ตอนที่ 74 เทพธิดา
" พลังของขั้นกึ่งมหาเทพเทวะบรรพการรุนแรงเช่นนี้เอง กำแพงค่ายกลต่าง ๆ ที่ข้าเคยใช้มาไม่สามารถป้องกันการทะลุทะลวงของกระบี่นี้ได้เลย โชคดีที่มีต้นพฤกษาอยู่ใกล้บริเวณนี้ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่ากระบี่นี้ของมันคงทำมาจากแก่นพฤกษาเป็นแน่ ถึงได้มีพลังทำลายล้างมากถึงเพียงนี้ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกมันจึงไม่ให้ต้นราชาพฤกษาให้แก่เผ่าพันธ์อื่น ที่แท้ทุกส่วนของต้นราชาแห่งหมู่มวลพฤษาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ได้การข้าต้องหลอกล่อพวกมันออกไปจากมิติแห่งนี้ก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมายึดเอามิติลับแห่งนี้ เพื่อไม่ให้ต้นพฤกษานี้ที่ข้าถอนมาสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ข้าขอเก็บไว้แล้วกัน "
" ฟิ้วว ! "
" บัดซบ ! ข้าก็ลืมไปมันยังมีอยู่ข้างหลังข้าอีกหนึ่งคน กำแพงพฤษา ไป "
" ตู๊มม ! "
" ไอ้ปีศาจมารชั่วเจ้าบังอาจทำลายต้นราชาแห่งหมู่มวลพฤษาของชนเผ่าข้า ตายยย ! พวกเรารุมสังหารมัน "
" ตู๊มมม ! ตู๊มมม !! "
" ต้นพฤกษากลับมา เวรละ ! พวกมันคงแค้นข้ามากที่ข้าทำลายต้นราชาแห่งหมู่มวลพฤกษาของมัน ได้การละข้าจะหลอกล่อมันไปชายแดนมหานิกายปีศาจมารให้พวกมันทะเลาะกันเองดีกว่า ไปประตูทางออกมิตินี้ "
" พรึ๊บบ ! "
" เจ้าปีศาจมารร้ายมันไปหลบหนีทางไหนแล้ว "
" เรียนท่านบรรพชน ทหารที่เฝ้าประตูมิติแจ้งมาว่าเจ้าปีศาจมารมันสังหารทหารที่เฝ้าอยู่ไปหลายร้อยคนแล้วขอรับ "
" บัดซบ ! เมื่อสักครู่มันยังอยู่ที่นี้อยู่เลยทำไมมันจึงไปอยู่ทีนั้นได้รวดเร็วเช่นนี้ประตูทางออกนั้นอยู่ไกลติดชายแดนชนเผ่าพฤกษาเป็นอย่างมากมันไปโผล่ที่นั้นได้อย่างไร พวกเจ้าเฝ้าอยู่ที่แห่งนี้เอาไว้อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามจะมีบรรพชนท่านอื่นมาช่วย ส่วนท่านตามข้ามาคงมีเราสองคนเท่านั้นที่จะตามเจ้าปีศาจมารนั้นทัน พวกเราจะสังหารมันให้ได้ถ้ามันหลุดรอดไปได้ความลับของที่นี้คงได้ถูกเปิดเผยไปทั่วเป็นแน่ ไป "
" พรึ๊บบ ! พรึ๊บบบ !! "
หยางโจว เมื่อหนีออกจากมิติลับแห่งนี้ไปแล้วได้หลบหนีไปทางชายแดนของมหานิกายปีศาจมารทันที โดยไม่ลืมทิ้งปราณมารไว้เป็นระยะเพื่อให้บรรพชนของชนเผ่าราชาแห่งหมู่มวลพฤกษาทั้งสองคนได้ติดตามมาถูกทาง
" นั้นเจ้าปีศาจมารมันอยู่ทางนั้นมันกำลังจะไปทางชายแดนมหานิกายปีศาจมารอย่าให้มันหนีรอดไปได้ถ้ามันข้ามชายแดนนี้ไปได้เราคงทำอะไรมันไม่ได้เร็วเข้า ข้าจะใช้ธนูพฤกษานี้ยิงสกัดมันเองท่านรีบตามไปสังหารมัน ไปเร็วเข้า ตายยย ! เจ้าปีศาจมาร "
" ฟิ๊วววว ! " ลูกศรปลายที่ทำจากแก่นพฤกษาควบแน่นด้วยพลังปราณขั้นกึ่งมหาเทพเทวะบรรพการได้ถูกยิงออกไปได้แผ่รัศมีเป็นพลังปราณสีเขียวและส่งเสียงกรีดร้องผ่าทะลุมวลอากาศออกไป หยางโจวรับรู้ถึงแรงดันอันแหลมคมที่พุ่งเข้ามาหาตนแบบรวดเร็วจนหยางโจวหลบหนีไม่ทันต้องใช้ลำต้นพฤกษาที่ตนเองเก็บกลับมาออกมาป้องกันปลายศรที่พุ่งเข้ามาเพื่อหวังสังหารตน "
" เวรละ ! ทำไม่ศรดอกนี้จึงมีพลังรุนแรงเช่นนี้ นี้ข้าหนีมันมาหลายแสนลี้แล้วมันยังยิ่งได้แม่นยำเช่นนี้ ไม่ได้การละตัวข้าตั้งแต่อยู่เอกภพภายนอกจนมาเอกภพบรรพการแห่งนี้ยังไม่เคยมีศาสตราวุธประจำตัวเลย ข้านั้นเพียงใช้แต่พลังของตนเองและพลังที่อยู่รอบตัวเท่านั้น อาวุธที่ใช้ก็เป็นของที่ได้จากภายนอกเอกภพแห่งนี้หลังจากออกจากที่นี้ไปได้ ข้าต้องหาอาวุธที่ดี ๆ สักอย่างไว้ใช้เสียแล้ว "
" ต้นพฤกษาออกมากันป้องกันลูกศรนั้นไว้ "
" ฟิ๊วววว ! "
" ตู๊มมม !! "
หยางโจวได้จับสัตว์อสูรที่อยู่บริเวณนั้นมาไว้หน้าลำต้นพฤกษาเพื่อให้บรรพชนชนเผ่าพฤกษาคิดว่าตนเองถูกลูกศรนี้แล้ว เมื่อลูกศรพฤกษาพุ่งเข้ามากระทบกับสัตว์อสูรที่โชคร้ายที่ผูกติดกับลำต้นพฤกษานั้นก็ได้ระเบิดออกกระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ โดยเปลือกและเนื้อเยื้อที่ปกคลุมแก่นพฤกษาอยู่นั้นได้สลายกลายเป็นผุยผงทันที่คงเหลือแต่แก่นพฤกษาที่อยู่บริเวณตรงกลางเท่านั้นและสัตว์อสูรที่โชคร้ายนั้นร่างกายได้ระเบิดออกเป็นละอองฟอยล่องลอยไปตามสายลมทันที่ หยางโจวได้ปล่อยปราณปีศาจมารไปคลอบคุมละอองของร่างกายอสูรนี้ไว้อีกหนึ่งชั้นเพื่อให้ทั้งสองคนที่ตามมานั้นคิดว่าเป็นตนเอง
" พลังศรนี้ช่างรุนแรงเสียจริงถ้าข้าไม่ได้ต้นพฤกษานี้ช่วยป้องกันไม่รู้ว่าข้าจะเป็นเช่นไร แก่นพฤกษาจงกลับมา เวรละ ! มันยิ่งศรนี้เพื่อสกัดเราไว้แล้วให้อีกคนก็ตามมาใกล้เราแล้ว นี้ก็อีกไม่ไกลก็ใกล้ถึงชายแดนปีศาจมารแล้ว เจ้าพวกปีศาจมารมันคงรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนเมื่อสักครู่แล้ว ได้การละข้ากลับมิติลับนั้นก่อน หวังว่าท่านสัตว์อสูรเทวะทั้ง 12 ตนคงจัดการเจ้าพวกนั้นหมดแล้วนะ "
" พรึ๊บบบ ! "
หยางโจวได้กลับมิติลับผ่านทางประตูมิติที่ตนเองได้สร้างทิ้งเอาไว้ทันที่ โดยปล่อยให้บรรพชนชนเผ่าราชาแห่งหมู่มวลพฤษาทั้งสองติดตามตนเองไปที่ชายแดนของมหานิกายปีศาจมารแทน
" มันหายไปที่ไหนแล้ว "
" เป็นอย่างไรบ้างท่าน ข้าว่าข้ายิ่งโดนมันแบบเต็ม ๆ ข้าได้ใส่ปราณควบมาในศรดอกนี้ ถ้ามันไม่มีพลังขั้นกึ่งมหาเทพเทวะบรรพการมันก็ไม่สามารถรอดไปได้จากพลังของศรดอกนี้ ถึงแม้มันจะเป็นขั้นกึ่งมหาเทพเทวะบรรพการมันก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส มันคงหลบซ่อนอยู่บริเวณนี้เป็นแน่ ตรงบริเวณนั้นข้าตรวจจับละอองฝอยของร่างกายมันได้ต้องเป็นมันแน่ปราณที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณนี้เป็นปราณปีศาจมารของมันอย่างแน่นอน มันคงโดนศรระเบิดร่างกายไปแล้ว "
" ข้าว่าท่านอย่าชะล่าใจเป็นอันขาดกลิ่นที่ข้าสูดดมเข้าไปมันเหมือนกับร่างกายของสัตว์อสูรเป็นอย่างมาก แต่บริเวณนี้ก็มีปราณปีศาจมารกระจายไปโดยรอบ หรือว่ามันเป็นอสูรกลายพันธ์ครึ่งอสูรครึ่งปีศาจมารเป็นแน่ "
" แย่แล้วท่าน ข้าตรวจจับพลังขั้นกึ่งมหาเทพเทวะบรรพการได้สามสายกำลังพุ่งตรงมาทิศทางที่เราอยู่เราต้องรีบหนีออกจากที่นี้แล้ว "
" ได้ ไปกันอย่างไรถ้ามันไม่ตายก็คงบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่ เอาไว้ไปปรึกษากับหัวหน้าชนเผ่าเราทีหลัง "
" พรึ๊บบ ! พรึ๊บบบ !! "
...............................................................
ณ มิติลับใจกลางป่าดึกดำบรรพ ระหว่างชายแดนอณาจักรมหาเทพเทวะบรรพการกับชนเผ่าราชาแห่งหมู่มวลพฤกษาหยางโจวได้โผล่เข้ามาในมิติลับแห่งนี้อีกครั้ง พอหยางโจวมาถึงสัตว์อสูรเทวะทั้ง 12 ตนได้กลับเข้ามาในร่างกายหยางโจวทันทีและยังได้มอบแหวนมิติให้หยางโจวนับแสนวง หยางโจวได้ตรวจเช็คดู มีสิ่งของมากมายที่อยู่ในแหวนเหล่านี้ แต่ยังมีแหวนมิติอยู่หนึ่งวงค์มีซากศพของชนเผ่าอสูรพฤกษานับแสนคนที่มีสภาพสมบูรณ์และยังมีหยกบันทึกทักษะบางอย่างว่างไว้อยู่หนึ่งก่อน ทำให้หยางโจวสงสัยยิ่งนักทำไมสัตว์อสูรเทวะต้องเก็บซากศพเหล่านี้เอาไว้ทำไม หยางโจวพยายามติดต่อกับสัตว์อสูรทั้ง 12 ตน แต่สัตว์อสูรเทวะทั้งหมดได้เข้าสู่ภาวะจำศิลทั้งหมดแล้ว
" พวกท่านนี้สุดยอดจริง ๆ คนนับแสนคนพวกท่านจัดการได้เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้นดูเหมือนว่าครั้งนี้พวกท่านคงใช้พลังไปมากจึงได้หลับลึกขนาดนี้ พวกท่านคงยังฟื้นพลังไม่เต็มที่แต่ข้าดันให้พวกท่านมาช่วยเหลืออีกเอาเถิดพวกท่านพักผ่อนให้เต็มที่ไปก่อนถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ข้าจะไม่ขอให้พวกท่านช่วยเหลือ ตอนนี้ก็เหลือเพียงแม่นางคนนั้นที่อยู่ในตำหนักลับนั้นเท่านั้น ว่าแต่แม่นางคนนั้นเป็นใครกันนะถึงโดนกักขังไว้ยังตำหนักแห่งนั้น มิตินี้กว้างขวางมากถ้าอย่างนั้นข้าขอเก็บไปไว้ภายในดวงใจมหาเทพเทวะของข้าร่วมกับต้นราชาแห่งหมู่มวลพฤษาก่อนแล้วค่อยนำออกมาวางที่มหานิกายมหาเทพเทวะบรรพการ มิติลับนี้จงเข้ามาในดวงใจของข้า "
" กรึ๊มมม ! "
" เรียบร้อยที่นี้ข้าก็กลับเข้าไปในภายในดวงใจของข้าก่อนบรรดาภรรยาของข้าคงแปลกใจอยู่ ๆ ข้าก็นำมิติลับไปวางไว้ ไปกันกลับไปดูสินสงครามที่ข้าได้มาดีกว่า "
" พรึ๊บบ ! "
....................................................
ณ ใจกลางมหาเทพเทวะที่อยู่ภายในร่างกายของหยางโจว
" สามีข้าท่านกลับมาแล้ว แล้วน้องซีเหยียนไปไหนทำไมจึงไม่กลับมาด้วย "
" ภรรยาข้าทุกคนข้าคิดถึงจังเลยมามะ มาให้หอมหน่อย "
" ซิ ท่านนี้พอมาถึงก็ทำท่าทางลามกใส่พวกข้าเลย "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูซิดูเหมือนว่าขนาดของเจ้าใหญ่ขึ้นกันทุกคนเลยนะ "
" เจ้าบ้าพอมาถึงมือไม้ก็อยู่ไม่เป็นสุขเลยอย่างที่พี่หงสาเพลิงถามว่าทำไมน้องซีเหยียนไม่มาด้วยท่านยังไม่ได้บอกพวกข้าเลยนะ แล้วนี้ท่านนำอะไรมาวางไว้อีกทำไมถึงกว้างขวงขนาดนี้เทียบเท่ากับดวงดาวสีน้ำเงินเลย "
" พวกเจ้าไม่ต้องห่วงซีเหยียนหลอกตอนนี้นางกำลังฝึกอยู่ที่มหานิกายกับบรรดาศิษย์พี่และสหายของนางอยู่ส่วนบรรดาต้นไม้และสมุนไพรนี้และสิ่งก่อสร้างที่เจ้าเห็นอยู่นั้นข้าเพียงไปขโมยมาจากชนเผ่าราชาแห่งหมู่มวลพฤกษามาเท่านั้น เราไปดูตำหนักหลังนั้นกันเถิดข้าตรวจสอบดูแล้วมีหญิงสาวนางหนึ่งถูกกังขังไว้ไม่รู้ว่าเป็นใครทำไมจึงโดนกักขังได้ ไปกัน "
" แล้วประตูนี้มันเปิดแบบใดกัน ตำหนักนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนักเหมื่อนมันสร้างขึ้นจากรากของต้นราชาแห่งหมู่มวลพฤกษาแล้วทักทอเป็นตำหนักแห่งนี้เลย พวกเจ้าลองช่วยกันหาวิธีเปิดประตูนี้สิ "
" ท่านพี่ท่านมาดูที่บนขอบบานประตูนี้หน่อย มันมีช่องเหมือนกับท่านอสูรเทวะทั้ง 12 ตนของท่านเลย "
" ไหนดูซิ "
ขณะนั้นเองสัตว์อสูรเทวะทั้ง 12 ตน ที่จำศิลอยู่ได้พุ่งเขามาที่บานประตูเข้าไปตามช่องของตนเอง ขณะนั้นเองรากจากลำต้นราชาแห่งหมู่มวลพฤกษาที่ทักท่อเป็นตำหนักหลังนี้ได้เปิดออกมาเผยให้เห็นหญิงสาวนางหนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตางดงามยิ่งกว่าเทพธิดาใด ๆ ทั้งทรวดทรงองค์เอวก็สมส่วนผิวพรรณของนางไม่มีสิ่งใดมาแปดเปื้อนความงามของนาง ผิวพรรณของนางนั้นแปร่งประกายเจิดจ้า ผมของนางก็ยาวจนจรดปลายเท้าสีผมแปร่งประกายเป็นสีรุ้งเจ็ดสี ทั้งคิ้วคางจมูกปากก็งดงามหมดจรดหาหญิงใดมาเปรียบไม่ได้มีเพียงบรรดาภรรยาของหยางโจวทั้งเจ็ดเท่านั้นที่สามารถเทียบเคียงความงดงามของนางได้ ด้านหลังของนางมีปีกงอกออกมาเป็นสายรุ้งซ้อนทับกันอยู่ ร่างกายของนางนั้นเปลื่อยเปล่าไม่ได้สวมใส่อะไรไว้ทำให้หยางโจวตกตะลึงกับความงดงามของนางที่เพียบพร้อมไปทุกสัดส่วนของร่างกาย อยู่ ๆ เปลือกตาที่ปิดสนิทอยู่ของเทพธิดาคนนี้ค่อย ๆ ขยับและลืมตาขึ้นมาแล้วจ้องมองหยางโจวและเหล่าภรรยาทั้งหกคนของหยางโจวแล้วนางก็เอ่ยปากออกมาอย่างแผ่วเบาด้วยวาจาที่ไพเราะเสนาะหู "
" ท่านพี่ "
" น้อง ๆ ของข้า "