ราเชนหัวเราะกลบเกลื่อน แล้วรีบใส่เสื้อผ้าชุดนักพรตตามเดิม
“ เจ้าหลอกข้า?”
ราเชนเอ่ยพร้อมกับจ้องตาของ จื่ออี
“ ข้าไม่ได้หลอก แต่ข้าบอกไม่หมด”
จื่ออี อมยิ้ม ราเชนเพิ่งจะเห็นรอยยิ้มของนางก็ครั้งนี้ ถึงกับสะกดสายตาของเขาหยุดนิ่งไปเลยทีเดียว
“ อธิบายมา” ราเชนยังคงถามต่อ
“ นี่คือเคล็ดวิชาของสำนักภูตหิมะ ซึ่งคนตายจะเก็บพลังที่ตนสะสมเอาไว้ในร่างกายจนกว่า จะมีใครสักคนมารับมันไป ซึ่งวิธีที่จะดูดซับพลังของนางได้ จะต้องทำแบบที่ท่านทำกับนางเท่านั้น”
“ ทำไมเจ้าไม่บอกกับข้าก่อน”
“ เรื่องแบบนี้ ไม่อาจบอกล่วงหน้า เพราะ หากว่าท่านตั้งใจทำเกินไป ท่านอาจจะธาตุไฟแตก ร่างระเบิดตายไป”
“ ไร้สาระ ต่อไปมีอะไรห้ามปิดบังข้าอีก มิเช่นนั้นสัญญาที่ข้าทำเอาไว้ ข้าจะยกเลิกทันที”
“ ข้าผิดไปแล้ว ต้องขออภัยคุณชายด้วย แต่ว่าข้าอยากรู้ ท่านชอบแบบนี้ไหม?”
จื่ออีส่งสายตาใสซื่อมองหน้าราเชน ราเชนไม่ตอบ กับจ้องตาขู่จื่ออี
“ เจ้าอยากรู้จริงๆ?”
“ ข้าไม่อยากรู้ก็ได้ พวกเราไปจากที่นี่กันเถอะ”
ทั้งหมดมายืนอยู่ตรงผนังน้ำแข็ง
ราเชนทำสมาธิรวบรวมพลังราชินีหลี่จีมารวมที่ฝ่ามือ ตอนนี้มีไอเย็นหมุนวนอยู่บนฝ่ามือของเขา จากนั้น ราเชนก็ใช้ฝ่ามือสัมผัสกับ ผนังน้ำแข็ง แล้วก็ออกแรงผลักออกไปเบาๆ
ตูม !!
ผนังที่กลายเป็นน้ำแข็งหนาทึบ คล้ายกับถูกแปรเปลี่ยนโมเลกุลภายใน ละลายเป็นรูโหว่ มีสายน้ำไหลพุ่งเข้ามา แต่ถูกราเชนใช้ฝ่ามือควบคุมสายน้ำจนกลายเป็น น้ำแข็ง พอราเชนเดินผ่าน น้ำแข็งที่ขวางทาง ก็กลายเป็นช่องทางเดินตามที่ดวงจิตของเขาสั่งการ จนมาถึง ธารใต้น้ำด้านหน้า
ราเชนดึงร่างของจื่ออี มาอยู่ในอ้อมอกของเขา ส่วนกู่เยี่ยนเหมือนจะรู้เลยเดินมาชิดด้านหลังของเขา ราเชนปล่อยพลังไอเย็นออกมา ทันใดนั้นเอง ไอเย็นก็กลายเป็นลูกแก้วน้ำแข็งครอบร่างของทั้งหมด แล้วลอยไปใน ธารใต้ดิน มันลอยไปจนกระทั่งไปโผล่ที่น้ำตกขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ลูกแก้วน้ำแข็งลอยตัวมาอยู่บนพื้นดิน
“ พาข้าไปหา ร่างของพระโพธิสัตว์ได้แล้ว”
จื่ออี่พยักหน้า แล้วก็พาราเชนมายืนอยู่ สถานที่แห่งหนึ่ง ด้านหน้ามีแต่รูปปั้นงูยักษ์สองตัว ตั้งอยู่ทางเข้าถ้ำ ที่เป็นประตูหินหนาทึบ
“ ที่นี่?”
“ ใช่นี่คือ ถ้ำนิรทุกข์ ผู้ที่จะเข้าไปได้ต้องได้รับอนุญาตเสียก่อน”
กู่เยียน เดินไปลูบคลำผนังหินผา เพื่อหากลไก แต่ก็หาได้พบไม่
“ อนุญาตจากใคร?” ราเชนสงสัย
ไม่ทันที่จะตอบคำ ก็มีชายหนุ่มและชายชรา ขี่นกอินทรียักษ์มาจากฟ้า แล้วกระโดดลงมายืนอยู่ต่อหน้าพวกเขา ชายหนุ่มวัยไม่เกิน 20 แต่งกายด้วยชุดสูงศักดิ์ ชายตามองมาที่กู่เยี่ยน ราเชน แล้วไปหยุดที่ จื่ออี สีหน้าท่าทางของชายหนุ่มก็มีรอยยิ้มขึ้นมา
“ แม่นางน้อยผู้นี้ พลังฝีมือของเจ้านับว่าไม่เลว ข้ากำลังคิดจะหา สาวใช้มาคอยติดตามข้า เจ้าสนใจหรือไม่”
“ คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
จื่ออีเตือนราเชนเบาๆ แต่ราเชนกลับไม่เกรงกลัวพวกมัน แม้นรู้ว่า พวกมันทั้งสองมีพลังขั้นปราณเซียนระดับสูงก็ตาม
“ ที่บ้านข้า ก็ขาดเด็กรับใช้ เจ้าสนใจบ้างไหมล่ะ” ราเชนย้อนถามมันกลับไปบ้าง
ชายชราที่ติดตามมาด้วย ถึงกับตวาดเสียงดังว่า
“ บังอาจ มนุษย์อย่างเจ้ากล้าพูดกับคุณชายสามของเราอย่างนั้นรึ? คงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วใช่ไหม” ชายชราปล่อยพลังปราณเซียนระดับสูงออกมา
ทำให้กู่เยี่ยนถึงกับคุกเข่าไปกับพื้น จื่ออีก็ไม่อาจทนไหวกำลังจะคุกเข่าลง แต่ถูกราเชนคว้าแขนเอาไว้ไม่ให้คุกเข่า ตัวของเขาเองมีพลังของราชินีหิมะและพลังมารโลหิตอยู่ในตัว ทำให้พลังปราณเซียนระดับสูง ไม่อาจทำอะไรเขาได้ ชายชราถึงกับแปลกใจ ไม่สามารถตรวจสอบพลังที่แท้จริงของราเชนได้ เพราะไม่พบว่า ราเชนมีพลังปราณยุทธ์อยู่เลยแม้แต่น้อย และที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ บางทีเป็นเพราะว่า ราเชนมีพลังปราณที่อยู่เหนือกว่าเขาอยู่ก็เป็นได้
“ ทำไมมันถึงไม่เป็นอะไร?” คุณชายสามเอ่ยกระซิบอย่างแปลกใจ
“ ข้าไม่รู้ บางทีมันอาจมีเครื่องรางป้องกันเอาไว้ก็ได้”
ทั้งสองเลยพยักหน้าให้กัน ชายชราเลยเอ่ยออกมาว่า
“ ต้องขออภัยท่านนักพรตด้วย พวกเราเพียงแค่คิดทดสอบพวกท่านเท่านั้น ไม่ได้คิดร้ายจริงๆ”
ราเชนเค่นเสียงออกมา เห็นกู่เยี่ยนลุกขึ้นมาได้ ก็นำระเบิดมือเก็บเอาไว้ ไม่ขว้างใส่คนทั้งสอง
“ ข้าไม่ใช่เพื่อนเล่นของพวกเจ้า ไปจากที่นี่ซะ ข้ายังไม่อยากทำร้ายใคร”
ราเชนเอ่ยเสียงเข้ม ทำเอาทั้งสองถึงกับมองจ้องตากัน แล้วหัวเราะออกมา
เพราะตอนนี้ ชายชรามั่นใจแล้วว่า ราเชนนั้นไร้พลังปราณยุทธ์ ทำให้พลังที่เขาปล่อยไปไม่อาจกดดัน พลังปราณในร่างของเขาได้
“ เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดว่าข้าพูดดีด้วยเพราะว่า กลัวเจ้าอย่างนั้นเร๊อะ”
“ เฒ่าหลูถอยไป ข้าจะขอลงมือกับมันเอง”
คุณชายสามพุ่งตัวเข้าไปใช้ง้างฝ่ามือเป็นกรงเล็บ ตะปบเข้าลำคอของราเชนเอาไว้
แต่ทันใดนั้นเอง ร่างของราเชนก็กลายเป็นปีศาจมารโลหิต ร่างยักษ์ต่อยหมัดสวนออกไป ร่างของคุณชายสามแม้นมีพลังปราณระดับเดียวกัน แต่ด้วยร่างกายของปีศาจมารโลหิตที่ใหญ่โตกว่า ถึงกับกระเด็นถอยหลังกลับไป
ชายชราที่ชื่อเฒ่าหลู เห็นดังนั้น จึงนำของบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ แล้วปล่อยออกมา มันคือ กรงนกเล็กๆ แต่ปล่อยออกมามันก็กลายเป็นกรงใหญ่ ครอบร่างของปีศาจมารโลหิตราเชน จื่ออี และ กู่เยี่ยนเอาไว้ได้
“ ดีมาก เอาไว้พวกเราเสร็จธุระแล้ว ค่อยเอาเจ้าปีศาจนี้กลับไป ดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ข้าจะทำให้มันกลายเป็นทาสรับใช้ของข้า แม่นางน้อยข้าก็จะไม่ทอดทิ้งเจ้าเช่นกัน
ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ทั้งสองคนเดินหันหลัง แล้วไปเผชิญหน้ากับ หุ่นงูยักษ์สองตัว แล้วสะบัดฝ่ามือออกไปตรงกลางระหว่าง งูยักษ์ทั้งสองตัว เพื่อทำลายประตูถ้ำ
ตูม !!
ฝุ่นกระจายตลบอบอวล แต่ว่าประตูกลับยังคงเป็นปกติ แต่ที่น่าตกใจ รูปปั้นงูยักษ์สองตัว กลับกลายเป็นงูยักษ์มีชีวิต พุ่งเข้าโจมตีคนทั้งสองทันที
เฒ่าหลู นำผ้าสีเหลืองออกมาคลุมร่างของคุณชายสามเอาไว้ ผ้าสีเหลืองนั้นเป็นผ้ากาสาวพักตร์อรหันต์ มีตัวอักษรสวัสดิกะ พุ่งออกมาพุ่งเข้าใส่ร่างของงูยักษ์ทั้งสอง จนร่างระเบิดแตกละเอียดกลายเป็นผุยผงไป จากนั้นประตูที่เป็นหินก็ค่อยๆ แตกสลาย สามารถเข้าไปในถ้ำได้
“ มันเข้าไปในถ้ำแล้ว ทำยังไงดี” กู่เยี่ยนเอ่ยออกมาอย่างตกใจ
มารโลหิตราเชนแม้นจะกลายร่างเป็นมารโลหิต แต่ก็ยังไม่อาจทำลายกรงเหล็กอาคมนี้ได้เลย จึงเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นคน มองหน้าจื่ออีเช่นกัน
“ ข้าเคยเห็นมีดวิญญาณของท่าน ลองใช้ดูซิ”
ราเชนเพิ่งนึกขึ้นได้ นำมีดนิรนามออกมา แล้วฟันออกไปที่กรงเหล็กทันที
ฉัวะ !!
มันขาดสะบั้นอย่างง่ายดาย กรงเหล็งขนาดใหญ่ถึงกับพังทลายกลายเศษผงธุลีไปในทันที
“ พวกเรารีบเข้าไปกันเถอะ”
ราเชนรีบนำหน้าเข้าไป โดยไม่ได้กลัวคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย
พอทั้งหมดเดินผ่านประตูถ้ำ ก็รู้สึกถึงบางอย่างปผิดปกติ กู่เยี่ยนเอ่ยออกมาทันที
“ พลังปราณของข้าหายไปหมดแล้ว”
“ ข้าก็เช่นกัน”
จื่ออีก็เป็นด้วย ราเชนไม่มีพลังปราณยุทธ์ แต่พลังปราณจิตของเขาคล้ายถูกตัดออกไปจนหมดสิ้น ไม่สามารถใช้ออก หรือ สัมผัสได้ถึงสิ่งต่างๆ รอบตัวได้อีกเช่นกัน
“ นี่คงเป็นสถานที่แห่งธรรมะ ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่นี้ คงไม่อยากเห็นการเข่นฆ่าในถ้ำแห่งนี้ จึงผนึกพลังของพวกเราเอาไว้ ไม่ให้ใช้ออกมา”
ราเชนเห็นเป็นเรื่องดี เพราะตาเฒ่าหลู กับ คุณชายสามอะไรนั่น ก็คงไม่มีพลังปราณยุทธ์เช่นกัน หากเจอกันอีกครั้ง เขาก็ไม่ต้องหวั่นเกรงพวกมันแล้ว
แต่พอทั้งหมดเดินเข้าไป ก็พบเฒ่าหลูและคุณชายสาม กำลังยืนมอง หุ่นไม้รูปร่างเหมือนคน มีจำนวนสี่ตน เดินเข้าไปในลำแสง เพื่อจะนำซากโครงกระดูกทองคำออกมา แต่ทว่า พวกมันพอโดนลำแสงที่คอยปกป้อง ก็เกิดไฟลุกไหม้ กลายเป็นเศษเถ้าธุลีทันที ไม่สามารถเข้าไปในแสงได้ เฒ่าหลูหันกลับมามองราเชนกับพวก
แล้วเอ่ยว่า
“ พวกเจ้าหนีออกมาจากกรงวิเศษของข้าได้ยังไง?”
“ ก็แค่กรงกระจอกเท่านั้น” ราเชนเอ่ยอย่างดูถูก
“ พวกเจ้ามาก็ดี ข้าจะใช้โลหิตของพวกเจ้า บูชายัณ ซากสังขารพระโพธิสัตว์เอง”
เฒ่าหลูเอ่ยจบ ก็กางกรงเล็บที่มีเล็กอินทรีจริงๆ สวมอยู่เป็นอาวุธ พุ่งเข้ามา กู่เยี่ยนเห็นดังนั้น ก็กางแขนของตนเอง เผยให้เห็นกรงเล็บอินทรีเช่นกันเข้าต่อกร
ทั้งสองแม้นจะไม่ใช่พลังปราณต่อสู้ แต่ขบวนท่าต่อสู้ของเฒ่าหลูกับเหนือชั้นกว่า
ใช้กรงเล็บตะปบเข้าที่ไหล่ของกู่เยี่ยน แล้วกำลังจะแทงสวนเข้าที่ลำคอ แต่ถูกราเชนเคลื่อนตัวเข้ามา ใช้เท้าถีบเข้าที่หน้าอกของมัน ถอยกระเด็นไป
“ ลอบกัดข้าอย่างนั้นรึ?” เฒ่าหลูเอ่ยอย่างโกรธแค้น แล้วนำไม้เท้าออกมาจากแหวนมิติสวมกรงเล็บอินทรีแหลมคม แล้วฟาดเข้าใส่ราเชนทันที
ราเชนเห็นการเคลื่อนไหวเช่นนี้ ก็ยิ้มเล็กน้อย เขาเคลื่อนไหวแบบฟุตเวิร์ค หลบหลีก แล้วปล่อยหมัดแย็บเข้าใบหน้าของ เฒ่าหลู ไปสองที เฒ่าหลูถึงกับเลือดกำเดาไหล เลือดลมตีกลับ ลงไปคุกเข่ากับพื้น ก่อนที่จะถูกราเชนเตะเสยเข้าปลายคาง ร่างปลิวลิ่วไปกองต่อหน้า คุณชายสาม ที่ตอนนี้โมโหยิ่ง นำกระบอกสีเงินคล้ายกับ กระบอกสายฟ้าพิฆาตของเขา ยิงเข็มเงินเข้าใส่ราเชนทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!!!
ราเชนกลิ้งหลบซ้าย พร้อมกับเหวี่ยงมีดสั้นนิรนามออกไป
ฟิ้ว ฉึก !!
มีดปักเข้าที่แขนที่ถือกระบอกยิงเข็ม จนร่วงสู่พื้น ราเชนตบเข้าไปที่กกหูของคุณชายสามจน สลบกลางอากาศ ลงไปกองกับพื้นในทันที
ราเชนชัดมีดสั้นของเขาออกมา ไม่สนใจร่างที่นอนสลบของทั้งสอง แต่จ้องมองไปที่โครงกระดูกสีทองด้วยความสนใจ
“ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมเห็นข้า”
ราเชนมองพื้นที่สลักตัวอักษรเอาไว้ แล้วลองใช้ไม้เท้าของเฒ่าหลูมาแหย่เข้าไปในลำแสงแห่งอรหันต์ ไม้เท้าก็กลายเป็นเถ่าถ่านไปในทันที
“ เอายังไงดีนายท่าน” กู่เยี่ยนเอ่ยออกมาทั้งๆ ที่ไหล่ยังมีเลือดหลั่งออกมาไม่หยุด
ราเชนหันมาปฐมพยาบาล แล้ว โรยผงยาสมานแผลสิบทิศ จนเลือดของ กู่เยี่ยน
หยุดไหล
“ ข้าไม่เป็นอะไรมาก บาดแผลแค่นี้ ทำให้เสียเวลานายท่านเปล่าๆ”
“ เจ้าเลือดไหลขนาดนี้ ขืนไม่รักษา เจ้าได้เลือดไหลหมดตัวแน่ ซากโครงกระดูกนี้ ไม่สำคัญกว่าชีวิตของเจ้า” ราเชนเอ่ยจากใจ แม้นตัวเขาเองก็ยังแปลกใจเขาไฉนกลายเป็นคนดีแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไรกัน
ส่วนจื่ออีนั้นมองตัวอักษรปริศนา เพื่อค้นหาคำตอบ แต่ว่านางกลับไม่สามารถหาคำตอบได้
ราเชนเสียอีก กลับทำตัวสบายๆ ช่วยกู่เยี่ยน จับเฒ่าหลู กับ คุณชายสาม แล้ว นำแหวนมิติของทั้งคู่ออกมา เพื่อค้นหาสมบัติของทั้งสองคน ทำเอาจื่ออีถึงกับเอ่ยปากว่า
“ ท่านเห็นของพวกนั้นสำคัญกว่า ซากสังขารพระโพธิสัตว์หรือไง?”
ราเชนหันไปยิ้มให้ ในมือถืออาวุธดาบ และกระบี่ ถุงทองคำที่มีอยู่แสนเหรียญ เก็บเข้าไปในแหวนมิติของตน แล้วเอ่ยว่า
“ ข้ากำลังคิดอยู่เหมือนกัน แต่มันคิดไม่ออก เลยเก็บของมีค่าของพวกมันก่อน”
ราเชนเอ่ยออกมา แต่หารู้ไม่ว่าเฒ่าหลูได้ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว กู่เยี่ยน เห็นเข้า เฒ่าหลู ก็อ้าปากพ่นเข็มเล็กๆ พุ่งเข้ามาเจาะเข้าหน้าผากของ กู่เยี่ยนจนหงายท้องสลบไป แล้วสะบัดมือออกมีหุ่นไม้ตัวเล็ก ขยายใหญ่เท่าร่างมนุษย์ ออกมาสี่ตัวสองตัว เข้าจับแขนของจื่ออีเอาไว้ไม่อาจขัดขืนได้
อีกตัวช่วยเฒ่าหลูแก้มัด ส่วนอีกตัวเข้าไปซัดกับราเชน แต่ถูกราเชนจับหักคอหลุดไม่อาจเคลื่อนไหวได้อีก
“ หยุดนะ ไม่อย่างนั้น นังนี่ตาย”
เฒ่าหลูใช้มีดสั้นพาดที่คอของ จื่ออีเอาไว้ ทำให้ราเชนถึงกับหยุดชะงักไปในทันที.