ความเงียบในโซนลึกสุดของสโมสรส่วนตัวดูเหมือนจะถูกสูบออกไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ประสานกันอย่างหนักหน่วงฝ่ามือหนาหยาบกร้านของเพลิงที่รัดแน่นอยู่รอบเอวคอดไม่ได้ขยับเขยื้อนทว่าปลายนิ้วที่กดลึกลงบนเนื้อผ้ากลับแผ่ความร้อนระอุทะลุผ่านิั รินรดารับรู้ได้ถึงความแข็งขึงที่ดุนดันอยู่ใต้บั้นท้ายของเธอมันเต้นตุบและขยายตัวอย่างทรงพลัง ฟ้องถึงความอันตรายที่พร้อมจะปะทุ
“พร้อมจะจ่าย?” เพลิงทวนคำด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำั์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองใบหน้าเชิดรั้นของเธอราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นงาม “คนอย่างฉันไม่รับเช็คเด้งและถ้าเธอคิดจะใช้ร่างกายมาแลกกับข้อมูลลมๆ แล้งๆ...เธอจะไม่ได้เดินออกจากห้องนี้ในสภาพเดิม รินรดา”
“ฉันไม่ใช่นักพนันที่มาตัวเปล่า” เธอตอบกลับ เสียงไม่สั่นแม้แต่น้อยมือเรียวยกขึ้นทาบลงบนแผงอกกว้างที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกััได้ถึงมัดกล้ามเนื้อตึงเครียดและอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนจัด“ตัวเลขประมูลที่ดินผืนตะวันออกคือแปดร้อยห้าสิบล้าน... และคนที่เอาตัวเลขนี้ไปประเคนให้ธนาก็คือผู้อำนวยการฝ่ายการเงินที่คุณไว้ใจนักหนา”
ั์ตาของเพลิงวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีเขาดึงร่างของเธอเข้ามาปะทะอกกว้างอย่างแรงจนรินรดาเผลอหลุดเสียงครางตระหนกใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้ม
“เธอรู้ตัวเลขนั้นได้ยังไง” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็เยือกเย็น“เอกสารนั่นเพิ่งร่างเสร็จเมื่อคืน และมีคนรู้แค่สามคน”
“ฉันรู้มากกว่าที่คุณคิด” รินรดาเชิดหน้าขึ้นริมฝีปากอวบอิ่มจงใจเฉียดผ่านปลายคางของเขา ชวนให้สติของคนถูกกระทำสั่นคลอน“และฉันรู้ด้วยว่าธนาเตรียมจะยื่นประมูลที่แปดร้อยห้าสิบเอ็ดล้าน...แค่ล้านเดียวเพื่อหักหน้าคุณ และฮุบโครงการทั้งหมดไปทำเอง”
ความตึงเครียดในอากาศพุ่งทะยาน เพลิงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวบนตักเขาพยายามค้นหาความหวาดกลัวแต่กลับพบเพียงเปลวไฟแห่งความแค้นที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่งรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของมัจจุราชหนุ่ม
“ข้อมูลของเธอมีค่าพอที่จะซื้อตั๋วเข้าสู่เกมของฉัน” เพลิงกระซิบก่อนจะสอดมือฝ่ากลุ่มผมสลวย จับท้ายทอยของเธอไว้แน่นจนขยับหนีไม่ได้“แต่สำหรับค่าตอบแทนที่เธอ้าให้ฉันเป็ ‘เครื่องมือ’...ร่างกายนี้ต้องเป็คนจ่าย”
ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัวเพลิงบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างดุดันและปราศจากความปรานีมันไม่ใช่จุมพิตแห่งความรัก แต่เป็การประกาศศักดารสชาติขมปร่าของสุราชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษเพศพุ่งทะลักเข้ามาในโพรงปากรินรดาสะดุ้งสุดตัว ฟันคมของเขาขบเม้มกลีบปากล่างของเธอจนได้กลิ่นคาวเืจางๆลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนทุกความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม
รินรดาจิกเล็บลงบนไหล่กว้าง เธอเผยอริมฝีปากรับการรุกรานอย่างเต็มใจสวนลิ้นกลับไปพัวพันอย่างไม่ยอมแพ้เสียงดูดดึงริมฝีปากดังเฉอะแฉะแข่งกับเสียงดนตรีแจ๊สที่เปิดคลอเบาๆ
เพลิงครางต่ำอย่างพึงพอใจ เขาผละริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาทีซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียนสูดดมกลิ่นน้ำหอมยั่วยวนสลับกับขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงช้ำมือหนาเลื่อนไปด้านหลัง รูดซิปชุดเดรสรัดรูปของเธอลงช้าๆเสียงฟันซิปที่ถูกรูดเปิดดังก้องในความรู้สึกของรินรดาผิวแผ่นหลังปะทะกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศ แต่เพียงครู่เดียวฝ่ามือร้อนจัดของเขาก็สอดเข้ามากอบกุมและลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่า
“อ๊ะ...” รินรดาแอ่นอกขึ้นอย่างลืมตัวเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาเลื่อนต่ำลงมาขบเม้มเนินเนื้อที่ล้นทะลักออกมาเหนือขอบชุดชั้นในลูกไม้สีแดง
เพลิงรั้งชุดเดรสของเธอให้ร่วงหล่นไปกองที่บั้นเอวสายตาคมกริบจดจ้องเรือนร่างเย้ายวนราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวโซเขาช้อนร่างบางขึ้นจากตัก วางเธอลงบนเบาะหนังสีดำตัวกว้างอย่างไม่ออมแรงรินรดานอนแผ่หลาอยู่เบื้องล่าง ความเย็นของเบาะหนังตัดกับความร้อนรุ่มในกายที่กำลังปะทุ
เพลิงปลดเข็มขัดและตะขอกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็วรูดรั้งปราการด่านสุดท้ายลงเผยให้เห็นความเป็ชายที่ผงาดง้ำและสั่นระริกด้วยความ้าที่อัดแน่นเขาแทรกตัวเข้าไประหว่างเรียวขาเสลา ดึงชั้นในตัวจิ๋วของเธอออกไปพ้นทาง
ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาััเข้ากับความฉ่ำเยิ้มที่ใจกลางความเป็หญิงรินรดาสะท้านเฮือกเมื่อนิ้วยาวสอดแทรกเข้าไปในรอยแยกที่คับแคบเขาขยับนิ้วเข้าออกช้าๆ ก่อนจะเพิ่มจังหวะให้รัวเร็วและหนักหน่วงขึ้นบดคลึงจุดอ่อนไหวจนร่างบางบิดเร่า
“อ๊า... คุณเพลิง...” เธอหวีดร้องออกมา สองมือขยำผ้าปูเบาะหนังจนยับย่น
เมื่อเห็นว่าเธอพร้อมพรั่ง เพลิงก็ไม่รอช้าเขาจับท่อนเนื้อร้อนจัดจ่อที่ปากทางก่อนจะกดสะโพกกระแทกความยิ่งใหญ่เข้าไปจนสุดความลึกในคราวเดียว
“อ๊ายยย!” รินรดากรีดร้อง น้ำตาซึมปริ่มหางตาความคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามาทำให้รู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกกระชากเธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างที่ชื้นเหงื่อระบายความเ็ปและเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง
“ชู่ว... ผ่อนคลาย ริน...” เพลิงหอบหายใจหนักหน่วงสันกรามของเขาบดเข้าหากันแน่น เส้นเืบนขมับปูดโปน “เธอรัดฉันแน่นเกินไป...”
เขาแช่กายไว้นิ่งๆ ให้ผนังนุ่มคุ้นชินกับขนาดที่ใหญ่โตก่อนจะเริ่มขยับถอนสะโพกออกและกระแทกกลับเข้าไปใหม่จังหวะเนิบนาบในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็ความดุดันและป่าเถื่อนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
รินรดาหัวสั่นหัวคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้น ทุกครั้งที่เขาส่งแรงเข้ามามันเสียดสีและลึกซึ้งจนถึงจุดที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดความเ็ปในคราแรกมลายหายไป เหลือเพียงความเสียวรัญจวนที่แผดเผาสติสัมปชัญญะ
“อ๊ะ... อ๊า... ลึก... ลึกอีก...” เธอเผลอร้องขอยกเรียวขาขึ้นเกี่ยวกระหวัดรอบเอวสอบเพื่อรับแรงกระแทกให้ถนัดขึ้น
คำขอนั้นราวกับน้ำมันราดรดกองไฟ เพลิงโหมกระแทกสะโพกเข้าใส่ไม่ยั้งร่างกายของทั้งคู่ชื้นเหงื่อแลกเปลี่ยนลมหายใจและของเหลวแห่งตัณหากันอย่างบ้าคลั่งรินรดาพยายามพลิกตัวขึ้นมาอยู่้าเพื่อคุมเกม แต่เพลิงกลับรวบเอวเธอไว้แน่นพลิกเธอกดลงกับเบาะหนังอีกครั้ง
“บนเตียงนี้... ฉันคือคนคุมเกม” เขาคำรามเสียงพร่าโน้มตัวลงไปดูดดึงยอดอกของเธออย่างรุนแรงพร้อมกับกระแทกกระทั้นเบื้องล่างอย่างหนักหน่วงและถี่รัวจนร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว
รินรดารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกพายุหมุนพัดกระหน่ำความเสียวซ่านพุ่งทะยานแตะจุดสูงสุด ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกช่องทางรักตอดรัดความแข็งแกร่งของเขาอย่างรุนแรงเป็จังหวะ
“อ๊ายยยย!” เธอหวีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อข้ามผ่านขอบเหวแห่งความสุขสมสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
เพลิงครางต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่าที่ได้ลิ้มรสเืเขากระแทกสวนเข้าไปอีกสามสี่ครั้งเน้นๆก่อนจะปลดปล่อยธารน้ำร้อนระอุเข้าสู่ตัวเธอจนล้นทะลัก ร่างกายกำยำทาบทับลงมาหอบหายใจหนักๆ อยู่ที่ซอกคอของเธอหยาดเหงื่อจากปลายคางของเขาหยดลงบนเนินอกของรินรดา
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจที่ยังคงดังประสานรินรดานอนนิ่ง ปล่อยให้จังหวะหัวใจค่อยๆ กลับมาเป็ปกติความเ็ปและหน่วงลึกที่กลางกายเป็เครื่องยืนยันว่าเธอได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งศีลธรรมมาแล้วและจะไม่มีวันหันหลังกลับ
เพลิงค่อยๆ ถอนตัวออกไปจัดการเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยด้วยท่าทีที่กลับมาเยือกเย็นและทรงอำนาจเขามองหญิงสาวที่กำลังขยับตัวลุกขึ้นจัดแจงชุดเดรสของตัวเองให้เข้าที่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
รินรดาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าสะพายเลื่อนมันไปบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเขา
“เอกสารหลักฐานทั้งหมดอยู่ในนี้รวมทั้งเส้นทางการเงินที่ผู้อำนวยการของคุณโอนเข้าบัญชีม้า”เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับพายุราคะเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น“หวังว่าเครื่องมือของฉัน... จะทำงานได้สมราคา”
เพลิงหยิบซองเอกสารขึ้นมาถือไว้ มุมปากกระตุกยิ้ม“เธอได้ในสิ่งที่้าแน่ รินรดา... ธนาจะไม่มีวันได้ที่ดินผืนนั้นและคนทรยศในบริษัทฉันจะต้องถูกลากคอลงนรก”
รินรดาลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าขึ้นมาคล้องไหล่ เธอเดินตรงไปที่ประตูแต่ก่อนที่จะหมุนลูกบิด เธอก็หันกลับมาส่งยิ้มมุมปาก
“อ้อ... ฉันมีของแถมให้คุณ ถือว่าเป็การผูกมิตร” เธอปรายตามองเขา“ญาติผู้น้องของคุณ... ชวิน...่นี้ดูเหมือนเขาจะไปขลุกอยู่ที่บ้านแม่ม่ายทรงเครื่องท้ายซอยห้าบ่อยๆระวังหน่อยก็ดีนะคะ เด็กหนุ่มเืร้อนกับไฟตัณหาของแม่ม่าย...อาจจะสร้างเื่งามหน้าให้ตระกูลคุณจนกลายเป็ข่าวฉาว”
แววตาของเพลิงวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ชวินเป็น้องชายที่มักจะสร้างปัญหาแต่เื่แม่ม่ายท้ายซอยห้า เป็ความลับที่เขาเพิ่งให้คนไปสืบรู้มาเมื่อวานผู้หญิงคนนี้รู้ความลับลึกซึ้งขนาดนี้ได้อย่างไร?
“เธอเป็ใครกันแน่ รินรดา...” เพลิงถามเสียงต่ำสายตาจ้องเขม็งราวกับจะมองทะลุเปลือกนอกของเธอ
“ฉันก็แค่ผู้หญิงที่เคยตายมาแล้ว... และกำลังจะทำให้คนที่ฆ่าฉันต้องตายทั้งเป็”
รินรดาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเปิดประตูเดินออกไปทิ้งให้มัจจุราชหนุ่มจมอยู่กับความสงสัยและไฟปรารถนาที่ยังคุกรุ่น
...
ภายในลิฟต์โดยสารที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่าง รินรดายืนพิงผนังกระจกปล่อยให้ความร้าวระบมจากการถูกกระแทกกระทั้นแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กายแต่มันคุ้มค่า เธอดึงผู้ชายที่อันตรายที่สุดมาร่วมกระดานได้สำเร็จ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น รินรดาล้วงมันขึ้นมาเปิดดูหน้าจอแสดงข้อความและรูปภาพจาก 'นลิน'
[รินจ๊ะ วันนี้ธนาแวะมารับนลินไปช่วยดูชุดเพื่อนเ้าสาวด้วยล่ะนลินเกรงใจจังเลยแต่ธนาบอกว่ารินไม่สบาย นลินเลยต้องมาช่วยแทน หายไวๆ นะจ๊ะ]
รูปภาพที่แนบมาคือนลินในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์กำลังยืนยิ้มหวานอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในร้านลองชุดแต่งงานทว่าสายตาที่ถูกลับคมมาด้วยความแค้นของรินรดาสะดุดเข้ากับเงาสะท้อนในกระจกด้านหลัง...
เงาของธนาที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังนลินฝ่ามือของเขาวางทาบอยู่บนบั้นเอวของเพื่อนสนิทเธอและปลายนิ้วของเขากำลังเกี่ยวรั้งสายเดี่ยวชุดเดรสของนลินให้ตกลงมา
รินรดากำโทรศัพท์แน่นจนข้อขาวรอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการถูกจุมพิตอย่างป่าเถื่อน
“สนุกกันให้พอนะเพื่อนรัก...” เธอกระซิบกับรูปภาพนั้นน้ำเสียงเย็นะเืราวกับลมหายใจจากนรก “เพราะหลังจากนี้...พวกแกจะไม่มีโอกาสได้ยิ้มอีกเลย”