ระหว่างที่งานก่อสร้างดำเนินไปสวีเหมยฮวาครุ่นคิดบางอย่างในหัวเมื่อข้าวของอย่างอื่นสามารถนำออกมาจากมิติดอกเหมยได้ บางทีนางอาจนำน้ำออกมาได้เหมือนกันรอวันเวลาทุกอย่างสร้างเสร็จเรียบร้อย วันนี้นางเลยอยากลองทำอย่างที่คิด
“พวกเราพร้อมแล้วพี่ใหญ่”สวีซือซงยืนรออยู่ริมศาลาน้ำเสียงตื่นเต้น
“ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น”
“ข้าอยากเห็นนี่ขอรับ”สิ่งแรกหลังเลี้ยงฉลองขึ้นบ้านใหม่เสร็จคือการเติมในสระใหญ่เพื่อให้ไหลไปตามลำคลองที่ขุดลอกตามแนวพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด
สวีเหมยฮวาเดินลงบันไดจนถึงขั้นสุดท้ายยื่นมือวางบนผืนน้ำที่มีแค่พอคลุมหน้าดิน ทุกคนยืนอยู่บนศาลาต่างพากันมอง เปลือกตาสวีเหมยฮวาปิดลงนึกถึงลำธารในมิติดอกเหมยเพื่อเชื่อมต่อสายน้ำกับสระน้ำด้านนอก
“ท่านแม่...”สวีซือซงยื่นมือไปเขย่าแขนมารดา ทว่าดวงตาสวีฝูหรงเบิกกว้างอ้าปากค้างไปแล้ว น้ำใสสะอาดในสระเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ปลากำลังแหวกว่ายออกจากจุดที่มือลูกสาวนางวางอยู่
“ฮูหยิน..กุ้งเ้าค่ะมีปูด้วยเ้าค่ะ!”
“ชู่...เงียบก่อน”สวีฝูหรงตบมือฉงฉงเบาเตือนให้นางอย่ารบกวนสมาธิบุตรสาว สวีเหมยฮวาถอยขึ้นบันไดทีละขั้นจนน้ำปริ่มขอบสระ
“ท่านแม่ๆ ดอกบัวขอรับ!” สวีเหมยฮวาลืมตาขึ้นมองดอกบัวหลวงกำลังแทงยอดใบสูงขึ้น ยังมีบัวแดงกลีบดอกเรียวยาวโผล่ขึ้นเหนือน้ำตามมาอีกจำนวนมาก
“ฮวาเอ๋อร์...แม่..แม่ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย”
“พี่ใหญ่สุดยอดเลยขอรับ”
“ชมจนข้าจะลอยได้แล้ว”เสร็จจากสระใหญ่ ยังเหลือที่นา สวนผัก สวนสมุนไพร ต้นไม้ที่ต้องรดน้ำ
สิ่งหนึ่งที่สวีเหมยฮวาสังเกตได้ก่อนหน้านี้คือน้ำที่นำออกมาจากมิติสามารถเร่งการเจริญเติบโตต้นไม้ได้เร็วกว่าปกติถึง 2 เท่าจนถึงระยะเวลาที่พร้อมจะออกดอกติดผลหลังจากนั้นการเจริญเติบโตจะช้าลงเล็กน้อย แต่นับว่าเร็วอยู่หากเทียบกับการเพาะปลูกปกติ
“คนข้างนอกจะไม่แตกตื่นหรือ?” สวีฝูหรงแอบกังวล
“กำแพงสูงขนาดนี้ไม่มีใครมองเห็นหรอกขอรับต้นไม้พวกนั้นตอนปลูกมันก็โตอยู่แล้ว สูงขึ้นอีกเล็กน้อยคงไม่มีใครสังเกตหรอกขอรับ”สวีซือซงบอกมารดาขณะเดินตามหลังพี่สาว
นอกเหนือจากเติมน้ำสวีเหมยฮวายังจัดการเปลี่ยนที่นอนหมอนมุ้งใหม่ทั้งหมดในแบบที่นุ่มสบาย อุปกรณ์ในห้องน้ำอุปกรณ์ครัวหลายอย่างได้เปลี่ยนเพื่อความสะดวก ส่วนของเดิมบางอย่างส่งต่อสำหรับคนงานที่ได้มาแบบครอบครัวจำนวน5 คนในวันต่อมา
“ลุงหว่ากับลูกชายช่วยกันดูแลสวนป้าหว่ากับลูกสาวช่วยฉงฉงดูแลงานในบ้านเป็หลัก วันนี้พักผ่อนก่อนพรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน มีอะไรขาดเหลือบอกข้าได้”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”สวีเหมยฮวาเดินออกจากบ้านพักคนงานท้ายสวน ลักษณะคล้ายห้องแถวฝั่งละ 2 ห้องตรงกลางคือพื้นที่ห้องครัวรวม โต๊ะทานอาหาร
ครอบครัวคนงานประกอบไปด้วยหว่าไฉ่หงผู้นำครอบครัวหว่าเจียวมี่ภรรยา หว่าิเซียนลูกชายคนโตวัย 13 หว่าไห่เสียงลูกชายคนรองวัย 10ขวบ และคนสุดท้ายลูกสาวหว่าซานซาน วัย 7 ขวบ
ตอนไปซื้อพวกเขามีสีหน้าทั้งยินดีและหวาดกลัวยินดีที่ไม่ต้องแยกกัน หวาดกลัวความโหดร้ายของเ้านายที่ได้ยินมาจากทาสที่เคยถูกซื้อและถูกขายกลับคืน
──────???? ──────
“ท่านเ้าเมืองยังไม่กลับมาอีกหรือเ้าคะ?” วันนี้เป็อีกหนึ่งวันที่ไป๋อวี๋แวะมาหานางที่บ้าน
“อีกประมาณครึ่งเดือน”ไป๋อวี๋ก้าวยาว ๆ ไปยืนอยู่ด้านหน้าสวีเหมยฮวา จนนางต้องเงยหน้ามองด้วยความสงสัย
“ซื่อจื่อมีเื่อยากคุยกับข้า?”
“่นี้เ้าได้ติดต่อกับหลีอี๋เจ๋อหรือไม่?”
“ข้าไม่มีธุระอันใดติดต่อกับเขาเหตุใดซื่อจื่อจึงถาม” แววตาเมล็ดชิ่งฉายแววพอใจออกมา สวีเหมยฮวาเอียงคอมองเขาคล้ายยิ้มไม่ยิ้มอยู่ในที
“ครั้งก่อนที่เ้าไปจวนเ้าเมืองข้าเห็นเขาแอบตามเ้าออกนอกเมือง”ครั้งล่าสุดสวีเหมยฮวาเข้าเมืองไปกับสวีซือซงหลีกเลี่ยงใช้เส้นถนนหลักเลยไม่ได้คิดว่าใครจะจับตาดู
“เขาจะตามข้าไปเพื่ออะไร?”ไป๋อวี๋ออกเดินเคียงคู่ไปตามทางเดิน
บรรยากาศที่นี่ร่มรื่นแตกต่างจากสวนในจวนเ้าเมืองน้ำในสระที่ใสสะอาด ดอกบัวกำลังออกดอก ดอกไม้ปลูกตามขอบทางเดินกำลังส่งกลิ่นหอมต้นไม้คอยให้ร่มเงาเป็ระยะ ต่างจากนอกกำแพงราวกับไม่ใช่ที่เดียวกัน
“ข้าได้ยินว่าชีวิตแต่งงานของเขากับภรรยาไม่ค่อยราบรื่นนัก”
“ซื่อจื่อสนใจเื่ชาวบ้านั้แ่เมื่อไหร่เ้าคะ?”
“ข้าไม่คิดสนใจหากมันไม่เกี่ยวกับเ้า” สวีเหมยฮวาเอี้ยวคอมองคนที่ก้มมองนาง ความสูงที่เกินมาตรฐานผู้หญิงทั่วไปของนางยังถือว่าเตี้ยอยู่มากสำหรับผู้ชายที่สูงเกิน180 คนนี้
ครอบครัวนี้สูงกันทุกคนเลยหรือไง...
“ท่านแสดงท่าทีชัดเจนมากเลยนะ”
“ข้าเอาคำพูดเ้าไปคิด”
“คำพูดไหนเ้าคะ?”
“สมแล้วที่ข้าเป็รองแม่ทัพ”
“อ้อ...ซื่อจื่อเข้าใจความหมายคำพูดข้า?”
“ไม่สนใจคำพูดคนอื่นเหมือนข้าไม่เกรงกลัวศัตรูในสนามรบหมายถึงเช่นนั้นหรือไม่“ ริมฝีปากสวีเหมยฮวาโค้งขึ้น
“ชัดเจนยอมรับถือเป็เสน่ห์อย่างหนึ่งของซื่อจื่อเหมือนกัน” ซีหยางอยู่ห่างออกไปยังได้ยินเขามองนางด้วยสายตาแปลกใจเล็กน้อย
“เ้าชอบข้าที่เป็แบบนี้?”
หา?… ซีหยางมองนายน้อยของเขาตาค้าง
“ชัดเจนไปเลยก็ดีข้าจะได้ทำตัวให้ถูก”
“เ้ายอมรับข้า?”
“ข้าเป็หญิงม่ายนะ”
“ในเมื่อข้ามั่นใจปัญหาเล็กน้อยแค่นั้นไม่มีปัญหาสำหรับข้า“
“ท่านไม่สนคนอื่นว่าไม่เหมาะหรือ?“
“คนอื่นไม่รู้จักเ้าเหมือนที่ข้ารู้จัก“สวีเหมยฮวาหยุดเท้าหันหน้ามาทางไป๋อวี๋
“ท่านก็ยังไม่รู้จักข้าดีพอ“
“ให้โอกาสข้ารู้จักเ้ามากกว่านี้ได้หรือไม่?”
นายน้อยสุดยอด...
“ซื่อจื่อ...ข้าคือผู้หญิงมีตำหนิที่คนอื่นมองว่าไร้ค่าข้าคือผู้หญิงที่เอ่ยหย่าสามีไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียมท่านรับข้าได้คนในครอบครัวท่านรับข้าได้หรือไม่?”สวีเหมยฮวามองลึกเข้าไปในดวงตาคม
“หากท่านเป็ผู้ชายธรรมดาไม่ได้มีตำแหน่งซื่อจื่อหรืออดีตรองแม่ทัพที่คนนับหน้าถือตา ข้าคงไม่กังวล ทว่าคู่ชีวิตของท่านไม่ใช่แค่ท่านที่ตัดสินใจข้าไม่อยากเริ่มเมื่อรู้จุดจบสุดท้าย มันเสียเวลาทั้งสองฝ่าย”
“หากข้าขจัดความกังวลในใจเ้าได้เ้ายินดีให้โอกาสข้า?”
“ท่านเห็นข้าเป็ศัตรูในสนามรบหรือ?”
“???”สวีเหมยฮวาสบตาเข้ม หัวเราะขบขันเมื่อเห็นสีหน้าไม่เข้าใจคนตัวโตตรงหน้า
“ดูท่านพยายามเอาชนะข้าให้ได้”
“เ้าคงเป็ศัตรูที่ข้าอยากมากที่สุด”แววตาไป๋อวี๋ยามจ้องมองดวงหน้าเนียนไม่มีแววลังเล ไม่แข็งกระด้างเจือแววความมั่นใจ
“เฮ้อ...บทจะพูดท่านก็พูดโดยไม่รู้สึกเขินสักนิด”
“ข้าพูดความจริงทำไมข้าต้องอาย”
“วันนี้อยู่ทานมื้อเที่ยงหรือไม่”
“ข้าชอบอาหารฝีมือเ้า”มุมปากไป๋อวี๋ยกขึ้น ใบหน้าดูอ่อนโยนมากกว่าปกติ
วิธีตอบนี่มันอะไรกัน...
ไป๋อวี๋อยู่ทานมื้อเที่ยงตามคำเชิญสวีเหมยฮวาอยู่พูดคุยต่อหลังมื้ออาหารพักใหญ่ ค่อยเอ่ยลากลับ ทั้งที่ใจอยากอยู่ต่ออีกสักนิดแต่เกรงว่าเขารุกมากเกินไปอาจทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวจนปิดกั้น
“ซีหยาง”
“ขอรับ”
“ทุกอย่างเกี่ยวกับหลีอี๋เจ๋อข้าต้องรู้ทั้งหมด”
“ขอรับ”ซีหยางรีบออกไปทำตามคำสั่ง ส่วนไป๋อวี๋เดินเข้าเรือนตัวเอง
เมื่อสวีเหมยฮวายืนยันความสัมพันธ์กับอดีตสามีอย่างหลีอี๋เจ๋อชัดเจนไป๋อวี๋ไม่จำเป็ต้องออมมือ การกระทำที่ผิดปกติเล็กน้อยย่อมมีเหตุผลเื้ั ไม่ว่าอะไรเหตุผลอะไรก็ตามไป๋อวี๋ไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นแน่นอน
──────???? ──────
บ้านสวีนั่งพร้อมหน้ากันอยู่ในห้องโถงบ้านใหญ่อีกฝั่งมีไป๋หลิน อู่จุนเหลียนและยังมีคนแปลกหน้าเพิ่มมาอีก 3 คน และ 3คนนี้คือครอบครัวอู่จุนเหลียน อู่จางเหว่ย ลูกชายคนเดียวของเขา อู่หนิงอันสะใภ้และหลานสาววัย 14 อู่เจินเหยียนนั่งอยู่พร้อมเพรียงกัน
“ท่านอู่ช่วยอธิบายได้หรือไม่?” สวีเหมยฮวาละสายตาจากอู่เจินเหยียน
“ท่านปู่จะให้ข้าเชื่อว่าชาวบ้านธรรมดาอย่างนางมีความสามารถมากกว่าท่านหรือเ้าคะ?”
“เหยียนเอ๋อร์!” อู่จางเหว่ยและอู่หนิงอันเรียกลูกสาวเสียงดัง มองเ้าบ้านสีหน้าไม่สู้ดีนักสวีเหมยฮวาหลุบตามองมือตัวเอง ก่อนเงยหน้ามองอู่เจินเหยียนพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“ข้าขอโทษแทนเหยียนเอ๋อร์ด้วย”อู่จางเหว่ยเอ่ยขึ้น
“ข้าพูดความจริง นางรับไม่ได้ก็เื่ของนางสิท่านพ่อไม่เห็นต้องขอโทษนาง” อู่เจินเหยียนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
นางเป็ถึงหลานสาวคนเดียวของหมอหลวงสำคัญในราชสำนักขนาดขุนนางยังต้องเกรงใจอยู่หลายส่วนแล้วทำไมนางต้องสนใจชาวบ้านธรรมดาอย่างครอบครัวนี่ด้วย อู่จุนเหลียนเลิ่กลั่กเสียความสุขุมไปชั่วขณะเขากำลังจะเอ่ยปาก ทว่า...
“คุณหนูอู่กล้าวิจารณ์ฮวาเอ๋อร์ต่อหน้าข้าในบ้านข้าดูเสียมารยาทไปหน่อยนะ” สวีฝูหรงต่อว่าอู่เจินเหยียนตรงๆ เช่นกัน
“คนอย่างลูกสาวท่านข้าไม่จำเป็ต้องมีมารยาทด้วย”อู่เจินเหยียนตอบกลับไป
“ขอโทษพี่สาวข้าเดี๋ยวนี้!”
“ไร้มารยาท” อู่เจินเหยียนปรายตามองเหยียดๆ สวีเหมยฮวาเอื้อมมือไปจับสวีซือซงเอาไว้
“นายท่านอู่ อู่ฮูหยิน พาลูกสาวท่านกลับไปเถอะบ้านข้าไม่ต้อนรับคนอย่างนาง”
“พวกเ้าสั่งสอนลูกสาวให้ทำตัวเสียมารยาทเช่นนี้ได้อย่างไร!” อู่จุนเหลียนหันไปตวาดลูกชายลูกสะใภ้
“ท่านพ่อ..ข้าสั่งสอนเหยียนเอ๋อร์ไม่ดีข้าผิดไปแล้วขอรับ”
“ท่านอู่” อู่จุนเหลียนหันกลับมาหาสวีเหมยฮวา
“รบกวนท่านกลับไปจัดการปัญหาให้เรียบร้อยก่อนค่อยกลับมาเถิดบ้านข้าไม่ใช่สถานที่ให้ใครก็ได้มาทะเลาะกัน มันวุ่นวาย” ขนตางอนกะพริบเชื่องช้าสายตาเย็นเยียบปรายตามองหลานสาวคนเดียวของเขา
“เกิดอะไรขึ้น?” ไป๋อวี๋เดินเข้ามาในห้อง พบเจอบรรยากาศแปลกประหลาดเมื่อครู่ยืนอยู่หน้าประตูยังพอได้ยินเสียงทะเลาะกันดังแว่วเข้าหู
“เหยียนเอ๋อร์คารวะซื่อจื่อเ้าค่ะ”อู่เจินเหยียนรีบลุกขึ้นพูดก่อนบิดามารดาเสียอีก
อาฮะ...ที่แท้...
ไป๋อวี๋ไม่แม้แต่จะปรายตามองอู่เจินเหยียนเขาเดินตรงมาหาสวีเหมยฮวา สวีซือซงลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้ถัดไป
“เสี่ยวหลินยกน้ำชาคำนับเ้าหรือยัง?” สวีเหมยฮวาดึงแขนให้เขานั่งเก้าอี้ด้านข้างหางตามองสีหน้าอู่เจินเหยียน ไป๋อวี๋เหลือบมองมือตัวเองมุมปากยกขึ้นพอใจ
“ติดปัญหานิดหน่อย...”
“ซื่อจื่อกับนางเป็อะไรกันหรือเ้าคะ?” อู่เจินเหยียนโพลงออกมาไป๋อวี๋มองเด็กสาวสายตาเ็า ใบหน้าแข็งกระด้าง
“ธุระอะไรของเ้า”
“ท่านไม่รู้หรือว่านางเป็หญิงม่ายสามีหย่า...”
“พอได้แล้ว!” อู่เจินเหยียนสะดุ้ง อู่จุนเหลียนมองหลานสาวแววตาโกรธเคืองไม่คิดว่าหลานสาวตัวเองจะทำตัวไร้มารยาทต่อหน้าเขาได้มากขนาดนี้
“ข้าอุตส่าห์หวังดี อยากให้เ้าก้าวหน้าแต่กลับทำตัวไร้มารยาทเหมือนไร้การสั่งสอน อยากทำให้ข้าขายหน้าไปมากกว่านี่หรืออย่างไร!!” อู่จางเหว่ย อู่หนิงอันรีบคุกเข่าขอโทษบิดา
“ท่านปู่...”
“ยังไม่คุกเข่าขอโทษอีก”อู่จางเหว่ยดึงลูกสาวให้นั่งคุกเข่า
“อาจารย์...พาทุกคนกลับจวนไปก่อนเถิด”ไป๋หลินมองครอบครัวอู่ด้วยความผิดหวัง โดยเฉพาะอู่เจินเหยียน
เขาได้ยินมาว่าหลานสาวคนเดียวของอู่จุนเหลียนมีความสามารถอยู่บ้างไม่คิดว่านางเป็คนประเภทน้ำเต็มแก้ว ยึดติดไม่พอยังมีนิสัยดูถูกคนอื่น
น่ารังเกียจ...
“อี๋ตี๋พาครอบครัวอาจารย์อู่กลับจวน”ไป๋อวี๋สั่งคนติดตามของน้องชายน้ำเสียงเ็า ปรายตามองครอบครัวอู่ด้วยความไม่พอใจ
อู่จางเหว่ยรีบพาครอบครัวออกจากบ้านสวีอู่จุนเหลียนอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน หลานสาวที่เขาภูมิใจกลับทำให้เขาขายหน้าไม่คิดว่านางจะกลายเป็คนเช่นนี้ได้
“ซื่อจื่อรู้ไหมว่าคุณหนูอู่ชอบท่าน?”
“.....” ไป๋อวี๋มองนางนิ่งค้าง
“ข้าเพิ่งเคยเจอนาง”
“แต่นางคงได้ยินชื่อเสียงท่านมานานแล้วไม่อย่างนั้นคงไม่แสดงออกชัดเจนขนาดนี้”
“แค่ได้ยินชื่อเสียงก็ชอบกันได้แล้วหรือ?”
“ท่านนี่ไม่เข้าใจความรู้สึกผู้หญิงเอาเสียเลย”สวีเหมยฮวาส่ายหน้า
“ทำไมข้าต้องใส่ใจความรู้สึกผู้หญิงคนอื่นนอกจากเ้า?” ไป๋อวี๋กล่าวออกมาได้อย่างง่ายดาย
หือ? สวีฝูหรงถึงกลับรีบหันมามองไป๋อวี๋คนในห้องจับจ้องเขาไม่วางตา
“ท่านนี่นะ...เข้าใจความรู้สึกอารมณ์ผู้หญิงบ้างสิ”
“ข้าอยากเข้าใจความรู้สึกเ้าคนเดียวมากกว่า”
“เอ่อ...พวกเราขอตัวก่อนนะเชิญตามสบาย” สวีฝูหรงจูงบุตรชายออกจากห้องโถง ไป๋หลินนั่งอยู่ทำตัวไม่ถูกเขาควรอยู่หรือควรตามออกไปดี
“คุณชายรองท่านอยากไปดูสวนกับข้าหรือไม่” สวีซือซงหันกลับมาเรียก
“ไป ๆ ข้าไปด้วย” ซีหยางหันรีหันขวาง
สรุปข้าต้องไปด้วยหรือไม่....ช่างเถอะข้าจะหน้าด้านยืนฟังแล้วกัน...
“เมื่อครู่นางทำให้เ้าลำบากใจหรือ?”
“แค่นั้น ทำอะไรข้าไม่ได้หรอกข้าแค่รำคาญ”
“อยากให้ข้าจัดการให้หรือไม่?” สวีเหมยฮวาโบกมือ
“ปล่อยนางไปเถอะ ข้าพอเข้าใจความรู้สึกนางอยู่นะ”
“อย่างไร?” ไป๋อวี๋รับน้ำชามาดื่ม
“คนที่แอบปลื้มมานานพอได้เห็นตัวจริงความรู้สึกที่กักเก็บไว้มันแน่นอกจนอยากะเิออกมานะสิ”
“เ้าเป็เช่นนั้นเหมือนกันหรือ?”
“หมายถึงอย่างไรเ้าคะ?”
“เ้าอยากเจอข้าจนอยากะเิออกมาบ้างหรือไม่?”
“ท่านนี่หลงตัวเองมากเลยนะ”
“แต่ข้าอยากเจอเ้าทุกวัน”สวีเหมยฮวามองหน้าใบหน้าคมด้วยสายตาแปลกใจอยู่ในที
“ซื่อจื่อเ้าค่ะ” ไป๋อวี๋วางถ้วยชาหันมามองใบหน้าเนียนตรง ๆ
“ท่านเคยมีคนรักหรือไม่เ้าคะ?” ไป๋อวี๋ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่สวีเหมยฮวาเฝ้ารอคำตอบอย่างใจเย็น
“ไม่รู้สิคงไม่อาจเรียกว่าความรักได้ละมั้ง” ในที่สุดชายหนุ่มก็เอ่ยออกมา
“แปลว่าเคยมองหญิงสาวในแง่นั้นมาก่อน?”
“เคยมองผ่านตา แต่ไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนที่กำลังรู้สึกเหมือนกับเ้า”
“อย่างไรเ้าคะ?”
“อยากเจอหน้า อยากอยู่ใกล้ เวลาไม่เจอก็คิดถึงมีความสุขที่พูดคุยเช่นนี้” ซีหยางขยับออกไปไกลกว่าเดิมพลางเหลือบมองนายน้อยของตนเอง คิดว่าเขาคือคนเดียวกันที่อยู่ในสนามรบแน่หรือ...
“ท่าน...เฮ้อ!” สวีเหมยฮวาพูดไม่ออกไม่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะตรงได้มากขนาดนี้
“ไม่ดีหรือ?”
“ไม่ใช่ไม่ดีเ้าค่ะแต่ท่านตรงมากขนาดนี้ ข้าไม่เคยเจอ เลยทำตัวไม่ถูก...ข้าเคยได้ยินธรรมเนียมหนึ่งมาข้าอยากถามสักหน่อย”
“ข้ายินดีตอบ”
“ซื่อจื่อ...เคยมีสาวใช้อุ่นเตียงไหมเ้าคะ?”
“เคย” ไป๋อวี่ตอบกลับไปทันทีซีหยางหันขวับ
นายน้อย!!...
“อ้อ” สวีเหมยฮวาตอบรับ
“โกรธหรือ?”
“ข้าไม่โกรธเื่เล็กน้อยแค่นี้หรอกเ้าค่ะข้าแค่อยากรู้เฉย ๆ”
“ชายหนุ่มที่อายุ 15-16 ปีขึ้นไป ทางบ้านจะจัดเตรียมสาวใช้อุ่นเตียงมาให้มันเป็ธรรมเนียม”
“คงเป็เฉพาะคนมีฐานะมั้งเ้าค่ะเพราะชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเราไม่มีธรรมเนียมเช่นนั้น”
“เ้าพูดมามันก็ไม่ผิด”
“นอกจากสาวใช้แล้วท่านมีคนรักอีกหรือไม่เ้าคะ?”
“หลังจากนั้นข้าก็ยุ่งอยู่กับการฝึกไม่ได้สนใจเื่อื่น จนมาเจอเ้าข้าไม่รู้ว่าควรเรียกความรู้สึกเช่นนี้ว่าอย่างไร แต่ข้ามั่นใจหลายส่วน ว่าความรู้สึกข้าที่มีให้เ้าไม่เหมือนกับหญิงสาวคนอื่นอย่างแน่นอน”
สวีเหมยฮวามหลบสายตาคม อมยิ้มออกมาก่อนเงยหน้ามองอีกฝ่ายจริงจัง
“หวังว่ามันจะเป็เช่นนั้นตลอดไป”
“มั่นใจในตัวข้าได้”
“เ้าค่ะ” สวีเหมยฮวาจบบทสนทนาเื่นางและเขาเอาไว้แค่นั้นเมื่อวันนี้มีธุระอย่างอื่นที่สำคัญกว่า