เซวียเฟยเฉินไม่เข้าใจคำพูดของเซิ่งซี และไม่มีแก่ใจจะไปคิดหาคำตอบ "เซิ่งซี เ้าเลิกทำเป็ลึกลับได้แล้ว คลื่นสัตว์อสูรกำลังจะมาถึงแล้ว พวกเ้าตัดสินใจได้หรือยัง?"
แนวหน้าของคลื่นสัตว์อสูรได้รุดหน้ามาถึงแล้ว เซิ่งหรูเยว่และคนอื่น ๆ เห็นท่าไม่ดีจึงพากันเหินบินขึ้นมาอยู่ข้างกายเซวียเฟยเฉิน
"เห็นแก่เงินมากกว่าชีวิตจริง ๆ !" เซวียเฟยเฉินเห็นกลุ่มของเซิ่งซียังคงไม่สะทกสะท้าน เขารู้ดีว่าไม่อาจประวิงเวลาต่อไปได้อีก จึงเตรียมจะพาเซิ่งหรูเยว่และคนอื่น ๆ หนีไป
"ศิษย์พี่สี่ โยนศาสตราวิเศษเลยเ้าค่ะ!" เซิ่งซีออกคำสั่ง ลวี่เสี่ยงก็โยนไหสีทองแดงขนาดใหญ่ออกไปใบหนึ่ง
ไหทองแดงลอยขึ้นสู่กลางอากาศและขยายขนาดขึ้นหลายเท่าตัว กลายเป็ศาสตราวิเศษโปร่งแสงที่กักขังทุกคนไว้ภายใน
กลุ่มคนสำนักลั่วเฟิงที่เดิมทีพุ่งตัวออกไปไกลแล้วกลับชนเข้ากับขอบไหทองแดง ราวกับชนเข้ากับกำแพงหนา
หลี่เหยียนรุ่ยใแทบสิ้นสติ "เซิ่งซี เ้าบ้าไปแล้วรึ? คิดจะฆ่าทุกคนหรือไร?"
เซิ่งซีกล่าวด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "อย่าพูดจาส่งเดชสิเ้าคะ ข้ากำลังมอบโอกาสให้พวกท่านได้ฝึกฝนต่างหาก สัตว์อสูรพวกนี้อย่างมากก็อยู่แค่ขั้นแก่นพลังทองคำ ด้วยระดับพลังของพวกท่านรับมือพวกมันได้สบายมากอยู่แล้ว"
เซวียเฟยเฉินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะสังหารอินทรีหัวเขียวที่พุ่งเข้ามาโจมตี เขาตะคอกถามเสียงกร้าว "พวกเ้าเองก็ถูกขังอยู่ข้างในนี้ด้วย ไม่กลัวว่าจะเล่นกับไฟจนเผาตัวเองหรือไง?"
ในระหว่างที่คุยกัน หมาป่าจันทร์เหมันต์ขั้นแก่นพลังทองคำตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าหาเซิ่งซี
ลวี่เสี่ยงหยิบกระดองเต่าหยกเขียวออกมา กระดองเต่าขยายใหญ่ขึ้นและครอบศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสี่คนเอาไว้ข้างใน หมาป่าจันทร์เหมันต์จึงพุ่งชนกระดองเต่าที่แข็งแกร่งจนกระเด็นออกไปหลายจั้ง
เมื่อเห็นแบบนั้น เซิ่งหรูเยว่ก็รีบพูดขึ้น "ศิษย์พี่ใหญ่ พวกเราไปทางฝั่งเสี่ยวซีกันเถอะเ้าค่ะ"
"ไม่ได้นะเ้าคะ พวกท่านต้องตั้งใจกำจัดสัตว์อสูรสิ" เซิ่งซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เซิ่งหรูเยว่หน้าถอดสี "สัตว์อสูรเยอะขนาดนี้ พวกเราไม่มีทางฆ่าหมดหรอก เสี่ยวซี เ้าอย่าเห็นแก่ตัวนักเลย ข้าตายไปน่ะไม่เป็ไรหรอก แต่ศิษย์พี่คนอื่น ๆ จะทำอย่างไร?"
เซิ่งซีแบมือออกอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่ใช่ศิษย์พี่ข้าเสียหน่อย เกี่ยวอะไรกับข้าล่ะเ้าคะ?"
คนพวกนี้จากสำนักลั่วเฟิงไม่เคยแสดงความหวังดีต่อเ้าของร่างเดิมเลย แถมเมื่อครู่ยังคิดจะใช้ค่ายกลสังหารใจมาล้อมฆ่าพวกนาง เซิ่งซีในตอนนี้ก็แค่ทำแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันเท่านั้นเอง
เซวียเฟยเฉินจ้องเซิ่งซีเขม็ง เมื่อเห็นว่านางไม่ได้ปรายตามองมาทางพวกเขาอีก แต่กลับพากันนั่งล้อมวงแบ่งสมบัติจากถุงวิเศษของศิษย์สำนักลั่วเฟิงต่อหน้าต่อตา เขาก็รู้สึกโกรธจนจุกอก
ทว่าสัตว์อสูรที่บุกเข้ามาไม่หยุดทำให้เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะเอ่ยถาม เซวียเฟยเฉินรีบสั่งให้ผู้ฝึกตนวิถียันต์ในกลุ่มกางค่ายกล และพาคนอื่น ๆ เร่งสังหารสัตว์อสูรที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
เวินเจ๋อิจ้องมองพวกเซวียเฟยเฉินที่กำลังฆ่าสัตว์อสูรอย่างตั้งใจ ก่อนจะพยักหน้าชมอย่างหาได้ยาก "ก็นับว่าศิษย์เอกของสำนักลั่วเฟิงยังพอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่เมื่อครู่เขาประมือกับศิษย์น้องห้าจนสูญเสียพลังิญญาไปมาก ดูท่าจะเริ่มยันไว้ไม่ไหวแล้ว"
เซิ่งซีที่หาวหวอด ๆ ได้ยินแบบนั้นก็เหลือบมองเซวียเฟยเฉินแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบโอสถฟื้นฟูิญญาออกมาขวดหนึ่งแล้วเดินไปที่ทางออกของกระดองเต่า
เซียวหลีลั่วชะงัก "ศิษย์น้อง เ้าคงไม่ได้คิดจะส่งโอสถให้เขาหรอกนะ?"
เซวียเฟยเฉินพาคนอื่น ๆ มาปักหลักอยู่ใกล้ ๆ กระดองเต่าตั้งนานแล้ว เพราะสัตว์อสูรมีมากเกินไป การใช้หลังพิงกระดองเต่าไว้ อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่าจะไม่มีสัตว์อสูรบุกเข้ามาจากทางด้านหลัง
เมื่อได้ยินคำพูดของเซียวหลีลั่ว เซวียเฟยเฉินก็หันกลับมามอง พอเห็นเซิ่งซีทำท่าเหมือนจะส่งโอสถออกมาจริง ๆ หัวใจเขาก็พลันสั่นไหว
ในใจเซิ่งซียังคงมีเขาอยู่สินะ
ความคิดนั้นยังไม่ทันจางหายไป เขาก็ได้ยินเซิ่งซีเอ่ยแก้คำพูดของเซียวหลีลั่วด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ศิษย์พี่ห้า ท่านดูถูกศิษย์เอกเซวียเกินไปแล้วนะเ้าคะ เขาเป็ถึงศิษย์สายตรงอันดับหนึ่งของสำนักลั่วเฟิงเชียวนะ ข้ามีสิทธิ์อะไรจะเอาโอสถไปให้เขาล่ะ? แน่นอนว่าต้องขายสิเ้าคะ ศิษย์เอกเซวีย ท่านอยากซื้อโอสถฟื้นฟูิญญาหรือไม่เ้าคะ? ขวดละหนึ่งร้อยศิลาิญญาระดับสูงเ้าค่ะ"
เซวียเฟยเฉินแทบกระอักเื ถลึงตาใส่เซิ่งซีอย่างแค้นเคือง
หลี่เหยียนรุ่ยตวาดกร้าว "โอสถฟื้นฟูิญญาขวดหนึ่งมียี่สิบเม็ด ปกติราคาแค่หนึ่งร้อยศิลาิญญาระดับกลาง เ้าขายแพงขนาดนี้ทำไมไม่ไปปล้นเอาเลยล่ะ?!"
เซิ่งซีตอบหน้าระรื่น "ก็นี่ไงเ้าคะ เพิ่งปล้นมาจากตัวท่านเมื่อครู่นี้เอง"
หลี่เหยียนรุ่ยโกรธจนหน้ามืด เกือบจะถูกกรงเล็บสัตว์อสูรแทงทะลุหน้าอก
เซิ่งซีกำชับสั่งสอนเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วเ้าค่ะ ตอนนี้โอสถพวกนี้เป็สินค้าขาดแคลน ที่ราคาสูงขึ้นย่อมเป็ไปตามกลไกตลาด ถ้าไม่ซื้อในราคาหนึ่งร้อยศิลาิญญาระดับสูง อีกเดี๋ยวข้าจะขึ้นราคาเป็สองร้อยศิลาิญญาระดับสูงนะเ้าคะ"
หลี่เหยียนรุ่ยไม่กล้าเถียงอีก เพราะถุงวิเศษของเขาถูกปล้นไปแล้ว เขาจำเป็ต้องใช้โอสถขวดนี้มากกว่าเซวียเฟยเฉินเสียอีก "ศิษย์พี่ใหญ่..."
"เซิ่งซี ข้าซื้อ! เ้าเปิดทางเข้ากระดองเต่าซะ ข้าจะให้ศิษย์น้องเล็กไปรับของ" เซวียเฟยเฉินกล่าว
เซียวหลีลั่วรีบปฏิเสธอย่างรังเกียจทันที "ไม่ได้หรอก เผื่อศิษย์น้องบ้านท่านเข้ามาแล้วเนียนไม่ออกไปจะทำยังไง?"
เมื่อแผนถูกเปิดโปง เซวียเฟยเฉินก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน "แล้วจะส่งมอบของกันอย่างไร?"
"พวกเราจะส่งไปให้เอง ท่านก็เตรียมศิลาิญญาไว้ให้พร้อมแล้วกันเ้าค่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ท่านลองดูหน่อยหรือไม่ว่าอยากซื้ออย่างอื่นเพิ่มด้วยหรือเปล่า ข้ายังมีโอสถควบรวมจิติญญา ยันต์เพลิง ยันต์ทลายปฐี… ที่ปล้นมาจากพวกท่านอีกเพียบเลยนะเ้าคะ"
ทุกครั้งที่เซิ่งซีขานชื่อของออกมา สีหน้าของเซวียเฟยเฉินก็ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีกขั้น การนำของที่ปล้นมาออกขายต่อหน้าเ้าของอย่างหน้าตาเฉย แถมยังขายโก่งราคาให้เ้าของเดิมอีกเช่นนี้ เขาไม่เคยพบเคยเห็นใครที่ไร้ยางอายได้ขนาดนี้มาก่อน!
แต่ทว่าพวกเขากลับตกที่นั่งลำบาก จนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องซื้อ
"ของทั้งหมดข้าเอาหมดเลย แต่บนตัวข้ามีศิลาิญญาไม่มากพอ" เซวียเฟยเฉินบอก
"ก็เขียนใบแจ้งหนี้มาสิเ้าคะ" เซิ่งซีโบกมืออย่างใจป้ำ พร้อมคำนวณราคาสุทธิ "รวมถุงวิเศษที่ปล้นมาด้วย ทั้งหมดเป็ 758,632 ศิลาิญญาระดับสูง ศิษย์พี่ใหญ่เซวียชำระสดในวันนี้ 5 แสนศิลาิญญาระดับสูง ส่วนที่เหลืออีก 258,632 ศิลาิญญาระดับสูงติดไว้ก่อนได้เ้าค่ะ ดอกเบี้ยต่อปีร้อยละสิบสาม ท่านเห็นว่าอย่างไรเ้าคะ?"
เซวียเฟยเฉินเกิดในตระกูลผู้ฝึกตน ไม่เข้าใจคำศัพท์ทางการเงินข้างหลัง แต่เซิ่งหรูเยว่ที่เคยเรียนเื่การจัดการเรือนหลังมาได้ยินก็รู้ทันที "เสี่ยวซี ดอกเบี้ยนี่มันโหดเกินไปแล้ว!"
"พวกท่านก็แค่รีบคืนให้เร็วหน่อยก็สิ้นเื่แล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ?" เซิ่งซีกล่าวอย่างมีเหตุผล "ศิษย์เอกของสำนักลั่วเฟิงผู้ยิ่งใหญ่ คงไม่บอกหรอกนะเ้าคะว่าไม่มีปัญญาหาเงินแค่นี้มาคืน? ถ้าเป็แบบนั้น สำนักลั่วเฟิงที่เป็อันดับหนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่ก็ดูจะกระจอกเกินไปหน่อยกระมังเ้าคะ?"
เซวียเฟยเฉินพลันนึกถึงตอนที่เขาาเ็สาหัสครั้งก่อน เซิ่งซีมอบโอสถช่วยชีวิตที่นางสะสมไว้ให้เขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ในใจเขารู้สึกบีบคั้นขึ้นมาทันที
ระหว่างเขากับเซิ่งซี ทำไมถึงกลายมาเป็แบบนี้ไปได้?
หากไม่มีโอสถตอนนี้ เขาอาจจะพอเอาตัวรอดไปได้เพียงลำพัง แต่ศิษย์น้องที่เหลือคงไม่รอดแน่
เขาเหลือบมองเซิ่งหรูเยว่ที่พลังิญญาเหือดแห้งจนหมดสิ้น เซวียเฟยเฉินขบกรามแน่นพลางมองเซิ่งซี "ตกลง"
เซิ่งซีจัดแจงใส่ของลงในถุงวิเศษอย่างร่าเริง แล้วส่งให้เวินเจ๋อิ เซียวหลีลั่วก้าวออกจากกระดองเต่าเป็คนแรก เหวี่ยงกระบี่ฟันสัตว์อสูรเพื่อเปิดทางมุ่งหน้าไปหาเซวียเฟยเฉิน
ส่วนเวินเจ๋อิก็หยิบพู่กันและกระดาษพิเศษของลวี่เสี่ยงออกมา ส่งสัญญาณให้เซวียเฟยเฉินเขียนใบแจ้งหนี้ก่อน "เมื่อได้ใบแจ้งหนี้และศิลาิญญาห้าแสนก้อนแล้ว ข้าจะมอบของให้ท่านทันที"
"ศิษย์น้อง ไปตรวจของ" เซวียเฟยเฉินสั่งเซิ่งหรูเยว่ ก่อนจะรีบเขียนใบแจ้งหนี้และส่งถุงศิลาิญญาของเขาให้
เซิ่งหรูเยว่ตรวจสอบของเสร็จก็พยักหน้าให้เขา เมื่อทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น เซียวหลีลั่วก็รีบพาเวินเจ๋อิกลับเข้าสู่กระดองเต่าอย่างรวดเร็ว
เซวียเฟยเฉินรีบแจกจ่ายโอสถและยันต์ให้คนในกลุ่ม จนในที่สุดก็ได้มีโอกาสหายใจหายคอได้บ้าง
รอบกายเต็มไปด้วยกองซากศพและเืนอง ซึ่งล้วนเป็ศพของสัตว์อสูร เซิ่งหรูเยว่เพิ่งเคยเห็นภาพแบบนี้เป็ครั้งแรก หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์ความเป็ความตายบีบคั้น นางคงจะสลบเหมือดเพราะกลิ่นคาวเืที่รุนแรงไปนานแล้ว
หลี่เหยียนรุ่ยกลืนโอสถลงไป พลังิญญาที่แห้งเหือดในร่างได้รับการเติมเต็ม เขารู้ดีว่าใบแจ้งหนี้ของเซวียเฟยเฉินนั้นเขียนขึ้นเพื่อช่วยชีวิตพวกเขา จึงพูดเอาใจว่า "ศิษย์พี่ใหญ่ แก่นอสูรและซากสัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนมีมูลค่ามหาศาล ขอเพียงพวกเรานำออกไปขายได้ นอกจากจะชดเชยความเสียหายได้แล้ว ยังอาจจะเหลือกำไรอีกไม่น้อยเลยนะขอรับ"
เซวียเฟยเฉินเองก็พิจารณาถึงจุดนี้ จึงได้ยอมรับข้อตกลงของเซิ่งซี
แต่เซิ่งหรูเยว่ที่คอยจับตามองเซิ่งซีอยู่ตลอดเวลากลับอุทานออกมา "เสี่ยวซีทำอะไรอยู่น่ะ?"
ที่ปากทางเข้ากระดองเต่า เซิ่งซีเหวี่ยงเชือกสีเหลืองทองออกไป เมื่อปลายเชือกแตะโดนซากสัตว์อสูรบนพื้น มันก็รัดซากนั้นไว้ทันที จากนั้นก็ดึงขึ้นมาและหล่นตุ๊บลงในถุงวิเศษของเซิ่งซีอย่างแม่นยำ
เซวียเฟยเฉินพลันเข้าใจทันทีว่าคำว่าแมวตกปลาของเซิ่งซีหมายความว่าอย่างไร นางตั้งใจจะนั่งเสวยสุขจากหยาดเหงื่อแรงงานของคนอื่นชัด ๆ !