ท่ามกลางความตกตะลึงหญิงสาวแซ่ฟางเป็นคนแรกที่รู้สึกตัว เธอจึงหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความอับอายบอกได้เลยว่าการที่เธอเผลอใจถูกดึงดูด ในการกระทําของชายหนุ่มตรงหน้านี้มันเป็นอะไรที่เธอรู้สึกโกรธตัวเองสุดๆ
บ้าจริง!
เธอเผลอถูกเขาดึงดูดไปได้ยังไง?
ฟางหยิงจึงไม่รอช้าที่จะยกก้นของเธอขึ้นยืน และกลับเข้าตัวคฤหาสน์ไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่น้อย
คนอื่นๆที่เริ่มตอบสนองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึงจะไม่เข้าใจว่าหญิงสาวเป็นอะไร แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจเพราะในตอนนี้ความสนใจของพวกเขาอยู่ที่ชายหนุ่มแซ่จางเพียงคนเดียวเท่านั้น
‘ธิดาศักดิ์สิทธิ์หลี่ซือ’ไม่เพียงภาพนี้จะสวยงาม แต่มันยังสมบูรณ์เกินจะติเตียนทั้งยังเหนือชั้นกว่าภาพวาดใดๆบนโลกใบนี้
นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไร!
ชายหนุ่มสุดแสนธรรมดาคนนี้วาดมันได้ยังไง?
อย่างไรก็ตามทั้งสามคนก็ไม่ลังเลเลยที่จะแสดงความชื่นชมออกมา พวกเขายกย่องอีกฝ่ายจากใจจริงและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาสรรเสริญใครมากมายถึงเพียงนี้
จางเจิ้น...เขาคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
ต้วนหยางและพวกต้าชางมองหน้ากันทั้งสามไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นการวาดภาพที่น่าอัศจรรย์จากคนที่ดูแล้วธรรมดาแบบนี้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จางเจิ้นและต้วนหยางได้อําลาพวกต้าชางและเตรียมจากไป
“พ่อหนุ่มจางฉันคนนี้ต้องขอบคุณเธออีกครั้ง ที่มอบผลงานระดับนี้ให้แก่ฉัน’’ทางด้านของต้าชางพูดด้วยความรู้สึกจากใจจริง แล้วมองภาพวาด‘ธิดาศักดิ์สิทธิ์หลี่ซือ’ ด้วยความสุข อย่างน้อยครั้งนี้เขาก็ได้ภาพวาดสวยๆมาประดับที่บ้านของตัวเองแล้ว
ฟางหยวนมองเพื่อนของเขาด้วยความรู้สึกอิจฉานิดๆแต่ด้วยความที่ได้รับภาพ ‘สี่ฤดูผันแปร’ มาแล้ว เขาจึงไม่ได้อะไรกับมันมากและร่วมยินดีไปกับเพื่อนของเขาแทน
จางเจิ้นเพียงหัวเราะเบาๆ
“สําหรับการช่วยเหลือของอาชางในครั้งนี้ก็ถือว่าเหมาะสมแล้วที่ผมจะมอบมันให้กับคุณ อีกอย่างหากผมมีเวลาว่างคุณอาต้องการสักกี่ภาพก็ย่อมได้ เพียงแต่ต้องไม่นําไปหาผลประโยชน์ก็เท่านั้นเอง’’
สําหรับเขาจะวาดกี่ภาพก็ไม่เป็นอะไรแต่ผลงานทางศิลปะนั้นเขาไม่ต้องการให้ใครนําไปหาผลประโยชน์ดังนั้นการให้คนรํ่ารวยอย่างอาชางจะกี่ครั้งก็ไม่เป็นไร
ต้าชางและฟางหยวนที่ได้ยินก็ตกตะลึงพวกเขาไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มคนนี้จะมีจิตใจที่ดีงามเช่นนี้กระทั่งเริ่มรู้สึกอิจฉาผู้เป็นพ่อแม่ของอีกฝ่ายเสียแล้ว
หากลูกชายมีความสามารถขนาดนี้...มีหรือผู้ที่ให้กําเนิดอย่างพวกเขาจะไม่มีความสุข?
น่าอิจฉาจริงๆ!
ไม่ช้าชายหนุ่มแซ่จางและชายหนุ่มแซ่ต้วนก็ได้จากไป
ฟางหยวนจึงพูดขึ้นมาทันที
“พวกเขานิสัยดีจริงๆโดยเฉพาะพ่อหนุ่มจาง นอกจากจะมีความสามารถในการวาดภาพเข้าขั้นปรมาจารย์แล้วเขายังได้ร่วมวิจัยผลงานที่น่าทึ่งกับเพื่อนของเขาอีกไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้หญิงที่ได้เขาไปเป็นพ่อของเด็ก จะต้องมีความสุขอย่างแน่นอน’’
เฮ้อ…
คิดมาถึงตรงนี้ชายแซ่ฟางก็อดถอนหายใจยาวออกมาไม่ได้ พอเขานึกถึงลูกสาวตัวแสบของเขาและท่าทีของเธอที่แสดงออกมาในวันนี้แล้วเขาล่ะปวดหัวจริงๆ
“ก็นะคนดีๆแบบนี้น่ะหายาก การช่วยเหลือเขาไว้นอกจากจะได้เพื่อนแท้แล้วเรายังได้รับประโยชน์มากมายอีกด้วย ทั้งนี้คนอย่างเขาหากเห็นเราเดือดร้อนเขาจะต้องยื่นมือเข้าช่วยอย่างไม่ต้องสงสัย’’ ต้าชางเองก็ได้พยักหน้าเห็นด้วยเขารู้สึกชื่นชอบชายหนุ่มแซ่จางคนนี้เป็นอย่างมาก
แต่ก็น่าเสียดายที่เขาต้องถอนหายใจยาวออกมา
“เฮ้อเสียดายจริงๆที่ฉันไม่มีลูกสาว ไม่อย่างนั้นแล้วคงจะได้ลูกเขยดีๆอย่างเขาเป็นแน่’’
พริบตาชายแซ่ฟางและชายแซ่ต้าก็มองหน้ากันพร้อมถอนหายใจ
เฮ้อ…
ทําไมพวกเขาถึงได้โชคร้ายแบบนี้?
…
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
ติ๊ง
เสียงข้อความแจ้งเตือนดังขึ้น
จางเจิ้นที่ทานอาหารอยู่จึงหยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมา
“ฉันเดาว่านั่นคงเป็นเงินสิบล้านหยวนใช่ไหม?’’ ต้วนหยางที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหัวเราะออกมาวันนี้เพื่อนของเขาได้แสดงให้เขาเห็นแล้วว่าการคุยกับคนใหญ่คนโตเป็นเรื่องง่ายดายแค่ไหนโดยเฉพาะการที่ทําให้คนพวกนั้นยอมรับและช่วยเหลือได้ นับว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
มองข้อความแจ้งเตือนถึงเงินสิบล้านหยวนที่เพิ่มเข้ามาจางเจิ้นก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มใหักับเพื่อนของเขา
“แน่นอนพรุ่งนี้บริษัทของเราจะมีชื่อในทะเบียนแล้ว’’
“นายคิดชื่อไว้รึยังถ้ายังฉันคิดให้ได้นะ?’’ ต้วนหยางหัวเราะออกมาอีกครั้ง ไม่ว่าชื่อจะเป็นแบบไหนเขาก็ยอมรับได้หมดอยู่แล้ว
“ความลับ’’จางเจิ้นหัวเราะตอบ
การสนทนาของชายหนุ่มแซ่จางและชายหนุ่มแซ่ต้วนได้เต็มไปด้วยนํ้าเสียงแห่งความสนุกสนานทั้งสองคนไม่ได้รู้สึกมีความสุขและสบายเช่นนี้มานานแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จางเจิ้นและต้วนหยางได้แยกกันไปทําหน้าที่และธุระของตัวเอง
โดยจางเจิ้นนั้นยังคงเหมือนเคยเช่นทุกวันเขามุ่งตรงกลับบ้านของเขา และทันทีที่มาถึงเขาก็ได้ทักทายเจ้าดํา
เมี๊ยว!
เจ้าดํากวักมือตอบแล้วกระโดดข้ามมา
หนึ่งคนหนึ่งแมวเลยได้เล่นกันอย่างสนุกสนานเหมือนสมัยก่อน
ทําให้จางเจิ้นรู้สึกผ่อนคลายวันนี้เป็นวันแรกที่เขารู้สึกโล่งอกเหมือนยกเอาหินที่ทับอยู่ออกไปแน่นอนว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
ดึงต้วนหยางกลับมาจากความโศกเศร้าได้?
ไม่น่าจะใช่!
แต่ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาจางเจิ้นก็ชอบความรู้สึกนี้ เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
หลังจากที่เล่นกับเจ้าดําเสร็จจางเจิ้นก็กลับเข้ามายังห้องของเขา และเปิด GalaxyTube ขึ้นมา
“ความรู้เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งตอนนี้ด้วยแล้ว...ฉันควรเรียนรู้มันให้ได้มากยิ่งขึ้น!’’
ทันทีที่หน้าจอโปร่งแสงปรากฏแววตาของจางเจิ้นก็เผยความมุ่งมั่นออกมาก่อนที่เจตจํานงอันแรงกล้าจะได้เปล่งประกายให้เห็น
บอกได้ว่านับตั้งแต่ที่เขาได้เรียนรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์ไปชีวิตของเขาก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล
พริบตาเพียงแค่นึกคิด…หน้าต่างมากมายก็เด้งขึ้นมา!
[วิทยาศาสตร์เคมีเบื้องต้น]
[วิทยาศาสตร์เคมีระดับศูนย์]
[วิทยาศาสตร์เคมีระดับหนึ่ง]
…
“เปิด!’’จางเจิ้นสั่งการจากสมองของเขา ก่อนที่วิดีโออันหนึ่งจะถูกเปิดขึ้นมา
วิทยาศาสตร์เคมีเบื้องต้น!
ทันทีที่ภาพตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนไปจิตใจของเขาก็เริ่มจดจ่อไปกับมัน และซึมซับเอาความรู้ทั้งหมดอย่างตั้งใจโดยค่อยๆเปลี่ยนโลกทัศน์ของตัวเองไปทีละช้าๆอีกครั้ง
และไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
ค่าสถานะก็ได้ถูกเรียกออกมา
[วิทยาศาสตร์เคมีระดับหนึ่ง:100%]