สายลมยามเย็นพัดกรรโชกผ่านเนินเขาทางทิศเหนือทุ่งหญ้าสีทองเอนลู่ไปตามแรงลมเป็ระลอกราวกับเกลียวคลื่นในมหาสมุทรที่กำลังคลุ้มคลั่งแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ก่อนลับขอบฟ้าสาดลงมา ย้อมผืนดินให้เป็สีส้มอมแดง—งดงาม…และชวนให้รู้สึกราวกับเป็ลางบอกเหตุของเืเนื้อที่กำลังจะหลั่งริน
บนจุดสูงสุดของเนินเขาเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนสงบนิ่งท่ามกลางสายลม
คีลเนมูเรีย
บุตรชายคนที่สามแห่งตระกูล‘ดราคอนเนมูเรีย’ ผู้ยิ่งใหญ่
ชุดคลุมเวทมนตร์สีน้ำเงินเข้มขลิบเงินสะบัดพลิ้วเผยเรือนร่างผอมเพรียวสมส่วน เส้นผมสีดำขลับถูกเสยเรียบไปด้านหลังเปิดให้เห็นใบหน้าเกลี้ยงเกลาผิวคล้ำแดดเล็กน้อยตัดกับดวงตาสีน้ำเงินครามเข้ม—ดวงตาที่ลึกล้ำดุจมหาสมุทรและกำลังจ้องเขม็งไปยังร่างหนึ่งเบื้องหน้า
อาเรนแรมฟอร์ด
เด็กหนุ่มสามัญชนผู้ถูกขนานนามว่าเป็ดาวรุ่งแห่งยุคผู้ไต่เต้าขึ้นสู่วิทยาลัยเวทมนตร์อันดับหนึ่งด้วยพร์อันหาตัวจับยากเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยดวงตาสีมรกตอ่อนดั่งหยกน้ำแข็งสะท้อนแววที่อ่านไม่ออก—ไม่ใช่แวตาตาแห่งความกลัวหากเป็บางสิ่งที่คุกรุ่น
มันดูลึกล้ำ…และบิดเบี้ยว
เมื่อคีลหยุดยืนตรงหน้าอาเรนก็แสยะยิ้มบางที่มุมปาก
“ขอบคุณที่มาตามนัดนะคีล…”
น้ำเสียงเรียบนิ่งทว่าแรงกดดันจากมานาจาง ๆ แผ่ออกมาจากร่างของเขา ราวกับหมอกเย็นที่ค่อย ๆ รัดล้อมพื้นที่โดยรอบอย่างเงียบงัน
อาเรนผายมือกว้างท่าทางคล้ายผู้กำลังเปิดม่านการแสดงในโรงละครยามราตรี
“วันนี้ฉันอยากพิสูจน์…”
แววตามรกตหรี่แคบลง
“ว่าระหว่าง‘พร์จอมปลอม’ ที่ได้มาเพราะสายเืขุนนาง กับ ‘ความพยายามที่แท้จริง’ของสามัญชนอย่างฉัน—ใครกันแน่ที่คู่ควรจะเป็จอมเวทอันดับหนึ่งของเนมูริส”
คำพูดนั้นหลุดออกมาอย่างเนิบช้าทว่าแต่ละถ้อยคำกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันและความเหยียดหยามที่ไม่คิดปิดบัง
“เกรดเฉลี่ยรางวัล… ทุกอย่างของนาย มันก็แค่ผลพวงจากนามสกุล ‘เนมูเรีย’ที่ค้ำคออาจารย์พวกนั้นอยู่—จริงไหม?”
คำพูดนั้นเจือพิษร้ายอย่างจงใจ
คีลที่ยืนนิ่งฟังมาตลอดอดถอนหายใจออกมาเบา ๆ ไม่ได้
“เหอะ…”
เขาก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว
ในจังหวะเดียวกันนั้นแรงกดดันจากมานาในร่างพลันแผ่ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ทุ่งหญ้ารอบตัวไหวเอนเสียงลมเสียดสีต้นหญ้าดังแ่ต่ำราวกับเสียงครวญคราง
“เลิกพูดจาสวยหรูให้ตัวเองดูเป็เหยื่อได้แล้วอาเรน…”
น้ำเสียงยังคงเรียบสงบหากแฝงความรำคาญอย่างไม่คิดปิดบัง
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่านาย้าอะไร”
ดวงตาสีน้ำเงินครามจับจ้องอีกฝ่ายตรงๆ
“นายไม่พอใจที่ต้องอยู่อันดับสองรองจากฉันมาตลอด…อิจฉาที่ต่อให้พยายามแค่ไหน ก็ยังไล่ไม่ทัน ‘อัจฉริยะ’ อย่างฉันสินะ หรือไม่ก็…”
คีลเว้นจังหวะพลางใช้ความคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยชื่อหนึ่ง—ชื่อที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเกี่ยวข้องอย่างไรนักแต่เขารู้สึกว่า 'เธอคนนั้น' อาจจะเป็ชนวนเหตุไม่มากก็น้อย
“หรือมันเป็เพราะ…เซเลน่า?”
ดวงตาของอาเรนกระตุกวูบริมฝีปากเม้มแน่น
เซเลน่า—อดีตคู่หมั้นของคีลหญิงสาวที่เป็ฝ่ายถอนหมั้นด้วยตัวเองและเลือกจะหันไปสนับสนุนอาเรนผู้เป็สามัญชนอย่างเปิดเผย
“เธอเลือกนายแล้วนี่”คีลพูดต่อ สีหน้าไม่เปลี่ยน
“เธอถอนหมั้นฉันเพื่อยืนอยู่ข้างนายเต็มที่… นายยังไม่พอใจอีกงั้นรึ?”
คำถามนั้นจริงใจแต่นั่นกลับทำให้อาเรนเดือดดาลยิ่งขึ้น
“หุบปาก!!”
เสียงตวาดดังลั่นหน้ากากสุภาพบุรุษแตกร้าว เผยความริษยาที่อัดแน่นจนแทบล้น
“แกไม่เข้าใจหรอกต่อให้ฉันได้เธอมา… ต่อให้ฉันชนะ… แกก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น!”
เขาชี้ไปที่คีล
“สูงกว่าเหนือกว่า—แค่มีตัวตนของแกอยู่ มันก็เหมือนฉันยังแพ้อยู่ตลอดเวลา!”
ในที่สุดอารมณ์ที่อัดกลั้นมานานก็ะเิออกมาทั้งหมดทั้งทางสีหน้าที่บิดเบี้ยวและเสียงคำรามราวสัตว์าเ็
“ฉันจะโค่นนายลงตรงนี้นี่แหละ…คีล!”
สิ้นเสียงคำประกาศอาเรนก็เป็ฝ่ายขยับก่อน
ฟวับ!
ไม้คฑาถูกชักออกมาในชั่วพริบตามานาไหลทะลักออกจากร่างอย่างบ้าคลั่ง ปริมาณมานาที่แผ่ออกมานั้นมหาศาลจนไม่น่าเชื่อว่าเป็ปริมาณมานาของเด็กอายุเพียง13 ปี
สายลมรอบตัวหมุนวนฉับพลันก่อนจะแปรสภาพเป็ “ใบมีดวายุ” นับสิบเล่ม พุ่งเข้าหาคีลจากทุกทิศทาง รวดเร็วรุนแรง และเฉียบคมราวกรงเล็บอสูร
พร้อมกันนั้นเปลวไฟสีส้มจัดก็ลุกโชนขึ้นที่ปลายคฑาก่อนถูกอัดแน่นแล้วปล่อยพุ่งออกไปเป็ลำแสงเพลิงตรงดิ่ง
อาเรนตั้งใจจะเผด็จศึก…ในจังหวะแรก
แต่เด็กหนุ่มผู้ถูกโจมตีกลับไม่ขยับเท้าแม้แต่ก้าวเดียว
คีลเพียงแค่โบกไม้เท้าเบาๆราวกับวาทยกรควบคุมวงดนตรี
วูบ...
ปราการน้ำบางใสปรากฏขึ้นเบื้องหน้ารับแรงะเิของเปลวไฟและสายลมอย่างง่ายดายก่อนจะสลายมันให้กลายเป็เพียงละอองน้ำเย็นเฉียบที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น
อาเรนไม่รอให้ศัตรูตั้งตัวเขาโบกมืออีกครั้ง เขารู้อยู่แล้วว่าคีลจะสามารถตั้งรับได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะรับได้สบายขนาดนี้
ตูม!
ลมแรงปะทุจากพื้นดินสร้างฝุ่นให้ปลิวว่อนเสาเพลิงพุ่งขึ้นจากใต้ดินตรงจุดที่คีลยืนอยู่ หมายจะเผาไหม้ร่างนั้นให้เป็จุณ
ทว่าเวทวารีของคีลกลับโต้ตอบรวดเร็วราวกับสายน้ำมีชีวิตเขาหมุนไม้เท้าเป็วงกว้าง เรียกเอากระแสน้ำจากความว่างเปล่ามาห่อหุ้มร่างปกป้องเขาไว้อีกครั้ง
เขาลอยขึ้นจากพื้นดินเพื่อออกห่างจากเสาเพลิง
จากนั้นคีลจึงเปลี่ยนท่าทีจากวาทยากรเป็ผู้ร่ายรำกลางเวหา กระแสน้ำที่ห่อหุ้มตัวเขาเริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็"ัวารี" ที่ฟาดหางเข้าใส่เสาไฟจนแตกกระจายและพุ่งกระแทกกลับไปหาอาเรนอย่างรุนแรง!
อั่ก!
อาเรนกลิ้งไปกับพื้นดินแต่ด้วยสัญชาตญาณเขาดีดตัวพลิกกลับขึ้นมาทันควันและร่ายคาถาบทต่อไปท่ามกลางฝุ่นควันที่คละคลุ้งพายุหมุนที่มีใบมีดสายลมแหลมคมก่อตัวขึ้นรอบตัวก่อนจะพุ่งเข้าเชือดเฉือนใส่คีลจากรอบทิศทางอีกครั้ง
“หมดมุกแล้วหรือไงอาเรนใช้แต่ลูกไม้เดิมๆ”
คีลที่อยู่ท่วงท่าร่ายรำกลางอากาศเอ่ยด้วยเสียงเรียบเจือความเบื่อหน่ายก่อนเสก 'กระจกวารี' ขึ้นรอบตัวในชั่วพริบตาพายุหมุนที่บ้าคลั่งเมื่อกระทบกับผิวน้ำกระจกวารี... ก็แตกกระจายไปในอากาศเหมือนคลื่นที่ซัดสาดใส่โขดหินผา...ไร้ผลโดยสิ้นเชิง
คีลร่ายเวทต่ออย่างนิ่งสงบใบหน้าเรียบเฉยราวกับกำลังฮัมเพลงเดินเล่นในสวนหลังบ้านที่มีสระน้ำเย็นฉ่ำอยู่ข้างตัว
ซูมมมม!!
กระแสน้ำขนาดใหญ่พุ่งขึ้นจากใต้เท้าของอาเรนโดยไม่ทันตั้งตัวมันกลืนกินร่างของเด็กหนุ่มสามัญชนเข้าไปทั้งร่าง ก่อนจะ...
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง—
สายน้ำทั้งหมดแข็งตัวฉับพลันแปรสภาพเป็แท่งน้ำแข็งั์ใสราวผลึก พันธนาการร่างของอาเรนไว้ภายในอย่างสมบูรณ์
ลมหายใจของเด็กหนุ่มถูกขังอยู่ในคุกเย็นเฉียบ
คีลค่อยๆ กำมือแน่น
เปรี๊ยะ…เปรี๊ยะ…
เสียงแตกร้าวแ่เบาดังขึ้นจากผิวน้ำแข็งรอยร้าวเส้นเล็กเริ่มแผ่ขยายไปรอบแท่งผลึกอย่างช้า ๆราวกับความตายกำลังคลานเข้าหาอย่างใจเย็น
และแล้ว—
ตูม!!
เสียงะเิสนั่นะเืเนินเขาเวทมนตร์ต้นตำรับที่คีลคิดค้นขึ้นเองถูกปลดปล่อยน้ำแข็งทั้งหมดถูกแปรเปลี่ยนกลับเป็ของเหลวในเสี้ยวพริบตา ก่อนจะถูกบีบอัดอัดแน่นในจุดเดียว แล้วะเิออกจากภายใน
ไม่รุนแรงถึงขั้นปลิดชีพ—แต่โหดร้ายพอจะทำลายจิตใจของผู้ถูกกระทำสายน้ำพุ่งผ่านทุกอณูของร่างกายอาเรนพร้อมกันราวกับเืทั้งกายถูกแทนที่ด้วยกระแสน้ำเย็นจัด
ความรู้สึกแปลกประหลาด…น่าสะพรึง… และยากจะอธิบาย
เสียงน้ำแตกกระจายเป็ฝอยเล็กๆ ไอเย็นะเืแผ่ซ่านเข้าเล่นงานกล้ามเนื้อและเส้นประสาททั่วร่าง
ร่างของอาเรนร่วงหล่นลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงไอค่อกแค่กอย่างทรมาน สภาพไม่ต่างจากคนที่เพิ่งถูกลากขึ้นมาจากก้นแม่น้ำ
ในขณะที่—คีลยังคงยืนอยู่ที่เดิม ลมหายใจสม่ำเสมอ ไม่มีเหงื่อแม้แต่หยดเดียว
เขาเดินเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ มองร่างผู้พ่ายแพ้ที่นอนหอบอยู่กับพื้นด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่แสดงความยินดี ไม่มีการซ้ำเติม
"จบแล้ว..."เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"ทีนี้กลับไปซะแล้วอย่าคิดมาท้าอะไรแบบนี้อีก มันน่ารำคาญ"
พูดจบเขาก็หันหลังให้คู่ต่อสู้ หมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป ตั้งใจจะปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมเนินเขาอีกครั้ง
ทว่า...
"นายมัน…ไม่คู่ควรกับเซเลน่าหรอก..."
เสียงแหบพร่าดังไล่หลังมา
"ถ้าแกยังอยู่...แกต้องมาแย่งเซเลน่าคืนไปแน่!"
คำพูดนั้นเหมือนเข็มแหลมทิ่มแทงเข้ากลางหลังคีลหันขวับกลับมาด้วยความหงุดหงิด
“แกจะอะไรกับฉันนักหนาวะ!?เซเลน่าก็...”
แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยคดวงตาของคีลก็ต้องเบิกกว้าง
ภาพที่เห็นคืออาเรนที่ยันตัวยืนขึ้น...ในมือของเขาไม่ได้ถือไม้เท้า แต่กำลังกำ "ผลึกสีดำหม่น"ที่ถูกหยิบออกมาจากเสื้อคลุม บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที... มันมืดมิด เย็นเยียบและน่าขนลุก
“นั่นมันคือ...อะไร!?”คีลพึมพำ รู้สึกถึงพลังงานด้านลบที่ไหลทะลักออกมา
"ลาก่อนคีล..."
อาเรนแสยะยิ้มที่มุมปากแววตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
"นายผิดเองนะที่เข้ามาใกล้ฉันขนาดนี้"
อาเรนร่ายเวทต้องห้ามอย่างรวดเร็วแสงสีดำทมิฬจากผลึกส่องประกายวาบ ก่อนที่เส้นสายของเวทมนตร์สีดำจะพุ่งเข้าเจาะที่กลางอกของคีลโดยตรง!
ฉึก!
ทันทีที่มันััร่างกายของคีลกระตุกเกร็ง ความเ็ปร้าวรานแล่นผ่านไปทั่วทั้งร่างราวกับถูกฉีกกระชากิญญาแกนมานาสีครามในตัวเขาเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง... ถูกดูดกลืนเข้าไปในแสงสีดำนั้น...แล้วก็เงียบหายไป
ราวกับมันไม่เคยมีอยู่...
“อ๊าาาาา!!!”
เสียงกรีดร้องของคีลสะท้อนก้องไปทั่วเนินเขาเขาทรุดฮวบลงกับพื้น มือกุมหน้าอกแน่น หายใจแทบไม่ออกร่างกายเบาหวิวเหมือนคนไร้ตัวตนแต่ความกลัวที่ถาโถมเข้ามาทำให้เขาลืมแม้กระทั่งวิธีหายใจ
ยังไม่ทันจะตั้งตัว...
อาเรนก้าวเข้ามาประชิดร่างที่ไร้ทางสู้และ... ผลักเขาออกไปอย่างแรง ร่างของคีลเซถลาไปกับพื้นหญ้าสีทอง จนล้มกลิ้งไปตามเส้นโค้งของเนินผาทิศทางที่เลวร้ายที่สุด
วูบ...
พื้นหญ้าหายไปใต้ฝ่าเท้า— คีลร่วงหล่นลงจากหน้าผา!
เสียงลมหวีดร้องอื้ออึงในหูมวลอากาศเย็นเฉียบตีกระแทกเข้ากับผิวกายที่กำลังดิ่งลงสู่ความมืดมิด
ดวงตาสีน้ำเงินครามของคีลเหลือบมองขึ้นไปเป็ครั้งสุดท้าย...
ภาพสุดท้ายที่สะท้อนในดวงตาของเขาคือใบหน้าของอาเรน...
ชายผู้ยืนอยู่บนยอดหน้าผา...กำลังส่งยิ้มบางๆ ลงมา
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปิติยินดีของผู้ชนะ...ผู้ที่แย่งชิงทุกอย่างไปได้สำเร็จ
สติของคีลดับวูบลง...พร้อมกับร่างที่จมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความตาย