ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 122 ฝูงสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ที่ทรงพลัง!

            ด้านหน้ามีสัตว์อสูรระดับสูงกำลังเดินเตร่อยู่

            เมื่อเห็นดังนั้นเย่เทียนก็วิ่งเข้าไปและฆ่าสัตว์ระดับสูงด้วยกรงเล็บอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาก็เปิดใช้งานพรสวรรค์กลืนกินโลหิต กินเลือดของสัตว์อสูรระดับสูงเพื่อดูดซับพลังในเลือดมาเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาอย่างรวดเร็ว

            “น่าเสียดายที่วิชากายาโลหิตม่วงไม่สามารถใช้กับร่างของสัตว์อสูรได้มิเช่นนั้นเราคงสามารถกลายเป็นสัตว์อสูรชั้นยอดได้เร็วกว่านี้!”

            เย่เทียนกล่าวด้วยความเสียดาย

            เขายังคงออกค้นหาสัตว์อสูรต่อไป

            ในตอนแรกเย่เทียนไม่ได้มองหาสัตว์อสูรที่ทรงพลังมากนักเป้าหมายของเขาคือสัตว์อสูรระดับสูงและสัตว์อสูรชั้นยอดที่อ่อนแอ

            หลังจากออกล่าอย่างบ้าคลั่งมาสามวันในที่สุดเย่เทียนก็เลื่อนระดับกลายเป็นสัตว์อสูรชั้นยอด ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

            “ตอนนี้เราบินได้แล้ว!”

            เย่เทียนควบคุมร่างกายของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์และใช้พรสวรรค์ในการบินลองบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

            อย่างไรก็ตาม ยิ่งเขาบินสูงขึ้นแรงโน้มถ่วงก็จะยิ่งมากขึ้น เห็นได้ชัดว่าโลกของสัตว์อสูรนี้แปลกแค่ไหน

            เย่เทียนบินออกไปราว 3,000 เมตร ตลอดทางเขามองสังเกตโลกของสัตว์อสูรโดยรอบที่แห่งนี้แตกต่างกับโลกของเขาอย่างสิ้นเชิง

            แต่ก็ต้องยอมรับว่าอสูรในโลกใบนี้แข็งแกร่งมากมีสัตว์อสูรชั้นยอดและสัตว์อสูรระดับราชาเต็มไปหมด บางครั้งเขาก็ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรที่เหนือกว่าระดับราชา

            อีกทั้งโลกของสัตว์อสูรก็มีทรัพยากรมากมายกว่าโลกมนุษย์หลายเท่าในช่วง 15 วันที่ผ่านมา เย่เทียนได้ค้นพบสมุนไพรอายุหลายพันปีจำนวนมากราวกับว่าไม่มีใครต้องการมัน

            นอกจากนี้พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินในโลกของสัตว์อสูรนี้หนาแน่นมากซึ่งมากกว่าโลกภายนอกถึงสามเท่า

            “โลกของสัตว์อสูรคงอยู่มาเนิ่นนานแล้วพลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินจึงหนาแน่นถึงเพียงนี้ สมุนไพรที่ถือกำเนิดมานับพันปีเติบโตที่นี่เป็นเรื่องปกติแต่สัตว์อสูรกลับไม่มีความสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากมันได้ ดังนั้นพวกมันจึงไม่ค่อยสนใจสมุนไพรเหล่านี้มากนัก”เย่เทียนคาดเดา

            หากมนุษย์สามารถบุกเข้ามาในโลกของสัตว์อสูรได้พวกเขาจะได้รับทรัพยากรมากมายจนเกือบจะพูดได้ว่าไร้ขีดจำกัด!

            น่าเสียดายที่โลกของสัตว์อสูรนั้นแข็งแกร่งกว่ามนุษย์มากและมนุษย์ในตอนนี้ก็รู้เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์อสูรแค่เพียงเส้นขน

            เป้าหมายที่เย่เทียนมายังโลกของสัตว์อสูรมีเพียงสองอย่างหนึ่งคือดูว่าโลกของสัตว์อสูรนี้เป็นอย่างไร สองคือเขาอยากจะหาพรสวรรค์ที่มีประโยชน์กับตัวเขา

            เขาสามารถอยู่ในโลกของสัตว์อสูรได้หนึ่งเดือนอีกไม่นานเขาก็จะสามารถใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกได้อีก 2 ครั้ง หากเขาได้เจอกับพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งเขาก็จะสามารถคัดลอกมันมาได้

            ที่นี่คือฐานที่มั่นของสัตว์อสูรแน่นอนว่าการค้นหาพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่นี่มันง่ายกว่าค้นหาในโลกของมนุษย์มากนัก

            ในตอนนี้เขาแค่ต้องอดทนและค้นหามันให้เจอ

            ไม่กี่วันต่อมา ขณะที่เย่เทียนกำลังมองหาพรสวรรค์ของสัตว์อสูรเขาก็ได้พบกับสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์อีกตัว

            สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ตัวนี้แข็งแกร่งกว่าเย่เทียนมากมันเป็นสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชา

            สังคมของสัตว์อสูรประกอบไปด้วยหลายเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันพวกมันจะต่อสู้กันระหว่างเผ่าพันธุ์อยู่เสมอ แต่ในเผ่าพันธุ์เดียวกันพวกมันจะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตรเช่นเดียวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์

            เมื่อเย่เทียนพบสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาตัวนี้ไม่เพียงแต่เขาจะไม่หลบหนี แต่เขากลับมุ่งหน้าเข้าไปหามัน

            หากเขาติดต่อกับสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ได้บางทีมันอาจจะช่วยเขาได้มาก

            หลังจากนั้นไม่นานเย่เทียนก็พบกับสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชา

            “¥#@%@%*%*”

            เมื่อสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาได้พบกับเย่เทียนมันก็ส่งเสียงแปลกๆ ออกมา นี่ไม่ใช่ภาษาเช่นเดียวกับภาษาของมนุษย์ แต่มันเป็นคลื่นเสียงบางอย่าง

            เย่เทียนเข้าใจความหมายของคลื่นนี้โดยสัญชาตญาณ

            “เจ้าเป็นเด็กน้อยจากตระกูลไหน? ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์กำลังจะเปิดแล้วยังเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกอีก!”

            นี่คือความหมายของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์

            “ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์?”

            เย่เทียนรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อยดังนั้นเขาจึงเปล่งคลื่นเสียงออกมาโดยสัญชาตญาณ

            “ข้าหลงทาง!” นี่คือสิ่งที่เย่เทียนพูด

            เมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายเย่เทียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจเขา

            “เจ้าเป็นสัตว์อสูรชั้นยอดแล้วยังหลงทางอยู่อีกเจ้าเด็กน้อยที่น่าสงสาร สมองของเจ้าคงจะมีปัญหาบางอย่าง ตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไปที่ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์!”สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชามองเย่เทียนด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ

            “ได้เลย!”

            เย่เทียนตอบ

            จากนั้นเขาก็ตามสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาไป

            จากการสนทนาก่อนหน้านี้ เขาพบว่าสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาตัวนี้มีสติปัญญาที่ไม่ธรรมดาเป็นรองแค่เพียงมนุษย์เท่านั้น เห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์เป็นเผ่าพันธุ์ที่สูงส่งทั้งยังสูงส่งกว่าสัตว์อสูรส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ

            หลังจากวิ่งไปได้ไม่นาน สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาก็รำคาญการเคลื่อนไหวอันเชื่องช้าของเย่เทียนมันคาบร่างของเย่เทียนและพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงสุด

            ต้องบอกว่าก่อนว่าความเร็วของสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชานั้นรวดเร็วมากมันบินอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้าจนแม้แต่ร่างกายที่แท้จริงของเย่เทียนก็ยังด้อยกว่าสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาตัวนี้

            เพราะสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชานั้นแข็งแกร่งมากมันแข็งแกร่งมากในหมู่สัตว์อสูรระดับเดียวกัน อีกทั้งมันยังมีพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับปานกลางอีกด้วย

            แต่ถึงแม้ว่ามันจะเร็วมากสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ระดับราชาก็ต้องใช้เวลาบิน 5-6 ชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมาย

            “ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์นี่อยู่ไกลมาก!”

            เย่เทียนอุทานออกมา

            หากบินด้วยความเร็วของเขาเองเกรงว่าคงใช้เวลาถึงครึ่งเดือนกว่าจะบินถึงจุดหมาย

            “เห็นแล้ว…”

            เย่เทียนมองไปยังภูเขาลูกใหญ่กว้างใหญ่ไพศาลที่สูงตระหง่านนับแสนเมตรและภูเขาอันกว้างใหญ่ลูกนั้นราวกับกำลังปลดปล่อยแรงกดดันออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เย่เทียนที่อยู่ห่างออกไปสิบลี้รู้สึกหายใจไม่เป็นจังหวะ

            “เจ้าหนู ภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่อนุญาตให้สัตว์อสูรระดับราชาขึ้นไปข้าจะส่งเจ้าแค่นี้ เจ้าเข้าไปคนเดียวเถอะ!”

            สัตว์อสูรกิเลนสวรรค์โยนเย่เทียนเข้าไปในภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์และบินจากไป

            “บัดซบ สัตว์อสูรตัวนี้ใจร้ายมากมันโยนเราทิ้งเหมือนขยะเลย!”

            เย่เทียนปีนออกมาจากหลุมขนาดใหญ่และพูดบ่นอย่างไม่พอใจ

            อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรมาก

            เมื่อเดินเข้าไปในภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์เย่เทียนก็เห็นสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์จำนวนมาก พวกมันเป็นสัตว์อสูรชั้นยอดและสัตว์อสูรระดับสูงเห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังในโลกของสัตว์อสูรนี้

            “ระดับหลุดพ้น!”

            “ระดับหลุดพ้น!”

            “ระดับหลุดพ้น!”

            เย่เทียนใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกตรวจสอบในรัศมี1,000 เมตร และเห็นพรสวรรค์ทางสายเลือดระดับหลุดพ้นมากมาย

            น่ากลัวมาก!

            หากมนุษย์มีพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นมากมายขนาดนี้พวกเขาจะน่ากลัวขนาดไหนกัน!

            “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมนุษย์ถึงเสียเปรียบเสมอเมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพสัตว์อสูรสัตว์ร้ายพวกนี้มันได้เปรียบในด้านพรสวรรค์อย่างแท้จริง แต่ศักยภาพของมนุษย์ก็น่ากลัวเช่นกันตอนนี้เวลาเพิ่งผ่านมาเพียงร้อยกว่าปีเท่านั้น มนุษย์ก็พัฒนามาได้ถึงขนาดนี้ อีกไม่นานลูกหลานของมนุษย์ก็จะมีพรสวรรค์ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆสักวันหนึ่งพวกเราจะเหนือกว่าเผ่าพันธุ์สัตว์อสูร!” เย่เทียนมั่นใจในศักยภาพของมนุษย์และมั่นใจในตัวเขาเอง

            พวกสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ต่างมุ่งหน้าขึ้นไปบนยอดเขาสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์เย่เทียนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ตามพวกมันไป

            ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด บนภูเขาอสูรศักดิ์สิทธิ์จึงไม่สามารถบินได้เย่เทียนพยายามบินด้วยพรสวรรค์ในการบินแล้ว แต่แรงโน้มถ่วงนั้นมากเกินไป ทำให้ความเร็วของเขาช้าลงถึงขีดสุดเขาใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะไปถึงครึ่งทาง

            ในเวลานี้เย่เทียนได้พบกับสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์มากขึ้นทันใดนั้น

            เย่เทียนก็สัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ที่มีพรสวรรค์สูงกว่าเดิม

            [ประเภท : กิเลนสวรรค์

            พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับดารา

            พรสวรรค์ในการป้องกัน : ระดับปานกลาง]

            แม้ว่าสัตว์อสูรกิเลนสวรรค์ตัวนี้จะมีพรสวรรค์พิเศษเพียงหนึ่งอย่างแต่พรสวรรค์ทางสายเลือดของมันก็สูงมาก มันอยู่ในระดับดารา และในอนาคตมันจะสามารถก้าวขึ้นสู่ระดับราชาได้อย่างแน่นอน

            พรสวรรค์เช่นนี้สามารถถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะในหมู่เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรและร่างกายของสัตว์อสูรก็นับว่าไม่ธรรมดา

            แน่นอน

            เย่เทียนครอบครองร่างกายของสัตว์อสูรตัวนี้และเขามีพรสวรรค์อันแข็งแกร่งมากกว่า 10 อย่าง มันเพียงพอที่จะบดขยี้พรสวรรค์ทางสายเลือดระดับดาราได้