ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 142 ผ่านการทดสอบ

      หลังจากครบหนึ่งเดือนมีผู้ที่ผ่านการทดสอบรอบที่สองนี้จำนวนหกคนนับว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควร วันนี้เป็นวันที่ทั้งหกคนต้องทดสอบรอบที่สามเพื่อเข้าเป็นศิษย์สายในเหล่าผู้อาวุโสและเจ้าสำนักอักษรสวรรค์ต่างพากันมาร่วมชมอย่างคึกคัก

            “วันนี้เป็นการทดสอบในรอบสุดท้ายพวกเจ้าต้องแสดงฝีมือของพวกเจ้าให้สุดความสามารถ”

            ด้านหน้าของพวกเขาทั้งหกคนมีตัวอักษรอยู่หนึ่งตัวบนแท่นหินขนาดใหญ่ที่ถูกยกมาไว้บนกลางลานทดสอบ

            “พวกเจ้ามีเวลาศึกษาอักษรตัวนี้ก่อนพระอาทิตย์จะตกดินพวกเจ้าต้องแสดงให้เหล่าผู้อาวุโสและเจ้าสำนักได้เห็นความสามารถของพวกเจ้า”พอผู้อาวุโสอู๋เจ๋อกล่าวเสร็จ ทุกคนก็เริ่มส่งจิตสัมผัสไปยังตัวอักษรตัวนั้นทันที

            เฟิ่งหยูเริ่มปล่อยจิตสัมผัสออกไปยังตัวอักษรตัวนั้นฉับพลันภายในห้วงจิตวิญญาณของเฟิ่งหยูพลันขาวโพลนชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเฟิ่งหยู

            “คารวะท่านผู้อาวุโสข้าน้อยซิงเหยียนขอรับการสั่งสอน”

            แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา ฉับพลันห้วงจิตวิญญาณของเฟิ่งหยูที่มีสีขาวโพลนกลับกายเป็นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ผู้อาวุโสนั้นเริ่มร่ายรำอย่างช้าๆ เฟิ่งหยูเริ่มจดจำท่าร่ายรำทั้งหมดในทันที เขาเริ่มร่ายรำตามชายชรา

            เพียงไม่นานท่าร่ายรำของผู้อาวุโสเริ่มชักนำพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดหลอมรวมเข้าด้วยกันน้ำในมหาสมุทรเริ่มลอยขึ้นมาหลอมรวมกับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดก่อเป็นรูปลักษณ์ของมังกรขึ้นมา มังกรตัวนี้ก่อกำเนิดมาจากน้ำในมหาสมุทรมันดูยิ่งใหญ่และสง่างามมันเวียนว่ายอยู่กลางท้องฟ้าไปมาตามท่าร่ายรำของชายชราเพียงไม่นานมันกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าของชายชรา มันใดนั้นชายชรากระโดดขึ้นไปยืนบนศีรษะของมันได้อย่างง่ายดาย

            ชายชราบังคับมังกรตัวนั้นล่องลอยไปยังท้องฟ้าวนเวียนอยู่ครู่หนึ่งจึงได้บังคับมังกรลงมาเบื้องหน้าของเฟิ่งหยู

            ฉับพลันเบื้องหน้าของเฟิ่งหยูที่เคยเป็นมหาสมุทรกลับกลายเป็นสีแดงฉานความร้อนแผดเผาแผ่ไปทั่วบริเวณ เฟิ่งหยูมองดูชายชราที่ยืนอยู่กลางท้องฟ้า เหนือภูเขาไฟขนาดใหญ่ ชายชรายังคงร่ายรำเช่นเดิมไม่นานนักพลังฟ้าดิน และพลังต้นกำเนิดเริ่มหลอมรวมกัน เปลวเพลิงที่อยู่ด้านล่างเริ่มลอยขึ้นมาปรากฏเป็นนกเพลิงตัวมหึมาบินวนอยู่บนท้องฟ้า หลังจากสิ้นสุดการร่ายรำชายชราเริ่มขึ้นไปยืนบนตัวนกเพลิงอย่างสง่างาม

            เฟิ่งหยูเริ่มทำความเข้าใจในแต่ละท่วงท่าที่ท่านผู้อาวุโสนั้นร่ายรำให้ดูเฟิ่งหยูเริ่มฝึกฝนตามเขาเริ่มเข้าใจรายละเอียดและกระบวนท่าที่ร่ายรำออกมาเฟิ่งหยูฝึกฝนวนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งเริ่มควบคุมพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดได้เขาค่อย ๆ หลอมรวมพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดทั้งสองเข้าด้วยกันและเริ่มดึงพลังของธรรมชาติมาหลอมรวมกับพลังทั้งสอง 

            เฟิ่งหยูเริ่มสร้างรูปลักษณ์ภายในจิตใจและปลดปล่อยมันออกมาหลอมรวมกับพลังธรรมชาติเฟิ่งหยูเริ่มสร้างนกเพลิงขึ้นมา ถึงแม้ตัวของมันจะไม่ใหญ่เท่าของชายชราแต่มันก็เพียงพอให้เฟิ่งหยูมีความมั่นใจมากขึ้น เฟิ่งหยูเริ่มบังคับนกเพลิงตัวนั้นด้วยท่าร่ายรำตามชายชรา เมื่อท่าร่ายรำจบ นกเพลิงตัวนั้นพลันมาอยู่ด้านหน้าของเฟิ่งหยูเฟิ่งหยูลองกระโดดขึ้นไปบนหลังของนกเพลิงและค่อย ๆ ปล่อยจิตสัมผัสของเขาออกไปควบคุมนกเพลิงตัวนั้นเพียงไม่นานนกเพลิงตัวนั้นพลันบินขึ้นไปบนท้องฟ้า มันบินวนไปมาอยู่พักหนึ่งเฟิ่งหยูจึงบังคับมันให้ลงมายังด้านล่าง เมื่อเฟิ่งหยูลงมาจากหลังนกเพลิง

            สภาพแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้งคราวนี้เฟิ่งหยูกลับยืนอยู่บนยอดเขาพร้อมกับชายชรา

            “จงใช้จินตนาการและสัมผัสกับธรรมชาติรอบๆตัวทุกอย่างสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์หากเจ้ารู้จักใช้มัน” เสียงชายชราดังขึ้นมาเป็นครั้งแรก

            “ขอรับท่านผู้อาวุโส”เฟิ่งหยูตอบรับพร้อมกับเริ่มร่ายรำ เขานำพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดหลอมรวมกันดังเช่นครั้งก่อนแต่ครั้งนี้เขาดึงพลังของสายลมเข้ามาหลอมรวม เขาเริ่มกำหนดรูปลักษณ์ภายในจิตใจเพียงไม่นานเฟิ่งหยูสามารถสร้างเรือจากสายลมขึ้นมา  เฟิ่งหยูยังคงฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เขาเปลี่ยนจากสายลมเป็นใบไม้  หรือแม้กระทั่งใช้แสงในการหลอมรวมเข้ากับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดเขาสามารถใช้ทุกอย่างที่อยู่ในธรรมชาติมาหลอมรวมและสร้างรูปลักษณ์ได้ทุกอย่าง เพียงแต่การจะดึงสิ่งที่นำมาใช้ความยากง่ายจะแตกต่างกันออกไป

            “หากเจ้าต้องการโจมตีก็แค่เพียงใช้พลังของธรรมชาติเกื้อหนุนเจ้าก็จะโจมตีได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงหากเจ้าต้องการป้องกัน เจ้าก็ใช้พลังของธรรมชาติป้องกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะใช้พลังของธรรมชาติไปในรูปแบบใดยิ่งจินตนาการและความคิดของเจ้าหลากหลายเจ้าก็สามารถใช้ประโยชน์จากพวกมันได้หลากหลายยิ่งขึ้น”

            “ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”เฟิ่งหยูเริ่มทำการฝึกฝนใช้พลังธรรมชาติในการโจมตีดู เขาลองใช้สายลมหลอมรวมกับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดจากนั้นสร้างเป็นรูปดาบขึ้นมา เฟิ่งหยูลองโจมตีไปยังจุดต่างๆอานุภาพที่เกิดขึ้นตอนเริ่มแรกนั้นยังไม่มากมายเท่าไหร่ แต่ยิ่งเฟิ่งหยูฝึกฝนพลังและอนุภาพของมันเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เฟิ่งหยูปรับเปลี่ยนรูปแบบของพลังธรรมชาติในรูปแบบต่าง  ๆในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและหลากหลายทั้งโจมตี ทั้งป้องกัน จนเขาสามารถควบคุมมันได้อย่างง่ายดาย

            “จงใช้ธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเจ้าให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด” เสียงสุดท้ายของผู้อาวุโสกล่าวออกมาเฟิ่งหยูคำนับไปยังผู้อาวุโสก่อนที่ร่างนั้นร่างของผู้อาวุโสจะจางหายไป

            เฟิ่งหยูลืมตาขึ้นมาเขาพบว่าตัวเขาเป็นคนสุดท้ายที่ลืมตาขึ้นมาในการทดสอบครั้งนี้เวลาผ่านพ้นไปจนเกือบครบกำหนด

            “เอาหละพวกเจ้าจงแนะนำตัวและแสดงสิ่งที่พวกเจ้าได้เรียนรู้ให้เหล่าผู้อาวุโสและท่านเจ้าสำนักได้ดูความสามารถของพวกเจ้า”

            “ข้าน้อยซิงอีขอรับการทดสอบขอรับ”

            ซิงอีหลอมรวมพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดผสานเข้ากับสายน้ำบริเวณรอบ ๆ จนกลายเป็นกระบี่ยักษ์ขึ้นมา เขาฟาดฟันมันออกไป

            ตู้ม.......พลังทำลายล้างระเบิดเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ ต้นไม้หักระเนระนาดไปทั่ว

            “ดี ดีเจ้าผ่านการทดสอบ กลายเป็นศิษย์สายในนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

            “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส”

            “ข้าน้อยว่านอู่เจ๋อขอรับการทดสอบ”

            ว่านอู่เจ๋อเริ่มทำการหลอมรวมพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิด เขาหลอมรวมเข้ากับพลังของสายลมเขาแปรเปลี่ยนเป็นธนู เขายิงมันทะลุต้นไม้ขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดายพร้อมกับระเบิดทำลายต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังจนแหลกเป็นจุล

            ฟิ้ววว... ตู้ม........

            “ดี ดี เจ้าเองก็ผ่านการทดสอบกลายเป็นศิษย์สายในนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

            ว่านอู่เจ๋อรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งตอนแรกเขาตั้งเป้าหมายไว้เพียงแค่ศิษย์สายนอกเท่านั้น แต่ตอนนี้เขากลับสามารถเข้าเป็นศิษย์สายในได้อย่างคาดไม่ถึงการทดสอบทุกคนสามารถผ่านไปได้ด้วยดี พวกเขาสามารถผ่านเข้าเป็นศิษย์สายในได้ทั้งห้าคนจนกระทั่งมาถึงการทดสอบของเฟิ่งหยู

            “ข้าน้อยซิงเหยียนขอรับการทดสอบ”

            เฟิ่งหยูหลอมรวมพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดเข้าด้วยกัน พร้อมๆ กับหลอมรวมพลังแห่งมิติ จนเกิดเป็นลูกบอลขนาดเล็ก ๆ หนึ่งลูกเฟิ่งหยูปาลูกบอลเล็ก ๆ ไปทางเกาะลอยฟ้า ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าห่างออกไปซึ่งเขาคาดว่าคงไม่มีใครอยู่อาศัยเพราะมันมีเพียงก้อนหินไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว

            เมื่อลูกบอลลูกเล็กๆ กระทบโดนเกาะลอยฟ้านั้น ทันใดนั้นเกาะลอยฟ้านั้นพลันหายวับไปกับตาทันทีผู้อาวุโสและเจ้าสำนักต่างพากันลุกขึ้นยืนดูด้วยความตกใจ

            หลอมรวมเข้ากับมิติเจ้าหนูนี่มันทำได้ยังไงกันแค่เรียนรู้เรื่องมิติก็เป็นไปได้ยากแล้วนี่สามารถนำศาสตร์แห่งมิติมาหลอมรวมเข้ากับพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดได้ยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลย

            ทันใดนั้นเจ้าเมืองเอริกที่เดินทางมาถึงได้เข้ามาพบกับเจ้าสำนักอักษรสวรรค์ และกำลังทักทายกันอยู่ ได้พบเห็นเหตุการณ์นั้นเข้าพอดี

            “เฟิ่งหยู”เจ้าเมืองเอริกที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เจ้าสำนักอักษรสวรรค์เอ่ยขึ้นมา

            “ท่านว่าอะไรนะ”

            “ก็ เฟิ่งหยูคนที่ยิ่งลูกบอลเล็ก ๆ ออกไปนั่นไง...”

            “เขาไม่ได้ใช้ชื่อเฟิ่งหยูแต่เขาใช้ชื่อซิงเหยียน ในการเข้าทำการทดสอบขอสำนัก”

            “ข้าคิดว่าเขาคงไม่อยากทำตัวให้เป็นจุดเด่นกระมังท่านเจ้าสำนัก ท่านก็ปิดเรื่องนี้ไว้ด้วย ข้าคิดว่าเขาคงมีเหตุผลที่ทำเช่นนี้”

            “อื่มก็คงเป็นอย่างที่ท่านกล่าวนั่นแหละ หากใช้ชื่อเฟิ่งหยูทุกคนคงจะจับจ้องเขาเป็นพิเศษเขาอาจจะทำอะไรไม่สะดวกจริง ๆ ก็ดีเหมือนกัน ใช้ชื่อซิงเหยียนก็ไม่แปลกอะไรขอเพียงความสามารถของเขาสามารถนำสำนักอักษรสวรรค์ให้กลายเป็นสำนักที่มีชื่อเสียงได้ในภายหน้าก็ถือว่าคุ้มค่าต่อการสนับสนุนเขาแล้ว”

            “ท่านผู้อาวุโสอู๋เจ๋อข้าผ่านการทดสอบหรือไม่”เฟิ่งหยูเอ่ยถามหลังจากเห็นเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายยังคงตื่นตะลึงอยู่เขาเพียงแค่ลองทดสอบหลอมรวมพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดเข้ากับพลังของมิติเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่คิดว่าผลของมันจะออกมาเป็นเช่นนี้

            “ผ่านเจ้าผ่านการทดสอบ เป็นศิษย์ฝ่ายในแล้ว พวกเจ้าทั้งหมดไปรายงานตัวได้แล้ว”

            “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส”

            ว่านอู่เจ๋อรีบเข้ามาหาเฟิ่งหยูในทันที

            “ซิงเหยียนเจ้าทำได้ยังไงกันสอนข้าหน่อยจะได้ไหม ลูกบอลลูกเล็ก ๆ แต่กลับทำให้เกาะลอยฟ้าทั้งเกาะหายไปในพริบตา”

            “เอาเถอะอย่าพึ่งพูดมากเลยรีบไปรายงานตัวแล้วไปหสห้องพักกันเถอะ”

            “จริงด้วยพวกเราได้เป็นศิษย์สายในแล้ว ที่พักของเราก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย  ข้าจะรีบให้คนไปแจ้งพ่อและแม่ของข้าว่าข้าสามารถสอบได้เป็นศิษย์สายในของสำนักอักษรสวรรค์แล้วหากพวกท่านทราบคงจะดีใจไม่น้อย”

    พวกเขาทั้งหกคนรีบเดินทางไปรายงานตัวพร้อมกับเลือกที่พักอาศัยซึ่งที่พักของศิษย์ฝ่ายในจะเป็นบ้านพักส่วนตัว อยู่ห่างกันออกไปเพื่อไม่ให้ใครรบกวนเวลาฝึกฝน พร้อมกับศิษย์รับใช้อีกสองคน 

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734