ตอนที่ 11 ิญญาั
ทุกคนในสวนม่านตาเบิกกว้างทุกคนล้วนตกตะลึง กับเงื่อนไขที่เซี่ยวหลินหลุนตั้งไว้ เงื่อนไขเช่นนี้มิอาจนับว่าเป็การประลองเลยแม้แต่น้อย หากเป็สถานการณ์โดยทั่วไป ความต่างถึง 6 ขั้นลมปราณต่อให้เอาเงื่อนไขของ หลี่เย่กวน และ เล้งซาน มาสลับกับ ผู้มีลมปราณสูงกว่าก็ยังนับเป็เื่ยาก หากมิตอบโต้อันใดเลยแต่เงื่อนไขนี้กลับเป็ผู้มีลมปราณอ่อนด้อยกว่า ที่ถูกห้ามมิให้ตอบโต้!!
"นายท่านเงื่อนไขเช่นนี้ข้าว่ามันออกจะ..." ชุนเกียงตู้ กำลังจะเอ่ยแต่ถูกเซี่ยวหลินหลุนยกมือขึ้นเพื่อห้ามปราม
"ก็เ้าบอกเองนี่ว่ามันสามารถรับฝ่ามือเต็มสิบส่วนของเ้าได้ หลี่เย่กวนลมปราณก็อ่อนด้อยกว่าเ้าถึง 4 ขั้นเหตุใดมันจะรับมือไม่ได้กันข้าแค่อยากจะรู้ว่าปราณคุ้มกันมันจะแข็งแกร่งอย่างที่เ้าพูดหรือป่าวหากข้าเห็นว่ามีอันตราย เ้าคิดว่าด้วยฝีมือข้า จะหยุดเด็กตีกันมิได้เชียวหรือ?"
ชุนเกียงตู้ได้แต่พยักหน้าเหลือบมองมาทางเล้งซานเล็กน้อยอย่างจนปัญญาช่วยเหลือ มิกล้ากล่าวสิ่งใดต่อ
เล้งซานขมวดคิ้วแน่นลงต่ำทันที
'ตาแก่นี่เ้าเล่ห์นักมัน้าให้ข้าเผยไพ่ทั้งหมดในการประลองนี้ ในระยะเวลาหนึ่งก้านธูปด้วยลมปราณของข้าในตอนนี้ ย่อมมิอาจใช้ ับรรพต ได้เต็ม่เวลางั้นข้าจะทำให้เ้าประจักษ์เอง ว่ายิ่งถูกลองดี ข้านั้นยิ่งมีดีจะอวด!!'
"เริ่มประลองได้!!" เซี่ยวหลินหลุน ยกมือให้สัญญาน
"น้องเล้งข้าต้องขอล่วงเกินแล้ว"
"เชิญท่านพี่หลี่"
หลี่เย่กวนกระจายออร่าสีครามออกมาโดยรอบ รังสีของพลังที่เปล่งออกมาแม้ดูน้อยนิดในสายตาผู้ใช้ลมปราณชั้นสูงแต่เมื่อเทียบกับของเล้งซานแล้วยังนับได้ว่ามากมายกว่ากันอยู่หลายเท่า!!หลี่เย่กวนเหลือบตามองมาที่เล้งซานเล็กน้อยกลับพบว่าเล้งซานไม่มีท่าทีตั้งรับเสียด้วยซ้ำ!! มันยังยืนด้วยท่าทีกิริยาไม่ยี่หระต่อสิ่งใดโดยรอบหลี่เย่กวนจากที่เหลือบมองมันเปลี่ยนสายตาเป็จ้องเขม็งทันทีก่อนจะพุ่งเข้าใส่ด้วยพลังทั้งหมดที่มี เล้งซานเห็นเช่นนั้นกลับเอามือไขว้หลังทั้งสองข้างฉีกยิ้มมุมปากเล็กน้อยและเริ่มโคจรพลังในร่างเปิดใช้วิชาตัวเบาชั้นสูง!!
'5 กระบวนตระกูลเล้งกระบวนที่ 2 ิญญาั!!'
หลี่เย่ชวนง้างหมัดเต็มพลังสิบส่วนต่อยเข้าใส่ยอดอกของเล้งซานอย่างแม่นยำหมายจบการต่อสู้ในการปะทะครั้งแรกนี้เพื่อแสดงความต่างชั้นให้เห็น
ฟืบบบบบ!!
เสียงที่ออกมากลับมิใช่เสียงที่ปะทะกับร่างกายมันคือเสียงหมัดที่ต่อยใส่อากาศธาตุ!! ร่างของเล้งซานเลือนราง หายไปต่อหน้าต่อตาสร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนอย่างเห็นได้ชัด เซี่ยวหลินหลุน และ ชุนเกียวตู้เบิกตากว้าง แต่ผู้ที่ตะลึงยากจะเชื่อที่สุดแน่นอนว่ามันคือ หลี่เย่กวน!!
มันชักหมัดกลับทันทีและหันมองซ้ายขวาอย่างรวดเร็วแต่สิ่งที่เห็นคือ เล้งซาน ยังยืนอยู่ ในท่าเดิม และที่เดิม!!มือไขว้หลัง มองมันโดยที่มุมปากยังคงแสยะยิ้ม หลี่เย่กวนสะบัดเท้าขวาซัดเพลงเตะ ต่อเนื่องทันที แต่ก็เหมือนเหตุการณ์เดิมหลอกหลอนร่างของเล้งซานเลือนรางหายไปอีกครั้ง และพอชักเท้ากลับ มันกลับโผล่มาในจุดเดิมราวกลับมิได้ขยับตัวแม้แต่ครึ่งก้าว หลี่เย่กวนเบิกตากว้างถอยรูดมาด้วยหลังเพื่อตั้งหลักไหม่ ในทันทีแม้แต่เซี่ยวหลินหลุนที่มีปราณสีน้ำเงินขั้นสูงสุด ยังมิอาจอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนมันเบิกตากว้างตกตะลึง และยกมือขึ้นขยี้ตาตนเองเบาๆ
'วิชาตัวเบาชั้นสูง!!เหตุใดเ้าเด็กนี่ถึงมีวิชาตัวเบาชั้นสูงราวกับปาฏิหาริย์เช่นนี้มันใช้ท่าทางอันรวดเร็วหลบการโจมตีของ หลี่เย่กวน จากนั้นก็กลับมายืน ณจุดเดิมในชั่วพริบตาเดียว'
หลี่เย่กวนแม้ยังตะลึงมิหาย แต่นี่เป็การทดสอบ เพื่อเข้าประลองที่เมือง เมฆครามอย่างไรซะนี่เป็โอกาสสร้างชื่อเสียงให้แก่ตัวมัน มันพลาดโอกาสเช่นนี้มิได้เช่นกันหลี่เย่กวนกัดขบฟันแน่นและพุ่งตัวเข้าไปอีกครั้ง เพลงหมัด เพลงเตะถูกซัดใส่เล้งซาน หลายสิบกระบวนท่าแต่ทุกกระบวนทะลุผ่านร่างของเล้งซานราวกับว่าเล้งซานเป็เพียงิญญาที่หลอกหลอนมัน สำหรับหลี่เย่กวน ทุกครั้งที่มันออกกระบวนท่าใบหน้าของมันก็ซีดลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นซีดเผือดขาวราวกับไร้โลหิตหมุนเวียนบนใบหน้ามันได้ถอยรูดออกมาอีกครั้ง ค่อยๆยกมือที่สั่นเทา ชี้ไปที่เล้งซาน
"จะ..จะ..เ้ามิใช่มนุษย์!!" ร่างหลี่เย่กวน สั่นเทาตาทั้งสองเลิ่กขึ้นสูงอย่างชัดเจน
ทุกคนที่เห็นภาพตรงหน้า ต่างตกตะลึง ม่านตาเบิกกว้าง ยื่นอ้าปากค้างอย่างหลงลืมตัวหลี่เย่กวน ที่มีลมปราณสีครามขั้นที่ 1 ซึ่งมากกว่าเล้งซานถึง 6 ขั้นลมปราณมิอาจแตะต้องแม้เส้นผมของเล้งซาน ได้!!!
เล้งซาน ประสานมือก้มโค้งเล็กน้อย ยิ้มที่มุมปาก
"ท่านพี่หลี่หากประลองกันเช่นนี้ กว่าจะจบ 1 ก้านธูปข้าว่ามันออกจะเสียเวลาผู้อื่นที่รับชมจนเกินไปเหตุใดเรามิตัดสินกันใน 1 กระบวนเลยเล่า ข้าเล้งซานจะมิหลบเลี่ยงกระบวนท่าท่านแม้แต่น้อย หากข้าขยับแม้แต่ครึ่งก้าว ถือว่าข้าแพ้แต่ถ้าหาก...ข้าโชคดี? สามารถรับกระบวนท่านได้ข้าใคร่ขอให้ท่านยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยความสมัครใจ"
หลี่เย่กวนรู้ตัวดีว่าด้วยวรยุทธของมันในตอนนี้ มิอาจตามท่าทางของเล้งซานได้ทันแม้ในใจยอมรับความพ่ายแพ้ในการประลองไปกว่า 9 ส่วนแล้ว แต่มันยังคงมั่นใจว่าหากปะทะกันซึ่งหน้ามันย่อมต้องมิต้องอับอายเช่นนี้ ด้วยพลังลมปราณที่เหนือกว่าร่วม 6 ขั้น นี่นับเป็โอกาสหนึ่งเดียวของมัน มีหรือที่มันจะปฏิเสธ
"ตกลงเตรียมรับกระบวนท่า!!"
"เพลงเตะป่นศิลา!! ย๊าาาา"
หลี่เย่กวนะโสูงเหนือศีรษะของเล้งซาน ยกเท้าสูงและสะบัดส้นเท้าลงมาจากมุมสูงด้วยพลังเต็ม สิบส่วนนี่คือโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายของมัน มันย่อมไม่ออมแรงไว้แม้แต่น้อยหลังรับกระบวนท่านี้หากเล้งซานาเ็ขึ้นมา มันก็ตั้งใจจะขอโทษขอโพยในภายหลัง
แต่มันจะเป็เยี่ยงนั้นได้อย่างไร...
เล้งซานเอี้ยวตัวเล็กน้อยยกมือขวาขึ้นเตรียมรับเพลงเตะ กดมือซ้ายลงที่ผืนปฐีแขนทั้งสองข้างกางเป็เส้นตรงตั้งมุมฉาก กับผืนปฐี..
'ัเคลื่อนสมุทร!!'
ตรึ๊มมมมมมมมม!
เสียงสนั่นไปทั่วบริเวณฝุ่นฟุ้งกระจายทั่งบริเวณ หลังจากฝุ่นจางลง ทุกคนมองมีที่ทั้งคู่เล้งซานอยู่ในท่าเดิม โดยมือขวายกค้างอยู่ที่เท้าของ หลี่เย่กวนส่วนผืนดินด้านล่างที่มือซ้ายเล้งซานัั เกิดรอบแตกแยกอย่างเห็นได้ชัด นิ้วทั้ง5 ของมือซ้ายจมเข้าไปจนมิอาจมองเห็น
เมื่อเช้าเล้งซานเคยฝืนใช้กระบวนท่าัเคลื่อนสมุทรรับพลังลมปราณสิบส่วนของชุนเกียงตู้ที่สูงเกินกว่า1 ชั้นลมปราณทำให้เส้นลมปราณของมันาเ็เล็กน้อย แต่ครานี้นั้นต่างออกไปเนื่องเพราะความต่างเพียง 6 ขั้นพลังเส้นลมปราณพิศดารของมันย่อมรองรับพลังระดับนี้ได้อย่างง่ายดายไร้อาการาเ็ใดๆดั่งคราแรก เล้งซานะโถอยออกมาหนึ่งก้าวอย่างสง่างามพลางประสานมือ โค้งเล็กน้อย มีรอยยิ้มมุมปากเช่นเดิม
"ขอบคุณท่านพี่หลี่ที่ออมมือ"