กำเนิดราชันย์นักล่า

    ตอนที่ 12 ดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจ 1

    หลังที่อิกนัสได้คุยกับลูฟัส ก็ทำให้เขารู้ว่าลูฟัสนั้นเป็นนักล่าระดับทองแดงสามดาวซึ่งกำลังจะไปหาเหยื่อสำหรับเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตที่ดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจเหมือนกับเขา ซึ่งเมื่อได้รู้อย่างนั้นทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะไปล่าเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตด้วยกันในวันพรุ่งนี้
    หลังจากที่คุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน ซึ่งอิกนัสก็ได้มุดเข้าไปที่เต็นท์ของเขา ส่วนลูฟัสนั้นไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยจึงนอนกับเจ้าเบลซที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆกัน
    เช้าวันรุ่งขึ้น...
    อิกนัสมุดออกจากเตียงมาก็เห็น ชายแปลกหน้าคนเมื่อวานที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้กับเจ้าเบลซ ทำให้เขาคิดว่า ชายคนนี้คงไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ซึ่งเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขา จากนั้นจึงทำธุระส่วนตัวแล้วจึงเตรียมอาหารเช้าสำหรับทุกคน
    กลิ่นเนื้อย่างอันหอมกรุ่นลอยออกไป ทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นถึงกับเคลิบเคลิ้มไปเลยทีเดียว ลูฟัสที่ได้กลิ่นของเนื้อย่างก็ตื่นขึ้นมาย่างรวดเร็ว พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับเพื่อนใหม่ของเขา
    อิกนัสที่ได้เห็นดังนั้นก็ได้แต่ส่ายหัว และไม่ได้พูดอะไรออกมา เขายื่นเนื้อย่างให้ลูฟัสกับเจ้าเบลซคนละชิ้นพร้อมกับกินส่วนของตัวเขาเอง
    เมื่อกินอาหารเช้าแล้วเสร็จ พวกเข้าก็เก็บข้าวของเตรียมที่จะเดินทางเพื่อไปดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจ เมื่อเก็บข้าวของเสร็จพวกเขาขึ้นขี่เจ้าเบลซไปเพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
    การเดินทางไปดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจนั้นไม่ได้ไกลมากนัก ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยเดินทางจากที่ทุ่งหญ้าที่เข้าอยู่ไปทางทิศเหนือ จะพบกับปราสาทที่จมลงสู่พื้นดินซึ่งเป็นที่ตั้งของดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจ ตามแผนที่ที่เขาซื้อมา
    หลังจากที่พวกเขาเดินทางมาถึงพวกเขาก็พบกับปราสาทหลังหนึ่ง ซึ่งตัวปราสาทจมลงไปในพื้นดิน มีส่วนยอดของปราสาทที่โผล่พ้นออกมาจากพื้นดินไม่มากนัก ส่วนยอดปราสาทที่พ้นออกมานั้นถูกพันไปด้วยเถาไม้เลื้อยต่างๆมากมาย ชวนให้รู้สึกชนหัวลุก บริเวณโดยรอบของปราสาทที่จบอยู่ถูกล้อมรอบไปด้วยอักขระเวทมนตร์ถึงสามชั้น เป็นวงจรเวทที่ป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรในดันเจี้ยนเล็ดรอดออกมา เป็นวงจรเวทที่มีมาตั้งแต่โบราณกาลไม่มีใครรู้ว่าผู้ที่สลักวงจรเวทเป็นใคร ไม่มีใครรู้ว่าวงจรเวทเหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมือไร แต่เมื่อมีดันเจี้ยนเกิดขึ้นบนโลกอัชวาลแห่งนี้ก็จะมีวงจรเวทนี้กำกับดันเจี้ยนอยู่เสมอๆ
    เมื่อพวกเขาเข้ามาให้กับตัวปราสาทก็จะพบกับซุ้มประตูที่อยู่ด้านหน้าตัวปราสาทเป็นซุ้มประตูที่สร้างจากอิฐเช่นเดียวกับตัวปราสาท ตัวอิฐของซุ้มประตูสลักด้วยวงจรเวท เมื่อมองผ่านเขาไปของในประตูเป็นสีดำสนิท ทำให้ไม่สามารถมองเห็นข้างในของดั้นเจี้ยนได้
    หลังจากที่สำรวจรอบข้างดันเจี้ยนเสร็จแล้วอิกนัสและลูฟัส ก็เตรียมที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนทันที อิกนัสนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะเขาไม่ใช่ตนของโลกใบนี้ เขาเป็นคนที่มาจากโลกที่ต่างออกไป และนี่เป็นการตระลุยดันเจี้ยนครั้งแรกของเขาบนโลกใบใหม่ที่เขาไม่คุ้นเคย
    อิกนัสให้เจ้าเบลซเดินนำเข้าไปในดันเจี้ยน ตามด้วยลูฟัสและเขา
    เมื่อพวกเขาไปภายในดันเจี้ยน อิกนัสก็พบว่ามันต่างจากที่เขาคิดไว้มากเลยทีเดียว ภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้อับชื้น มีแสงสว่างเพียงพอให้พวกเขามองเห็นอยู่บ้างสลัวๆ ภายในกว้างใหญ่กว่าที่เขาเห็นภายนอกอยู่มากเลย เมื่อมองออกจะเขาก็เห็นหุ่นเชิดหลากหลายชนิดที่เดินโงนเงนอยู่เต็มไปหมด
    “เฮ้...นายพร้อมไหม เหยื่อเมล็ดพันธุ์แห่งที่ชีวิตที่นายต้องการคือหุ่นเชิดหกแขนใช่รึเปล่า เรายังต้องเข้าไปลึกกว่านี้อีกนิดถึงจะเจอตามที่แผนที่บอกไว้” ลูฟัสพูดขึ้นขณะที่มองอิกนัสที่ยืนเหม่ออยู่
    เมื่อได้ยินเสียงของลูฟัสอิกนัสก็พยักหน้า แล้วเดินตามเพื่อนของเขาไป
    ในระหว่างทางที่เดินไปลูฟัสก็ได้ใช้วิชาหอกของเขาจัดการกับหุ่นเชิดที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างง่ายดาย เนื่องจากเป็นหุ่นเชิดระดับทองแดงหนึ่งดาวเท่านั้นแถมหุ่นเชิดพวกนี้ยังมีร่างกลายที่เป็นไม้ซึ่งอ่อนแอกว่าหุ่นเชิดตัวอื่นๆในดันเจี้ยนนี้อีกมาก ซึ่งระว่างที่เดินไปลูฟัสและเจ้าเบลซก็จัดการหุ่นเชิดไม้ไปหลายตัว ซึ่งเมื่อจัดการสัตว์อสูรในดันเจี้ยนได้มันจะสลายหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ผลึกอสูร
    ซึ่งอิกนัสที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้มากนักเป็นคนเก็บรวบรวมไว้เพื่อแบ่งกันในภายหลัง
    หลังจากที่เดินลึกเข้ามาภายในดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจชั้นที่หนึ่ง พวกเขาก็พบกับเป้าหมายของอิกนัส หุ่นเชิดหกแขน เป็นหุ่นเชิดที่เกิดจากกระดูกของมนุษย์และสัตว์อสูรผสมกับชิ้นส่วนบางส่วนบนตัวหุ่นเชิดหกแขนที่เป็นโลหะ ลำตัวของหุ่นเชิดหกแขนนี้ห่อหุ้มด้วยแผ่นโลหะ พร้อมกับมีกระดูกแขนของมนุษย์อีกหกข้างยื่นออกมาตามลำตัว ส่วนหัวเป็นกะโหลกของสัตว์อสูรต่างๆ
    “อิกนัส นายต้องจัดการเองนะ ชั้นจะคอยกันหุ่นเชิดตัวอื่นไว้ให้” ลูฟัสพูดขึ้นขณะที่มองไปที่อิกนัส
    “ผมรู้แล้วล่ะ นายคอยกันตัวอื่นๆให้ผมก็พอ” “เบลซใช้พลังโลหิตจัดการมันเลย”อิกนัสพูดพร้อมกับสั่งเจ้าเบลซให้จัดการกับหุ่นเชิดหกแขน จากนั้นจึงหยิบปืนขึ้นมายิงสนับสนุนเจ้าเบลซ
    “ปัง! ปัง! ปัง!” เสียงปืนของอิกนัสดังสนั่น อิกนัสยิงเข้าใส่ลำตัวของหุ่นเชิดหกแขน ส่วนเจ้าเบลซก็ใช้หอกโลหิตโจมตีเข้าใส่เช่นกัน หนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องโจมตีใส่หุ่นเชิดหกแขนไม่ยั้ง
    “ตุบ” เสียงของหุ่นเชิดหกแขนที่ล้มลงไปกับพื้น แต่ไม่นั้นมันยังคงไม่สลายไป จึงทำให้อิกนัสรู้ว่ามันยังไม่ตาย
    “เบลซกดมันไว้กับพื้น” อิกนัสสั่งเจ้าเบลซ
    จากนั้นเขาให้ปืนของเขารับพลังชีวิต ปืนในมือเปล่งแสงสีส้มรับพลังชีวิตเข้าไป แล้วชาร์ตพลังเตรียมยิงกระสุนพลังชีวิตลูกใหญ่ใส่หุ่นเชิดหกแขนเพื่อปิดฉาก
    เจ้าเบลซที่กดแขนของหุ่นเชิดหกแขนอยู่นั้น ก็โดนหมัดของหุ่นเชิดหกแขนที่ว่างอยู่เข้าที่ลำตัวของมัน มันอดทนเพื่อรอสัญญาณจากเจ้านายของมัน แต่ด้วยหมัดของหุ่นเชิดหกแขนที่ว่างอยู่ถึงสี่ข้างทำให้มันทนได้ไม่นาน ก็กระเด็นออกมา
    ในจังหวะนั้นเองอิกนัสที่ชาร์ตพลังอยู่ก็ยิงกระสุนพลังชีวิตออกไปใส่หุ่นเชิดหกแขน
    แสงสว่างสีส้มกลืนกินตัวของหุ่นเชิดหกแขนเข้าไป จนเมื่อแสงสว่างนั้นหายไปก็ไม่ปรากฏตัวของหุ่นเชิดหกแขนตัวนั้นให้เห็นอีก เหลือแต่เพียงผลึกอสูรหนึ่งก้อนที่ตกลงมา
    อิกนัสที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับเดินเข้าไปเก็บผลึกอสูรก้อนนั้นมา