เวลาต่อมา...
ชบาเก็บกวาดในครัวจนสะอาดเรียนร้อย เธอปาดเหงื่อที่หน้าผากก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่ไม่ทันที่จะหย่อนก้นลงเก้าอี้ เสียงเข้มของชายปริศนาจากหน้าประตูห้องครัวก็ดังขึ้น
“นางชบา”
“พ่อกำนันบอกให้เอ็งไปพบข้างบน”
สองลูกน้องร่างใหญ่ขึ้นด้วยเสียงก้าวร้าว ใบหน้าของพวกมันดูเหน็ดเหนื่อยชอบกล แต่ชบาก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องที่เคยจากมา และหวังว่าจะคุยกับกำนันหาญให้รู้เื่ราวเสียที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“มารยาทดีกว่าเดิมเลยนะ”
เสียงเข้มกล่าวขึ้นบนโซฟา...
ภายในห้องดูสะอาดสะอ้าดราวกับมีคนมาปัดกวาดเช็ดถู และเรือนร่างเปลือยเปล่าที่เคยนอนอ้าขาตัวกระตุกก็ได้หายไปแล้ว ส่วนชายรุ่นพ่อที่นั่งอยู่บนโซฟาก็กลับมาใส่เสื้อผ้าดังเดิม มันเลยทำให้หญิงสาวโล่งใจขึ้นมาบ้าง
“พ่อกำนัน...มีธุรอะไรจะคุยกับหนูคะ”
“นั่งก่อน”
ร่างเล็กค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะหย่อนก้นห่างๆ พอสมควร เมื่อกำนันได้เห็นเช่นนั้นเสียงเข้มจึงสั่งให้เธอขยับเข้ามาใกล้อีก และร่างระหงก็ต้องทำตามอีกเช่นเคย เธอขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะรู้สึกได้อีกครั้งว่าตัวเองตัวเล็กปานลูกไก่ในกำมือเพียงไหน
“เอ็งนี่....พอโตแล้ว....สวยจนข้าจำแทบไม่ได้เลยนะ”
“……ขอบคุณค่ะ”
“พึ่งเรียนจบมหาลัยมาแท้ๆ ต้องมาแบกรับหนี้สินพ่อแม่อีก”
“…..”
“ข้าเข้าเื่เลยแล้วกัน”
“….ค่ะ”
“อีกไม่กี่วันไอ้เจตน์ลูกชายข้าก็จะกลับมาจากกรุงเทพแล้ว...”
เมื่อหูของชบาได้ยินชื่อของชายหนุ่ม ดวงตาของเธอก็หลุบขึ้นมามองหน้าร่างสูง พี่เจตน์คือลูกชายคนเดียวของพ่อกำนันหาญ และทั้งสองก็เคยแอบมีใจให้กันั้แ่วัยรุ่น แต่เนื่องด้วยสถานะครอบครัวและหน้าที่ที่ชายหนุ่มต้องแบกรับ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองไปต่อไม่ได้...
และอีกอย่าง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ต้องเข้าไปเรียนต่อในเมืองกรุงพอดี เลยทำให้ตอนนี้ทั้งคู่ไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายปีพอสมควร
“…..ทำไม…หรอคะ”
“ข้ารู้ดีว่าพวกเอ็งสองคนมีใจให้กันั้แ่ยังเด็ก ไอ้เจตน์ลูกชายข้าก็เรียนจบมาสูงมากพอแล้ว ถึงเวลาที่มันจะต้องมาสร้างครอบครัวที่บ้านแล้วล่ะ”
“……”
“เอ็งจะเงียบทำไม ข้าพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว”
“หนู….หนูไม่เข้าใจค่ะ”
“ถ้าเอ็งอยากปลดหนี้ให้พ่อแม่ ไอ้เจตน์กลับมาครั้งนี้ก็แต่งงานกับมันซะ”
“อ….อะไรนะคะ?!”
เสียงเล็กอุทานออกมาด้วยความใ
“เอ็งได้ยินไม่ผิดหรอก ข้ารู้ว่าพวกเอ็งยังรักกันอยู่ ไอ้เจตน์กลับมาคราวนี้ ข้าจะพามันไปขอกับพ่อแม่เอ็งเอง”
“ด…เดี๋ยวก่อนสิคะ เื่มันผ่านมานานแล้ว พี่เจตน์คง....”
“เอ็งไม่อยากช่วยครอบครัวหรือไง”
“……”
“ถ้าแต่งงานกับลูกชายข้าเมื่อไหร่ หนี้สินทั้งหมดข้ายกให้ไปเลย”
เมื่อชบาได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเธอก็เริ่มมีสีแดง...
ในหัวตอนนี้มีแต่รักแรกอย่างพี่เจตน์เต็มไปหมด จนลืมไปเสียสนิทว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือหนี้สินของครอบครัวที่จะถูกใช้เป็สินสอดในงานแต่ง
“หนู….หนูไม่รู้ค่ะ....หนู....”
“ข้าไม่ได้มาขอร้อง แต่มันเป็ข้อแลกเปลี่ยน สุดท้าย....ก็สุดแล้วแต่เอ็ง”
“…..”
ชบาครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนที่เสียงเข้มจะบอกให้เธอกลับบ้านไปพักผ่อน พร้อมทิ้งท้ายให้คิดทบทวนข้อเสนอของเขาให้ดีๆ ชบาได้แต่พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะยกมือไหว้ลากำนันหาญ เมื่อร่างระหงเดินออกไปจากห้อง ชายรุ่นพ่อจึงหัวเราะในลำคออย่างเ้าเล่ห์...
“นางชบานะนางชบา”
ร่างสูงพึมพำ
“พอพูดถึงไอ้เจตน์ขึ้นมาก็หน้าแดงขึ้นมาเชียว เห้อออ ยัยเด็กเมื่อวานซืน”
เสียงเข้มยิ้มหัวเราะ...
แผนการของกำนันแยบยลเกินกว่าที่สาวชาวบ้านอย่างชบาจะเข้าถึง เขาเป็เสือป่าเ้าเล่ห์เพทุบายที่ไม่มีใครไว้ใจได้ พ่อกำนันถูกใจเรือนร่างที่ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าของหญิงสาวลูกหนี้ั้แ่แรกเห็น และทางเดียวที่จะได้มาตลอดกาลก็มีเพียงวิธีนี้...
ถ้าเกิดมีใครรู้ว่ากำนันหาญแอบลักลอบได้กับลูกนี้...
รู้ถึงไหนก็คงฉาวโฉ่ถึงนั้น....คะแนนเสียงที่เคยมีอาจลดลงมากกว่าเดิม เพราะของเก่าที่เคยเป็ข่าวกระซิบไปตามลมก็ทำให้ร่างสูงต้องคอยแอบลักแอบกินอย่างยากลำบาก
ถ้าเกิดว่าได้นางชบามาเป็ลูกสะใภ้...
เวลาที่ทั้งสองอยู่บ้านเรือนด้วยกันสองต่อสอง...ก็คงไม่มีชาวบ้านคนไหนครหาได้
ประสบการณ์ทำให้กำนันหาญรู้ดี...ว่าคนที่มีฐานะและชื่อเสียงเช่นเขา ถ้าจะอะไรบางอย่าง...ก็ต้องมอบบางอย่างให้คนนั้นด้วยเช่นกัน และสิ่งๆ นั้นก็คือสถานะลูกสะใภ้ที่ชายหื่นจะมอบให้
แค่คิดว่าจะได้เป็พ่อผัวนางชบา...กำนันหาญห็หายใจปานกระทิงหนุ่ม
หนี้เป็ล้านกับที่นาเป็สิบ...
แค่นี้ชายรุ่นใหญ่ยอมเสียได้สบายๆ!