ฉินเย่รู้จักคนกลุ่มนี้ดี พวกเขาเป็ลูกน้องของเหลียงควน คนปล่อยเงินกู้
ก่อนที่เขาจะมาเกิดใหม่ ฉินเย่ตัวจริงถูกคนกลุ่มนี้รุมดูถูกเหยียดหยามจนต้องฆ่าตัวตายด้วยความแค้น
นี่ถือเป็ความแค้นเก่าที่เขาตั้งใจจะไปสะสางด้วยตัวเอง แต่ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ต้องมาเจอกันที่โรงแรมเทียนเยว่แกรนด์แห่งนี้
"อาจารย์ฉิน ระวังตัวด้วยนะคะ"
หลิ่วซวงเป็คนละเอียดอ่อน เธอพิจารณาจากการแต่งกายและน้ำเสียงของคนเหล่านี้ก็รู้ว่าไม่ใช่พวกมาดีแน่ พวกที่มาหาแบบนี้ย่อมไม่ใช่คนใจบุญ
พวกนี้ตั้งใจมาหาเื่อาจารย์ฉินโดยเฉพาะ
"โฮ่ ถึงกับเรียกอาจารย์เลยเหรอเนี่ย ปกติคงหลอกกินเงินไปได้ไม่น้อยเลยล่ะสิ ติดหนี้พี่เหลียงเก้าแสนหยวน รวบรวมครบหรือยัง?" จ้าวลี่ คนที่สวมเสื้อลายดอกพูดพลางยิ้มแบบไม่ถึงดวงตา
"เก้าแสน? ฉันติดหนี้พวกแกแค่เจ็ดแสน"
ฉินเย่เงยหน้ามองจ้าวลี่แวบหนึ่งแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า
"หึ ๆ ไม่คิดดอกเบี้ยหรือไงล่ะ พวกเราคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่ถูกที่สุดให้แกแล้วนะ อย่าบอกนะ... ว่าแกคิดว่าพี่เหลียงของพวกเราเป็พวกใจบุญเปิดมูลนิธิการกุศลน่ะ?"
ข้าง ๆ เขายังมีจ้าวเอ้อร์โก่วที่สวมเสื้อลายสก็อต เขาเดินเข้าไปใกล้หลิ่วซวง สูดดมกลิ่นหอมแรง ๆ หนึ่งทีแล้วพูดด้วยท่าทางหื่นกระหายว่า "ลูกพี่ ผู้หญิงคนนี้ได้อารมณ์ชะมัด"
หลิ่วซวงขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยเสียงเย็น "หัดให้เกียรติอาจารย์ฉินบ้าง!"
คนอื่นจะเสียมารยาทกับเธออย่างไรเธอก็พอทนได้ แต่จะมาลบหลู่อาจารย์ฉินไม่ได้ เธอเชื่อมั่นว่า... หากล่วงเกินอาจารย์ฉิน คนพวกนี้ย่อมไม่มีจุดจบที่ดีแน่!
จ้าวลี่อดหัวเราะไม่ได้ เขาชี้นิ้วไปที่ฉินเย่ "อย่างมันเนี่ยนะ? อาจารย์? ดูสารรูปขี้แพ้ของมันสิ ก็แค่ไอ้กระจอกที่รับมรดกเน่า ๆ เปิดร้านของเก่าต่อจากพ่อมัน นอกจากหลอกเงินคนไปวัน ๆ ก็ทำอะไรไม่เป็"
"ก่อนหน้านี้มันยังท่องเน็ต แล้วโดนกะเทยใช้เครื่องดัดเสียงหลอกโอนเงินไปตั้งแสนกว่าหยวน"
จ้าวลี่ตบไหล่ฉินเย่พลางหัวเราะเยาะ "น้องชาย ฉันพูดผิดตรงไหนหรือเปล่า?"
การที่ผู้ชายคนหนึ่งคุยแชตออนไลน์แล้วโดนผู้ชายใส่วิกหลอกโอนเงินไปเป็แสน นอกจากฉินเย่แล้วคงไม่มีใครทำลง เื่นี้กลายเป็เื่ตลกขบขันประจำวันของพวกเขาไปแล้ว
ั้แ่ต้นจนจบ ฉินเย่ไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กำลังคิดหาวิธีพาหลิ่วซวงออกไปจากที่นี่
[ตรวจพบว่าโฮสต์ตกอยู่ในอันตราย ้าเปิดใช้งานระบบร้านค้าทลาย์หรือไม่?]
ในขณะที่จ้าวลี่กำลังป้ายสีเขาอย่างสนุกปาก ในสมองของฉินเย่ก็เกิดแสงสว่างจ้า ระบบร้านค้าทลาย์ เปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ สินค้ามากมายปรากฏขึ้นตรงหน้า
ในรายการสินค้ามหาศาลนั้น ฉินเย่ที่มีชีวิตมาสองชาติก็ยังไม่รู้จักสินค้าส่วนใหญ่
สินค้าจำนวนมากเป็สีเทา ค่าความนิยมที่ต้องใช้แลกนั้นสูงจนน่าใ มีั้แ่หลักแสน หลักล้าน ไปจนถึงหลายสิบล้าน
นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดเื่ระดับเลเวล เช่น สินค้าระดับ SSS
หากไม่ตั้งใจทำงานในวงการไลฟ์สดต่อไป การจะแลกของเหล่านี้คงต้องรอกันจนชาติหน้า
แน่นอนว่าฉินเย่ก็ไม่ได้มีแต่เงินแต่ไม่มีของ มีสินค้าหลายรายการที่กำลังลดราคากระหน่ำ 90% เช่น ยาพั่วเฟิง ยาเจิงหยวน ยาิหยาง ผ้าคลุมพรางลม ซึ่งใช้ค่าความนิยมในการแลกเพียง 5,000 ถึง 100,000 แต้ม
ยาสรรพคุณต่าง ๆ ล้วนมีไว้เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของมนุษย์
มียาชนิดหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของฉินเย่
ยาสร้างกายา : บำรุงรากฐานเสริมสร้างพลัง เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย เพิ่มความแข็งแกร่งของกระดูกและกล้ามเนื้อ โฮสต์ทานหนึ่งเม็ด จะสามารถเพิ่มพละกำลังได้สองร้อยจิน
ร่างกาย... สิ่งที่ฉินเย่ขาดที่สุดก็คือสมรรถภาพทางกาย
ชาติก่อนเขาเป็คนขี้โรค ไม่อย่างนั้นคงไม่ถึงขั้นเปิดวัตถุโบราณในพื้นที่ขุดค้นแล้วต้องเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น เขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
การเพิ่มพละกำลังจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตรงนี้ได้
ในขณะที่จ้าวลี่กำลังพล่าม ฉินเย่ก็แอบเรียกยาออกมาหนึ่งเม็ดในฝ่ามือ แล้วกลืนลงคอไปอย่างเงียบเชียบ เขารู้สึกได้ทันทีว่ากล้ามเนื้อในร่างกายพองโตขึ้น มีพละกำลังหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย หัวใจเต้นแรงและทรงพลัง
ฉินเย่กำหมัดแน่น รู้สึกจิตใจแจ่มใส ความเหนื่อยล้าของร่างกายมลายหายไปสิ้น
"แกยิ้มอะไร?"
เมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มของฉินเย่ จ้าวลี่ก็มองด้วยสายตาดูถูก ไอ้กระจอกนี่มันช่างหน้าหนาสิ้นดี ต่อหน้าสาวสวยแท้ ๆ กลับไม่รักษาภาพลักษณ์เลยสักนิด!
ผู้หญิงสวยขนาดนี้ มาหลงรักฉินเย่ได้ยังไง?
หรือว่าชอบที่ฉินเย่มันซึมเศร้า ขี้แพ้ ไม่ชอบอาบน้ำ แถมยังมีหนี้สินล้นตัว?
"น้องสาวคนสวย มาอยู่กับพี่จ้าวคนนี้ดีกว่า รับรองว่าจะได้กินหรูอยู่สบาย แถมยังพาฟินจน์ชั้นเจ็ดเลยเชียว!"
มือไม้ของจ้าวเอ้อร์โก่วเริ่มไม่อยู่นิ่ง เขาเอื้อมมือไปหาหลิ่วซวงกะจะลวนลาม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยสิวและรอยยิ้มหื่นกามนั้นทำให้หลิ่วซวงรู้สึกรังเกียจจนแทบอยากจะอาเจียน
อาหารมื้อดี ๆ มื้อหนึ่งถูกผู้ชายคนนี้ทำให้เสียบรรยากาศจนไม่อยากกินอะไรอีกแล้ว
"ถอยไปนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!"
หลิ่วซวงไม่ใช่เด็กสาวที่เพิ่งเข้าสังคม เธอชูโทรศัพท์ขึ้นมาข่มขู่จ้าวเอ้อร์โก่ว
จ้าวเอ้อร์โก่วหัวเราะเยาะ "น้องสาวนี่ดุจริง ๆ นะเนี่ย ฉินเย่ แกยอมให้ผู้หญิงคนนี้มาอยู่กับพวกฉันสองคนสักคืนสิ เดี๋ยวพวกฉันจะไปช่วยพูดกับพี่เหลียงให้ ว่าให้ช่วยลดหนี้ให้แกสักแสนหยวน"
สาวสวยคนนี้หน้าตาดีไม่เบา ถ้าเป็คนอื่นคงไม่ได้ราคาส่วนลดแบบนี้หรอกนะ
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก!"
ฉินเย่ขยับไหล่เบา ๆ สะบัดมือของจ้าวลี่ที่จับเขาอยู่ด้านหลังออก แล้วลุกขึ้นรินน้ำชาให้หลิ่วซวงอย่างมีมารยาท พร้อมกับหันไปตอบโต้สองพี่น้องตระกูลจ้าวอย่างดุดันว่า "ให้เวลาสามนาที ไสหัวไปให้พ้นสายตาฉัน"
"โฮ่ ทำเป็ฮีโร่ต่อหน้าสาวสวยเหรอ? เอ้อร์โก่ว ทำให้ไอ้กระจอกนี่มันรู้หน่อยว่าคนประเภทไหนที่มันไม่ควรล่วงเกิน!"
"จัดไปครับพี่!"
จ้าวลี่และจ้าวเอ้อร์โก่วหักข้อนิ้วจนเกิดเสียง 'กร๊อบ ๆ ' เดินตรงเข้าหาฉินเย่ช้า ๆ พวกเขาเป็ถึงบอดี้การ์ดและนักเลงรับจ้างข้างกายเหลียงควน
แม้จะไม่เก่งเท่าบอดี้การ์ดมืออาชีพ แต่การจัดการกับผู้ใหญ่ไม่กี่คนตอนไปทวงหนี้ถือเป็เื่ปกติที่ทำจนชิน!
ตอนอยู่ที่ร้านของเก่า พวกเขาเคยต่อยฉินเย่จนฉี่ราดมาแล้ว
คนพวกนี้นะ เจ็บแล้วไม่เคยจำ!
"อาจารย์ฉิน ช่างมันเถอะค่ะ..."
ใบหน้าของหลิ่วซวงถอดสี
อาจารย์ฉินเป็ผู้เชี่ยวชาญในวงการของเก่า ไม่ใช่แชมป์มวยสากล คนพวกนี้ดูแวบเดียวก็รู้ว่าฝึกการต่อสู้มา ถ้าสู้กันจริง ๆ เธอคงช่วยอะไรไม่ได้เลย
"ไม่เป็ไร คุณนั่งดูเฉย ๆ ก็พอ"
ฉินเย่ปลอบหลิ่วซวงด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แล้วเร่งเร้าว่า "จะลงมือก็รีบหน่อย เหลือเวลาอีกแค่สองนาที ถ้าไม่สู้ก็ไสหัวไป!"
"ไอ้ระยำเอ๊ย แกนี่มันกล้าขึ้นเยอะเลยนะ!"
เมื่อถูกฉินเย่เมิน จ้าวลี่ก็เดือดดาลทันที เขาเงื้อหมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าของฉินเย่หวังจะให้เขารู้ซึ้งถึงผลของการล่วงเกินตน!
ตูม
ฉินเย่เหลือบมองแวบหนึ่ง กำหมัดแน่นแล้วต่อยสวนกลับไป เสียงปะทะดังก้องกังวาน หมัดนี้ซัดร่างของจ้าวลี่จนกระเด็นลอยไปไกล โต๊ะอาหารพังย่อยยับเป็ชิ้น ๆ !
แขกที่อยู่รอบ ๆ ต่างพากันตกตะลึงจนตาค้าง ต่อยคนจนลอยไปได้ตั้งเจ็ดแปดเมตร นี่มันาาหมัดเข้าสิงหรือไง?
จ้าวลี่ที่ร่วงลงพื้น กระดูกซี่โครงหักไปเจ็ดแปดซี่ ร้องโอดครวญด้วยความเ็ป นอนขดตัวเป็กุ้ง
"ตายซะเถอะ!"
จ้าวเอ้อร์โก่วที่อยู่ข้าง ๆ ถึงจะใแต่การตอบสนองของเขาก็ยังดีเยี่ยม เขาเหวี่ยงเก้าอี้ใส่ฉินเย่และหลิ่วซวง
มืออีกข้างชักมีดสั้นออกมาจากเอว พุ่งเข้าแทงที่ท้องของฉินเย่
หลิ่วซวงกรีดร้องออกมาด้วยความใ
เธอไม่เคยเห็นภาพที่รุนแรงเืสาดแบบนี้มาก่อน ถ้าโดนมีดนั่นแทงเข้าที่ท้องจริง ๆ คงไม่รอดแน่!
ปึก!
ฉินเย่ใช้มือข้างหนึ่งบังหลิ่วซวงไว้ เศษไม้กระจายว่อน ดวงตาของเขาฉายแววเฉียบคม เขาเหวี่ยงลูกเตะกวาดอย่างรุนแรงเข้าที่ข้อมือของจ้าวเอ้อร์โก่ว จากนั้นเหยียบมือขวาของจ้าวเอ้อร์โก่วลงกับพื้นอย่างจัง!
เสียงข้อมือแตกดังลั่นในโสตประสาทของจ้าวเอ้อร์โก่ว ความเ็ปที่บาดลึกทำให้ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด กรามขบแน่นจนเหงือกบวมไปหมด