช่วยคนเอาไว้เหรอ? ในเมื่อช่วยคนไว้ได้ ทำไมไม่กล่าวชมคนสักหน่อย?

            “ลั่วตงหมายความว่ายังไง ที่ว่าลั่วซือหานไปก่อเรื่อง?” 

            ลั่วตงมองไปยังฟางเจียงหราน แล้วพึ่งนึกขึ้นได้ว่าลั่วซือหานเป็นคนพาฟางเจียงหรานมา เขาไม่รู้จะทำสีหน้ายังไงเมื่อไดยินคำถามของฟางเจียงหราน

            แต่ในเมื่อหนิงลี่เป็นคนบอกเขาเอง บางทีอีกไม่นานคนทั้งหมู่บ้านคงรู้เรื่องนี้กันหมด 

            ลั่วตงจึงกัดฟันตอบอย่างไม่เต็มใจ 

            “หนิงลี่บอกกับชาวบ้านคนอื่นว่า ลั่วซือหานบังคับจูบซูเหมยหลิง ตอนที่เธอหมดสติ!” 

            “ห่ะ?!” ฟางเจียงหรานตกใจกับสิ่งที่ลั่วตงตอบ ไหนลั่วซือหานบอกว่าเขาช่วยคนจมน้ำไว้ไง? 

            ลั่วซือหานไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะเลยเถิดมาขนาดนี้ เขาแค่ช่วยคนจมน้ำเองไม่ใช่เหรอ? 

             แต่ลั่วซือหานยังไม่ทันได้พูดอะไร หลิวผิงอันก็ออกมาพอดี

            หลิวผิงอันคำนวณเวลาจากในมิติแล้วจึงพาซูเหม่ยหลิงกลับออก เมื่ออกมาเธอก็ได้ยินเสียงของฟางเจียงหราน จึงเดินออกมาดู เพราะคิดว่าเขามารับคนไปโรงพยาบาล 

            เมื่อเห็นว่าเป็นลั่วซือหาน และฟางเจียงหรานกำลังยืนอยู่หน้าบ้านไม่ยอมเข้ามา เธอจึงขมวดคิ้ว แล้วถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “ลั่วซือหานถ้านายมาแล้ว ทำไมไม่รีบมาพาซูเหม่ยหลิงไปที่โรงพยาบาลอีก?” 

            ลั่วซือหานถอนหายใจ แล้วหันไปตอบหลิวผิงอันแทน “ได้! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” 

            ลั่วซือหานจึงเดินเข้าไปไม่สนใจลั่วตงอีก 

            เมื่อตัวต้นเรื่องหายไป จางเจียงหรานจึงหันไปถามกับหลิวผิงอันแทน  

            “หลิวผิงอันเธอรู้ไหมว่า ลั่วซือหานมันแอบลวนลามซูเหม่ยหลิงตอนที่เธอไม่ได้สติ?” 

            “หมายความว่ายังไงคะ?” หลิวผิงอันรู้สึกว่าคำถามของฟางเจียงหรานมันฟังดูแปลก ๆ 

            “ก็มีชาวบ้านมาเล่าว่า ลั่วซือหานจูบซูเหม่ยหลิงตอนที่ช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำนะสิ เขาไม่ได้ทำแบบนั้นใช่ไหม?” ลั่วตงบอก

            เมื่อได้ยินที่ลั่วตงบอก หลิวผิงอันจึงพอเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            “ลั่วซือหานเขาไม่ได้ลวนลามซูเหม่ยหลิงหรอกค่ะ เขาแค่ผายปอดให้เธอ เพราะเธอหยุดหายใจชั่วคราวค่ะ” หลิวผิงอันอธิบายอย่างใจเย็น

            “เรื่องจริงเหรอ?” ลั่วตงถามด้วยความสงสัย เพราะไม่เคยรู้มาก่อน ว่าการจูบคนสามารถช่วยคนที่หยุดหายใจไปแล้วได้ด้วย? 

            “ถ้าไม่เชื่อ ให้ลุงฟางไปถามหมอที่โรงพยาบาลดูได้นะคะ ว่าวิธีการของลั่วซือหานสามารถช่วยชีวิตคนได้จริงไหม?” 

            หลิวผิงอันบอกอย่างหมดปัญญา เพราะคนสมัยนี้ยังไม่รู้วิธีประถมพยาบาลเบื้องต้น 

            ลั่วตงรู้สึกวางใจขึ้นมานิดหน่อย เมื่อได้ยินคำตอบของหลิวผิงอัน จากนั้นเขาจึงหันกลับไปต่อว่าหนิงลี่ที่ยังคงยืนแอบฟังอยู่ 

            “หนิงลี่! ไหนเธอบอกว่าลูกชายฉันไปลวนลามคนอื่นไง?!”

            หนิงลี่หน้าเสีย เธอไม่คิดว่าเรื่องราวจะออกมาเป็นแบบนี้

             “ฉันไม่ได้เป็นคนพูด จางชิงชิงต่างหาก เธอบอกฉันว่าลูกชายของคุณไปจูบคน ไม่เกี่ยวกับฉันนะ! ฉันไม่ได้เป็นคนพูดก่อน!” หลังจากนั้นหนิงลี่จึงรีบวิ่งหนีกลับบ้านไป 

            เธอกลัวว่าลั่วตงจะทำร้ายเธอ ที่บังอาจไปกล่าวหาลูกชายของเขา 

            ทางด้านลั่วซือหาน เมื่อเขาเข้าไปในบ้านของหลิวผิงอัน เขาก็เจอกับซูเหม่ยหลิงที่ยังคงหลับอยู่ 

            ลั่วซือหานพึ่งจะสังเกตเห็นใบหน้าชัด ๆ ของซูเหม่ยหลิงเป็นครั้งแรก 

            ซูเหม่ยหลิงยังคงมีใบหน้าที่ซีดขาวดังเหมือนเดิม แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น มันไม่ได้ช่วยให้ความงดงามของเธอ ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

            หญิงสาวตรงหน้าเขา เธอสวยมาก! สวยกว่าทุกคนที่เขาเคยเจอมา แม้แต่ในชีวิตก่อนก็ตาม!

            ลมหายใจของเขารู้สึกติดขัด หัวใจเต้นผิดจังหวะ  

            ในตอนที่ลั่วซือหารกำลังพิจารณาใบหน้าของซูเหม่ยหลิงอยู่ เธอก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี 

            พวกเขาสบตากันโดยบังเอิญ 

            ห้องทั้งห้องเงียบสนิท เงียบจนพวกเขาได้ยินเสียงพูดคุยด้านนอก

            ซูเหม่ยหลิงเองก็ได้ยินเช่นกัน สิ่งที่เธอได้ยินคือวิธีที่ลั่วซือหานช่วยเธอจากการหยุดหายใจชั่วคราว 

            “เธอเป็นยังไงบ้าง?” ลั่วซือหานพูดทำลายความเงียบ 

            “ฉันดีขึ้นแล้ว แค่ก  ๆ” ซูเหม่ยหลิงไอออกมา ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นไข้ เพราะเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ร้อนมากของตัวเอง 

            “ถึงจะดีขึ้นแล้วแต่เธอก็ควรจะไปหาหมอ” ลั่วซือหานกล่าวแนะนำ 

            ซูเหม่ยหลิงเองก็คิดแบบนั้น เธอรู้สึกเจ็บที่หน้าอก แถมยังรู้สึกหนาวมาก แม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงกลางวันของฤดูร้อนก็ตาม 

            “ได้! ฉันจะพาเธอไปหาหมอ” 

            จากนั้นซูเหม่ยหลิงก็พยายามลุกขึ้นจากที่เตียง

            ลั่วซือหานเห็นว่าเธอลุกขึ้นด้วยความยากลำบาก เขาจึงเข้าไปช่วย โดยลืมไปว่าในยุคนี้ชายหญิงไม่ควรโดนตัวกัน ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัว

            แต่ซูเหม่ยหลิงเธอไม่ได้ต่อว่าเขา แถมยังกล่าวขอบคุณเขาด้วยที่ช่วยเหลือเธอ “ขอบคุณ” 

            “ไม่เป็นไร เธอเดินไหวไหม?” ลั่วซือหานพูดถาม เพราะเห็นว่าขนาดจะลุกขึ้นเองยังต้องให้เขาช่วย 

            “พอไหว” แต่พูดยังไม่ทันจบ ซูเหม่ยหลิงที่กำลังจะก้าวเดิน ก็ได้เซจนเกือบจะล้มลงไป 

            ดีที่ลั่วซือหานรับเธอได้ทัน เธอจึงล้มลงไปในอ้อมแขนของลั่วซือหานแทน 

            หัวใจของซูเหม่ยหลิงเต้นแรง เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายเขา เธอไม่เคยถูกใครโอบกอดมาก่อน แม้แต่คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อแม่ของเธอเอง 

            “ให้ฉันช่วยดีกว่า” พูดจบเขาก็เปลี่ยนไปโอบเอวของซูเหม่ยหลิง ประคองเธอไว้ไม่ให้ล้ม 

            ซูเหม่ยหลิงไม่ได้ต่อต้านที่เขาช่วยเธอประคอง เพราะเธอรู้สึกได้ว่าเขาต้องการช่วยจริง ๆ ไม่ใช่แค่อยากสัมผัสร่างกายเธอ 

            อีกอย่างเขาเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้

            เมื่อพวกเขาเดินออกไปถึงหน้าบ้านตระกูลหลิว ชาวบ้านทั้งหมดที่แอบดูอยู่ ได้กลับไปทำงานกันจนหมดแล้ว 

            เหลือเพียงลั่วตง ฟางเจียงหรานและหลิวผิงอันเท่านั้น

            หลิวผิงอันเห็นลั่วซือหานโอบเอวซูเหม่ยหลิงออกมา เธอจึงรีบเข้าไปช่วย เพราะกลัวจะถูกพวกชาวบ้านเข้าใจผิดอีก 

            จากนั้นพวกเขาก็ได้พาซูเหม่ยหลิงไปยังโรงพยาบาล ในตัวอำเภอ โดยมีลั่วซือหานติดตามไปด้วย แม้แต่หลิวผิงอันเองก็ยังตามมาด้วยเช่นกัน

            ระหว่างทางซูเหม่ยหลิงได้หลับไปอีกครั้ง เพราะร่างกายของเธอยังคงต้องการการพักผ่อน 

            ที่ซูเหม่ยหลิงฟื้นเร็วขนาดนี้ เป็นเพราะเธอได้รับการรักษาตัว ในมิติเป็นเวลาสองวันแล้ว 

            ตอนนี้อาการที่เหลือของเธอมีเพียงไข้หวัด และรอยเขียวช้ำบริเวณหน้าอกเท่านั้น

            จนกระทั่งถึงโรงพยาบาล แล้วได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

            ซูเหม่ยหลิงถูกจัดให้อยู่ในห้อง 405 เป็นห้องที่อยู่ริมสุดของชั้นสาม นอกจากเธอก็ยังมีผู้ป่วยคนอื่นอีกสองคน 

            ลั่วซือหานขอตัวออกไปรอด้านนอก เขาปล่อยให้หน้าที่ดูแลคนป่วยเป็นของหลิวผิงอัน ที่น่าจะทำได้ดีและเหมาะสมมากกว่าเขา

            ลั่วซือหานถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

            ตั้งแต่ลงไปช่วยซูเหม่ยหลิงจากการจมน้ำ เขารู้สึกว่ามันวุ่นวายมาโดยตลอด 

            ไม่เพียงเท่านั้น เขายังถูกกล่าวหาและถูกเข้าใจผิดอีกด้วย

            ดีที่หลิวผิงอันช่วยเขาไว้ ต่อให้เขาพูดไปคงไม่มีใครเชื่ออยู่ดี เนื่องจากวีรกรรมที่ผ่านมาของลั่วซือหาน ทำให้ครหลายคนรู้สึกไม่พอใจเขาอยู่มาก 

            เมื่อมีเวลาให้กับตัวเอง ลั่วซือหานจึงได้มีเวลาตรวจสอบระบบร้านค้าที่ได้รับมา

            “ระบบร้านค้า” 

            จากนั้นหน้าต่างโปรงใส่ก็ปรากฏ มีรายการสินค้าจำนวนมาก ให้เขาได้เลือกซื้อ 

            เขาดูแถบค่าเงิน วงเงินที่ใช้เป็นเงินหยวนเหมือนกับค่าเงินด้านนอก

            ลั่วซือหานพบว่าเขาสามารถใช้ตั๋วสุ่มสกิลฟรีได้หนึ่งครั้ง

             

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยายยุค 70 ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928