ขณะที่หลิวชิงหยู่เดินเข้าไปข้างในก็พูดขึ้นว่า “ใครบอกว่าหลิวชิงหยู่เป็นพวกกระจอก นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันเคยได้ยินคำนี้ ฉันหลิวชิงหยู่อยู่ตรงนี้แล้ว คนที่พูดกล้ายอมรับหรือเปล่า ถ้ากล้าก็แสดงตัวออกมา"
ในขณะที่พูดหลิวชิงหยู่ก็เดินไปหา จ้าวไห่ป๋อ และตบไหล่ของเขาเบาๆ พลางพูดว่า “อืม จ้าวไห่ป๋อ ในฐานะที่เป็นผู้ชายคุณต้องหนักแน่น เพื่อประโยชน์และสิทธิ์ของคุณเอง และคุณจะได้รับการปกป้องตามกฎหมาย ในกวนซาน ในประเทศจีนของเราทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายมิฉะนั้นจุดจบย่อมไม่สวยแน่ ไม่ต้องกังวล ผมหลิวชิงหยู่อยู่นี่แล้ว ผมจะไม่ให้ใครข่มเหงคุณเป็นอันขาด”
หลิวชิงหยู่พูดพร้อมจ้องไปยังหลัวกัง
หลัวกังมองไปยังหลิวชิงหยู่ เขาเคยได้ยินลูกพี่เซี่ยเหล่าลิ่วของเขาบอกไว้ว่า หลิวชิงหยู่แม้จะอายุน้อย แต่ก็ต้องระมัดระวังเอาไว้ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้คิดว่าจะมาพบหลิวชิงหยู่ แต่เมื่อมาพบเขาก็ได้รู้ว่า หลิวชิงหยู่เด็กกว่าที่เขาคิดไว้มาก หลิวชิงหยู่ที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นคนตัวสูง คล้ายกับเป็นนักศึกษามหาลัย แต่เด็กแบบนี้กลับเป็นนายกเทศมนตรีได้ ต่อจากนั้นเมื่อเขานึกถึงสิ่งที่หลิวชิงหยู่พูด ใบหน้าของเขาก็หมองลงทันที “แกคือหลิวชิงหยู่สินะ ฉันนี่แหละบอกว่าแกกระจอก แกจะทำอะไรกับฉันได้”
ในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นหลิวชิงหยู่หรือหลัวกัง ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าในหมู่ผู้คนมีคนแอบถ่ายวิดีโอตั้งแต่หลิวชิงหยู่ก้าวเข้ามาแล้ว และในขณะเดียวกัน ในรถตู้ที่อยู่ไม่ไกล ก็มีชายหมวกแหลมคนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในรถพร้อมถ่ายวิดีโอไปที่หลิวชิงหยู่
ตอนนี้ถ้าหลิวชิงหยู่ไม่ได้เป็นนายก เขาคงจะซัดปากฝ่ายตรงข้ามไปนานแล้ว เพราะการดูถูกเขาเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทนเฉยได้ แต่ตอนนี้หลิวชิงหยู่ตระหนักดีว่าเขาเป็นนายกเทศมนตรี เขาต้องรับผิดชอบชีวิตชาวบ้านกวนซาน และชาวบ้านหมู่บ้านหยูฉู่ เขาต้องมาระงับไม่ให้เกิดขึ้นเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้นเขาจึงกัดฟันทนเอาไว้
หลิวชิงหยู่เหลือบไปมองหลัวกังอย่างเย็นชาแล้วพูดด้วยเสียงทุ้มๆ ว่า “แกคือคนที่ดูแล ไห่เยว่กรุ๊ปใช่ไหม”
หลัวกังพยักหน้าแล้วบอกว่า “ใช่ ไห่เยว่กรุ๊ปอยู่ในการดูแลของฉัน หลิวชิงหยู่แกเป็นนายกทำไมไม่หมุดหัวอยู่ที่สำนักงาน จะมาที่นี่ทำไม งานที่นั่นมีไม่พอหรอ? "
หลิวชิงหยู่มองไปยังหลัวกังแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ชาวบ้านหมู่บ้านหยูฉู่ของฉัน ถูกบางคนจากไห่เยว่ทุบตีในฐานะนายกฉันไม่สามารถนิ่งเฉย ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้ชาวบ้านถูกตีต่อหน้าต่อตา ฉันมีทางเลือกให้แกสองทาง ทางแรกวางอาวุธแล้วยอมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ แล้วแกจะมีโอกาสรอดตัว มิฉะนั้นถ้าพวกแกดื้อรั้นขัดขืนโทษจะยิ่งหนักขึ้น”
ได้ยินหลิวชิงหยู่พูดแบบนั้น หลัวกังก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “หลิวชิงหยู่ แกนี่เป็นนายกที่ไร้เดียงสาจริงๆ มาขอให้เรายอมจำนนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หรอ แกคิดว่าแกจะทำได้หรอ ต่อให้ผู้ว่าการเทศมณฑลจิงหลินมาเอง ฉันก็ไม่ยอมแล้วนับประสาอะไรกับแก แกกลับไปสำนักงานซะอยู่ที่นั่นอย่าได้ออกมาเพ่นพ่านอีก ถ้าพวกฉันเผลอทำร้ายแก ก็เป็นเพราะว่าแกมันไร้เดียงสารนหาที่ยังไงล่ะ แกควรปิดหูปิดตาก้มหน้าทำงานตัวเองไป สำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างแกควรรู้จักประมาณตน แกนี่ไร้เดียงสาสมคำร่ำลือจริงๆ ”
หลิวชิงหยู่ยิ้มจางๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “โทษทีนะ หลิวชิงหยู่คนนี้ไม่ใช่คนขี้ขลาด ตั้งแต่ที่ฉันเลือกเดินเส้นทางนี้ เป้าหมายฉันก็คือการช่วยเหลือประชาชน แกกล้าทำร้ายชาวบ้านผู้คนก็เท่ากับว่าแกทำร้ายฉัน ฉันจะอยู่เฉยๆได้ยังไง ฉันไม่สนใจว่าแกเป็นใครใหญ่มาจากไหน แต่ฉันขอแนะนำ จุดชมวิวของภูเขาชุ่ยผิง เป็นโครงการที่น่าสนใจ และมีช่องทางสุจริตทำเงินมากมาย แกควรตัดสินใจให้ดี อย่าเลือกทางผิดมิฉะนั้นแกจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
หลัวกังหัวเราะแล้วพูดทันทีว่า “หลิวชิงหยู่ จะบอกให้เอาบุญนะ ฉันคือหลัวกัง พี่น้องของฉันเรียกฉันว่า บาทาวายุ ฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ไสหัวออกไปซะมิฉะนั้นอย่าหาว่าพวกเรา ไห่เยว่กรุ๊ปไม่สุภาพ” หลัวกังพูดด้วยดวงตาประกายเย็นชา
ในขณะนี้ลูกน้องของหลัวกังก็จับอาวุธแน่นแล้วมองไปยังหลิวชิงหยู่ด้วยสายตาโหดเหี้ยม
เมื่อเห็นสถานการณ์แบบนี้ ใบหน้าของหลิวชิงหยู่ก็มืดมนมาก เขาพูดอย่างเย็นชาว่า “หลัวกัง แกหยิ่งผยองเกินไป แกรู้หรือไม่ว่าฉันเป็นใคร ฉันคือนายกเทศมนตรีตำบลกวนซาน แกพูดแบบนี้แสดงว่าไม่เห็นคณะกรรมาธิการของเทศบาลกวนซานอยู่ในสายตางั้นสินะ”
หลัวกังยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “หึหึ หลิวชิงหยู่คิดว่าฉันทำอะไรแกไม่ได้หรือ แม้แกจะเป็นนายกตำบลกวนซาน แต่พวกฉันเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลในจิงหลิน แกเป็นแค่นายกตำบลกระจอกๆ เท่านั้น แกเชื่อไหมว่าฉันสามารถหาคนมากระทืบแกได้ด้วยการโทรเพียงครั้งเดียว”
หลัวกังโอหังมาก ในความคิดของเขา นอกจากเสวี่ยเหวินหลงแล้วในจิงหลินเขาไม่ต้องสนใจใครทั้งนั้น ในความคิดของเขาเสวี่ยเหวินเราใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็จัดการกับหลิวชิงหยู่ได้
หลิวชิงหยู่หัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “ฉันไม่จำเป็นต้องเชื่อคนน้ำหน้าอย่างแกหรอก แม้ว่าตำแหน่งของฉันจะเล็ก แต่ฉันก็ไม่กลัวใครหน้าไหน ฉะนั้นทำไมแกไม่ลองโทรจริงๆ ล่ะ”
หลิวชิงหยู่รู้ว่าหลัวกังเป็นอันธพาลข้างถนนตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งเขาก็หวังว่าหลัวกังจะกล้าโทร เพราะเขาจะได้ยืนยันว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังหลัวกัง
อย่างไรก็ตามหลัง มือขวาของหลัวกังก็ได้มีสายโทรเข้ามา เขากระซิบคุยอยู่สองสามนาที จากนั้นหลิวกังก็มองไปยังหลิวชิงหยู่ด้วยความโกรธเขากระชับท่อเหล็กในมือแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หลิวชิงหยู่ แกเก่งมากที่กล้าล้อเล่นเรื่องไร้สาระ ฉันจะถามแกเป็นครั้งสุดท้ายแกจะหลีกทางไปหรือไม่”
ใบหน้าของ หลิวชิงหยู่จมดิ่งลง เขาพูดด้วยความโกรธว่า “หลัวกัง คนที่ถอยควรเป็นพวกแกมากกว่า แล้วพวกแกก็ควรปฏิบัติตามกฎหมาย ดังนั้นรีบไสหัวออกไปจากหมู่บ้านหยูฉู่ซะ”
“ไอ้บัดซบ! หลิวชิงหยู่ ถ้าแกไม่เห็นโลงศพคงไม่หลั่งน้ำตา พี่น้องทั้งหลายอัดพวกมันซะ เอาตัวหลิวชิงหยู่ จ้าวไห่ป๋อมาให้ฉัน” หลัวกังตะโกนแล้วฟาดเหล็กลงกับพื้น
คนอื่นๆ เมื่อเห็นแบบนั้นก็จับไม้แล้ววิ่งเข้าใส่หลิวชิงหยู่ กับถังจื่อหย่งทันที หลิวชิงหยู่เห็นเช่นนั้นก็ตั้งหลักเตรียมตัวรับ หลัวกัง
ตำรวจชราทั้งสองคนเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็วิ่งขึ้นรถตำรวจแล้วขับหนีไป ส่วนตำรวจหนุ่มหยิบกระบองขึ้นมาแล้วกล่าวกับหลิวชิงหยู่อย่างเคร่งขรึม “นายกหลิว ท่านควรไปซ่อนตัว อีกฝ่ายมีคนมากมายมากเกินไป อาจจะทำให้ท่านได้รับบาดเจ็บ”
หลิวชิงหยู่ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ไม่ต้องห่วงผม ไปปกป้องพวกชาวบ้านเถอะ ผมไม่สามารถปล่อยให้คนพวกนี้ทำตามอำเภอใจได้อีกต่อไป” หลิวชิงหยู่พูดจบก็พุ่งเข้าไปคว้าจับท่อเหล็กที่อีกฝ่ายถือในมือก่อนจะพลิกหมุนเพื่อทำการปลดอาวุธ จนอีกฝ่ายล้มกลิ้งเป็นลูกขนุน
ตำรวจหนุ่มทั้งสองเห็นแบบนั้นก็ไม่กล้ารอช้าพวกเขาตามหลิวชิงหยู่เข้าไปควบคุมสถานการณ์
ในขณะนี้ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงผู้คนก็เริ่มหนีหาที่หลบซ่อน พวกเขารู้ดีว่าคนต่อไปอาจเป็นพวกเขา แต่ถึงอย่างนั้นที่ดินก็ไม่ได้สำคัญเท่าชีวิต แม้พวกเขาจะกังวลเรื่องหลิวชิงหยู่ แต่ก็ทำได้แค่คอยภาวนา หวังว่าจะไม่เกิดอันตรายกับหลิวชิงหยู่
ในขณะนี้เมื่อเห็นหลิวชิงหยู่เปิดฉากสู้ ชายที่ซ่อนตัวอยู่ในรถก็เกิดความตื่นเต้น เขาโฟกัสกล้องไปหาหลิวชิงหยู่เป็นระยะๆ เพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์ที่หลิวชิงหยู่ลงมือ ในขณะเดียวกัน คนที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนเมื่อหามุมได้ก็ทำการบึนทึกเหตุการณ์ต่อไป
หลิวชิงหยู่แข็งแกร่งมาก เขาสามารถกดอีกฝ่ายลงพื้นได้อย่างต่อเนื่อง แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น จู่ๆ ก็มีนักเลงคนหนึ่งหยิบทรายขึ้นมาแล้วขว้างใส่หน้าหลิวชิงหยู่
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีหลิวชิงหยู่จึงหันหน้าหลบแต่อีกด้านก็มีทรายโยนเข้ามาเช่นกัน และเพราะจังหวะนั้นมีลมหนุนทำให้ทรายพัดเข้าตา จนเขาไม่สามารถลืมตาขึ้นได้
ในตอนนี้หลัวกังที่ถือท่อเหล็กไว้ในมือก็เหวี่ยงท่อเหล็กเล็งไปบริเวณหัวของหลิวชิงหยู่