ตอนที่ 73 ความสามารถของหน่วยสาม
แสงสว่างวูบวาบไปทั่วบริเวณ เสียงระเบิดและแรงปะทะก่อให้เกิดพื้นดินอันเป็นหลุมยุบและบ้านที่กลายเป็นซากปรักหักพังภายใต้พลังของเหล่าสัตว์อสูรระดับกึ่งนักสลักโทและหน่วยสาม
หัวหน้าเมย์รับมือกับสัตว์อสูรด้วยตนเองถึงสองตัว อาคมเสริมพลังที่เธอได้รับมาจากองค์หญิงไพลินยังคงทำงาน พลังที่แผ่กระจายออกมาจากรัดเกล้าขนาดเล็กบนหัวของเธอเสริมสมรรถภาพเธอในหลาย ๆ ด้านโดยมุ่งเน้นด้านพลังจิตวิญญาณและพลังกาย เมื่อรวมกับตราศักดิ์สิทธิ์สามคำส่งผลให้นักสลักเอกมากประสบการณ์อย่างเธอสามารถรับมือกับสัตว์อสูรทั้งสองได้
หากเป็นนักสลักเอกทั่ว ๆ ไปย่อมไม่สามารถ แต่หัวหน้าเมย์เป็นหัวหน้าหน่วยแห่งหน่วยพิทักษ์เมืองผู้ต้องออกปราบปรามเหล่าอาชญากรมากฝีมืออยู่แทบทุกวี่วัน ไม่ต้องพูดถึงสัตว์อสูรระดับไม่ห่างจากเธอนักเพียงสองตัว ภายใต้การสนับสนุนจากสมบัติวิเศษขององค์หญิง แม้แต่นักสลักโทอย่างศิลาเธอก็ฝืนต้านทานไว้ได้
หากแม้เธอจะต่อกรกับทั้งคู่ได้ แต่การจะเอาชัยจากพวกมันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย จะอย่างไรพวกมันทั้งสองตัวก็แข็งแกร่งกว่าเธอยามปกตินัก ยังไม่รวมถึงรัดเกล้าบนหัวของเธอที่แสงอ่อนจางลงในทุกขณะ สมบัติวิเศษชิ้นนี้ถูกใช้งานมายาวนานตั้งแต่ตอนที่เธอรับมือกับศิลา มันใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที มันเป็นเพียงวัตถุเสริมอาคมเท่านั้น มิใช่วัตถุสลักคำที่มีแหล่งกำเนิดพลังมหาศาลในตัว
ฝั่งที่ยากลำบากยิ่งกว่ากลับเป็นฝั่งของสมาชิกหน่วยสามที่เหลือ พวกเขาทั้งสี่แม้รับมือเพียงสัตว์อสูรตัวเดียวหากความแตกต่างระหว่างระดับขีดสุดนักสลักเอกและผู้เรียนรู้สามคำนั้นมากจนเกินไป หากเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับนักสลักเอกทั่ว ๆ ไป พวกเขาสามารถใช้สมบัติ กลยุทธ์ และประสบการณ์เข้าต่อกรได้ แต่สัตว์อสูรรูปร่างคล้ายนกตรงหน้าพวกเขานั้นยากต่อกรเกินไป
ปัญหาหลักเลยคือมันนั้นสามารถบินได้ ต่างกับนภาและกีออน แม้เตวันจะสามารถบินได้ในระดับหนึ่ง แต่ความคล่องแคล่วย่อมห่างไกลจากมันหลายขุม คาซาและเรนสามารถสู้กลางอากาศได้อย่างคล่องแคล่ว หากเธอคนเดียวไม่อาจจัดการมันได้
สัตว์อสูรนกตัวนี้เพียงสะบัดปีกก็ก่อให้เกิดลมหมุนขนาดใหญ่ซัดพวกเขา เมื่อนภาและกีออนพยายามหาจังหวะกระโดดเข้าใกล้งูหลามที่ปีกก็พุ่งตัวโจมตี การโจมตีระยะไกลของเตวันก็ถูกขัดขวางด้วยคำแห่งพลัง หมุน ที่ปัดการโจมตีทิ้งไปอย่างง่ายดาย
หากหน่วยสามก็ไม่ได้อ่อนด้อยถึงปานนั้น ด้วยความเชี่ยวชาญของการร่วมมือโจมตี พวกเขากลับไม่พ่ายแพ้ เพียงยื้อยุดถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ เพื่อหาโอกาสพลิกกระดาน
“โว้ย!” กีออนตะโกนอย่างหัวเสีย นี่เป็นอีกครั้งแล้วที่ร่างของเขาหมุนติ้วกระเด็นออกไปยามพุ่งกระโจนตัวเข้าหา คำแห่งพลัง เฉียด ของเขาไม่อาจปัดป้องสายลมได้ หากหดร่างก็ยิ่งทำให้ปลิวไปไกลกว่าเดิม พลังของเขาแพ้ทางสัตว์อสูรตัวนี้อย่างแท้จริง
นภาที่อีกด้าน ทั้งร่างเต็มไปด้วยรูพรุนมากมาย รูพรุนขนาดเล็กพวกนี้เกิดจากการที่งูหลามพวกนั้นฉกกัดเขาทุกครั้งที่นภาฝ่าไปโจมตี แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยแผล หากนภากลับยังกระปรี้กระเปร่า แผลทั้งหมดสมานด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า
คาซาทางอีกด้านบีบอัดสายลมโจมตีเป็นชุด ๆ หากก็ไม่มากเพียงพอจะสร้างความเสียหายแก่ร่างอันแข็งแกร่งของสัตว์อสูร
เตวันสะบัดมือ ร่างของกีออนถูกดันลอยขึ้นกลางอากาศ กีออนกระโดดเหยียบบางสิ่งกลางอากาศ มุ่งหน้าเข้าหาสัตว์อสูรนก งูหลามขนาดมหึมาพุ่งสวนเข้ามาอย่างรวดเร็ว หากเป็นนภาเองที่ถูกสายลมของคาซาดันร่างขึ้นมาบังไว้ให้
เตวันอาศัยจุดบอดนั้น ใช้คำแห่งพลังคำที่สามของตน เร่งเร้า ตาของเตวันเรืองแสงจ้า จับจ้องไปที่ร่างของกีออนกลางอากาศ
ร่างของกีออนพลันแดงซ่าน เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว เขาออกแรงถีบตัวกับแท่นล่องหนกลางอากาศที่เตวันสร้างขึ้น ความเร็วพุ่งขึ้นไปอีกขั้น ทะลุถึงด้านหน้าของสัตว์อสูรนกในพริบตา
สองดาบในมือฟาดลงมา เป้าหมายคือดวงตาทั้งคู่ที่ไร้การป้องกันของชั้นผิวหนา หากมันกลับตอบสนองได้ทันการ หน้าผากของมันเรืองแสงจาง ดาบทั้งคู่ของกีออนพลันหมุนติ้วออกนอกวิถีไป ร่างของกีออนที่สมควรถูกหมุนกระเด็นกลับปล่อยมือออกจากดาบทั้งคู่ด้วยปริกิริยาตอบสนองอันสูงลิบของนักสู้มากประสบการณ์ หลุดรอดจากผลของพลังไปได้
กีออนอ้าสองมือ คว้าหมับเข้าที่คอของสัตว์อสูร กอดมันอย่างแนบแน่น สัตว์อสูรนกเตรียมโจมตีอีกครั้ง หากมันกลับรู้สึกราวกับร่างของกีออนกระทุ้งมันลงต่ำซ้ำไปซ้ำมา
กีออนสองตาเรืองแสง คำแห่งพลังคำที่สามของเขาทำงานเต็มพลัง ร่างของเขาราวกับไม้กระดกขนาดยักษ์ ดันร่างของสัตว์อสูรนกยักษ์ให้ตกลงสู่พื้น
คำแห่งพลังคำที่สามของกีออน กดทับ!
ร่างของมันพลันหุบร่วงลงกับพื้น เบื้องล่างคือนภากับคาซาที่รอรับอยู่แล้ว หมัดทั้งสองของนภาเรืองแสงจ้า ค้อนสายลมขนาดยักษ์กักเก็บลมหมุนอันมหาศาลไว้ภายใน เตวันที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไปสองตาเรืองแสงทะลุทะลวง มวลอากาศก่อให้เกิดฝ่ามือขนาดใหญ่ที่เลือนรางยากจะมองเห็นกลางอากาศ
หากสัตว์อสูรระดับกึ่งนักสลักโทก็ยังคงเป็นสัตว์อสูรระดับกึ่งนักสลักโท หน้าผากของมันเรืองแสงจ้า คราวนี้ทั้งร่างของมันรวมถึงกีออนหมุนอย่างรวดเร็วกลางอากาศ สะบัดกีออนหลุดออกไปอย่างง่ายดาย
แม้การหมุนจะดูเหมือนเร็วและไร้ทิศทาง หากสัตว์อสูรนกกลับสามารถควบคุมได้อย่างเชี่ยวชาญ มันหมุนร่างด้วยความเร็วสูง ปัดทุกการโจมตีทิ้งไปพร้อมทั้งสวนงูหลามขนาดยักษ์เข้าโจมตีคาซา เตวันเคลื่อนฝ่ามือยักษ์ป้องกันงูหลามแทนการโจมตี จะอย่างไรคาซาก็ไม่ได้ถึกทนเช่นนภา
เมื่อมันปัดการโจมตีทุกอย่างทิ้งไป มันทะยานขึ้นฟ้าอีกครั้ง เข้าสู่สภาวะยื้อยุดกันเช่นเคย
มันไม่ได้อ่อนด้อยเลยแม้แต่น้อย มันไม่อาจเอาชัยหน่วยสามได้ง่าย ๆ ไม่ใช่เพราะมันอ่อนแอหรือการโจมตีของมันเบาเกินไป หากเป็นเพราะความรู้ใจกันของหน่วยสามที่ส่งเสริมกันและกันรวมถึงช่วยสนับสนุนจุดอ่อนของเพื่อนร่วมรบจนมันไม่อาจหาจังหวะปิดฉากใครได้
“สู้ลำบากเป็นบ้า สมแล้วที่เป็นกึ่งนักสลักโท พลังกาย พลังจิตวิญญาณ ปัญญา สัตว์อสูรนักสลักเอกทั่วไปเทียบไม่ติดเลย” คาซาบ่นอุบ
“คิดว่าจะได้ผลแล้วเชียวนะ ยังมีลูกเล่นหมุนทั้งร่างแบบนั้นอีกเหรอเนี่ย” นภาบิดคอของตนไปมา การโดนซัดออกไปเมื่อครู่ค่อนข้างรุนแรงทีเดียว
พวกเขาลองแผนการต่าง ๆ นานามาหลายครั้งแล้ว หากไม่มีครั้งใดที่ประสบผลสำเร็จเลย ระดับชั้นที่แตกต่างต่างนั้นยากจะก้าวผ่าน ต้องบอกว่าหากไม่ใช่หน่วยพิทักษ์เมืองที่เชี่ยวชาญการต่อสู้เช่นพวกเขา คนกลุ่มอื่นสมควรพ่ายแพ้แก่สัตว์อสูรตัวนี้ไปนานแล้ว
“หวังว่าผู้คุ้มกันตัวจริงขององค์หญิงไพลินจะมาเร็ว ๆ นะ ยื้อกันแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ หัวหน้าเมย์ก็ทุ่มสุดตัวแล้วด้วย” กีออนที่ร่างกายฟกช้ำโซซัดโซเซกลับเข้ามาประจำตำแหน่ง
สัตว์อสูรนกซัดพลังหมุนใส่อีกครั้ง หากครั้งนี้ในจังหวะที่มันไม่ทันระวัง ร่างสีดำร่างหนึ่งปรากฏกายเบื้องหลังมันอย่างเงียบเชียบ ผงสีดำมากมายถูกยัดเข้าปากของมันอย่างแรง
มันตอบสนองฉับไว หมุนร่างควงสว่างอีกครั้ง สะบัดเงาสีดำนั้นกระเด็นออกไป มันสู้กับทั้งสี่คนมายาวนานจนลืมตัวไปเสียสนิทว่ายังมีอีกหนึ่งศัตรูที่วิ่งหายไป
“คุณนิทาน!” เตวันร้องเรียก ร่างเงาสีดำนั้นคือนิทานและคีตา ทั้งสองไอแห้ง ๆ ขณะพยุงร่างขึ้นจากพื้น นิทานสะบัดหน้าเบา ๆ ไล่อาการวิงเวียน
“สัตว์อสูรอีกสองตัวล่ะครับ” เตวันถามอย่างรีบร้อน
“องค์หญิงไพลินปลอดภัยมั้ย” นภาถามพลางยืนคุมเชิงสัตว์อสูรนกไว้
“เธอใช้สมบัติท่าทางแพงมาก ๆ อันหนึ่งจัดการไปแล้วล่ะครับ ปลอดภัยหายห่วง” นิทานคิดเล็กน้อยแล้วจึงตอบ เขาไม่ได้อยากโกหก แต่ถ้าอริยะแปลงเพลิงไม่ได้ปรากฏตัวเขาก็ไม่อยากเปิดเผย อีกอย่าง ขีดจำกัดความสามารถของเขายิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี
“สมแล้วที่เป็นองค์หญิง! ดีล่ะ เรามาช่วยกันจัดการเจ้านี่เถอะ เมื่อกี้นายเข้าถึงตัวมันได้ เพราะงั้นถ้าเราวางแผนดี ๆ ก็พอมีหวังแน่” นภายิ้มดีใจ
“หวังว่าหลังองค์หญิงอพยพชาวบ้านเสร็จเธอจะยังมีสมบัติพอจัดการสัตว์อสูรอีกสองตัวนะ พวกเราจัดการกันเองไม่ไหวแน่” กีออนสีหน้าเครียดขรึม สถานการณ์แม้จะดีขึ้น หากพวกเขากลับไม่มีความมั่นใจจะจัดการกับสัตว์อสูรอีกสองตัวได้
“ไม่เป็นไรหรอกครับ” นิทานฉีกยิ้ม สิ้นเสียงของนิทาน ร่างของสัตว์อสูรนกที่หมุนควงกลางอากาศพลันหยุดชะงัก มันสำลักอย่างรุนแรงหลายครั้ง ก่อนร่างแข็งค้าง ตกลงมาจากฟ้า นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงหน้าพวกเขา มันกลอกตามองไปมาอย่างโกรธแค้น หากไม่อาจเคลื่อนไหวใด ๆ ได้
“อภินันทนาการจากองค์หญิงของพวกเราครับ รีบซ้ำให้ตายแล้วไปหาหัวหน้าเมย์ดีกว่าครับ รัดเกล้าสามชั้นของเธอน่าจะใกล้หมดพลังแล้ว” นิทานยิ้ม ในมือปรากฏมีดสั้นสีเขียวมรกต
หน่วยสามมองหน้ากันไปมาอย่างงุนงง พวกเขาหันไปมองนิทานที่ตบถุงที่เหลืออยู่ราวครึ่งถุงแผ่วเบา อีกมือหนึ่งถือมีดสั้นสีเขียวมรกต ย่างสามขุมไปหาสัตว์อสูรนกยักษ์อย่างสบายอารมณ์
หน่วยสามเห็นดังนั้นจึงเผยรอยยิ้มดุร้าย ม่านตาของสัตว์อสูรนกสั่นไหว ในนัยน์ตาของมันสะท้อนภาพมนุษย์ทั้งห้าที่ก้าวช้า ๆ มาหามันด้วยแววตาแหลมคม