ระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 65 สาขาสายวิวัฒนาการ: ความต้านทานพิษ

            การกลั่นสายเลือดให้บริสุทธิ์ถึงขั้นเสี่ยงชีวิตเลยงั้นเหรอ?

            เมื่อได้ยินสิ่งที่คณบดีเฉียนพูดไป๋ฉางเซิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็เริ่มทำใจยอมรับได้

            ในโลกนี้ไม่มีการลงทุนไหนที่การันตีผลกำไรโดยไม่เสียอะไรเลยการคิดจะยกระดับสายเลือดอย่างฝืนธรรมชาติย่อมเป็นการฝืนลิขิตสวรรค์จะไม่มีความเสี่ยงเลยได้อย่างไร?

            เหมือนอย่างตอนที่ไป๋ฉางเซิงพยายามทะลวงขีดจำกัดระดับของตัวเองเขาก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตายมาแล้ว หากตอนนั้นเขาข้ามผ่านไปไม่ได้ก็ยากจะบอกได้ว่าดวงวิญญาณของเขาจะสลายหายไปหรือไม่

            ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นโอกาสที่มีแต่ได้กับได้

            อย่าว่าแต่ตอนนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดคณบดีเฉียนเป็นคนออกให้เลยต่อให้ไม่มีคณบดีเฉียนเจียงจืออวี๋ก็คงต้องหาทางรวบรวมทรัพยากรมาให้เขาในภายหลังอยู่ดี

            “เสี่ยวไป๋เลือกแล้วค่ะ”

            เจียงจืออวี๋เหลือบมองไป๋ฉางเซิงที่เลื้อยตรงไปยังคณบดีเฉียนพลางพยักหน้าเบาๆ แล้วประสานมือทำความเคารพคณบดีเฉียน

            “คณบดีลงมือได้เลยค่ะ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงฉันและเสี่ยวไป๋จะขอยอมรับมันเอง”

            เมื่อได้รับคำยืนยันจากเจียงจืออวี๋คณบดีเฉียนจึงพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะสะบัดมือเรียกขวดหยกออกมาขวดหนึ่ง

            เมื่อเปิดจุกขวดหยกสีเขียวมรกตออกกลิ่นอายประหลาดที่บรรยายไม่ถูกก็อบอวลออกมา

            มันเป็นกลิ่นที่ชวนให้น้ำลายสออย่างประหลาดแต่ในขณะเดียวกันก็เจือด้วยกลิ่นคาวฉุนที่ยากจะอธิบาย

            เขาเทยาออกมาเม็ดหนึ่งไว้ในอุ้งมือมันมีสีเขียวสด ขนาดเท่าหัวแม่มือ

            “ยานี้มีชื่อว่า ยารวมพิษสามวิญญาณกลั่นมาจากพิษของสัตว์อสูรระดับแม่ทัพอสูรสามชนิด”

            “ทว่าพิษเหล่านี้จะสะกดข่มกันเอง จึงไม่มีอันตรายถึงชีวิตแต่มันจะเข้าไปกระตุ้นทุกส่วนของร่างกายให้เข้าสู่สภาวะพิษจำลองเพื่อบีบเค้นศักยภาพของอวัยวะทุกส่วนออกมาให้ถึงขีดสุด”

            “จำไว้ให้มั่น ต่อให้หิวแค่ไหนก็ห้ามกินอะไรเด็ดขาด”

            คณบดีเฉียนกำชับอีกครั้งก่อนจะป้อนยาในมือให้ไป๋ฉางเซิงกินเข้าไป

            [ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินยารวมพิษสามวิญญาณ ได้รับค่าพลังเลือด 0 จุด ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 10 แต้ม]

            [คุณเข้าสู่สภาวะพิษแทรกซึมระดับอ่อน ระยะเวลาบรรเทาพิษ: 24 ชั่วโมง]

            [ยินดีด้วย โฮสต์ปลดล็อกสาขาสายวิวัฒนาการที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน:ความต้านทานพิษ]

            [ความต้านทานพิษ: เมื่อเปิดใช้งาน จะได้รับความต้านทานพิษในระดับหนึ่งสามารถต้านทานพิษบางส่วนได้]

            [แต้มวิวัฒนาการที่ใช้ปลดล็อก: 10 แต้ม]

            เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวไป๋ฉางเซิงก็รู้สึกยินดีเล็กน้อย

            ดูจากคำอธิบายและแต้มที่ต้องใช้แล้วความต้านทานพิษนี้น่าจะเป็นสายวิวัฒนาการสายสนับสนุนระดับต้น

            มันเหมือนกับเกราะศิลาคุ้มกายที่เป็นสายวิวัฒนาการประเภทที่ว่าจะปลดล็อกหรือไม่ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มพลังรบให้โดดเด่นอะไรนัก

            ด้วยค่าพลังเลือดของไป๋ฉางเซิงในตอนนี้สัตว์พิษไร้ระดับทั่วไปย่อมทำอะไรเขาไม่ได้ ต่อให้เขาโดนกัดโดยไม่ป้องกันเลยอย่างมากก็แค่รู้สึกเพลียหรืออ่อนแรงไปพักหนึ่งเท่านั้น

            เว้นเสียแต่ว่าเขาจะทุ่มแต้มจนเต็มขั้นแต่แบบนั้นก็ดูไม่ค่อยคุ้มค่านักสู้เอาแต้มไปลงกับเสริมพลังการย่อยหรือสายเลือดมังกรยังจะดีเสียกว่า

            ไป๋ฉางเซิงสลัดเสียงระบบทิ้งไปเขาเริ่มสัมผัสได้ชัดเจนว่าหลังจากยาร่วงลงสู่ท้องความรู้สึกเจ็บจี๊ดสายหนึ่งก็เริ่มแผ่ซ่านจากช่องท้องลามไปทั่วร่าง

            ความเจ็บปวดนี้ไม่รุนแรงนักแต่มันกลับทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

            เมื่อเห็นร่างของไป๋ฉางเซิงเริ่มขดตัวลงคณบดีเฉียนก็รู้ทันทีว่าตัวยาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

            เขาสะบัดมือเรียกขวดกระเบื้องออกมาอีกหลายขวด

            “ยาบำรุงกระเพาะเร่งย่อยจะช่วยเสริมสร้างกระเพาะโดยตรงและเพิ่มความสามารถในการย่อยอาหาร”

            “ยาขับของเสียชำระเลือดช่วยเสริมสร้างหลอดเลือดและช่วยให้ร่างกายขับของเสียที่ไม่จำเป็นออกมา”

            “ยาชักนำพลังช่วยให้พลังงานในร่างกายสมบูรณ์และคงฤทธิ์ของยาก่อนหน้านี้ไว้ได้ตลอดทั้งวัน”

            ยาหลายเม็ดถูกกลืนลงท้องไปติดๆกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นรัวๆ

            [ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินยาบำรุงกระเพาะเร่งย่อย ได้รับค่าพลังเลือด 10จุด ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 14 แต้ม]

            [คุณเข้าสู่สภาวะเสริมพลังกระเพาะเลื่อนระดับสาขาสายวิวัฒนาการเสริมพลังการย่อยขึ้นหนึ่งระดับเป็นการชั่วคราวระยะเวลาคงเหลือ: 24 ชั่วโมง]

            [ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินยาขับของเสียชำระเลือด ได้รับค่าพลังเลือด 24จุด ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 32 แต้ม]

            [ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินยาชักนำพลัง ได้รับค่าพลังเลือด 9 จุด ได้รับแต้มวิวัฒนาการ 28 แต้ม]

            เมื่อรวมกับยารวมพิษสามวิญญาณเม็ดแรกแล้วยาไม่กี่เม็ดของคณบดีเฉียนมอบค่าพลังเลือดให้ไป๋ฉางเซิงรวม 43จุด และแต้มวิวัฒนาการอีกถึง 84 แต้ม

            ไม่เสียชื่อที่เป็นยาลูกกลอนที่กลั่นกรองมาจากทรัพยากรล้ำค่าแต้มวิวัฒนาการที่ได้ช่างมหาศาลจริงๆ

            ปัญหาเดียวคือมูลค่าของยาเหล่านี้ต้องสูงลิบลิ่วแน่เมื่อเทียบราคายากับแต้มวิวัฒนาการ 84 แต้มที่ได้รับมันดูจะน้อยนิดจนน่าใจหาย

            แต่ใครจะสนกันล่ะ?

            ยาพวกนี้ไป๋ฉางเซิงไม่ได้เป็นคนซื้อเขาได้ค่าพลังเลือดและแต้มวิวัฒนาการมาฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว

            ส่วนตาแก่เฉียนก็ดูจะไม่ยี่หระกับค่าใช้จ่ายแค่นี้ไม่อย่างนั้นคงไม่ซื้อยามาเป็นขวดๆ แบบนี้หรอก

            ดูจากเสียงที่ดังอยู่ในขวดยาในนั้นต้องมีจำนวนไม่น้อยแน่ๆ

            ทว่าหลังจากยามหาศาลถูกกลืนลงไปในคราวเดียวความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่เดิมทีไม่รุนแรงนักก็ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงทันที

            ความรู้สึกเหมือนโดนเข็มทิ่มแทงไปทั่วทั้งตัวจู่โจมเข้ามาแต่โชคดีที่ความเจ็บปวดระดับนี้ยังอยู่ในระดับที่ไป๋ฉางเซิงพอจะทนไหว

            สิ่งที่ตามมาคือปฏิกิริยาที่ตอบสนองออกมาจากทุกส่วนของร่างกาย

            หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะได้ยินเสียงสะท้อนประดุจเสียงรัวกลองกระเพาะอาหารบีบตัวอย่างบ้าคลั่งเพื่อเร่งย่อยสลายยาหลากชนิดที่เพิ่งกินเข้าไป

            เดิมทีความสามารถเสริมพลังการย่อยของเขาอยู่ที่เลเวลห้าอยู่แล้วแต่ตอนนี้ด้วยฤทธิ์ยา มันจึงถูกยกระดับขึ้นอีกหนึ่งระดับเป็นการชั่วคราวไป๋ฉางเซิงรู้สึกหิวโหยอย่างหนักจนรู้สึกว่าเขาสามารถอ้าปากเขมือบวัวป่าทั้งตัวลงท้องได้ในพริบตา

            ความหิวเริ่มโถมเข้าใส่และมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะต้านทาน

            “ยาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว จำไว้ อย่าป้อนอะไรให้มันกินเด็ดขาด”

            คณบดีเฉียนกำชับเจียงจืออวี๋อีกครั้งเขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างต่อแต่แล้วก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานจึงได้แต่ถอนหายใจและมองคนผู้นั้นด้วยสายตาเอือมระอา ก่อนจะทิ้งท้ายว่า

            “พรุ่งนี้เช้า พาเจ้าตัวเล็กนี่มาหาฉันอีกรอบ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรแล้ว”

            “ขอบคุณมากค่ะคณบดีเฉียน”

            เจียงจืออวี๋ประสานมือคารวะเบาๆก่อนจะเก็บไป๋ฉางเซิงกลับเข้าสู่ถุงกักวิญญาณ

            เพียงไม่กี่สิบวินาทีความหิวของไป๋ฉางเซิงก็พุ่งทะยานถึงจุดสูงสุด ราวกับไม่ได้กินอะไรมาสามสี่วันแล้ว

            ที่แย่ไปกว่านั้นคือความหิวนี้เกิดขึ้นในสภาวะที่ตัวยาไปกระตุ้นประสาทสัมผัสทุกส่วนให้ไวขึ้นความรู้สึกทรมานจึงยิ่งทวีคูณ

            เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขดตัวกลมและหลับตาลงเพื่อข่มความรู้สึก

            หลับซะ...ถ้าหลับไปก็จะพ้นจากความหิวเอง

            ในสถานการณ์เช่นนี้ไป๋ฉางเซิงทำได้เพียงปลอบใจตัวเองว่าเมื่อผ่านพ้นไปได้ทุกอย่างจะดีขึ้นเองแต่พอคิดว่าต้องทนแบบนี้ไปอีกสองวัน เขาก็แทบอยากร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก

            แรงจูงใจเพียงหนึ่งเดียวคือคณบดีรับปากว่าหลังจากผ่านไปสองวันจะจัดเตรียมเนื้ออสูรชั้นเลิศให้เขาเขมือบได้ตามใจชอบ

            ระดับราชันยุทธ์ลงมือเองของที่เตรียมมาคงจะไม่กระจอกหรอกมั้ง

            ไป๋ฉางเซิงพึมพำในใจพลางบังคับตัวเองให้จมสู่ห้วงนิทรา

            เขาทั้งหิวจนสลบแล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะความหิววนเวียนอยู่แบบนั้น พอตื่นมาก็ต้องฝืนใจตัวเองให้หลับลงไปใหม่

            ตลอดสองวันเต็มไป๋ฉางเซิงใช้ชีวิตอยู่ในสภาพที่สติพร่าเลือน

            ร่างกายของเขาอ่อนแอและเซื่องซึมแม้แต่ค่าพลังเลือดก็ลดฮวบลงไปกว่ายี่สิบจุด

            แต่เมื่อเวลาสองวันผ่านพ้นไปในที่สุดเขาก็ไม่ต้องทนหิวอีกต่อไปแล้ว

             

    คล้ายกับเรื่องระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ) ที่คุณอ่าน