วัดหลงหูตั้งอยู่บนยอดเขาเมื่อมาถึงบรรดาผู้มาทำบุญต้องจอดรถม้าไว้ด้านล่างแล้วเดินขึ้นไปเพื่อทำกิจกรรมที่ตนประสงค์ สองสามีภรรยาเดินมาถึงอารามสงบใจกงชิงหยางก็ขอตัวแยกจากไปโดยให้ข้ออ้างว่าพบสหายที่รู้จัก ฮึ..ชีวิตก่อนนางอาจไม่รู้แต่ชีวิตนี้นางรู้ดีสหายที่เขาพูดถึงก็คือหลินซุนลี่อดีตภรรยาผู้นั้น
หลินซุนลี่นางมาถือศีลบำเพ็ญจิตอยู่ที่วัดหลงหู่ได้หนึ่งปีแล้ววันนี้เป็วันที่นางต้องเดินทางกลับสกุลหลินนี่จึงเป็สาเหตุให้กงชิงหยางออกมาทำบุญกับหลิวอี้เฟยที่แท้จริง ในวัยเด็กหลินซุนลี่และกงชิงหยางนับเป็คู่เหมยเขียวมาไม้ไผ่พอโตขึ้นพวกเขาก็แต่งงานกันมีบุตรชายด้วยกันสองคนความผูกพันของทั้งคู่จึงนับว่ามากโขจนเมื่อกงชิงหยางเริ่มเจ็บป่วยตระกูลกงเริ่มไม่มั่นคงเพราะขาดผู้นำภาวะทางการเงินเริ่มถดถอยการกอดคอกันตายจึงไม่ใช่ทางเลือกของสตรีเช่นหลินซุนลี่นางจึงแต่งงานกับชายคนใหม่และจากไปโดยทิ้งลูกทั้งสองและสามีป่วยใกล้ตายไว้ข้างหลัง นับว่า์ยังไม่ไร้ใจหลังการจากไปของหลินซุนลี่อาการเจ็บป่วยของกงชิงหยางก็เริ่มหายไปกิจการการค้าผ้าไหมเริ่มกลับมาดีอีกครั้งชายหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อลืมความทุกข์ตรม เป็เวลาสองปีจากวันนั้นเขาจึงเลือกแต่งงานใหม่กลับหลิวอี้เฟยบุตรสาวคหบดีในตัวอำเภอเพื่อเส้นทางการค้าและรักษาแผลใจแต่รักใหม่หรือจะสู้ความผูกพันที่กินเวลานานหลายสิบปีมิเช่นนั้นวันนี้เขาคงไม่มาหานางถึงที่นี่กระมัง…ช่างมั่นคงในรักเสียจริง
เมื่อเสร็จจากธุระของตนหลิวอี้เฟยจึงขึ้นไปบนรถม้าเพื่อรอสามีในใจหวนนึกถึงการพูดคุยฉัน'มิตรสหาย'ของนางและสตรีผู้นั้นที่กำลังจะเกิดขณะกำลังใจลอยจู่ๆ ก็มีคนเปิดรถม้าขึ้น
“อุ๊ย! ขออภัยข้าไม่คิดว่าบนรถม้านี้จะมี'ผู้อื่น'อยู่ด้วย” หลินซุนลี่ใเล็กน้อยเมื่อพบว่าในรถม้ามีสตรีคนหนึ่งนั่งอยู่กงชิงหยางเห็นดังนั้นจึงเข้ามาไกล่เกลี่ยพร้อมอธิบาย
“ซุนลี่นี่คือคุณหนูรองหลิวชื่ออี้เฟย ส่วนเฟยเอ๋อร์นี่คือคุณหนูหลินนามซุนลี่นางจะร่วมเดินทางกลับกับเราสักระยะหนึ่ง” หลิวอี้เฟยเพียงพยักหน้ารับเบาๆ ครั้งหนึ่งแล้วยกยิ้มมุมปากในใจคิดถึงการแนะนำของสามีเมื่อสักครู่..ช่างเป็การแนะนำที่คลุมเครือเสียจริง
“ชิงหยางหากท่านไม่บอกข้าคงนึกว่านางเป็หญิงคณิกาจากหอโคมเขียวตั้งใจมาล่อลวงท่านเป็แน่ขออภัยคุณหนูหลิวแล้ว” หลินซุนลี่พูดหลังจากใช้สายตาเหยียดหยันมองหลิวอี้เฟยจากหัวจรดปลายเท้า
“ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิดท่านไม่ต้องคิดมากหรอก"หลิวอี้เฟยตอบรับคำขอโทษแบบผ่านๆ หลินซุนลี่กลับคิดว่านางเป็ลูกพลับนิ่มจึงคิดกลั่นแกล้งอีกเล็กน้อย
“ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดรถม้านี้เล็กเกินไปคุณหนูหลิวขยับไปนั่งด้านหน้ารถม้าดีหรือไม่? ข้ากับชิงหยางนับได้ว่าเป็คน'เคยรู้จัก'กันมาก่อนคงไม่เป็อะไรหากข้าจะต้องนั่งเบียดกันกับเขา” พูดไปหลินซุนลี่ก็ส่งสายตามีความหมายไปยังกงชิงหยางซึ่งตอนนี้เ้าตัวนั่งนิ่งอยู่อีกฟากรถม้า หลิวอี้เฟยหัวเราะหึหึในลำคอหลินซุนลี่ผู้นี้หน้าด้านเกินไปแล้วคิดจะไล่นางไปนั่งหน้ารถกับคนขับราวบ่าวรับใช้แล้วตัวเองกลับมานั่งลอยหน้าลอยตากับสามีผู้อื่นชาติก่อนนั้นนางอาจจะโง่และหัวอ่อนแต่ชาตินี้คงต้องให้หลินซุนลี่ตื่นจากฝันนี้เสียที
“อืม รถม้าคันนี้เล็กเกินไปจริงๆ” นางแสร้งถอนหายใจพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ หลินซุนลี่ยกยิ้มอย่างดีใจกำลังจะขยับกายเข้าไปนั่งใกล้กองชิงหยางแต่ก็ต้องชะงักเพราะคำพูดถัดมาของหลิวอี้เฟย
“ดังนั้นข้าเห็นว่ารถม้าคันนี้คับแคบอาจทำให้คุณหนูหลินนั่งไม่สบายเอาได้อีกอย่างชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดให้ท่านนั่งเบียดกับชิงหยางในฐานะ'คนเคยรู้จัก'คงดูไม่เหมาะเท่าไรรบกวนท่านช่วยไปนั่งด้านหน้ารถม้าให้สบายส่วนด้านในนี้ข้าผู้เป็ภรรยาจะขอนั่งเบียดกับกงชิงหยางผู้เป็สามีเอง” คิดจะแย่งสามีนางง่ายๆ หรือฝันไปแล้วเชิญตากหน้านั่งหน้ารถม้าประจานตัวเองไปตลอดทางเถิดหลินซุนลี่
หยัมมาวร๊ายยยยย
เพราะ
น้องอี้เฟยจะร้ายกว่า555