Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 131 สถานการณ์อันพลิกผัน

    ฝ่ายยุ่นซีสาวน้อยสองขวบกว่าซึ่งเป็นวัยกำลังซุกซนตามประสา แต่เมื่อจำเป็นต้องมาอยู่กับเพียงมารดาแค่สองคน ทั้งกำหนดให้หลบภัยอยู่ภายในเรือนรับรองแต่เพียงเท่านั้นก็มีความรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอันมาก 

    ในวันหนึ่งหลังจากมารดากล่อมให้นางนอนกลางวันแล้วยุ่นซีก็แกล้งทำเป็นหลับ ครั้นมารดาออกจากห้องไปแล้วจึงรีบลุกขึ้นแล้วแอบออกไปเล่นที่นอกเรือน พร้อมกับเด็กเล็กคนอื่น ณ สวนหย่อมใกล้ ๆ นั้น

     

    แต่ด้วยความเป็นเด็กเล็กแม้จะพยายามฝืนเล่นในเวลานอน ก็ย่อมต้องเกิดอาการง่วงเหงาหาวนอนขึ้นอยู่ดี จึงจำเป็นจะต้องกลับเข้าเรือนในเวลาเพียงไม่นาน แต่ขณะนั้นยุ่นซีกลับเห็นมารดาของตนได้ยืนสนทนากับชายผู้หนึ่งด้วยอาการอกตกใจ แต่พอสักพักเพียงก็เห็นชายผู้นั้นโอบกอดมารดาอย่างรักใคร่คิดถึง 

    ในทีแรกยุ่นซียังนึกว่าชายผู้นั้นจะเป็นบิดาหรือท่านตาของตน แต่เมื่อมองดูชัด ๆ นางกลับไม่คุ้นหน้าเลยสักนิดเดียว ?

     

    และแม้ยุ่นซีจะอยากเดินเข้าไปถามไถ่ แต่ด้วยตนนั้นก็เพิ่งกระทำความผิดไปจึงได้ย่องกลับเข้าห้องแล้วนอนกลางวันไปตามประสาน้อยผู้ไร้เดียงสาในที่สุด โดยไม่ทราบว่าที่ภายนอกกำแพงเมืองเป่ยจิงนั้น ยังคงมีทัพใหญ่จ่อจะทำลายประตูเมืองและพยายามจะปีนขึ้นบนกำแพงอยู่ตลอดเวลา

     

    แล้วพอวันถัดมาราชครูราชครูเหย่เซียนก็สั่งให้โหมตีเข้าที่จุดเดิมอีก เนื่องด้วยได้ลงคนและลงแรงไปอย่างมากมายนัก

    แต่กลับพบว่าขวัญกำลังใจของทหารฝ่ายหมิงยังดีนัก ถึงแม้กองทัพวาลาพยายามจะบุกเข้าไปมากเท่าใดก็ยังห่างไกลความสำเร็จอยู่ดี จนในทีสุดก็เกินกำหนดเส้นตายของเอเซนข่าน ซึ่งได้กำหนดเอาไว้เพียง 2 วันเท่านั้นเอง

     

    พอวันที่ 3 ข่านเอเซนจึงตั้งขบวนทัพใหญ่เพื่อหวังจะออกรบด้วยตนเอง จากนั้นทำการร้องท้าทายให้อีกฝ่ายเร่งเปิดประตูเมืองออกมาสู้รบกัน เพื่อจะได้ตัดสินชี้ขาดกันไปสักที 

    แต่มีหรือที่ฝ่ายหมิงจะยกทหารออกจากประตูเมืองเป่ยจิง ? ยกเว้นแต่เพียงมีเหตุจำเป็นจริง ๆ และแม้เอเซนข่านจะยั่วยุสักเพียงใด แม่ทัพนายกองทุกคนก็ต่างมิได้มีปฏิกิริยาอาการเลยแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะอวี๋เชียนเสนาบดีกลาโหมแม่ทัพใหญ่และหยางกงรองแม่ทัพ ก็ได้ทำการกำชับมิให้ตอบโต้อย่างเด็ดขาดและห้ามมิให้ยกทัพออกไปจากเมืองอีก ด้วยเกรงจะเกิดความสูญเสียเช่นเดียวกันกับครั้งก่อนที่ผ่านมานั่นเอง

     

    ฝ่ายเอเซนข่านซึ่งสวมชุดยอดนักรบและรอคอยอยู่นานแล้วแต่ก็ยังมิเห็นมีทัพศัตรูออกมาสู้รบก็โกรธนัก จึงสั่งให้ทหารไปร้องท้าทายตั้งแต่เช้าจนสาย ตั้งแต่สายจนเย็นย่ำค่ำมืดก็ไม่เห็นใครออกมา พอวันที่ 4 จึงเปลี่ยนแผน แล้วสั่งให้ทหารแบ่งกำลังออกไปล้อมเมืองเป่ยจิงเอาไว้ทุก ๆ ด้าน เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดสามารถเข้าหรือออกจากเมืองไม่ว่าในทิศทางใด

     

    ซึ่งการที่ต้าหมิงจะป้องกันรักษาเมืองเป่ยจิงเอาได้ ย่อมมิใช่แค่เพียงกำลังทหารที่เพียงพอเท่านั้น เนื่องด้วยทหารก็เป็นมนุษย์และจะต้องดื่มกินในทุกวัน เมื่อยิ่งมีกองกำลังมากเท่าใดก็ยิ่งต้องใช้เสบียงอาหารมากขึ้นเท่านั้น 

    ซึ่งสำหรับเผ่าวาลาที่อยู่นอกกำแพงเมืองย่อมสามารถเก็บเกี่ยวหรือปล้นชิงจากอาณาบริเวณโดยรอบเมืองได้ไม่จำกัด แต่ภายในเมืองเป่ยจิงเล่ากลับมีสภาพที่แตกต่างออกไป เพราะเมื่อถูกปิดเส้นทางขนส่งเสบียงแล้วไซร้ ข้าวปลาอาหารที่เก็บรักษาเอาไว้ในเมือง ก็ย่อมจะถูกใช้เพื่อการบริโภคออกไปในทุกวัน แม้พวกเขาจะมิได้ออกทำศึกสงครามกันเลยก็ตาม

     

    ฝ่ายไต้จงฮ่องเต้ซึ่งในแต่ละมื้อเสวยย่อมจะต้องมีข้าราชบริพารจัดเตรียมอาหารชั้นสูงไว้ถวายไม่น้อยกว่า 200 จาน แต่เมื่อเกิดเหตุเช่นนนี้แล้ว จึงทรงรับสั่งให้ลดอาหารที่ใช้เสวยอยู่เพียง 5 จานเท่านั้น ส่วนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เมื่อทราบข่าวเช่นนั้นแล้วก็ยินดีจะลดการบริโภคของตนลงไป แล้วก็ได้แต่หวังว่ากองทัพมองโกลซึ่งล้อมเมืองหลวงอยู่ ณ ขณะนี้จะรีบยกทัพถอยกลับไปเอง หรืออาจจะมีหัวเมืองซึ่งมีความจงรักภักดีได้กรีธาทัพใหญ่เพื่อเข้ามาช่วยตีกระหนาบทัพมองกองในสักวันก็เป็นได้

    ..

    ...

    แต่พอผ่านไปหลายสัปดาห์แล้ว ความหวังทั้งสองประการนั้นก็ยังไม่ปรากฏเลยสักอย่างเดียว จนทั้งเมืองเหลือเสบียงไว้เลี้ยงคนและกองทัพอยู่ไม่ถึง 5 วัน

    ฝ่ายอวี๋เชียนแม่ทัพใหญ่จึงปรึกษากับแม่ทัพนายกองทุกคนว่า

    “บัดนี้กองทัพของเรายังสมบูรณ์พร้อมและมีขวัญกำลังใจดีอยู่ หากแม้นปล่อยจนได้รับความอดอยากหิวโหยเสียก่อน ย่อมจะปิดโอกาสรอดของเราจนหมดสิ้นแล้ว จำใจที่เราจะต้องสั่งการให้ออกรบแม้จะมิได้ไม่ต้องการเลยก็ตาม”

     

    ฝ่ายหยางกงรองแม่ทัพก็เห็นด้วย แล้วจึงเสนอขึ้นอีกว่า

    “หากแม้นต่อสู้กันตรง ๆ ฝ่ายเรากำลังพลน้อยกว่าเขาตั้งเท่าหนึ่งย่อมไม่อาจสู้ได้เลย ข้าพเจ้าจึงเสนอให้ส่งทหารเพียงจำนวนน้อยไปเอาปล้นค่ายเล็กค่ายน้อยที่รายล้อมรอบพระนครอยู่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดทอนกำลังฝั่งศัตรูลงแล้ว ยังเป็นเติมเสบียงของฝ่ายเราได้อีกด้วย”

     

    นายทหารส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย อวี๋เชียนซึ่งสั่งให้ทุกฝ่ายเร่งเตรียมการ เพื่อจะบุกไปปล้นค่ายน้อย 3 ค่ายในคืนนี้

     

    และในคืนนั้นเองนักรบยมทูตพร้อมด้วยทหารที่หนีตายจากป้อมถู่มู่ราวร้อยคน ก็ได้เข้ามาแจ้งเหตุกับอาเซนข่านและราชครูเหย่เซียนในทันทีที่ทุกคนมาถึง

    ฝ่ายราชครูเหย่เซียนได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ จึงถามไปว่า

    “มีเรื่องเช่นนั้นจรืงหรือ ? แล้วต้าหมิงส่งคนไปช่วยอิงจงสักเท่าใดกัน”

     

    ฝ่ายนักรบยมทูตผู้นั้นเคยประมาณการเอาไว้ว่า 3 พันนาย ก็นึกละอายหากจะรายงานไปตามตรง เพราะด้วยจำนวนคนเพียงเท่านี้กลับทำให้ตนแตกพ่ายมาง่ายนัก จึงเพิ่มจำนวนคนไปอีกว่า

    “ข้าพเจ้านั้นไม่ทราบจำนวนคนที่แน่ชัด แต่คาดว่าไม่น้อยกว่า 3 หมื่นนาย”

     

    หา !!!

    ราชครูได้ฟังก็ยิ่งตกใจ แล้วคิดขึ้นในใจว่า 

    ‘หากกำลังพลมากมายถึงเพียงนั้น แม้นมองโกลโดนตีกระหนาบขึ้นมา ก็เป็นอันตรายแล้ว!!’

     

    ขณะนั้นเองก็มีทหารอีกหลายนายเข้ามารายงานเพิ่มเติมอีกว่า

    “ทัพหมิงเปิดประตูเมืองทางทิศเหนือและทิศตะวันตก แล้วออกมาปล้นค่ายจนเสียหายไปถึง 4 ค่ายด้วยกันขอรับ”

     

    ราชครูเหย่เซียนเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็คิดว่าต้าหมิงและทัพเสริม 3 หมื่นจะรู้กัน จึงวิเคราะห์สถานการณ์ไปว่า

    “หากแม้นกองทัพวาลาถูกจู่โจมจากด้านหน้าแล้วถูกตีตัดท้ายจากด้านหลังย่อมระส่ำระสายแล้ว จำเป็นที่เราจะต้องยกทัพไปตีเอาทัพ 3 หมื่นจากทิศตะวันตกซึ่งมีกำลังพลน้อยกว่า ทั้งมันยังไม่มีค่ายคูประตูหอรบเช่นเมืองเป่ยจิง แล้วจากนั้นเราจึงค่อยยกมาตีเอาเมืองหลวงอีกรอบจึงจะปลอดภัย”

     

    เอเซนข่านได้ยินเช่นนั้นก็เห็นชอบ จึงสั่งให้เลิกค่ายซึ่งรายล้อมเมืองเป่ยจิงอยู่นั้น เพื่อเตรียมตัวเคลื่อนทัพใหญ่ย้อนกลับไปทางทิศตะวันตก

    ..

    ..พอถึงเวลาเช้าแม่ทัพใหญ่อวี๋เชียนจึงทราบว่ามองโกลได้เคลื่อนกำลังกลับไปทางทิศตะวันตกแล้วก็ดีใจนัก แต่หยางกงรองแม่ทัพพอทราบเรื่องแล้วก็รีบเสนอแนะไปว่า

    “หลังจากพวกเราปล้นค่ายสำเร็จแล้วก็ทำให้ขวัญกำลังใจของกองทัพพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด เพราะได้เสบียงอาหารเป็นจำนวนมาก เราจึงควรจะแบ่งทัพเพื่อยกติดตามไปจึงจะควร”

     

    ในขณะกำลังปรึกษากันอยู่นั้นเอง หยางหยุนเหลียงเจ้าเมืองอู่ฮั่นก็อาสาขึ้นอีกว่า

    “ข้าพเจ้าจะขอยกทัพ 2 หมื่นนาย ติดตามไปแล้วจะทำเอาตัวเป่ยตี๋อ๋องมาสำเร็จโทษให้จงได้!!”

     

    ยกเว้นแค่เพียงจอมยุทธ 7 ที่ประสงค์จะอยู่รักษาเมืองเป่ยจิง

    เหล่าจอมยุทธอันดับ 1 ถึงอันดับ 6 ต่างต้องการจะติดตามเพื่อไปล้างแค้นให้กับปรมาจารย์หยางซีหยุนผู้เป็นอดีตเจ้าหอรบสงครามและอาจารย์ของตนด้วยกันทั้งนั้นจึงต่างขออาสากันทุกคน ฝ่ายแม่ทัพใหญ่อวี๋เชียนเมื่อเห็นผู้กล้าตระกูลหยางทั้งหลายอาสาศึกเช่นนี้แล้วก็ไม่อาจขัดขวางได้อีก จึงแบ่งทหารกองหนุนให้อีก 1 หมื่นนาย รวมเป็น 3 หมื่น เพื่อยกทัพติดตามไป..  

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136