บทที่ 165 เอาตัวรอด
อันซูหยวนทำท่าเดินลงบ่อโคลนอีกครั้ง ระหว่างนั้นก็รวบรวมพวกขวดยาและอาวุธที่ลอยอยู่บนบ่อโคลนไปด้วย ถึงจะสกปรกหน่อย แต่ถ้ามีเวลาก็ทำความสะอาดได้อยู่ดี หลังจากนั้นก็ทำเป็นหาลังหนึ่งเจอ ที่จริงแล้วเธอเพิ่งจะเอาออกมาจากคลังของตนเอง
ก่อนหน้านี้ ซูหยวนรวบรวมพวกมันทั้งหมดไปได้กว่า 10 ลัง เอาออกมา 1 ลังก็นับว่ามากพอแล้ว หญิงสาวแบกมันขึ้นหลัง ก่อนจะทำเป็นเดินผ่านหน้าของพวกทหารที่รวมกลุ่มกันไป
“พลธนู?”
“ค่ะ ฉันเจอลังยารักษาที่ยังดีอยู่ อาจารย์เติ้งกำลังอยู่ในวิกฤติ ฉันจะนำยารักษาไปให้อาจารย์ก่อนนะคะ”
“ลังยารักษาหรอ?”
“ใช่ค่ะ พวกพี่ๆทหารต้องการหรือเปล่าคะ ฉันคิดว่าไปรวมกลุ่มตรงที่อาจารย์เติ้งอยู่ดีไหมคะ ที่ตรงนั้นค่อนข้างปลอดภัยค่ะ อีกอย่างอาจารย์ก็โรยผงยาไล่พวกกลายพันธุ์เอาไว้ด้วย น่าจะพอทำให้พวกกลายพันธุ์บางส่วนไม่อยากเข้าใกล้ค่ะ”
“โอ้ มีเรื่องดีๆแบบนั้นด้วยหรอ”
“เอาสิ เธอนำทางไปเลยพลธนูน้อย” พวกทหารได้ยินแบบนั้นก็มีความหวังเพิ่มขึ้นมา พวกเขารวมตัวกันเหลือเพียง 72 คนเท่านั้น ด้วยจำนวนนี้ หากเจอกับการต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์จำนวนมากอีก คงไม่พ้นจะต้องตายเป็นแน่
ถ้ามีพื้นที่ไหนที่โรยด้วยผงไล่พวกกลายพันธุ์เอาไว้ นั่นก็คงจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดให้พวกเขาอีกมาก แล้วก็ในบรรดา 72 คนนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเสียหน่อย เด็กสาวพลธนูคนนี้ช่างคิดดีจริงๆ เธอสามารถไปหายารักษากลับมาจากบ่อโคลนได้อีก เป็นพวกเขา...คงจะไม่กล้าเฉียดไปที่นั่นแล้ว
ซูหยวนพาคนทั้ง 72 คนมาที่ซ่อนของอาจารย์เติ้ง พวกนักเรียนทั้ง 3 คนเมื่อเห็นแบบนั้นก็อุ่นใจขึ้นมาก มีคนมากกว่าก็ย่อมแสดงว่าปลอดภัยมากกว่าไม่ใช่หรือ?
เด็กสาวใช้ยารักษา ทั้งยาแก้ฟกช้ำ ยาฟื้นฟูพลัง ยารักษาการบาดเจ็บและอื่นๆเท่าที่จะให้อาจารย์เติ้งกินได้ สภาพของเขาดูไม่ดีนัก ทหารหลายคนเห็นก็ยังลอบส่ายหน้าให้กันเองเลย ไม่ว่าจะมองอย่างไร...โอกาสรอดชีวิตของเขาก็น้อยมาก
ซูหยวนเองก็ได้แค่หวังพึ่งพากำลังใจของอาจารย์เติ้งเองเท่านั้น แน่นอนว่าเธอก็พยายามช่วยอย่างสุดความสามารถ กระทั่งนำน้ำจากมิติของตนเองมาให้อาจารย์ได้ดื่มไปหลายอึกด้วย
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือไม่ วันต่อมาอาจารย์ก็ได้สติกลับมาจริงๆ สภาพของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังจนหลายคนยากจะเชื่อได้ ซูหยวนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถ้าอาจารย์ไม่เป็นไรก็นับว่าดีแล้ว เธอยังเก็บยาบางส่วนเอาไว้ให้เขาด้วย และก็โชคดีที่มันได้ใช้งานอีกครั้ง
“ตอนนี้ปัญหาของพวกเราก็คือเรื่องน้ำและสารอาหารแล้ว ฉันรู้วิธีในการเอาสารอาหารจากพวกกลายพันธุ์ แต่นั่นหมายความว่าพวกเราจะต้องล่าพวกกลายพันธุ์กันให้ได้ก่อน” ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นมา หลังจากที่ผ่านไป 1 วันแล้ว ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง
ซูหยวนมีน้ำอยู่ในมือหนึ่งกระบอก เธอแบ่งให้อาจารย์ได้ดื่มไปจำนวนมาก และพวกนักเรียนทั้งสามคนอีกคนละนิดละหน่อย ส่วนเธอเอง...แน่นอนว่าต้องได้กินอิ่มหนำอยู่แล้ว
เธอไม่สนใจว่าคนอื่นจะหิวโซจนตายหรือเปล่า แต่สำหรับเธอ...เธอจะต้องได้กินจนพอใจ แน่นอนว่าเธอยังทำเป็นหยิบสารอาหารสังเคราะห์ออกมาให้ทุกคนได้กินด้วย แต่จำนวนที่เธอเอาออกมานั้นมีน้อยจนไม่สามารถแบ่งให้ทหารทั้ง 72 คนได้ ซึ่งพวกเขาเองก็เห็นภาพนี้แล้ว แต่ไม่มีใครคิดจะมาแย่งของจากเด็กสาวคนหนึ่งไป
ในเมื่อเธอเตรียมของตนเองมา ทว่าพวกเขากลับเป็นคนที่ไม่เตรียมพร้อม เช่นนั้นจะโทษใครได้อีก
“พวกเราลองไปหาที่บ่อโคลนนั้นดีไหม บางทีอาจจะยังมีทรัพยากรอะไรเหลืออยู่”
“นั่นสิ เด็กสาวพลธนูไปหาก็ยังได้ลังยามาเลยไม่ใช่หรอ? พวกเราเองก็อาจจะได้อะไรกลับมาบ้างนะ”
“อืม เอาอย่างนั้นก็ได้ แล้วถ้าเจอพวกจระเข้หนามก็ล่าพวกมันมาด้วยเลยก็แล้วกัน”
“เป็นความคิดที่ดี” พวกเขาพยายามหาทางออกของเรื่องนี้ เมื่อซูหยวนได้ยินเธอก็อาสาตัวเองขึ้นมา
“ให้ฉันไปช่วยไหมคะ ฉันมีความสามารถในการระบุตำแหน่งของพวกมัน เผื่อว่าจระเข้หนามซ่อนตัวอยู่ หรือเจอพวกหนามพิษ ฉันจะได้เตือนได้ถูกค่ะ”
“อืม ดี ขอบใจมากกับความเสียสละนี้นะเด็กสาวพลธนู” ชื่อเสียงคำว่า “เด็กสาวพลธนู” นั้นกลายเป็นคำที่พวกทหารที่เหลือรอดเรียกซูหยวน
เธอเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กๆเท่านั้น แต่ใจกล้ามากที่จะย้อนกลับไปยังบ่อโคลนเพื่อหายามารักษาอาจารย์ของตนเอง สำหรับพวกเขาแล้ว คนกล้าหาญแบบนี้สมควรที่จะคบค้าสมาคมด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะเอ็นดูซูหยวนมากขึ้น
อาจารย์เติ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาควรจะเป็นคนออกไปมากกว่า แต่สภาพของเขาตอนนี้...เพียงรอและฟื้นฟูตัวเองให้ดีก็ยังยากเลย สุดท้ายก็ทำได้แค่เตือนซูหยวนกลับไปเท่านั้น
“นี่ไม่ใช่ภารกิจแล้ว ภารกิจล้มเหลวตั้งแต่ที่ผู้นำสั่งให้ถอย ดังนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น ไม่จำเป็นต้องดื้อดึงที่จะต่อสู้ ขอให้เธอหนีทันทีเข้าใจไหม”
“เข้าใจแล้วค่ะอาจารย์” ซูหยวนรับฟังอย่างดี คำพูดของอาจารย์นี้ไม่ได้พูดแค่กับเธอเท่านั้น แต่เขายังพูดมันเพื่อให้พวกทหารคนอื่นๆได้ยินด้วย
อย่าหวังว่าจะใช้นักเรียนของเขามากเกินไป เขาสั่งอนุญาตให้เธอสามารถหนีได้แล้ว ดังนั้นอย่าเอาแต่คิดว่าจะพึ่งพาเธอ นี่ไม่ต่างอะไรกับคำเตือนด้วยซ้ำ พวกทหารที่เหลือส่งเสียงหัวเราะออกมา พวกเขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าพันเอกเติ้งหมายความว่าอะไร
ทั้งหมดค่อยๆลัดเลาะไปอย่างระมัดระวัง ซูหยวนรับอาสาเป็นคนนำทางให้พวกเขา เธอพยายามเลี่ยงไม่ให้พบเจอพวกกลายพันธุ์มากที่สุด แต่ซูหยวนยังพาไปเจอกับตำแหน่งของพืชกลายพันธุ์บ้างเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตเกินไป ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงบ่อโคลนได้อย่างปลอดภัย
“น่าเสียดาย...”
เมื่อพวกเขามาถึง ภาพที่เห็นก็คือภาพของเศษซากชิ้นส่วนจำนวนมาก ทั้งสะพาน ทั้งเศษของทรัพยากรทั้งหลาย ซึ่งหลายอย่างใช้การไม่ได้แล้ว แต่ในบรรดาพวกนั้นก็ยังมีของที่ใช้งานได้อยู่
“มีตำแหน่งที่พวกหนามพิษอยู่ด้วยนะคะ ตรงนั้นแล้วก็ตรงนั้นค่ะ ส่วนจระเข้หนามไม่มีซ่อนตัวนะคะ” ซูหยวนตรวจสอบและบอกตำแหน่งให้พวกเขา
ทหารเหล่านั้นพยักหน้ารับ ทุกคนเชื่อใจซูหยวนเป็นอย่างดีเพราะถึงอย่างไร พวกเขาก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนักอยู่แล้ว ต่อให้งมหาเอาเอง พวกเขาก็ต้องเสี่ยงเจอกับสิ่งไม่คาดฝันอยู่ดี
พวกเขาไม่เหมือนซูหยวนที่เลือกเอาแต่สภาพกล่องคุณภาพดีกลับไป ทุกคนพยายามหาสิ่งที่ใช้ได้ กระทั่งลูกธนูที่จมน้ำอยู่ พวกเขาก็ยังงมเก็บกลับมาให้เธอเลย
ยามากมายที่จมอยู่ในโคลน หรือลังข้าวของทั้งหลายก็ถูกงัดขึ้นมาด้วย ซูหยวนได้แต่ทึ่งกับความพยายามของพวกเขาเท่านั้น และดูเหมือนโชคจะยังเข้าข้างทุกคนอยู่ เพราะในลังที่พวกเขางัดขึ้นมาจากบ่อโคลนได้สำเร็จนั้น มีน้ำและสารอาหารสังเคราะห์อยู่ด้วย
“โชคดีที่พวกเราไม่ต้องกินเนื้อจระเข้หนามนะ ฮ่าๆ” พวกเขาหัวเราะออกมาอย่างดีใจ
ถึงแม้ว่าจะมีวิธีในการขจัดพิษของสัตว์กลายพันธุ์อยู่ แต่มันก็ต้องแลกมากับการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง แถมยังเป็นการเพิ่มพิษในร่างกาย เป็นภาระให้ต้องไปจัดการกันในภายหลังอีก ดังนั้นเมื่อเจอสารอาหารสังเคราะห์ที่ยังกินได้แบบนี้ พวกเขาก็ย่อมต้องมีความสุขมากกว่า
ซูหยวนได้แต่ยินดีกับความโชคดีของพวกเขา เธอพยายามช่วยทุกคนยกข้าวของขึ้นมาจากบ่อโคลน ด้วยพลังงานที่มากของเธอ ทำให้แรงของซูหยวนไม่ได้ต่ำเลย
“เด็กสาวพลธนู เธอไม่ต้องทำงานหนักเกินไปก็ได้นะ เดี๋ยวอาจารย์จะบ่นพวกเราอีก”
“นั่นน่ะสิ แค่มาบอกตำแหน่งของพวกกลายพันธุ์ให้ก็พอแล้ว มาๆ ให้พวกเรายกของพวกนี้เอง แล้วก็นี่...พวกเราหามาให้เธอ” พวกทหารไม่อยากให้เธอทำงานมากเกินไป นอกจากนี้ธนูจำนวนมากที่พวกเขาพยายามเก็บรวบรวมมา แท้จริงแล้วก็เพื่อให้เธอ
ซูหยวนรับมาอย่างไม่เกรงใจ เป็นนักธนู...มีธนูอยู่บนหลังย่อมทำให้มั่นใจมากกว่า แม้ว่าเธอจะมีธนูที่ได้จากจูหลิวหลี่ซึ่งเป็นธนูใช้พลังงาน เมื่อใช้งานแล้วมันจะวนกลับมาหาเจ้าของพลังงานนั้นอีกครั้งก็เถอะ แต่ของล้ำค่าแบบนั้นจะเอาออกมาใช้มั่วๆได้อย่างไร
ถ้าไม่ใช่จวนตัวจริงๆ ซูหยวนก็อยากจะเก็บเอาไว้ ใช้เป็นไพ่ลับสุดท้ายก่อนที่จะหนีเข้าฟาร์มล่ะนะ...
พวกเขานำข้าวของมาแจกจ่าย ยังมีส่วนของอาจารย์เติ้งและซูหยวนด้วย ทำให้พวกเธอไม่ต้องประหยัดสารอาหารที่ใช้ฟื้นฟูร่างกายอีกแล้ว
อาจารย์เติ้งถอนหายใจออกมา เขาในตอนนี้ไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย ทำได้แค่พึ่งพาคนอื่น และพยายามฟื้นฟูตัวเองให้ได้มากที่สุดก็เท่านั้น
“พวกเราได้รับสัญญาณจากทางกองทัพแล้ว พวกเขากำลังจะมาช่วยในอีก 3 วันข้างหน้า เนื่องจากต้องรวบรวมคนและจัดเตรียมกำลังเพื่อรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ระหว่างนี้ขอให้พวกเราซ่อนตัวกันไปก่อน”
หน่วยเก็บกู้ฉุกเฉินนั้นแจ้งข่าวกลับมาแล้ว อย่างไรก็ตาม...รวมกับที่ผ่านมา เท่ากับพวกเขาต้องการให้ผู้ประสบภัยรอถึง 5 วัน นับเป็นจำนวนที่นานมากจริงๆ ซูหยวนยังคิดว่าถ้ามีคนต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนมากๆ คงจะไม่พ้นเจอกับความตายก่อนเป็นแน่
ถ้าไม่ติดที่ว่าข้างหน้ามีแต่พวกกลายพันธุ์ที่เธอไม่รู้จัก ซูหยวนคงจะเสี่ยงพาทุกคนย้อนกลับไปทางเดิมแล้ว น่าเสียดายที่ระยะทางมันไกลเกินไป ถ้ามีพวกกลายพันธุ์ที่มีประสาทการรับรู้ที่ดี เธอก็คงจะพาพวกเขาไปตายเท่านั้น
แทนที่จะต้องรับผิดชอบชีวิตของทุกคน สู้อยู่ที่นี่อย่างปลอดภัยคงจะดีกว่า อีกอย่าง...รอบๆนี้กลายเป็นตำแหน่งที่พวกกลายพันธุ์น้อยที่สุดแล้ว จากการเคลื่อนไหวของจระเข้ใหญ่สีแดงตัวนั้น มันทำให้สัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากหนีตายกันจ้าละหวั่น แม้แต่จระเข้หนามมากมายก็เป็นได้แค่อาหารรองท้องของมันเท่านั้น
หากมองดูตำแหน่งอื่นๆ บริเวณนี้กลับเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว เพียงแต่...ปัญหาก็ยังมีอยู่เช่นกัน
“อาจารย์คะ แล้วพวกตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์...” ซูหยวนกระซิบถามคนเป็นอาจารย์ เรื่องที่ราชินีตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์กำลังวางไข่ มีคนรู้ไม่มากนัก อาจารย์ให้เก็บเป็นความลับ ดังนั้นจึงให้พวกทหารคนอื่นๆรู้ไม่ได้
อาจารย์ได้ยินคำถามนี้ก็ขมวดคิ้ว ตอนนี้ก็จวนจะได้เวลาที่ราชินีของตั๊กแตนน้ำกลายพันธุ์จะวางไข่เสร็จแล้ว หากพวกเขาโชคร้ายจริงๆ....อาจจะกลายเป็นได้แค่อาหารให้ราชินีของพวกมันก็ได้ แต่ถ้าโชคดีหน่อย...จำนวนเพียงเจ็ดสิบกว่าคนไม่ได้ดึงดูดพวกมันเกินไป ก็อาจจะทำให้รอดตายได้
“อาจารย์คะ เรื่องนี้ฉันคิดว่าควรจะบอกกับทุกคนนะคะ” หวังเป่าเป้ยคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา
“ถ้าเราบอกกับคนอื่นๆ บางทีอาจจะช่วยกันหาทางป้องกันได้” เธอย้ำอีกครั้ง อาจารย์ไม่สามารถต่อสู้ได้แล้วในตอนนี้ ดังนั้นความปลอดภัยทั้งหมดก็มีแต่ต้องหวังพึ่งพาคนอื่นๆเท่านั้น
หวังเป่าเป้ยเป็นห่วงอาจารย์มากที่สุด ต่อให้เธอจะเจอกับอันตรายก็ไม่เป็นไร แต่อาจารย์นั้นไม่เหมือนกัน...เธอสามารถใช้ชีวิตของตนเองแลกกับชีวิตอาจารย์ได้ แต่ก็กลัวแค่ว่ามันจะไม่พอเท่านั้น
“ฉันก็คิดเหมือนกันค่ะ” ซูหยวนเองก็เห็นด้วย ตอนนี้ไม่มีภารกิจอะไรให้ทำแล้ว พวกเขามีแต่ต้องเอาชีวิตรอดกลับออกไปให้ได้ก็เท่านั้น ดังนั้นการเปิดเผยเรื่องทั้งหมดจะเป็นการดีกว่า อย่างน้อยๆก็ร่วมกันติดสินใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี
ชีวิตของพวกเขา พวกเขาก็ควรจะมีโอกาสได้เลือกด้วย
“อืม...” อาจารย์คิดอยู่นาน สุดท้ายก็ทำได้แค่พยักหน้ารับเท่านั้น
เมื่อได้รับการอนุญาตจากอาจารย์ หวังเป่าเป้ยก็รับหน้าที่นี้ไปบอกกับทุกคน แน่นอนว่าทันทีที่พวกเขารู้...บรรยากาศทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นหดหู่ทันที
“หรือพวกเราทุกคนจะไม่สามารถรอดตายกลับไปได้งั้นหรอ?”
“อุตส่าห์คิดในแง่ดี สุดท้ายกลับมีเรื่องแบบนี้ที่พวกเราไม่รู้อยู่ด้วย เหอะ!”
“ไม่รู้จะต้องพูดอะไรออกมาดีเลย หรือพวกเราควรจะส่งข่าวบอกครอบครัวให้ดูแลตัวเองล่ะ” พวกเขาแต่ละคนพูดประชดชีวิตกันขึ้นมา แต่ก็ยังมีบางคนที่คิดในแง่ดีอยู่
“ไม่แน่ว่าราชินีของมันอาจจะไม่สนใจพวกเราก็ได้”
“ใช่ บางทีอาจจะมีไข่เยอะจนวางไข่ไม่เสร็จใน 3 วันนี้ก็ได้” แม้จะมีคนพูดแบบนั้น แต่ส่วนใหญ่ทุกคนก็ยังคิดในแง่ร้ายอยู่ดี
“มาเถอะ อย่าเพิ่งตัดพ้อกับชีวิตเลย ตอนนี้พวกเราควรจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ อีกแค่ 3 วันเท่านั้น พวกเราจะต้องอยู่กันให้ปลอดภัยให้ได้!” ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นมา เรียกสติของทุกคนกลับมาได้
………………………………