เกาะต้องห้าม
และในวันนี้เองขณะต่อสู้กับอสูรระดับ 6 ขั้นสูง 15 ตัวระดับบ่มเพาะของฟางเฉินก็ทะลวงคอขวดและกายเป็นระดับสวรรค์ขั้นกลางทันทีเรียกได้ว่าวิธีนี้ได้ผลอย่างที่ความโลภกล่าวเอาไว้ไม่มีผิด แต่เพราะการต่อสู้ที่หนักหน่วงทำให้สภาพของฟางเฉินตอนนี้มีแผลเป็นทั่วตัวและเสื้อผ้าของฟางเฉินยังขากและผมก็ลกรุงรังเหมือนกับคนป่า“ได้เวลาเข้าไปในส่วนลึกอีกหน่อยแล้ว” ฟางเฉินทำการย้ายที่ทันทีที่ยกระดับแต่ว่าทันทีที่ฟางเฉินเหยียบย่างเข้าไปในส่วนลึก อสูรระดับ 7 ตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าฟางเฉิน ฟางเฉินไม่ได้แปลกใจเพราะภายในเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยอสูรมากมายและไม่รู้ว่าเพราะอะไรอสูรเหล่านี้ถึงได้แข็งแกร่งและมีจำนวนมากผิดปกติแบบนี้“เข้ามา!!!!!!!!!!!” ฟางเฉินพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายและระเบิดพลังทั้งหมดโจมตีทันทีการต่อสู้ของฟางเฉินและอสูรระดับ 7 ขั้นต้นนั้นรุนแรงอย่างมากทำให้ต้นไม้รอบ ๆเริ่มหักลงบนน้ำตกมีเงาคนๆหนึ่งกำลังมองดูฟางเฉินด้วยสายตาที่แปลกใจ ซึ่งฟางเฉินนั้นไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการคงอยู่ของเงาคนนั้นเลยแม้แต่น้อยแม้แต่ความโลภเองก็ยังไม่สังเกตเห็น“โฮก!!!!!!!!” อสูรระดับ 7 ที่เป็นอสูรตั๊กแตนฟาดฟันเคียวคู่หมายจะตัดร่างของฟางเฉินให้ขาดแต่ฟางเฉินก็ตอบสนองรวดเร็วมาก ฟางเฉินเคลือนใหวหลบได้ทันและโจมตีทันที“ดาบเพลิงผลาญสวรรค์” ฟางงเฉินบีบอักเปลวเพลิงและฟาดฟันออกไปทันทีอสูรระดับ 7 รู้สึกได้ถึงอันตรายมันจึงใช้เคียวทั้งสองข้างฟันเข้าไปที่ดาบของฟางเฉิน“ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!” แรงระเบิดส่งให้ร่างของทั้งกระเด็นออกไปแต่ในตอนที่กระเด็นออกไปอสูรระดับ 7 ได้ปล่อยเคียวสายลมออกมาใส่ฟางเฉินฟางเฉินตื่นตระหนกและใช้ดาบของตัวเองป้องกันเคียวสายลมเอาไว้จนดาบปรากฎรอยร้าวและพลังของเคียวสายลมที่เหลือก็ปะทะกับร่างของฟางเฉินทำให้ตั้งแต่หัวใหล่ของฟางเฉินมารอบคมมีดกรีดลงมาจนถึงเอวฟางเฉินหอบหายใจด้วยสีหน้าเจ็บปวดแต่ในตอนนั้นเองดวงตาของฟางเฉินก็เบิกขึ้นอำนาจพลังดวงตาของเนตรบรรพชนพึ่งออกไปโจมตีจนอสูรระดับ 7ขั้นต้นดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวดและตกตายไปทันที เงาที่อยู่บนน้ำตกตื่นตระหนกในสิ่งที่เกิดขึ้นและจ้องมอฟางเฉินด้วยความแปลกใจฟางเฉินเกือบหมดสติหลังจากใช้พลังของเนตรบรรพชนอย่างเต็มกำลัง ฟางเฉินประครองตัวเองไปที่น้ำตกอย่างยากลำบากและเริ่มรักษาบาดแผลทันที“หืม มีคนกำลังจ้องอยู่งั้นหรือ” ความโลภเริ่มรับรู้ได้ดวงตาที่กำลังจ้องมองอยู่จึงเริ่มสำรวจทันทีแต่ทันที่ที่ความโลภรู้ตัวเงาบยน้ำตกก็หายไปแล้วฟางเฉินพักฟื้นเสร็จก็เริ่มเก็บศากศพของอสูรระดับ 7 เอาไว้ในแหวนมิติและเริ่มเดินทางต่อทันทีทางด้านนิกายพฤกษาครามซวนนู่กลายเป็นโกรธอย่างมากที่ฟางเฉินแอบเดินทางไปฝึกฝนคนเดียวและทิ้งแค่จดหมายเอาไว้ฉบับเดียว“เจ้าเด็กนั่นไม่รู้หรือยังไงว่าตัวเองเป็นเป้าหมายของหลายๆฝ่ายแถมครั้งนี้ยังเดินทางไปยังเกาะต้องห้ามนั่นอีก” ซวนนู่กล่าวด้วยความโกรธ“ศิษย์พี่ใจเย็นๆก่อนน้องเล็กอาจจะแค่อยากจะฝึกฝนรอบ ๆเกาะแห่งนั้นก็ได้” เหิงซานกล่าว“ใช่ๆ ศิษย์พี่ไม่ต้องกังวลหรอกศิษย์น้องแข็งแกร่งจะตาย” หยวนมู่กล่าว“น่าแปลกเฉินเอ๋อรู้จักเกาะแห่งนั้นได้อย่างไร เกาะแห่งนั้นเป็นเกาะของตัวตนที่แข็งแกร่งปกครองอยู่และเป็นเพราะแบบนั้นอสูรบนเกาะแห่งนั้นจึงมีจำนวนมากและไม่มีใครกล้าเข้าไปยกเว้นคนของนิกายเทพธิดาเท่านั้นที่มักจะส่งศิษย์ผู้สืบทอดเข้าไปฝึกที่นั่น” ราชาเซียนเต้าจีกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย“นั่นหนะสิพวกเราเองก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ให้ศิษย์น้องฟังเลย” หยวนมู่ก็แสดงสีหน้าสงสัย“แต่เรื่องนั้นมันจะยังไงก็ชั่งข้าจะไปนำตัวศิษย์น้องกลับมา” ซวนนู่กล่าว“ไม่ต้อง ในเมื่อเฉินเอ๋อตัดสินใจเส้นทางของตัวเองแล้วพวกเราก็ไม่ควรจะไปก้าวก่ายเรื่องของเขาให้มาก” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“แต่ที่นั่นอันตรายอย่างมกาเลยนะแม้แต่ครึ่งเซียนก็แทบจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้เลย” ซวนนู่กล่าว“นั่นก็จริง ต่อให้เป็นข้าเองก็ไม่มีความคิดที่จะไปฝึกที่เกาะแห่งนั้นเลย” เหิงซานกล่าว“เป็นเพราะแบบนั้นไงเขาถึงได้ไปที่แห่งนั้นเพราะมีแต่การเอาชีวิตไปเสี่ยงเท่านั้นถึงจะทำให้เขาสามารถดึงศักยภาพสูงสุดออกมาใช้ได้” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“แต่ว่าเพราะอะไรละทำไมศิษย์น้องถึงต้องลงทุนขนาดนั้น” เหิงซานกล่าว“เพราะการประลองที่จะมาถึงไง เพราะการประลองนี้ฟางเหิงก็จะเข้าร่วมด้วย และด้วยพลังของฟางเหิงในตอนนี้ศิษย์น้องไม่มีทางเอาชนะได้แน่นอน และยิ่งฟางเหิงกดพลังบ่มเพาะของตัวเองมาหลายปีเพื่อที่จะเข้าไปในเส้นทางวิญญาณและหวังรางวัลอันดับ 1 ของการประลองอีกด้วย” หยวนมู่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง“แบบนี้นี่เอง เพราะว่าจะแพ้ไม่ได้เลยไม่มีทางเลือก” เหิงซานพลันเข้าใจทันที“ตอนแรกข้าก็คิดว่าจะให้เฉินเอ๋อสละสิทธิ์ในการประลองครั้งนี้เพราะว่าฟางเหิงนั้นแข็งแกร่งมากและยังมีอัจฉริยะอีกหลายคนที่แข็งแกร่งกว่าเฉินเอ๋อในตอนนี้อีกด้วย แต่ในเมื่อเฉินเอ๋อตัดสินใจว่าจะต่อสู้ข้าในฐานะอาจารย์ก็จะไม่ห้ามและจะคอยสนับสนุนอยู่ห่างๆถึงแม้นั่นอาจจะทำให้ข้าต้องสูญเสียลูกศิษย์อีกคนก็ตาม” ราชาเซียนเต้าจีกล่าวพร้อมกับกำหมัดแน่นทางด้านฟางเฉิน ทุก ๆวันฟางเฉินจะต่อสู้และบาดเจ็บหนักแต่หลายวันมานี้ดวงตาของฟางเฉินนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างมากดวงตาของผู้ที่อ่อนต่อโลกได้หายไปกลายเป็นดวงตาที่สงบดุจสายน้ำที่ไร้การเคลื่อนใหว แม้จะกำลังต่อสู้อยู่กับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนฟางเฉินก็ยังไม่ได้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกอะไรและยังต่อสู้ต่อไปอย่างใจเย็นบนยอดเขาซึ่งมีกระท่อมไม้ไผ่ ซึ่งยอกเขานี้ตั้งอยู่บนเกาะที่ฟางเฉินอยู่และยอดเขานี้ยังอยู่ใจกลางของเกาะซึ่งรอบ ๆมีอสูรระดับเซียนอยู่เต็มไปหมด“โอ้ เจ้าหนูนั่นยังไม่ตายอีกงั้นเหรอ น่าตกใจจริง ๆพลังใจอะไรจะสูงขนาดนี้” ชายวัยกลางคนนั่งมองฟางเฉินจากยอดเขาด้วยสีหน้าสนใจ“ท่านอาจารย์ไม่คิดจะขับไล่เขาไปงั้นเหรอ” หญิงสาวที่นั่งจิบชากล่าวถาม“ถ้าเป็นตอนแรกข้าก็คิดว่าจะขับไล่เจ้าเด็กนี่ไปอยู่แต่ตอนนี้ข้าเกิดติดใจเจ้าเด็กนี่เข้าแล้วนี่สิ เจ้าสัมผัสได้หรือไม่ว่าจิตวิญญาณของเด็กนี่ไม่ธรรมดา” ชายวัยกล่างคนกล่าว“จิตวิญญาณระดับเทวะเหมือนกับของข้า” หญิงสาวกล่าว“ใช่และยังมีจิตวิญญาณอีกดวงซึ่งน่าจะเป็นจิตวิญญาณไร้ระดับอีกด้วย ชั่งเป็นคนที่มีพรสวรรค์จริง ๆ แต่ว่าการฝึกของเขาค่อนข้างอันตรายและอาจจะตายได้ทุกเมื่อเลย” ชายวัยกลางคนกล่าว“เรื่องของเขาชั่งมันเถอะ ตอนนี้ท่านช่วยสอนทักษะของท่านให้ข้าสักที” หญิงสาวกล่าว“นั่นสินะ อีกไม่กี่เดินเจ้าก็จะเข้าไปในเส้นทางวิญญาณแล้วนี่นะ ก็ได้ข้าจะสอนทักษะที่ทำให้เจ้าเอาตัวรอดก็ได้” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยรอยยิ้ม